ลิขิตแห่งจันทร์ เรื่องย่อ ละครช่อง 3HD

ลิขิตแห่งจันทร์ เรื่องย่อ ละครช่อง 3HD

ลิขิตแห่งจันทร์ เรื่องย่อ ละครช่อง 3HD : เรื่องราวของสองสาวต่างยุค โอปอล และ ดวงแก้ว ที่สลับภพกันโดยไม่ตั้งใจ ผู้หมวดสาวมือปราบมากฝีมือต้องกลายมาเป็นชาววัง ในขณะที่สตรีศรีอยุธยากลับต้องมาสวมบทตำรวจกองปราบ เรื่องราวชุลมุนจึงเกิดขึ้น พร้อมกับสองหนุ่มต่างภพอย่าง หลวงโอสถวรเวช และ พิภพ

  • บทประพันธ์ : จาวตาล
  • บทโทรทัศน์ : ฟีนิกส์
  • กำกับการแสดง : กู๊ด เฉิดบุญ
  • ผู้ผลิต : บริษัท อาหลอง กรุ๊ป จำกัด
  • ผู้จัด : แก้ว บุญจิรา
  • ออกอากาศ : วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทาง ช่อง 3HD เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2562

ลิขิตแห่งจันทร์ เรื่องย่อ

1 – ภาพวาด

คืนพระจันทร์เต็มดวง ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ก้าน (นิวส์ นริศสันต์) ทหารผู้ภักดีต่อราชวงศ์กำลังถูกไล่ล่า เขาปกป้องกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุสาส์นสำคัญยิ่งไว้ข้างใน ก้านถูกคมดาบและธนูฟันแทงทั่วร่างจนเลือดโทรมกาย นอนหายใจรวยรินใกล้สิ้นใจในอีกไม่ช้า เขามองดวงจันทร์ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้มีผู้มารับช่วงต่อส่งสาส์นลับให้ถึงมือแม่ทัพใหญ่ ก่อนจะเกิดแสงสว่างไปทั่วบริเวณ

ในขณะนั้น พ.ศ.2562 ในโกดังร้าง ร้อยตำรวจโทโอปอล (น้ำตาล พิจักขณา) มือปราบสาวได้ปฏิบัติภารกิจร่วมกับ ร้อยตำรวจโทพิภพ (กระทิง ขุนณรงค์) ผู้หมวดหนุ่มคู่หูของเธอ กำลังจับกุมขบวนการโจรกรรมวัตถุโบราณล้ำค่าได้สำเร็จ

จากนั้นโอปอลจึงขี่มอเตอร์ไซด์มาหาแฟนหนุ่ม คิมหันต์ (แจ็ค เมธัส) นักธุรกิจหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่งานเปิดแกลเลอรี่ เธอตั้งใจจะเซอร์ไพรส์เพราะรู้สึกผิดที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ คิมหันต์ตกใจที่โอปอลมางานหรูในมาดเซอร์ ๆ ทั้งยังก่อเรื่องชกต่อยกับ บวร (ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย) หุ้นส่วนของคิมหันต์ เขาทั้งอับอายและระอาใจกับความใจร้อนวู่วามของแฟนสาว โอปอลก็น้อยใจ ทั้งที่พยายามประคับประคองความรักมานานหลายปี ทั้งคู่จึงขอเลิกกัน

และในงานคืนนั้น คิมหันต์ได้เจอ ป๋อมแป๋ม (มิ้น ภรภัทรา) นางแบบสาวเซ็กซี่ ทั้งคู่ต่างคลิกกันในทันที ป๋อมแป๋มรีบอ่อยคิมหันต์ ต่างฝ่ายต่างรู้จุดประสงค์ของกันและกัน

โอปอลเสียใจเรื่องคิมหันต์จึงควบมอเตอร์ไซค์บึ่งออกต่างจังหวัด ไปอย่างไม่มีจุดหมาย ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงส่องสว่างบนถนนเส้นทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉับพลันทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าก็เกิดวิปริตแปรปรวน เมฆบังแสงจันทร์ ฟ้าผ่าลงมาใกล้จุดที่โอปอลอยู่ ทันใดนั้น ก้าน ชายฉกรรจ์ในชุดนักรบโบราณโชกเลือดก็ปรากฏตัวกลางถนนตัดหน้ารถ โอปอลหักหลบกะทันหันจนรถเสียหลักล้มลง ร่างโอปอลกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น เมื่อพยายามถอดหมวกกันน็อคออกเพ่งมอง ชายลึกลับก็ได้ฟาดเข้าที่ศีรษะของเธออย่างแรง จนโอปอลหมดสติไปในทันที

คืนนั้นในห้วงแห่งนิมิต โอปอลได้พบกับหญิงสาวในชุดไทยโบราณนามว่า ดวงแก้ว (น้ำตาล พิจักขณา) ซึ่งมีใบหน้าเหมือนเธอราวกับเป็นคน ๆ เดียวกัน ทั้งยังเห็นครอบครัวของเธอแต่งชุดโบราณอยู่บนเรือนไทยห้อมล้อมด้วยบ่าวไพร่ อีกทั้งได้สบตากับชายหนุ่มในชุดคุณหลวงสุดหล่อ จนโอปอลไม่อยากตื่นจากฝัน

รุ่งขึ้นโอปอลฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล มีพิภพ ผู้หมวดคู่หูมาเยี่ยม โชคดีที่โอปอลอาการไม่สาหัส เมื่อถามถึงเหตุการณ์เมื่อคืน โอปอลกลับได้รู้ว่า ชายใส่ชุดโบราณที่เจอกลางถนนนั้นเสียชีวิตแล้ว เมื่อไปดูศพก็ไม่พบหลักฐานว่าเป็นใครมาจากไหน นอกจากกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุกระดาษเปล่าแ ละพบรอยสักที่ต้นแขนเป็นรูปพระจันทร์

ในอีกห้วงมิติหนึ่งปี พ.ศ. 2248 ในยุคที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ซึ่งเป็นยุคที่ดูเหมือนบ้านเมืองจะสงบสุขไม่มีการศึกสงคราม แม่หญิงโฉม (มิ้นท์ ณัฐวรา) ลูกสาวของ เฉลา (วาสนา พูนผล) อิจฉาริษยาแม่หญิงดวงแก้ว เพราะโฉมแอบรู้มาว่า กำลังจะมีการหมั้นหมายของดวงแก้วกับ หลวงโอสถวรเวช (เพื่อน คณิน) แพทย์หลวงแห่งกรมหมอหลวง ที่เพิ่งได้รับการปูนบำเหน็จเลื่อนขั้น ทั้งยังเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของ พระยาสีหนาท (จิ๊บ วสุ) แม่ทัพใหญ่และ คุณหญิงมณี (ต่อง สาวิตรี) ซึ่งเป็นผู้รากมากดีทุกกระเบียดนิ้ว โฉมและ อีจวน (รุ้ง หนูหิ่น) บ่าวคนสนิทจึงวางอุบายให้ชายฉกรรจ์มาดักทำร้ายหวังขืนใจดวงแก้ว โชคดีที่พลับตามหลวงโอสถวรเวชมาช่วยดวงแก้วไว้ได้ทัน แต่เหตุการณ์นี้กลับสร้างแผลใจให้กับดวงแก้วอย่างยิ่ง

ด้านยุคปัจจุบัน วัตถุโบราณของกลางที่หน่วยของโอปอลยึดได้ทั้งหมด ถูกนำมาเก็บไว้ที่ห้องเก็บหลักฐาน เพื่อตรวจพิสูจน์เตรียมส่งคืนเจ้าของและแหล่งที่มา ดร.เฟื่อง (อาเล็ก สมชาย ศักดิกุล) ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณ ซึ่งมีบุคลิกสติเฟื่องสมชื่อจึงถูกเชิญตัวออกมาจากป่าลึก เพื่อมารับหน้าที่สำคัญนี้ ทันทีที่ได้เห็นกองสมบัติล้ำค่า ดร.เฟื่อง กลับดีใจแทบเสียสติที่ได้เห็นกระบอกไม้ไผ่อีกครั้ง

พันตำรวจโทกฤษณะ (ป๊อก โฆษวิส) ผู้บังคับบัญชาแห่งกองปราบปราม ได้มอบหมายให้โอปอลและพิภพยก กำลังคุ้มกันขบวนรถคอนเทนเนอร์บรรทุกวัตถุโบราณที่ยึดมาได้ ไปส่งคืนแหล่งที่มา โดยไม่มีใครรู้ว่าคิมหันต์และบวร คือ หัวหน้าขบวนการผู้อยู่เบื้องหลังและได้จ้างวานให้ ร้อยตำรวจโทเบญญา (แจ็คกี้ ชาเคอลีน) ผู้หมวดสาวคู่อริตลอดกาลของโอปอล ได้แทรกซึมเข้ามาในกรมตำรวจ เพื่อส่งข้อมูลเส้นทางการขนย้ายของตำรวจให้แก่ขบวนการของบวร ทำให้รถคอนเทนเนอร์ถูกดักปล้น คนร้ายชิงรถพร้อมของกลางไปได้ โอปอลและพิภพทำงานผิดพลาดครั้งใหญ่ จนทำให้ทั้งคู่ถูกกฤษณะสั่งให้พักราชการไม่มีกำหนด แถมสิงห์อาชญากรตัวฉกาจ ลูกน้องบวรยังสามารถหลบหนีออกจากคุกไปได้อีกด้วย

โอปอลที่ถูกพักงาน เลยหนีแม่มาบ้านของพิภพ ทำให้ได้มาเจอภาพวาดโบราณ ที่พลตำรวจเอก ประเสริฐ พ่อของพิภพ ที่ได้ซื้อมาจากแกลเลอรี่ของคิมหันต์

โอปอลรู้สึกผูกพันกับภาพงานวันลอยประทีปสมัยอยุธยาที่สวยงามนั้นอย่างประหลาด แต่แล้วก็เริ่มตกใจสุดขีด เมื่อภาพวาดมีเสียงดนตรีไทยดังออกมา ผู้คนและบ้านเรือนในภาพมีการเคลื่อนไหว เธอจึงลองสัมผัสที่ภาพวาดช้า ๆ จังหวะนั้นเอง ภาพวาดก็ดูดร่างของโอปอลหายเข้าไปในทันที และขณะเดียวกันในสมัยอยุธยาภาพวาดที่ลายเดียวกันกับภาพในปัจจุบันซึ่งอยู่บนผนังเรือนในห้องดวงแก้วก็เกิดเคลื่อนไหวพร้อมกัน ดวงแก้วเข้าไปลองสัมผัสภาพวาด จึงดึงร่างของดวงแก้วหายเข้าไปในแสงจ้าเช่นกัน

ณ บ้านของหมวดพิภพ ร่างของดวงแก้วที่ข้ามมิติมานอนสลบอยู่ เมื่อดวงแก้วฟื้นขึ้นก็ตกใจมากที่เธอมาอยู่ในสถานที่ซึ่งไม่คุ้นเคย พิภพเห็นดวงแก้วแต่งชุดไทยโบราณก็ขำกลิ้ง แต่เมื่อได้คุยกันก็ทำให้เขาชักตลกไม่ออก เพราะดูเหมือนว่าโอปอลคู่หูของเขา จะมีปัญหาความจำเสื่อมจากการที่สมองถูกกระทบกระเทือน และยังเพ้อว่า มาจากกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่มีใครเชื่อดวงแก้วแม้แต่คนเดียว

ละคร ลิขิตแห่งจันทร์

2 – สลับภพ

ในยุคกรุงศรีฯ โอปอลถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาโดย อีพลับ (อิน บูโดกัน) บ่าวประจำเรือนของ พระยาฤทธิ์ปรีชา (โจม ศุกล) และ แม่ดวงเดือน (นัฏฐา ลอยด์) ผู้เป็นท่านพ่อและท่านแม่ของดวงแก้วเธอ พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนของบ้านทรงไทยโบราณ และยิ่งแปลกใจเมื่ออีพลับซึ่งมีหน้าเหมือนแจ่มสาวใช้ที่บ้านโอปอล แต่กลับเรียกเธอว่าแม่หญิง ส่วนพระยาฤทธิ์ปรีชาและแม่ดวงเดือน ก็หน้าเหมือนรัฐมนตรีดำรงและคุณหญิงอัญชลี ผู้เป็นพ่อแม่ของโอปอล ทุกคนต่างแต่งชุดไทยห่มสไบเฉียง

ดวงเดือนเห็นโอปอลซึ่งมีใบหน้าเหมือนกับดวงแก้วมิมีผิดเพี้ยน แต่แต่งตัวผิดแผกวิปลาศ จึงสั่งให้พลับลากตัวโอปอลไปเปลี่ยนชุดใหม่ โอปอลที่กำลังช็อกก็สู้สุดใจขาดดิ้น และได้สร้างความวุ่นวายให้กับงานลอยประทีปด้วยอุปกรณ์ยุคใหม่ที่ติดตัวมา เนื่องจากเธอคิดว่า ทุกคนจัดฉากลอยกระทงย้อนยุคในโรงถ่าย เพื่อแกล้งเธอที่ไม่ทำตัวเป็นกุลสตรี

หลวงโอสถวรเวชเองก็ประหลาดใจที่เห็นดวงแก้วพูดจาผิดแผก แถมต่อว่าเขาต่าง ๆ นานา ที่ยอมให้พ่อแม่จับคู่กับตน พระยาฤทธิ์ปรีชาและแม่ดวงเดือนเข้าใจว่าลูกสาวถูกผีเข้า จึงได้ตามหมอผีมาขับไล่ มิวายโอปอลต้องแสดงอิทธิฤทธิ์ไล่หมอผีจนหนีหัวซุกหัวซุน ร้อนถึงหลวงโอสถวรเวชต้องมาช่วยรักษาให้หายจากอาการสติวิปลาส โดยหารู้ไม่ว่า บัดนี้ดวงแก้วตัวจริงได้ไปเผชิญชะตากรรมอยู่ที่ภพอื่นเสียแล้ว

ด้านดวงแก้วก็พยายามปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดได้ในยุค 2562 โดยมีพิภพเป็นผู้ดูแล ทางกองปราบให้โอปอลกลับมาปฏิบัติหน้าที่เช่นเดิม แต่คนที่กลุ้มใจที่สุดคือพิภพ เพราะคู่หูดูอาการหนักไม่รู้จักว่าตำรวจต้องทำหน้าที่อะไร จึงต้องมีการฝึกฝนกันใหม่

ดวงแก้วต้องแต่งเครื่องแบบออกไปจับผู้ร้าย แต่สุดท้ายก็ทำงานสำเร็จด้วยไหวพริบปฏิภาณบวกกับความมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง ทำให้ทั้งคู่ได้รับคำชมเชย แต่ความเปลี่ยนแปลงของดวงแก้วก็อยู่ในสายตาของเบญญาที่คอยจับผิดอยู่ตลอด แถมยังคิดว่า โอปอลเป็นศัตรูหัวใจที่แย่งความสนใจของพิภพไปจนหมด จ่าเริง (แจ๊ค จักรพันธ์) ลูกน้องคนสนิทของพิภพก็ดูออกว่า พิภพกลับมาหลงรักโอปอลอีกครั้ง ทั้งที่พิภพไม่เคยบอกใคร และได้ตัดใจจากโอปอลไปนานแล้ว

ด้านโอปอลเมื่อรู้ตัวว่า ไม่ได้อยู่ในกองถ่ายหนังย้อนยุค แต่อยู่ในยุคโบราณจริง ๆ ก็สติแตกพยายามโดดใส่ภาพวาดเพราะอยากกลับภพเดิม แต่ก็ไม่สำเร็จ หลวงโอสถได้ยินเสียงโอปอลร้องลั่นวิ่งกระแทกฝาผนัง คิดว่าโอปอลทำร้ายตัวเองจึงเข้าไปช่วยปลอบ โอปอลตัดสินใจเล่าความจริงให้ฟังว่า ตนมาจากอนาคต พร้อมโชว์ของในกระเป๋าเป้ที่มาจากโลกปัจจุบันให้โอสถดู จนคุณหลวงยอมเชื่อ จากนั้นโอสถจึงพยายามช่วยโอปอลหาทางกลับบ้าน ด้วยการช่วยสืบที่มาของรูปภาพ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยด้วยความพยายามนี้ทำให้สองคนสนิทชิดเชื้อกันมากขึ้น จนโฉมออกอาการหึงหวงอย่างเห็นได้ชัด

ระหว่างที่โอปอลเดินเที่ยวเตร็ดเตร่ชื่นชมบรรยากาศสมัยโบราณ ก็พบกลุ่มนักเลงหัวไม้กำลังรีดไถชาวบ้านและรังแก แก่น (น้องเทล ด.ช.เดชาธร วสุรัตต์) เด็กชายลูกแม่กิ่งแม่ค้าในตลาด ผู้เป็นลูกชายของก้าน โอปอลก็เดือดพล่าน จึงปลอมตัวปิดหน้าเข้าไปจัดการจนกลุ่มนักเลงแตกกระเจิง ชาวบ้านต่างตกตะลึงว่า นักสู้ปริศนานี้คือใคร

แก่นได้แอบตามโอปอลไป และขอฝากตัวเป็นศิษย์ ฝากชีวิตเป็นข้ารับใช้ติดสอยห้อยตามโอปอลเพื่อทดแทนบุญคุณ ทั้งคู่จึงกลายเป็นคู่หูต่างวัยในทันที

โอปอลไปมาหาสู่ที่หมู่บ้านของแก่น จนคุ้นเคยกับชาวบ้านเป็นอย่างดี และรับรู้ว่าชาวบ้านยังคงถูกนักเลงรังแกอยู่บ่อย ๆ จึงคิดจะสร้างโรงเรียนสอนการต่อสู้ เพื่อให้ทุกคนได้มีวิชาติดตัว

ข่าวเรื่องที่โอปอลเปิดสำนักสอนวิชาหมัดมวยไปถึงหูของอีจวน จึงรีบคาบข่าวมาบอกนาย โฉมได้เห็นท่าทางดวงแก้วแปลกไป จึงถือโอกาสนี้ยุให้ เสด็จ (ต่าย เพ็ญพักตร์) พระธิดาของกษัตริย์องค์ก่อน จัดการประชันงานฝีมือระหว่างโฉมและดวงแก้วขึ้น เสด็จเห็นดีด้วยจึงตั้งโจทย์ 3 ประการให้ทั้งคู่แข่งกัน คือ เครื่องคาวหวาน งานปักผ้า และงานเครื่องแขวนดอกไม้สด คุณหญิงมณีรับคำท้าแทนโอปอล เพราะอยากเห็นฝีมือว่าที่ลูกสะใภ้ โอปอลนึกสนุกไม่สนใจเรื่องแพ้ชนะจึงตอบตกลง

หลวงโอสถวรเวชอดเป็นห่วงโอปอลไม่ได้ จึงขอให้คุณหญิงมณีช่วยสอนการบ้านงานเรือนให้ แม่ดวงเดือนทนฝีมือที่ตกต่ำลงของลูกสาวไม่ไหว แอบทำของมาสับเปลี่ยนแทนก่อนจะให้มณีตรวจงานทุกครั้ง หลวงโอสถวรเวชตกหลุมรักโอปอลที่แสนกระโดกกระเดกคนนี้ โดยไม่รู้ตัว

วันที่โอปอลเข้าร่วมประชันงานฝีมือในราชสำนักได้มาถึง ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่อาจเอาชนะนางในอย่างโฉมด้วยฝีมือได้ จึงสู้ด้วยความคิดสร้างสรรค์ ใช้แนวคิดฟิวชั่นอาหารโบราณกับสมัยใหม่ และจัดจานอาหารคาวหวานถอดแบบเชฟจากโรงแรมห้าดาว ปักผ้า และร้อยดอกไม้เครื่องแขวนด้วยลวดลายกราฟิกในยุคตัวเอง แม้รสชาติและฝีมือจะแพ้โฉม แต่กลับถูกพระทัยเสด็จฯ ถึงกับรับสั่งให้โอปอลมาช่วยสอนวิถีใหม่ ๆ ให้เหล่านางใน ทำให้คุณหญิงมณีพลอยปลาบปลื้มยอมรับโอปอลในฐานะว่าที่ลูกสะใภ้ ส่วนโฉมยิ่งเจ็บใจที่ผิดแผน

อีกภพหนึ่ง ณ อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา ดวงแก้วได้ร่วมออกงานถ่ายแบบชุดไทยและเครื่องประดับโบราณ เพื่อช่วยงานคุณหญิงอัญชลี ทั้งยังได้แสดงฝีมือร่ายรำอันแสนอ่อนช้อย จนครอบครัวและเพื่อนร่วมงานอึ้งตะลึงไปตาม ๆ กัน

พิภพเริ่มรู้สึกหวั่นไหวกับโอปอลที่อ่อนหวานนุ่มนวลมากกว่าคู่หูสุดห้าวใจร้อนคนเดิม แต่ความเปลี่ยนแปลงนี้กลับทำให้คิมหันต์ตามมาง้อโอปอล และยิ่งหึงหวงกันท่าพิภพอย่างชัดเจน ในงานถ่ายแบบนี้เบญญาร่วมมือกับนางแบบ วางแผนสับเปลี่ยนเพื่อขโมยเครื่องประดับโบราณชิ้นที่ดวงแก้วใส่ตามคำสั่งของคิมหันต์ แต่ดวงแก้วดูออกว่าเครื่องประดับเป็นของปลอมที่โดนสับเปลี่ยน จึงทำให้พิภพรู้ตัวและจับคนร้ายยึดของกลางกลับมาได้ทัน

ฝั่งอยุธยา ขณะนั้นเกิดเหตุฆาตกรรมขุนนางระดับสูง พระยาอนุรักษ์ (ครูแอ้นท์ ม้าทมิฬ) ผู้เป็นนายของก้านถูกสังหารยกครัว พระยารามณรงค์กับขุนสุนทรถูกวางยาพิษ พระยาฤทธิ์ปรีชาและหลวงโอสถถูกตามให้ไปดูศพ โอปอลจึงแอบตามไปด้วย

ระหว่างที่ทุกคนกำลังหาสาเหตุการตายแบบถูก ๆ ผิด ๆ โอปอลก็ไปร่วมชันสูตร และสามารถสันนิษฐานการตายว่า เกิดจากพิษได้อย่างน่าทึ่ง แต่กลับสร้างความไม่พอใจแก่ หลวงอรรถกร (เพชร ฐกฤต) ขุนนางกรมคลัง ผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผนฆาตกรรม เขาแอบใช้ให้ ยอด (กอล์ฟ กัญจน์) ทหารคนสนิทของพระยารามณรงค์ เป็นคนทรยศหักหลังลงมือวางยานาย และหลวงอรรถกรก็เป็นหนึ่งในรายชื่อผู้ก่อกบฏ ซึ่งมีบันทึกอยู่ในกระดาษในกระบอกไม้ไผ่ของก้าน

ลิขิตแห่งจันทร์ เรื่องย่อ

3 – กบฏ

อรรถกรร่วมมือกับ พระยาภักดีพินิจฉัย (กระดุม ธนายง) ขุนนางผู้สืบเชื้อสายจากกษัตริย์ราชวงศ์ก่อนซ่องสุมกำลังคน ซึ่งเป็นขุนนางและทหารที่ลำบากจากราชวงศ์ที่แล้วมาเป็นพวก เบื้องหน้าพระยาภักดีแสร้งเป็นตุลาการที่เที่ยงธรรม แต่ลับหลังได้ลักลอบซื้ออาวุธมาจากฝรั่งสั่งสมไว้ เตรียมก่อการกบฏ หลวงอรรถกรเป็นคนออกหน้าจัดการทุกอย่าง โดยมีพระยาภักดีชักใยอยู่เบื้องหลัง

ฝ่ายพระยาฤทธิ์ปรีชา ได้รับหน้าที่ให้สืบคดีฆาตกรรมจึงปรึกษาพระยาสีหนาท ทั้งคู่จึงตกลงทำแผนลวง สีหนาททำทีเข้ากับฝ่ายอรรถกร จึงสร้างเรื่องมีปากเสียงขัดคอกับฤทธิ์ปรีชา จนครอบครัวรวมถึงพระยาภักดีและหลวงอรรถกรหลงเชื่อว่า ทั้งคู่แตกคอกันจริง ดวงเดือนกับมณีห่วงไปถึงเรื่องหมั้นหมายของโอปอลกับโอสถ เพราะสีหนาทกับฤทธิ์ปรีชาตีบทแตก ประกาศตัดขาดความเป็นพี่น้อง

หลวงโอสถมอบหมายให้ พันฉาย (ตุ้ย AF) พี่ชายของโฉม ที่ถนัดเรื่องสมุนไพรและยาพิษช่วยสืบคดี โดยหารู้ไม่ว่าฉายได้ตกลงร่วมมือกับหลวงอรรถกรไปแล้ว อรรถกรนั้นรู้จุดอ่อนของฉาย ว่าเป็นคนทะเยอทะยานจึงเสนอให้ร่วมก่อกบฏ โดยต่อรองเงินและตำแหน่งให้หากงานสำเร็จ ขณะที่โอสถเข้าไปช่วยรักษายอด ที่โดนอรรถกรวางยาปิดปากจนคลุ้มคลั่ง โอสถก็เอาเศษยาหม้อกลับมาให้ฉายสืบ แต่ฉายกลับตั้งใจขายข่าวให้อรรถกร แถมยังลอบเข้ามาปลิดชีพยอดด้วยยาพิษถึงในโรงยาของหลวงโอสถเอง

ด้านโอปอลเปิดสอนหมัดมวยให้ชาวบ้านจนรู้จักป้องกันตัว และได้ข้อมูลว่านักเลงที่มาขูดรีดเงินเป็นคนของหลวงอรรถกร ชาวบ้านที่ปลูกข้าวถูกขู่ให้ส่งเสบียงอาหาร เกณฑ์คนบังคับให้ไปทำงาน บางคนถูกสั่งให้ขุดหาแร่ขุดหลุมปริศนาไว้ใช้ฝังซ่อนอาวุธ กับฝังคนงานที่ขู่มาใช้แรงงานแล้วฆ่าทิ้ง โอสถไม่เชื่อว่าทางการรังแกเอาเปรียบราษฎร โอปอลจึงชวนโอสถสืบหาต้นตอ ทั้งคู่ได้พบกับหมู่บ้านซ่องสุมกำลังและอาวุธกลางป่า แต่กลับพลาดท่าโดนอรรถกรจับตัวไว้ได้

ด้านดวงแก้วได้รับมอบหมายให้วางแผนจับกุมองค์กรค้ามนุษย์ โดยให้ดวงแก้วปลอมตัวเป็นนางแบบ เข้าไปในโมเดลลิ่งที่ล่อลวงหญิงสาวให้เดินทางไปต่างประเทศ และจะถูกจับไปขายซ่อง พิภพจึงปลอมตัวเป็นผู้จัดการส่วนตัว เฝ้าติดตามไปเป็นองครักษ์พิทักษ์ดวงแก้วอย่างใกล้ชิด

อีกด้านหนึ่ง ในฝั่งโฉมหลังจากที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน แม้โฉมชนะการประชันแต่เสียหน้า ที่โอปอลกลายเป็นคนโปรดของเสด็จฯ โอปอลได้เข้าไปดูแลห้องตะวันตก ซึ่งเป็นห้องเก็บความลับของดร.เฟื่อง

โฉมอิจฉาโอปอลที่ทั้งรักทั้งงานกำลังรุ่ง คิดเอาจริงไปตลาดฝรั่งศึกษาเทคนิคสมัยใหม่บ้าง หวังเอาหน้ากับเสด็จฯ ทั้งที่เคยกลัวฝรั่ง แต่หลังจากชนกับ เฮนรี่ (ทอมมี่ ดนตรี) พ่อค้าชาวอังกฤษ ทันใดนั้น โฉมกับเฮนรี่ตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกพบ

ในอดีตนั้น เฮนรี่นั้นเคยได้เจอกับดร.เฟื่อง ที่เดินทางข้ามภพมาก่อนโอปอล ทั้งคู่คุยถูกคอเป็นเพื่อนสนิทกัน

ดร.เฟื่องไปช่วยก้านที่ถูกไล่ล่าจนพลัดตกน้ำ และข้ามภพกลับยุคปัจจุบันแบบงง ๆ เมื่อกลับมาถึง สติก็เลอะเลือน ความทรงจำช่วงที่ย้อนอดีตกลับเลือนราง จนกระทั่งได้พบกับกระบอกไม้ไผ่ที่ก้านเคยถืออีกครั้ง และได้พูดคุยกับดวงแก้วที่มาจากยุคอดีต ความทรงจำของดร.เฟื่องจึงเริ่มกลับมา

โฉมคิดแผนเอาคืนโอปอล โดยขอสมุนไพรจากฉายไปใส่อบร่ำผ้าให้เสด็จฯ ตั้งใจให้มีกลิ่นหอมเพื่อเอาชนะโอปอล โดยไม่รู้ว่า ฉายตั้งใจให้โฉมหยิบเกสรดอกไม้ที่เสด็จฯ ทรงแพ้ไปเพื่อป้ายสีโอปอล

อีกด้านหนึ่ง ดวงแก้วแฝงตัวเป็นนางแบบจนสาวไปถึงแก๊งค้ามนุษย์ของ ต้น โมเดลลิ่ง (น้ำแข็ง ชญาน์ทัต) เครือข่ายของบวรและคิมหันต์ ที่ล่อลวงหญิงสาวไปขังไว้ยังโกดังร้าง โดยมีป๋อมแป๋มติดร่างแหไปด้วย

ดวงแก้วกับพิภพช่วยป๋อมแป๋มกับผู้หญิงได้บางส่วน ทั้งคู่จึงขอกำลังเสริมวางแผนบุกจับการขนส่งผู้หญิงล็อตใหญ่ที่โกดังท่าเรือ ดวงแก้วกลายเป็นคู่หูร่วมกันบุกทลายแก๊งค้ามนุษย์ได้สำเร็จ แต่เบญญาหาทางช่วยคิมหันต์กับบวรรอดไปได้ คิมหันต์จวนตัวจึงสั่งสิงห์เก็บต้นโมเดลลิ่ง เพื่อปิดปาก

สิงห์ได้ปะทะกับพิภพและดวงแก้ว เขาหนีเอาตัวรอดได้แต่กลับไปติดอยู่ในโกดังร้าง วิญญาณก้านปรากฏ เพื่อเตือนให้สำนึกหวงแหนสมบัติของชาติ และให้กลับตัว สิงห์กลัวช็อกจนเสียสติ ถูกจับตัวได้พร้อมของกลางในที่สุด แต่ไม่สามารถให้การพาดพิงถึงผู้ว่าจ้างได้

น้ำตาล พิจักขณา

4 – ภาพลอยประทีป

จ่าเริงรายงานว่า เลขบัญชีที่พิภพแอบถ่ายมาจากสมุดบัญชีของต้นเป็นของคิมหันต์ แต่เบญญาได้ลอบเข้ามาลบข้อมูล ที่จะเชื่อมโยงเอาผิดคิมหันต์ในฐานข้อมูลของตำรวจทั้งหมด เนื่องจากคิมหันต์ใช้คลิปลับที่เบญญาร่วมนอนกับเขาข่มขู่แบล็คเมล์มาตลอด เบญญากลัวเสียหน้าที่การงาน อีกทั้งไม่อยากให้พิภพเห็นภาพเสื่อมเสียของตน จึงจำใจต้องทำตามคำสั่งคิมหันต์ทุกอย่าง พิภพพยายามเช็คกล้องวงจรปิด และคุ้นเคยท่าทางการต่อสู้ของคนร้ายที่ลอบเข้าทำลายหลักฐานของคิมหันต์ เขาสงสัยเบญญาแต่เธอยังคงปฏิเสธ

ขณะที่ฝั่งอยุธยา โอปอลกับโอสถหนีรอดจากลูกน้องอรรถกรมาได้ เมื่อกลับถึงเรือนโอปอลเอาข่าวไปบอกฤทธิ์ปรีชาว่า มีหมู่บ้านซ่องสุมกำลังคน ขอให้พ่อนำกำลังไปปราบ แต่อรรถกรตลบหลังร่วมกับสีหนาทบุกหมู่บ้านแก่น กล่าวหาว่าโอปอลต่างหากที่ซ่องสุมคน และฝึกอาวุธเพื่อก่อกบฏ

แก่นกิ่งกับพวกชาวบ้านออกไปหาของป่ากลับมา เห็นสีหนาทกวาดต้อนชาวบ้าน และหมู่บ้านกำลังถูกเผาทำลาย โอปอลสั่งแก่นพาคนบางส่วนหนีไปได้

ในคุก โอปอลไม่ยอมจนมุมคิดหาทางออกไปเพื่อจัดการกบฏ โอสถเข้ามาเยี่ยม แต่มิอาจบอกแผนการออกไปได้ โอปอลจึงเข้าใจผิดว่า โอสถร่วมมือกับสีหนาทไปเข้ากับหลวงอรรถกร ทั้งโกรธทั้งเจ็บปวดใจที่โอสถหลอกตนเองมาตลอด

โอปอลวางแผนแอบล่อหลอกทหารยามจนแหกคุกออกไปได้โดยง่าย หารู้ไม่ว่าโอสถแอบช่วยโดยการยิงยาสลบใส่ผู้คุม โอปอลจะพาฤทธิ์ปรีชาหนีไปด้วย แต่ผู้เป็นพ่อปฏิเสธ ตั้งใจจะรอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในคุกตามแผนที่วางไว้ โอปอลจึงหนีออกไปลำพัง พวกแก่นและพลับมาพาโอปอลไปหลบกลางป่า และพบว่าชาวบ้านที่รอดรวมตัวอพยพที่นี่

โอสถแอบตามมาซุ่มดูด้วยความเป็นห่วง แต่ถูกโอปอลจับตัวได้ โอปอลยังโกรธโอสถไม่หาย และชาวบ้านก็แค้นใจที่พระยาสีหนาทพ่อของโอสถ กับหลวงอรรถกรพาทหารมาเผาหมู่บ้าน จึงจับโอสถมามัดไว้กับต้นไม้

วันหนึ่งแก่นเกิดป่วยหนัก มีแผลพุพองลามไปทั่วตัว มีไข้ตัวร้อนดั่งไฟ โอสถอาสาจะช่วยแต่ขอร้องให้ปล่อยตัวเขา เพื่อจะได้ออกไปหาสมุนไพรรักษาแก่น แต่ชาวบ้านคัดค้านเพราะไม่ไว้ใจโอสถ กลัวเขาจะกลับไปบอกที่อยู่กับพวกอรรถกร โอปอลชั่งใจเห็นแก่ชีวิตของแก่น และลึก ๆ ยังเชื่อใจโอสถจึงตัดสินใจปล่อยเขาไป หากวันพรุ่งโอสถไม่กลับมาพร้อมยา ให้ชาวบ้านเตรียมตัวอพยพหนีอีกครั้ง แต่โอสถก็กลับมาตามสัญญา และรักษาแก่นจนหายทำให้โอปอลกลับมาเชื่อใจโอสถอีกครั้ง

ด้านดวงแก้วกับพิภพออกตามหาที่มาของกระบอกไม้ไผ่ จนเจอกับพวกลักลอบขุดวัตถุโบราณไปขาย พิภพเสี่ยงเข้าไปถ่ายรูปคนในแก๊งไว้ได้ แต่คนร้ายไหวตัวทันตามไล่ล่าจนดวงแก้วกับพิภพคลาดกัน ดวงแก้วตกลงไปในแม่น้ำ แต่โชคดีที่ดร.เฟื่องมาช่วยไว้ และพาทั้งคู่หนีไปพักที่โฮมสเตย์กลางป่า

ดร.เฟื่องเริ่มจำความได้ว่า เคยย้อนไปในอดีตสมัยอยุธยา ดวงแก้วดีใจที่พบคนที่เชื่อเหมือนกับตนเอง ทั้งคู่หาหนทางที่จะข้ามภพโดยการดำลงไปกลางแม่น้ำ จุดที่ดร.เฟื่องเคยข้ามภพครั้งแรกแต่ก็ไม่สำเร็จ

ในขณะที่หลวงอรรถกรเรียกขุนนางที่ร่วมก่อกบฏมารวมตัว เพื่อนัดวันเตรียมยึดอำนาจ พระยาสีหนาทเล่นตามน้ำ แต่ซ้อนแผนให้พระยาฤทธิ์ปรีชา และขุนนางฝ่ายดีร่วมกันจับตัวทุกคนไปได้

ในยุคปัจจุบันดวงแก้ว และดร.เฟื่องยังคงสืบหาวิธีกลับภพอดีตจากกระบอกไม้ไผ่ และสมุดบันทึกเก่าสมัยอยุธยาที่ได้จากพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ โดยมีวิญญาณของก้านคอยช่วยเหลือนำทาง ดร.เฟื่องรู้สึกเหมือนมีอะไรดลใจให้วาดรูปคืนวันลอยประทีป โดยวาดจากความทรงจำที่เลือนรางสมัยตนเองอยู่ในยุคอดีต จนภาพเสร็จสมบูรณ์ ทันใดนั้นก็เกิดปาฏิหารย์ขึ้น ดร.เฟื่องได้ย้อนไปในช่วงเวลาที่ตนได้เคยข้ามมิติไปครั้งแรก และได้พบกับเสด็จฯ ในห้องตะวันตก เป็นวันเดียวกับที่เสด็จฯ สั่งให้เฟื่องวาดภาพลอยประทีปถวาย เฟื่องที่ถือภาพลอยประทีปไว้ในมือตอนที่ข้ามภพมา ก็เข้าใจเรื่องราวในทันทีว่า มีภารกิจต้องวาดรูปนี้ให้เสร็จสมบูรณ์เพื่อถวายให้เสด็จฯ และเสด็จฯ จะมอบรูปนี้ให้แก่ฤทธิ์ปรีชาจนตกทอดไปถึงดวงแก้ว แล้วกลายเป็นภาพสลับภพเชื่อมมิติทั้งสอง

ฝั่งดวงแก้ว ลิขิตแห่งจันทร์บันดาลให้มิติเวลานำพาดวงแก้วถือกระบอกไม้ไผ่ข้ามภพกลับไปฝั่งอดีต แต่กลับไม่พบใครบนเรือน จึงนำกระบอกไม้ไผ่ไปวางไว้ในห้องพร ะและถูกมิติเวลาดึงกลับไปปัจจุบันทันที

เวลาเดียวกันนั้นโอปอลย้อนกลับมาที่เรือนฤทธิ์ปรีชา และได้เปิดกระบอกไม้ไผ่พบกระดาษเปล่า แต่เมื่อแสงจันทร์สาดบนกระดาษ กลับปรากฏรายชื่อกบฏทั้งหมดเขียนด้วยลายมือพระยาอนุรักษ์ซึ่งมีชื่อของพระยาภักดีพินิจฉัย และหลวงอรรถกรเป็นแกนนำกบฏ

หลวงอรรถกรยอมรับว่าก่อการคนเดียว ไม่ยอมพาดพิงถึงพระยาภักดี แต่โอสถกับโอปอลนำรายชื่อในกระบอกไม้ไผ่มาเป็นหลักฐาน แผนก่อกบฏจึงถูกล้ม พระยาภักดีถูกจับประหาร หลวงอรรถกรที่ภักดีกับนายเก่าใจสลายนอนสิ้นหวังในคุก ฉายมาเยี่ยมและแอบส่งเหล้าผสมยาพิษให้อรรถกรหวังฆ่าปิดปาก ช่วงสุดท้ายของชีวิต อรรถกรเห็นวิญญาณของเหล่าผู้คนที่เขาฆ่าตายรวมทั้งก้านรุมล้อมเข้ามา เพื่อลากวิญญาณอรรถกรไปสู่นรก ทหารมาพบร่างอรรถกรขาดใจตาย มีรอยถูกฟันทั่วร่างเหมือนสู้ศึกมาอย่างหนัก ทั้งที่ในคุกไม่มีอาวุธแม้แต่ชิ้นเดียว

ครอบครัวโอปอลและโอสถทุกคนพ้นโทษ ทั้งคู่กลับมาเข้าใจกันเหมือนเดิม จบเรื่องคดีกบฏแต่งานของพระยาฤทธิ์ปรีชา และหลวงโอสถยังเหลือคดีวางยาพระยารามณรงค์ ขุนสุนทร และยอดซึ่งฉายเป็นผู้ปรุงยาแต่กลับรอดจากคดี เพราะไม่มีหลักฐานสาวถึงตัว โอปอลได้ความชอบจากการเปิดโปงกบฏ ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่น แต่โอปอลยังไม่พ้นข้อกล่าวหาเรื่องวางยาในน้ำปรุงของเสด็จฯ โฉมรู้ดีว่าไม่ใช่ฝีมือโอปอล แต่กลัวตัวเองต้องโทษเพราะเป็นคนอบร่ำผ้าให้เสด็จฯ จึงเงียบเฉยไว้ตามที่ฉายสั่ง

โอปอลโดนจับเข้าคุกอีกครั้ง แต่ก็มิวายสลับตัวกับพลับลอบออกมาสืบหาคนวางยาเสด็จฯ ตัวจริง โดยมีโอสถคอยช่วยเหลือ จนได้เจอเข็มกลัดของฉายที่ตกอยู่หน้าคุกอรรถกร และเจอยาพิษชนิดเดียวกันซ่อนในเรือนยาของฉาย จึงได้เอาเรื่องไปกราบทูลเสด็จฯ โอสถนำกำลังไปจับฉายที่บ้าน แต่กลับพบว่าเฉลากำลังทุรนทุรายจนตาย เพราะยาพิษของฉายที่จวนหยิบผิดจากห้องยา เพราะคิดว่าเป็นยาแก้ไข้ ฉายคาดไม่ถึงว่าผลกรรมที่วางยาคนอื่น จะย้อนมาเอาชีวิตแม่ของตัวเองได้ แต่ยอมจำนนให้โอสถจับตัวไป ฉายยอมสารภาพผิดเพราะสำนึกในกรรมที่ตนได้ทำ และถูกตัดสินประหารชีวิต

ด้านพิภพรู้ว่า เบญญาเป็นหนอนบ่อนไส้ของคิมหันต์ จึงพยายามกล่อมให้เบญญายอมมอบตัวและกลับใจ เบญญาเจ็บปวดที่ไม่อาจบอกความจริง หรือแม้แต่บอกรักพิภพได้ จึงได้แต่ปฏิเสธข้อเสนอของพิภพ

สุดท้ายเมื่อคิมหันต์สั่งให้เบญญาฆ่าพิภพทิ้ง เบญญาก็ทนไม่ไหวบุกเข้าบ้านคิมหันต์ เซฟข้อมูลความผิดทั้งหมดของคิมหันต์ รวมถึงคลิปลับของคิมหันต์ที่เอาไว้แบล็กเมล์ คิมหันต์รู้ตัวว่าถูกเบญญาหักหลัง จึงออกตามล่าเบญญาอย่างไม่คิดชีวิต พิภพกับดวงแก้วตามมาช่วย คิมหันต์ยิงปะทะกับพิภพอย่างดุเดือด แต่วิญญาณของก้านมาลวงตาทำให้คิมหันต์เสียสมาธิจนถูกยิงล้มลง เบญญายิงคิมหันต์ซ้ำด้วยความแค้น แต่ก่อนตายคิมหันต์ได้ยิงใส่พิภพ เบญญาได้เอาตัวมาบังกระสุนแทนช่วยชีวิตพิภพไว้ ก่อนจะสิ้นใจเบญญาได้มอบหลักฐานที่เซฟมาจากบ้านคิมหันต์ให้พิภพ เป็นการไถ่โทษในความผิดที่ได้ทำทั้งหมด ทำให้พิภพสามารถจับกุมบวรและปิดคดี

น้ำตาล พิจักขณา ในละคร ลิขิตแห่งจันทร์

5 – กลับภพเดิม

หลังเรื่องร้าย ๆ ผ่านพ้น หลวงโอสถวรเวชได้พาพระยาสีหนาทและคุณหญิงมณีมาสู่ขอโอปอล โดยที่โอปอลก็ยอมแต่งงานด้วยอย่างเต็มใจอีก ทั้งตัดใจว่าไม่อาจกลับไปภพของตนได้แล้ว แต่ลิขิตแห่งจันทร์กลับเล่นตลกกับโอปอลและดวงแก้ว

ในคืนวันแต่งงานของโอปอลและโอสถ ซึ่งเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง ฝั่งปัจจุบันนั้น ดวงแก้วได้ตอบตกลงเป็นแฟนกับพิภพ ทั้งคู่กำลังจูบกันด้วยความรักดูดดื่ม แต่รูปภาพลอยประทีปกลับเคลื่อนไหว ประตูมิติได้ดึงร่างของโอปอลและดวงแก้วกลับภพเดิมของตน ทั้งคู่ลืมตามาไม่เจอชายที่รัก แต่กลับเป็นคนอีกภพหนึ่งก็ต่างหัวใจสลาย พิภพและโอสถอดใจหายไม่ได้ ที่จะไม่ได้เจอดวงแก้วและโอปอลอีกแล้ว

เมื่อดวงแก้วได้กลับไปสมัยอยุธยาก็ใช้ชีวิตตามปกติ มีแต่คนยกย่องและยำเกรง เพียงแต่ในใจกลับไร้ความสุขเฝ้าคิดถึงแต่พิภพ หากแต่เคราะห์กรรมทำให้เธอ และเขาต้องพลัดพรากจากกันอย่างไม่มีวันหวนคืน โอสถเองก็ต้องแสร้งทำเป็นร่วมห้องกับดวงแก้ว ทั้งที่เฝ้าคะนึงหาแต่แม่หญิงโอปอลแสนห้าว

ด้านโอปอลกลับมาเป็นตำรวจผู้เก่งกาจคนเดิม คราวนี้ดูเหมือนใคร ๆ จะทำดีกับเธอมากขึ้น แต่โอปอลกลับรู้สึกเหงาแทบขาดใจภาพของโอสถ พี่หมอหน้าจืดเข้ามารบกวนจิตใจเธออยู่ตลอดเวลา โอปอลกับพิภพเฝ้ารอวันพระจันทร์เต็มดวงเพื่อข้ามภพอีกครั้ง

แต่อัญชลีที่เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของลูกสาวมาตลอดกลับโทษว่า เป็นอาถรรพณ์ของภาพวาดที่ทำให้ลูกสาวเปลี่ยนไปมา กลัวว่าลูกจะเป็นบ้าจึงให้คนใช้เอารูปมาเผาทิ้ง โอปอลกับพิภพมาเห็นพอดีจึงเข้าไปห้าม จังหวะนั้นประตูมิติเวลาในรูปภาพเปิดขึ้นชั่วครู่แล้วก็ดับไป เพราะภาพได้ถูกเผาไหม้ไปครึ่งผืน ทำให้ทั้งสองภพไม่สามารถสลับตัวได้ โอปอลและพิภพสิ้นหวังกลับไปสลดหดหู่อีกครั้ง

ฝั่งโอสถและดวงแก้วที่เห็นรูปภาพเผาไหม้ไปครึ่ง ก็เริ่มถอดใจเรื่องสลับภพ แต่เฮนรี่กลับจุดประกายความหวังขึ้นใหม่ เพราะเขาบอกว่า พบตัวพ่อเฟื้องผู้วาดรูปลอยประทีปอีกครั้ง และกำลังจะเดินทางลงเรือไปยุโรปกับเขาพรุ่งนี้

ดวงแก้วดีใจที่ดร.เฟื่องกลับมาในอดีตได้สำเร็จ จึงรีบตามโอสถไปหาดร.เฟื่อง ทั้งสามทดลองซ่อมรูปลอยประทีป โดยการให้ดร.เฟื่องวาดอีกครึ่งผืนขึ้นมาใหม่จนเสร็จทันก่อนจะลงเรือสินค้าไปพร้อมกับเฮนรี่และโฉม จากนั้นจึงได้เขียนบันทึกเรื่องราวการเดินทางข้ามภพทั้งหมดลงในสมุดบันทึก ซึ่งภายหลังจะเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์สำคัญ ที่ถูกเก็บไว้ยังพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ

และแล้วคืนวันพระจันทร์เต็มดวงได้มาบรรจบเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนเดียวกัน เป็นคืนพิเศษที่หลายชั่วปีจะมีสักครั้ง เรียกว่า บลูมูน ดวงแก้วเตรียมรอปาฏิหารย์อยู่หน้าภาพลอยประทีป แต่โอสถเห็นว่าภาพไม่เคลื่อนไหว จึงเดินสิ้นหวังออกไป โดยไม่ได้สังเกตุว่า ดวงเดือนและฤทธิ์ปรีชาจับตามองอยู่

ในด้านของโอปอลและพิภพที่หมดหวังแล้ว ตั้งแต่เห็นภาพไหม้ไปต่อหน้าทั้งคู่ พยายามทำทุกอย่างเพื่อตัดใจลืมคนรัก โอปอลกลับมาถึงบ้าน ตกใจที่รูปภาพหายไปจากห้อง แต่กลับพบว่า อัญชลีและดำรงเอารูปภาพมาตั้งไว้กลางสวนเพื่อรอรับแสงจันทร์ เพราะเข้าใจแล้วว่าหัวใจของโอปอลไม่ได้อยู่ในภพนี้อีกต่อไป ทั้งคู่ทนไม่ได้ที่เห็นลูกใช้ชีวิตแบบไร้ความสุขไปวัน ๆ

เมื่อแสงจันทร์ส่องกระทบภาพวาดในอดีต ภาพในปัจจุบันก็ส่องประกาย และกลายสภาพจากภาพที่ไหม้ดำเป็นภาพสวยดังเดิม เหมือนที่ดร.เฟื่องได้วาดใหม่ ประตูมิติเปิดสำเร็จ ฤทธิ์ปรีชาและดวงเดือนได้เข้ามาเห็นดำรงและอัญชลีอยู่อีกฟากหนึ่งของภาพ ซึ่งทั้งคู่เหมือนกับตนเองทุกประการ และได้เห็นโอปอลที่เหมือนกับดวงแก้ว

โอปอลที่สลับภพมาจากอีกยุคหนึ่ง ด้านโอปอลก็ทำใจลำบากที่ต้องทิ้งพ่อแม่ไปหาโอสถ แต่ในที่สุดพ่อแม่ทั้งสองก็ให้ลูกได้ตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตของตนเอง โอปอลและดวงแก้วได้กราบขอขมาพ่อแม่ ที่ไม่อาจทดแทนคุณได้อีกต่อไป เพราะตนเองตัดสินใจจะใช้ชีวิตในต่างภพกับคนที่ตนรัก

แม่ดวงเดือนเสียใจมากที่ดวงแก้วจากไป แต่ลึก ๆ เธอก็ยังดีใจที่ได้โอปอลกลับมา เพราะตลอดเวลาที่โอปอลอยู่กับเธอ แม่ดวงเดือนเองก็รักโอปอลเหมือนลูกสาวจริง ๆ ด้วยความผูกพันที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาทำให้แม่ดวงเดือนยอมรับความจริงได้ และยอมจำนนให้กับโชคชะตาที่เกิดขึ้น

โอปอลได้กลับมาตามหาชายที่เธอรัก โอสถเดินเหงา ๆ ในงานลอยประทีป คิดถึงคราก่อนที่โอปอลสร้างวีรกรรมน่าประทับใจไว้มากมาย เมื่อโอปอลได้พบโอสถจึงได้สารภาพว่า เธอรักเขาจึงยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อกลับมาหาเขา ทำให้หลวงโอสถวรเวชดีใจเป็นที่สุด ทั้งสองคนสัญญาว่าจะไม่จากกันไปไหนอีก

ด้านดวงแก้วเมื่อได้กลับมามิติปัจจุบัน ก็รีบไปหาพิภพทันที พิภพดีใจมาก ทั้งคู่สวมกอดกันด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ ดวงแก้วได้บอกรักพิภพ นี่คือสิ่งที่แม่หญิงแห่งกรุงศรีอยุธยาหาควรทำ ตอนนี้ดวงแก้วกลายเป็นผู้หญิงยุคใหม่แห่งปี 2562

ขณะที่โอปอลเลือกไปใช้ชีวิตอยู่ในยุคกรุงศรีอยุธยา เป็นต้นตระกูลของโอปอลในยุค 2562 นั่นเอง

ละคร ลิขิตแห่งจันทร์ ออกอากาศวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3HD เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2562

เพื่อน คณิน และ น้ำตาล พิจักขณา

รายชื่อนักแสดง ลิขิตแห่งจันทร์

  • เพื่อน คณิน แสดงเป็น หลวงโอสถวรเวช
  • น้ำตาล พิจักขณา แสดงเป็น โอปอล/ ดวงแก้ว
  • กระทิง ขุนณรงค์ แสดงเป็น พิภพ
  • แจ็ค เมธัส แสดงเป็น คิมหันต์
  • มิ้น ภรภัทรา แสดงเป็น ป๋อมแป๋ม
  • มิ้นท์ ณัฐวรา แสดงเป็น โฉม
  • เพชร ฐกฤต แสดงเป็น หลวงอรรถกร
  • ตุ้ย AF แสดงเป็น ฉาย
  • แจ็คกี้ ชาเคอลีน แสดงเป็น เบญญา
  • นิวส์ นริศสันต์ แสดงเป็น ก้าน
  • โจม ศุกล แสดงเป็น ดำรง/ พระยาฤทธิ์ปรีชา
  • นัฏฐา ลอยด์ แสดงเป็น คุณหญิงอัญชลี/ ดวงเดือน
  • จิ๊บ วสุ แสดงเป็น พระยาสีหนาท
  • ต่อง สาวิตรี แสดงเป็น คุณหญิงมณี
  • วาสนา พูนผล แสดงเป็น เฉลา
  • ต่าย เพ็ญพักตร์ แสดงเป็น เสด็จฯ
  • กอล์ฟ กัญจน์ แสดงเป็น ยอด
  • อิน บูโดกัน แสดงเป็น แจ่ม/ พลับ
  • อาเล็ก สมชาย แสดงเป็น ดร.เฟื่อง
  • แจ๊ค จักรพันธ์ แสดงเป็น จ่าเริง
  • น้องเทล เดชาธร แสดงเป็น แก่น
  • ทอมมี่ ดนตรี แสดงเป็น เฮนรี่
  • หยา จรรยา แสดงเป็น นุ่ม
  • รุ้ง หนูหิ่น แสดงเป็น จวน
  • ป๊อก โฆษวิส แสดงเป็น กฤษณะ
  • ขจรศักดิ์ รัตนนิสัย แสดงเป็น บวร
  • ครูแอ้นท์ ม้าทมิฬ แสดงเป็น พระยาอนุรักษ์
  • กระดุม ธนายง แสดงเป็น พระยาภักดีพินิจฉัย
  • น้ำแข็ง ชญาน์ทัต แสดงเป็น ต้น โมเดลลิ่ง
เพื่อน คณิน และ น้ำตาล พิจักขณา
เพื่อน คณิน และ น้ำตาล พิจักขณา
Credit: Ch3Thailand
อาเล็ก สมชาย ศักดิกุล แสดงเป็น ดร.เฟื่อง
อาเล็ก สมชาย ศักดิกุล แสดงเป็น ดร.เฟื่อง
Credit: Ch3Thailand
จิ๊บ วสุ แสดงเป็น พระยาสีหนาท
จิ๊บ วสุ แสดงเป็น พระยาสีหนาท
Credit: Ch3Thailand
ต่อง สาวิตรี
ต่อง สาวิตรี แสดงเป็น คุณหญิงมณี
Credit: Ch3Thailand
ต่าย เพ็ญพักตร์
ต่าย เพ็ญพักตร์ แสดงเป็น เสด็จฯ
Credit: Ch3Thailand
วาสนา พูนผล และ มิ้นท์ ณัฐวรา
วาสนา พูนผล และ มิ้นท์ ณัฐวรา
Credit: Ch3Thailand
ตุ้ย AF แสดงเป็น ฉาย
ตุ้ย AF แสดงเป็น ฉาย
Credit: Ch3Thailand

ที่มา ลิขิตแห่งจันทร์ เรื่องย่อ : Ch3Thailand Facebook