ศรราม อัดคลิปเผยหลักฐานเด็ด หลัง ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ฟาดแรง “หมายังรักลูก” !

ไปกันใหญ่แล้ว … เมื่อเรื่องภายในครอบครัวถูกทำให้เป็นเรื่องสาธารณะ ความวุ่นวายอลม่านก็มักจะตามมา

รอบนี้เรื่องมันเริ่มต้นจากที่ พระเอกเหินฟ้า หนุ่ม ศรราม คุณพ่อของน้องวีจิ และ (อดีต) สามีของ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ได้ออกมาโชว์ใบหย่ากับคุณแม่น้องวีจิกลางไอจี (โดยในใบหย่าลงวันที่ 20 มกราคม 2020 หลังจากเกิดเหตุการณ์เงินหายไปจากธนาคาร 4.5 แสนบาท 4 วัน) พร้อมทั้งระบุว่า เรื่องหนี้เรื่องสินต่าง ๆ ให้เจ้าหนี้ไปติดต่อกับติ๊กโดยตรง ตัวเขาไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป เพราะได้หย่าขาดกันมานานแล้ว สถานะปัจจุบันเป็นเพียงพ่อกับแม่ของลูกเท่านั้น

ซึ่งติ๊กก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์ดังกล่าวก่อนที่จะลบทิ้งไปว่า “หนูปิดหนี้ไปแล้วนี่คะ 36,000 จ่ายไปแล้วนะคะ ขอบคุณคุณ”

วันถัดมา (4 กันยายน 2020) ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ออกมาเคลื่อนไหวล่าสุดในอินสตาแกรม โดยเธอโพสต์รูปสุนัขสองตัว พร้อมกับแคปชั่นสุดเดือดว่า “อิจฉาหมา หมามันยังรักลูก แล้ว … ล่ะ” พร้อมทั้งแท็กถึงศรราม คล้ายกับจะให้รู้กันไปเลยว่าเธอจะส่งข้อความนี้ถึงใคร !

อีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น พระเอกเหินฟ้า ศรรามก็อัดคลิปแฉอดีตภรรยาตัวเองลงไอจี เป็นคลิปที่ศรรามโทร. ไปคุยกับบุคคลปลายสายซึ่งคาดว่าเป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในฐานะผู้จ้างงาน โดยสรุปเนื้อหา คือ ติ๊กได้ขอให้บุคคลปลายสายโอนเงินเข้าไปที่บัญชีของเธอ โดยไม่ต้องโอนเข้าบัญชีศรราม ซึ่งศรรามพูดเอาไว้ในคลิปว่าตัวเองไม่รู้เรื่องเงินจำนวน 55,000 บาท ที่โอนมาให้เลย …

ทั้งนี้ มีชาวเน็ตจำนวนหนึ่งที่ติดตามเรื่องราวของทั้งคู่ต่อจิ๊กซอว์เรื่องราวทั้งหมดได้ในทันที เริ่มจากเหตุการณ์เงินหายจากธนาคาร 4.5 แสนบาท ที่ศรรามเข้าแจ้งความในวันที่ 16 มกราคม 2020 ซึ่งต่อมาธนาคารกสิกรไทยได้ออกมาระบุว่า คนใกล้ชิดศรรามเป็นคนกดเงินออกไปเอง

ในวันที่ 20 มกราคม 2020 ศรราม – ติ๊ก ได้ไปจดทะเบียนหย่ากันตามกฎหมาย ถัดจากวันที่เป็นข่าวเงินหาย 4 วัน

ต่อมาในเดือนมีนาคม ก็มีเรื่องหน้ากากอนามัยเข้ามาอีก โดยเจ้าของสหคลินิก ย่าน มีนบุรี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.หัวหมาก ว่า ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ยึดเงินมัดจำค่าสั่งซื้อหน้ากากอนามัยจำนวน 9 แสนบาท และไม่ส่งของตามที่ตกลงกันไว้ ติดต่อขอเงินคืนก็ติดต่อไม่ได้

บทสรุปของเรื่องนี้คือ ศรรามจ่ายเงินค่ามัดจำคืน พร้อมทั้งอ้างว่าภรรยาของเขาไม่ได้มีเจตนาโกงเงิน เพียงแต่ตัดสินใจหยุดทำธุรกิจ เนื่องจากมีกฎหมายให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุมมาพอดี

ซึ่งระหว่างนั้นเองก็มีข่าวว่าทั้งคู่หย่าขาดกันแล้ว แต่เมื่อมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ทั้งคู่ก็พูดไปในทำนองที่ว่า “หย่าแก้เคล็ด”

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทำให้นึกถึงสำนวนที่ว่า “ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้า”

อัลบั้มรูป

Source: 1 | 2