รีวิว #Alive หนังซอมบี้ ที่ตัวร้ายคือความท้อแท้สิ้นหวังของตัวเอง | Netflix

จากความสำเร็จจนกลายเป็นกระแสไปทั่วโลกของ Train to Busan, Rampant และ Kingdom ในโรงภาพยนตร์ ในทีวี และในรูปแบบสตรีมมิ่ง Netflix ดูเหมือนว่าวงการหนังและซีรีส์ของเกาหลีใต้ จะตกอยู่ในช่วงห้วงของความบันเทิงในหมู่มวลโลกของซอมบี้

ล่าสุด Netflix กลับมาพร้อมกับสิ่งที่ถูกขนานนามว่า K-zombie หรือหนังซอมบี้สัญชาติเกาหลีเรื่องใหม่ ชื่อ #Alive คนเป็นฝ่านรกซอมบี้

ภาพยนตร์เรื่องนี้โฟกัสไปที่จุนอู (รับบทโดย ยูอาอิน) ตัวเอกของเรื่อง ซึ่งเป็นเด็กติดเกม หรือจะเรียกให้ดูมีแก่นสารหน่อย ก็คือ เกมเมอร์ที่ใช้ชีวิตวัน ๆ เอาแต่สตรีมเกมกับเพื่อน ๆ จนมาวันหนึ่ง โลกที่เขารู้จักมันเปลี่ยนไปพร้อมกับการมาถึงของไวรัสแปลกประหลาด ที่เปลี่ยนผู้ติดเชื้อให้กลายเป็นซอมบี้กินคนที่ดุร้าย

การเล่าเรื่องของ #Alive เราในฐานะคนดูจะถูกเล่าผ่านมุมมองของจุนอู ซึ่งติดอยู่ภายในอพาร์ตเมนต์ โดยนับอัตราส่วนเป็น 2 ใน 3 ของภาพยนตร์ นั่นหมายความว่า เราจะได้รู้เรื่องราวความเป็นไปในโลกภายนอกจากช่องข่าวทางทีวี และสื่อโซเชียลทางโทรศัพท์เท่านั้น

แต่หนังก็ไม่เสียเวลายืดยาดที่จะเข้าสู่ฉากแอ็คชั่น เพราะเริ่มเรื่องมาไม่นาน จุนอูก็ต้องต้อนรับเพื่อนบ้านที่พยายามหลบหนีฝูงซอมบี้โดยที่เขาไม่เต็มใจนัก แน่นอนว่าการปล่อยให้ชายเพื่อนบ้านคนนี้เข้าอยู่ในห้อง แม้จะช่วยให้รอดได้ในเบื้องต้น หากแต่ว่าต่อมา ชายคนนี้กลายเป็นผู้ติดเชื้อและกลายเป็นซอมบี้ ทำให้จุนอูจะต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้จัง ๆ เป็นครั้งแรก

ตั้งแต่นั้นมาจนถึงตอนจบ หนังแทบจะไม่มีฉากที่จุนอูโผล่ออกไปเผชิญหน้ากับซอมบี้แบบจั๋ง ๆ อีกเลย

ตัวหนังพยายามดึงศักยภาพของจุนอูในฐานะเด็กติดเกมออกมาใช้ โดยการให้เขาบังคับโดรนติดกล้อง เพื่อพยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ บริเวณที่เขาอยู่ และเขาก็แสดงให้เห็นว่าสามารถควบคุมโดรนได้อย่างเชี่ยวชาญ เหมือนกับกำลังเล่นเกม ๆ หนึ่ง

นอกจากนั้น เขาก็ยังอัปเดตข้อความสั้นบนสตรีมมิ่งเพื่อเป็นกำลังใจให้คนอื่น ๆ อย่ายอมแพ้ และต้องเอาชีวิตรอดให้ได้

อย่างไรก็ตาม จุนอูต้องทนทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ ระหว่างที่ติดอยู่ภายในห้องคนเดียวเป็นเวลาหลายวัน กับเสบียงอาหารที่กำลังจะหมดลง และความท้อแท้ที่เกาะกุมจิตใจ เมื่อเขาไม่ได้รับข่าวจากแม่และคนในครอบครัวเลย ทำให้เขาเริ่มเห็นภาพหลอนและสภาพจิตใจที่ดำดิ่งจนเขาคิดจะผูกคอตาย !

แต่ก่อนที่เขาจะไปไกลกว่านั้น เขากลับได้รู้จักกับยูบิน (รับบทโดย พัคชินฮเย) หญิงสาวผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ในอพาร์ตเมนต์ตึกตรงข้ามกับจุนอู ต่อมาทั้งคู่ก็ร่วมมือกันเพื่อพยายามเอาชีวิตรอด และหลบหนีจากนรกที่เขาอาศัยอยู่ ซึ่งเต็มไปด้วยซอมบี้

สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกเกี่ยวกับ #Alive ก็คือ ซอมบี้ในเรื่องนี้แตกต่างจากซอมบี้ใน Kingdom และ Train to Busan ซึ่งเราจะเห็นฉากตื่นเต้นจากการวิ่งหนีซอมบี้ที่ดุร้าย และเก่งกาจเอามาก ๆ แถมยังวิ่งเร็วอีกด้วย แต่ซอมบี้ใน #Alive ดูเหมือนจะเป็นซอมบี้ที่ไม่ค่อยมีพิษสงสักเท่าไร จะมีบ้างบางตัวที่มีทักษะบางอย่างที่หลงเหลือจากการเป็นมนุษย์ อย่างเช่น ซอมบี้บางตัวเปิดประตูเป็น หรือในกรณีของซอมบี้นักดับเพลิงที่มีสกิลในการปีนขึ้นไปบนอพาร์ตเมนต์ได้ด้วยเชือกเพียงเส้นเดียว

จุดสังเกตอีกอย่างของหนัง ก็คือ หนังไม่มีตัวร้ายที่ชัดเจน ดังนั้น สิ่งที่ตัวเอกต้องต่อกรด้วยนั่นก็คือ ตัวของเขาเอง ว่าที่จริงซอมบี้ที่อยู่ภายนอก แทบจะไม่มีความสามารถทำอันตรายเขาได้เลย แต่สิ่งที่เขาต้องต่อสู้จริง ๆ คือ ความคิด ความรู้สึกของตัวเอง กับอาหารที่มีอยู่อย่างจำกัด

จะอย่างไรก็ตาม หนังดำเนินเรื่องมาอย่างที่ผู้กำกับฯ อยากให้เป็นจนถึงช่วง 10 นาทีสุดท้าย ก็มาถึงสิ่งที่ผู้เขียนขอเรียกว่าจบแบบกะทันหัน … ความยากในการใช้ชีวิตของตัวเอกตลอด 1 ชั่วโมง 30 นาที จู่ ๆ ทุกสิ่งอย่างก็กลับง่ายขึ้นมาในช่วง 10 นาทีสุดท้ายแบบไม่น่าเชื่อ อุปสรรคถูกปลดล็อคทั้งหมด !

สรุป #Alive คนเป็นฝ่านรกซอมบี้

ถ้าให้นึกถึงสถานการณ์ล็อกดาวน์จากการระบาดของโควิด-19 ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลายคนอาจดูหนังเรื่องนี้ไปพร้อมกับอารมณ์ร่วม ที่ต้องติดแหง็กอยู่ในบ้าน เนื่องจากมีไวรัสร้ายแพร่ระบาดอยู่ การดูหนังซอมบี้เรื่องนี้ก็ทำให้อินไม่น้อย

แต่ถ้ากล่าวโดยตัวหนังแล้ว ก็ยังถือว่าดูได้เพลิน ๆ แต่สำหรับคนที่ดูหนังซอมบี้มาทุกแบบทุกแนวแล้ว หนังเรื่องนี้ก็อาจจะมีค่าแค่หนังซอมบี้อีกเรื่องหนึ่ง ก็เท่านั้น

คะแนน

5/10 = ดูได้เพลิน ๆ

สตรีมได้ที่ Netflix : ลิ้งก์ดูหนัง #Alive คนเป็นฝ่านรกซอมบี้