รีวิว Alice in Borderland อลิสในแดนมรณะ : มันมากพะย่ะค่ะ

รีวิวซีรีส์ Alice in Borderland (2020) : 8/10 เดินเรื่องสนุกไม่น่าเบื่อโดยเฉพาะครึ่งแรกของซีรีส์ เกมแต่ละเกมอย่างโหด … มันมากพะย่ะค่ะ

ออริจินอลซีรีส์ Netflix ที่สร้างจากมังงะยอดฮิตของญี่ปุ่นจากผู้เขียน ฮาโร อาโซะ ที่เปิดให้สตรีมตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยซีรีส์เรื่องนี้ยังเป็นผลงานแบบไลฟ์แอ็คชั่นจากญี่ปุ่นที่มีผู้ชมสูงสุดบนเน็ตฟลิกซ์อีกด้วย

คำเตือน : เนื้อหามีสปอยล์ แต่ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ

อ้างอิงจากมังงะจะเล่าเรื่องราวของ อะริสุ (ในภาษาญี่ปุ่นสามารถแปลได้ว่า Alice) นักเรียนมัธยมปลายที่โหยหาชีวิตที่น่าตื่นเต้นกว่าที่เป็นอยู่ แล้ววันที่ความปรารถนาของอะริสุก็กลายเป็นจริงขึ้นมา เมื่อเขาพร้อมด้วยเพื่อนสนิทพบว่าตัวเองได้เข้าไปอยู่ในโลกคู่ขนาน ที่เรียกว่า Borderland

แต่ในเวอร์ชันซีรีส์ของ Netflix มีการปรับตัวละครอะริสุเล็กน้อยเพื่อความเหมาะสม จากเด็กมัธยมเป็นชายหนุ่มในวัยทำงานที่ไม่มีงานทำและติดเกม จนกลายเป็นภาระของครอบครัว ส่วนคารุเบะถูกปรับให้เป็นบาร์เทนเดอร์หนุ่มกลัดมัน ที่เพิ่งถูกไล่ออกเพราะดันไปนอนกับแฟนของเจ้านาย และ โชตะ เป็นพนักงานออฟฟิศที่มีนิสัยอ่อนโยน ซึ่งหลังจากไฟฟ้าเกิดดับอย่างไร้สาเหตุ จู่ ๆ พวกเขาก็พบว่าตัวเองไปโผล่อยู่กลางกรุงโตเกียวที่เคว้งคว้างว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คน

พอตกกลางคืน สัญญาณจากไฟนีออนก็นำพวกเขาไปสู่สังเวียนของเกม โดยแต่ละคนจะได้โทรศัพท์ที่อธิบายวิธีการเล่นเกมอยู่ในมือ พวกเขาจะต้องเล่นเกมเอาชีวิตรอด อย่างในคืนแรกคือเกมที่เรียกว่าปริศนาห้องขัง ซึ่งพวกเขาต้องเลือกประตูให้ถูกต้อง เพื่อที่จะผ่านไปอีกห้องหนึ่งที่อยู่ในอาคาร ถ้าเลือกผิดห้องนั้นก็จะลุกเป็นไฟ ทางรอดทางเดียวของทั้งสามคือต้องชนะเกมเท่านั้น ซึ่งเมื่อชนะแล้วจึงจะออกจากเกมได้

แน่นอนว่า ด้วยพื้นฐานที่เป็นคนติดเกม ทำให้อะริสุใช้สกิลที่มีพาตัวเองและเพื่อน ๆ ชนะเกมไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขายังคงติดอยู่ในโลกคู่ขนานอันแปลกประหลาดนี้ พร้อมกับคนอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ต้องเล่นเกมต่อไปเพื่อเอาชีวิตรอด

ระหว่างนั้น อะริสุได้พบหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ อุซางิ เธอเป็นนักปีนเขาที่มีทักษะในการเอาชีวิตรอดยอดเยี่ยม

เกมจะถูกจัดขึ้นทุกคืนหลังพระอาทิตย์ตกดิน แต่ละเกมมาพร้อมกับบัตรผ่านเป็นรางวัล ผู้ชนะเกมจะได้รับสิทธิ์ที่ไม่ต้องเข้าเล่นเกมตามจำนวนวันที่กำหนดเอาไว้

โดยไพ่จะเป็นตัวกำหนดรูปแบบของเกม … โพดำ เป็นเกมที่ต้องใช้ความแข็งแกร่งทางกายภาพ (อุซางิ และ คารุเบะ เก่งในเกมนี้) ข้าวหลามตัด เป็นเกมที่ทดสอบเชาวน์ปัญญาและความฉลาด (เกมนี้ได้ใช้ความสามารถของอะริสุอย่างเต็มที่) ดอกจิก คือเกมที่ต้องใช้การทำงานเป็นทีม และ โพแดง จะเป็นเกมที่โหดร้ายที่สุด

ความสนุกของแต่ละเกม คือการสอดแทรกด้วยเกมจิตวิทยา ที่เล่นกับอารมณ์ความรู้สึก และความเห็นแก่ตัวซึ่งนำไปสู่การทรยศ … ชัยชนะที่ไม่ได้มาฟรี ๆ แต่มีราคาที่ต้องจ่าย

สิ่งที่ทำให้เกมใน Alice in Borderland สนุกและตื่นเต้นคือ ความซาดิสต์ของเกม อย่างเกมซ่อนหา (ไพ่ 7 โพแดง) ที่ผู้เล่นจะต้องสวมปลอกคออิเล็กทรอนิกส์ ผู้แพ้จะโดนระเบิดหัว !

แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องทำใจกับสไตล์ซีรีส์ของ Netflix ก็คือ การเก็บเงื่อนปมสำคัญเอาไว้ และทิ้งให้คนดูอย่างเราคาใจนานนับปี โดยเก็บเฉลยเอาไว้ในซีซั่นต่อไป และต่อไป และต่อไป ถ้าซีรีส์เรื่องนั่นได้รับความนิยม

แน่นอนว่า ซีซั่นนี้เรายังไม่รู้ว่า ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเกมนี้ ?

ล่าสุด Netflix ได้ประกาศสร้างซีซั่น 2 แล้วหลังจากเปิดตัวซีซั่นแรกได้ไม่กี่วัน จากความสำเร็จในซีซั่นแรก แต่เราจะได้ดูช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ก็ได้แต่หวังว่าจะคลี่คลายโดยเร็ว

สรุปรีวิว Alice in Borderland 8/10

ซีรีส์ความยาว 8 ตอน ที่มีบทดีงามทำให้น่าติดตามไปในทุก ๆ ตอน ไม่น่าเบื่อ ขับเคลื่อนไปด้วยพล็อตเรื่องสุดล้ำ ที่สร้างเงื่อนไขด้วยเกมอันน่าตื่นเต้น

ภาพรวมคือดีงาม โดยเฉพาะคนที่ชอบมังงะเป็นทุนเดิม จะได้หีบลิงการ์ตูนญี่ปุ่นมาเต็ม … และสำหรับหนุ่ม ๆ น่าจะชอบตัวละครสาว ๆ ในเรื่อง ที่เผยให้เห็นเนื้อหนังมังสาอย่างปลื้มปริ่มเลือดกำเดาแทบทะลัก อิอิ

ดูซีรีส์ Alice in Borderland ได้ที่ @Netflix-th