สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Snowpiercer ซีซั่น 2 (2021)

สปอยล์ซีรีส์ Snowpiercer ซีซั่น 2 : ยุคแห่งหัวรถจักร 2 ขบวนได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคุณวิลฟอร์ดผู้ยิ่งใหญ่ รถไฟที่มีความยาว 1,034 ตู้โดยสาร

EP.1 ยุคของหัวรถจักร 2 ขบวน

คืนก่อนการเดินทางรอบโลกรอบที่ 19 คุณวิลฟอร์ดได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เป็นช่วงเวลาของหัวรถจักร 2 ขบวน และตอนนี้ท้ายขบวนไม่ใช่ท้ายขบวนอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นชายแดนไปแล้ว จากการที่รถไฟ 2 ขบวนเชื่อมติดกัน ในสงครามระหว่างบิ๊กอลิซ ที่มีความยาว 40 ผู้โดยสาร กับสโนว์เพียร์ซเซอร์ ที่ยังเหลือ 994 ตู้โดยสาร

สโนว์เพียร์ซเซอร์อยู่ภายใต้การควบคุมของบิ๊กอลิซโดยสมบูรณ์ ระหว่างนั้นอเล็กซ์ลูกสาวของเมลานีได้ส่งลิสต์รายการของที่ต้องการ ซึ่งก็มี เบียร์ ไก่ ผักชนิดต่าง ๆ และเหล้าสก๊อตของโปรดของคุณวิลฟอร์ด เพื่อแลกกับการที่สโนว์เพียร์ซเซอร์จะไม่โดนแช่แข็งไปตลอดกาล

ในขณะที่เมลานีออกมานอกรถไฟเพื่อตัดสายอัปลิ้งก์ ซึ่งทำให้อลิซไม่สามารถควบคุมสโนว์เพียร์ซเซอร์ได้อีก รวมไปถึงวางระเบิดตัดระบบการแยกออกจากกันของหัวรถจักร 2 ขบวน ก่อนที่จะปีนขึ้นไปบนบิ๊กอลิซ เมลานีได้พบคุณวิลฟอร์ด ทั้งคู่สนทนาเฉกเช่นคนรู้จักที่จากกันไปนาน นับตั้งแต่ที่เมลานีขโมยสโนว์เพียร์ซเซอร์ไปจากคุณวิลฟอร์ดเมื่อ 7 ปีที่แล้ว

มาถึง ณ จุดนี้ คุณวิลฟอร์ดต้องการรถไฟของเขาคืน ไม่เช่นนั้นเขาจะทิ้งสมอเพื่อให้การเดินรถหยุดชะง้ก ซึ่งหมายถึงจุดจบของสโนว์เพียร์ซเซอร์และผู้โดยสารทั้งหมด แต่เมลานีบอกกลับไปว่า ตอนนี้เธอไม่ใช่ผู้ควบคุมสโนว์เพียร์ซเซอร์อีกต่อไป หากแต่เป็นคนท้ายขบวนที่ชื่อเลย์ตัน

ด้านสโนว์เพียร์ซเซอร์ เลย์ตัน ชายหนุ่มผู้พร่ำเพ้อถึงแต่การเลือกตั้งและประชาธิปไตย ดันประกาศกฎอัยการศึก (ที่จะทำให้ตัวเขามีอำนาจเผด็จการซะอย่างนั้น) อีกทั้งวางแผนโจมตีบิ๊กอลิซเพื่อชิงตัวเมลานีกลับมา

ว่าที่จริงพวกเลย์ตันไม่มีทางบุกเข้าไปบิ๊กอลิซได้เลย เพราะประตูเหล็กขนาดใหญ่กั้นกลางระหว่างรถไฟสองขบวนเอาไว้ ถ้าไม่ใช่เพราะคนเฝ้าประตูของบิ๊กอลิซ ที่อยู่ดี ๆ ดันเปรี้ยวปากอยากกินมะม่วง ที่ทางฝั่งสโนว์เพียร์ซเซอร์เสนอให้ซะอย่างนั้น

อย่างไรก็ตาม พวกเลย์ตันบุกเข้าไปบิ๊กอลิซได้เพียง 2-3 ตู้โดยสาร สุดท้ายก็โดนบ๊อบมนุษย์น้ำแข็ง มนุษย์กลายพันธุ์ของคุณวิลฟอร์ดไล่ออกมาแบบงง ๆ

ตัดมาที่บิ๊กอลิซ เมื่อคุณวิลฟอร์ดรู้ว่าพวกเลย์ตันบุกเข้ามา จึงพาลโมโหสั่งให้อเล็กซ์ตัดการเชื่อมต่อกับสโนว์เพียร์ซเซอร์ เพื่อแช่แข็งผู้โดยสารทั้งหมด หากทว่าทุกอย่างไม่ทำงาน … เมลานียิ้มเยาะออกมา พร้อมกับเอ่ยว่า รถไฟสองขบวนนี้จะไม่มีวันแยกจากกัน

EP.2 ตะกอนแห่งชีวิต

สภาพความเป็นอยู่ของผู้โดยสารบนสโนว์เพียร์ซเซอร์หลังจากการปฏิวัติบนความเพ้อฝันเรื่องประชาธิปไตยของเลย์ตัน กำลังอยู่ในสภาวะวุ่นวาย เกิดอาชญากรรมเต็มไปหมด ความเท่าเทียมที่กล่าวอ้างกลายเป็นความไร้ระเบียบ และไร้กฎหมาย !

คุณวิลฟอร์ดตัดสินใจแลกเปลี่ยนตัวเมลานีกับเควิน … เมื่อเควินกลับมาที่บิ๊กอลิซ คุณวิลฟอร์ดได้ยื่นมีดโกนให้เขา เพื่อให้เขาปลิดชีวิตตัวเอง ถือเป็นบทลงโทษที่มีเกียรติกับความผิดที่เป็นคนเปิดประตูให้พวกเลย์ตันบุกเข้ามา และเผยจุดอ่อนของบิ๊กอลิซ นั่นคือความหิวโหย

ด้านเมลานีเมื่อได้กลับไปที่สโนว์เพียร์ซเซอร์ ก็ได้เล่าถึงสิ่งที่เธอได้พบแอมโมเนียมซัลเฟตในหิมะ มันเกิดจากสารที่ชื่อว่า CW7 สารที่นักวิทยาศาสตร์ยิงขึ้นไปบนบรรยากาศเพื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์ ในการแก้ปัญหาโรคร้อน ผลลัพธ์คือทำให้เกิดเป็นยุคน้ำแข็ง

ทฤษฎีของเมลานี คือ ตอนนี้สาร CW7 กำลังแตกตัวและตกลงมา นั่นหมายความว่าแม้อุณหภูมิบนพื้นโลกจะยังหนาวเหมือนเดิม แต่บนฟ้าอุณหภูมิเริ่มร้อนขึ้น (บนพื้น -118 องศา แต่บนฟ้า -86 องศา จากการที่เมลานีส่งบอลลูนขึ้นไปเก็บข้อมูล)

เมลานีคิดว่าจากเดิมที่คาดกันว่ายุคน้ำแข็งจะดำเนินต่อไปยาวนานกับพันปี มาถึงตอนนี้ผ่านไปแค่ 7 ปี มนุษย์จะสามารถหาสถานที่เพื่อตั้งถิ่นฐานได้แล้ว เป็นเพียงแต่ว่าต้องทำการเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อหาให้เจอว่าที่ ๆ ว่านั้น มันอยู่ตรงไหนของโลก ทีนี้การทดลองที่เมลานีต้องการทำ เธอต้องเข้าถึงตู้เก็บอะไหล่สำรองของคุณวิลฟอร์ด เช่น แบตเตอรี่, เครื่องวัดสภาพอากาศ และพาหนะ … เมลานีจึงเสนอให้เลย์ตันเชิญคุณวิลฟอร์ดมาเจรจาที่ตู้โดยสารชั้น 1 บนสโนว์เพียร์ซเซอร์

คุณวิลฟอร์ดมาตามคำเชิญ และดูเหมือนว่าเขาจะเป็นที่ชื่นชอบและเคารพนับถือของผู้โดยสารบนสโนว์เพียร์ซเซอร์ พวกเขาต้อนรับและทักทายคุณวิลฟอร์ดประหนึ่งเป็นผู้สร้างรถไฟขบวนนี้ รถไฟที่ทำให้มนุษยชาติยังดำรงคงอยู่

เมลานีเล่าสิ่งที่เธอพบให้คุณวิลฟอร์ดและผู้โดยสารคนอื่น ๆ ได้ฟังว่า ตอนนี้อุณหภูมิร้อนขึ้น และต้องทำการวิจัยเพื่อเก็บข้อมูลเป็นจำนวนมาก เพื่อหาสถานที่ที่จะสามารถตั้งเป็นถิ่นฐานได้ สิ่งที่เมลานีเสนอว่าต้องทำคือ 1) เปิดสถานีวิจัยเบรสเลาเออร์ บนเทือกเขาร็อกกี้ แต่เส้นทางต้องใช้บิ๊กอลิซเข้าไป เพราะสโนว์เพียร์ซเซอร์มีขนาดใหญ่เกินไป 2) ต้องส่งบอลลูนขึ้นไปเก็บข้อมูลทั่วทั้งทวีป จากเอเชียไปจนถึงหิมาลัย

หลังจากนั้น ข้อมูลจากบอลลูนจะถูกส่งไปยังสถานีวิจัย และสโนว์เพียร์ซเซอรฺ์ก็จะกลับไปภายใน 1 เดือนเพื่อเก็บข้อมูล เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ว่าสถานที่ที่ไหนที่มนุษย์จะอาศัยอยู่ได้

คุณวิลฟอร์ดตกลงร่วมมือด้วย โดยตั้งเงื่อนไขให้เมลานีเป็นคนที่ไปอยู่ที่สถานีวิจัยเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อแลกกับการสงบศึกของรถไฟ 2 ขบวน

EP.3 การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่

Snowpiercer ซีซั่น 2 EP.3 เป็นตอนที่การเดินเรื่องแทบจะไม่มีอะไรคืบหน้า โดยจะเน้นไปที่เมลานีพยายามใกล้ชิดกับอเล็กซ์ เพื่อซ่อมความสัมพันธ์แม่ลูกที่เธอเคยทำมันพัง และการเตรียมตัวออกนอกรถไฟ เพื่อไปเก็บข้อมูลวิจัย ณ สถานีวิจัย บนเทือกเขาร็อกกี้

การออกไปนอกรถไฟยาวนาน 1 เดือน เพื่อเก็บข้อมูลวิจัยเพื่อหาถิ่นที่อยู่ที่อบอุ่นบนพื้นโลกของเมลานี เป็นภารกิจเสี่ยงตาย แม้แต่ตัวเธอเองก็รู้ดี แต่เหมือนกับว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อมวลมนุษยชาติ

แต่ก่อนที่เมลานีจะออกเดินทาง เธอได้ใช้เวลาอยู่กับอเล็กซ์ช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นช่วงเวลาที่เธอพยายามฟื้นความสัมพันธ์กับลูกสาวที่เธอเคยทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง เมลานีพยายามพูดถึงความโหดเหี้ยมของคุณวิลฟอร์ด ที่ดูแลอเล็กซ์และสอนให้เธอเป็นวิศกรรถไฟมานาน 7 ปี

ส่วนเลย์ตันผู้พร่ำเพ้อแต่ประชาธิปไตยบนความตายของผู้คน บนรถไฟที่ตัวเองปล้นต่อมาจากเมลานี ก็ดูท่าจะไม่สามารถทำให้ผู้โดยสารสโนว์เพียร์ซเซอร์อยู่อย่างสงบและเป็นระเบียบได้

EP.4 การแลกเปลี่ยน

ข้อแลกเปลี่ยนแรกของบิ๊กอลิซที่เลย์ตันตกลงเอาไว้เริ่มขึ้นวันนี้ หลังจากเมลานีออกไปจากรถไฟได้ 3 วัน

คุณวิลฟอร์ดต้องการเข้าไปในสโนว์เพียร์ซเซอร์ โดยพาคนอีก 3 คนติดตามเขาไปด้วย การเดินทางมาครั้งนี้ ตอกย้ำให้เราเห็นว่าผู้คนที่ยังสนับสนุนคุณวิลฟอร์ดเป็นจำนวนมาก ว่าที่จริงถ้าเลย์ตันจัดการเลือกตั้งตอนนี้ คุณวิลฟอร์ดน่าจะได้ครองตำแหน่งผู้นำสูงสุดในทันที

สองนักวิทยาศาสตร์สมองเฟื่องของคุณวิลฟอร์ด มาที่สโนว์เพียร์ซเซอร์เพื่อช่วยรักษาผู้ป่วย และได้พาโจซี่ไปรักษาที่บิ๊กอลิซ

บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด ขณะที่ทุกคนกำลังติดตามภารกิจที่กำลังจะเริ่มขึ้น รวมทั้งเลย์ตันและคุณวิลฟอร์ดที่ยืนอยู่ด้วยกัน … วิศวกรปล่อยบอลลูนเช็กสภาพอากาศขึ้นไป และกำลังรอสัญญาณตอบกลับจากเมลานี

สัญญาณจากเมลานีส่งกลับมาที่สโนว์เพียร์ซเซอร์ว่า ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่ดูเหมือนคุณวิลฟอร์ดจะเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่พอใจกับความสำเร็จครั้งนี้ หากทว่าเขาก็ตบมือแสดงความยินดีเพื่อให้กลมกลืนกับทุกคน

โจซี่ฟื้นขึ้นมาในบิ๊กอลิซ ข้าง ๆ มนุษย์น้ำแข็งที่กำลังหลับใหลอยู่ ดูเหมือนว่าเธอจะกลายเป็นหนูทดลองของคุณวิลฟอร์ดไปเสียแล้ว

EP.5 จงใช้ชีวิตอย่างมีความหวัง

โจซี่ไปรักษาตัวอยู่ที่บิ๊กอลิซ ระหว่างนั้นเธอก็ทำหน้าที่ส่งข่าวให้เลย์ตัน ผ่านกระดาษโน้ตด้วยข้อความสั้น ๆ (เหมือนกับซีซั่นแรกที่เธอถูกใช้เป็นผู้ส่งสาร) ในข้อความระบุว่าคุณวิลฟอร์ดกำลังเตรียมบ๊อบมนุษย์น้ำแข็ง และจะเริ่มปฏิบัติการยึดสโนว์เพียร์ซเซอร์คืนในไม่ช้า

คุณวิลฟอร์ดส่งเทียบเชิญออเดรย์ให้มาดินเนอร์ที่บิ๊กอลิซ เบนจึงสอนวิธีการดักฟังบิ๊กอลิซให้กับออเดรย์ โดยเธอต้องไปสลับสายไฟที่กล่องควบคุมกล่องหนึ่ง แล้วสโนว์เพียร์ซเซอร์จะได้ยินทุกสิ่งอย่างที่คุณวิลฟอร์ดพูด

ระหว่างนั้น ทิลล์เข้ามาหาเลย์ตันด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ เพราะเขามัวแต่สนใจบิ๊กอลิซจนลืมความวุ่นวาย ความขัดแย้งที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นของผู้โดยสารบนสโนว์เพียร์ซเซอร์

ระหว่างนั้นเหมือนจะมีปัญหาเกิดขึ้น เมื่อเมลานีไม่ส่งสัญญาณตอบกลับมาตามกำหนด เลย์ตันและคนอื่น ๆ สงสัยว่าอาจมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นกับเมลานี ทำให้รูธตัดสินใจว่าควรจะโกหกเรื่องนี้กับผู้โดยสารคนอื่น ๆ โดยเธอใช้คำว่า “โกหกเพื่อความหวัง” (คล้ายกับในซีซั่นแรกที่เมลานีหลอกทุกคนว่าคุณวิลฟอร์ดอยู่บนรถไฟ เพื่อให้ทุกอย่างอยู่ในความเรียบร้อย จนกระทั่งเลย์ตันได้ทำลายมัน และใช้กำลังยึดรถไฟต่อจากที่เมลานีขโมยมันมาจากคุณวิลฟอร์ด)

เลย์ตันพยายามใช้ความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ขู่จะสั่งขังเทอเรนซ์ แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม เลย์ตันกลับโดนตอกกลับเรื่องที่เขาให้โจซี่คอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวบนบิ๊กอลิซให้ หลังจากนั้น เลย์ตันที่ในซีซั่นแรกอ้างว่าตัวเองต่อต้านความไม่เท่าเทียม และอ้างว่าสู้เพื่อประชาธิปไตย บลา ๆ กลับใช้อำนาจเผดีจการของตัวเองสั่งให้ไพค์ไปฆ่าเทอเรนซ์ !

ที่บิ๊กอลิซ คุณวิลฟอร์ดกับออเดรย์ใกล้ชิดกันมากขึ้น และคุณวิลฟอร์ดก็เสนอให้เธออยู่กับเขาที่นี่ เพราะเขาจะชนะเลย์ตันได้ในท้ายที่สุด สุดท้ายออเดรย์ก็เลือกที่จะไม่กลับไปสโนว์เพียร์ซเซอร์

ทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยบนสโนว์เพียร์ซเซอร์ก็ดังขึ้น พวกช่างรถไฟ (ที่ภักดีต่อคุณวิลฟอร์ด) ก็โดนกลุ่มคนปริศนาฆ่าตายจนเกลี้ยง !

EP.6 หรือเวลาจะหมดลงตรงนี้ ?

Snowpiercer ซีซั่น 2 EP.6 จะเป็นตอนที่ซีรีส์จะพาเราไปดูการทำงานของเมลานีที่สถานีวิจัย

ภาพตัดย้อนกลับไปสมัยที่เธอยังทำงานเป็นวิศวกร เธอนั่งดื่มและคุยกับคุณวิลฟอร์ดถึงเรื่องอนาคต ทำให้เราได้เห็นรอยร้าวของคนทั้งคู่ ที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันเรื่องที่ว่า วิธีไหนเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษามนุษยชาติให้รอดพ้นจากยุคของโลกน้ำแข็งไปได้ กล่าวคือ วิลฟอร์ดต้องการให้ทั้งหมดขึ้นตรงกับเขา ในขณะที่เมลานีเสนอให้ช่วยทุกคนเท่าที่สามารถจะช่วยได้

แล้วภาพก็ตัดตอนที่สโนวเพียร์ซเซอร์จะเริ่มออกเดินทาง ขณะนั้นผู้บัญชาการทหารเกรย์กำลังปรึกษากับคุณวิลฟอร์ดอยู่ด้านนอก ในขณะที่ผู้คนเป็นจำนวนมากต้องการที่จะขึ้นรถไฟขบวนนี้ได้ก่อการจลาจลขึ้น คุณวิลฟอร์ดต้องการให้ทหารยิงเพื่อสกัดกั้น แต่เสียงของวิศวกรแจ้งมาว่าต้องใช้เวลาเตรียมพร้อมอีก 30 นาทีก่อนที่จะออกเดินทางได้

แต่เหตุการณ์ที่เป็นจุดพลิกผันก็เกิดขึ้น เมื่อคุณวิลฟอร์ดได้สั่งให้ทหารเปิดฉากยิงให้ฝูงชนที่กรูกันเข้ามา เมลานีจึงตัดสินใจที่จะนำรถไฟออกไปในขณะที่กองทหารและคุณวิลฟอร์ดยังอยู่ด้านนอก เมลานีถอนหายใจอย่างหนักกับการตัดสินใจที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ และมวลมนุษยชาติไปตลอดกาล

ย้อนกลับมาปัจจุบัน เมลานีจับหนูได้ และเธอก็ใช้มันนำทางเพื่อหาช่องระบายความร้อนหลังกำแพง มันเหมือนที่เราได้เรียนรู้ในห้องเรียน หนูและแมลงสาบเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยืดหยุ่นได้อย่างเหลือเชื่อ มันสามารถอยู่รอดได้แม้ในยุคน้ำแข็งตาม ว่าที่จริงนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่มาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ !

และก็มาถึงเหตุผลที่เธอไม่สามารถส่งสัญญาณไปหาสโนว์เพียร์ซเซอร์ได้ตามกำหนด ก็เพราะเสาสัญญาณเธอมีปัญหา ซึ่งตอนนี้เมลานีพยายามที่จะแก้ไขมันอยู่ ในท้ายที่สุดมันก็กลับมาใช้ได้อีกครั้ง

ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่สโนว์เพียร์ซเซอร์ถึงกำหนดที่จะวิ่งผ่านมาเพื่อรับเมลานี (แต่ก่อนหน้านี้เมลานีไม่ได้ส่งสัญญาณหา) เมื่อเมลานียืนรอรถไฟก็วิ่งผ่านไป มีเพียงอลิซคนเดียวเท่านั้นที่เห็นเธอ อลิซได้แต่กรีดร้องที่หน้าต่างแต่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ !

หรือว่าเวลาของเมลานีจะหมดลงตรงนี้ ?

EP.7

ออกอากาศ 8 มีนาคม 2021