รีแคปสรุปซีรีส์ Vincenzo EP.1 : ทนายมาเฟียสุดเท่

ซีรีส์เริ่มต้นขึ้นโดยการปรากฏตัวของวินเซนโซ (รับบทโดย ซงจุงกิ) เขาพูดขึ้นว่าเขาต้องการระเบิดตึกที่อยู่ด้านหน้า พูดไม่ทันขาดคำตึกหลังนั้นก็ถล่มลงมา ฝุ่นละอองปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ

กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ 72 ชั่วโมงก่อน ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี วินเซนโซใช้ชีวิตในฐานะที่ปรึกษาทางกฎหมายหรือที่เรียกว่า ‘คอนซิเยเร’ ของตระกูลคาสซาโน แก๊งมาเฟียระดับบิ๊กของอิตาลี

วินเซนโซไปหาเอมิลิโอที่ไร่องุ่น เขายื่นข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธได้ให้กับเอมิลิโอ แต่ดูเหมือนว่าเอมิลิโอจะไม่ใช่คนธรรมดาที่จะอ่อนข้อให้ง่าย ๆ เพราะเขาเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียใหญ่ตระกูลลูซิโน

เอมิลิโอพูดจากดูถูกเชื้อชาติของวินเซนโซที่เป็นคนเอเชีย ก่อนที่วินเซนโซจะตอบกลับไปว่า “ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการดูถูกคนเอเชีย จะได้รับเช็กบิลในไม่ช้า”

ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกัน คนของวินเซนโซก็แอบราดน้ำมันไปทั่วทั้งไร่องุ่น หลังจากนั้นเขาก็จุดไฟเผาไร่องุ่นจนราบเป็นหน้ากลอง ก่อนจะเดินจากไปอย่างเท่ ๆ ในมาดมาเฟียหนุ่มผู้หล่อเหลา ตามคำสั่งสุดท้ายของหัวหน้าที่ตายไปแล้ว

วินเซนโซเป็นลูกบุญธรรมของหัวหน้าแก๊งมาเฟียคาสซาโน แต่เปาโล ลูกชายขี้อิจฉาส่งมือปืนไปเก็บวินเซนโซที่อพาร์ตเมนต์ แต่วินเซนโซก็จัดการฆ่ามือปืนอย่างชิล ๆ และส่งคำเตือนไปให้เปาโลด้วยการระเบิดรถ พร้อมกับบอกว่าอย่ามายุ่งกับเขาอีก ไม่งั้นเขาจะระเบิดรถในขณะที่เปาโลอยู่ในนั้น

กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

วินเซนโซเดินทางมายังประเทศเกาหลี เมื่อเขามาถึงสนามบิน หน่วยงาน NIS ได้รับการแจ้งเตือนว่ามีคนในแก๊งอาชญากรรมเดินทางเข้าประเทศ แต่ดูเหมือนว่าหัวหน้าหน่วยจะไม่สนใจคำเตือนดังกล่าว

เมื่อวินเซนโซเรียกแท็กซี่ เขากลับโดนแท็กซี่ปล้นเงินซะอย่างนั้น ก่อนที่จะพาเขาไปปล่อยทิ้งไว้ที่กองขยะ และทิ้งเงินเอาไว้ให้ 5 หมื่นวอน (ประมาณ 1,300 บาท)

วินเซนโซจึงต้องขึ้นรถเมล์ไปกรุงโซล เป้าหมายของเขาคือทองคำจำนวนมหาศาลที่ถูกซ่อนเอาไว้ในชั้นใต้ดินลับของตึก ๆ หนึ่งในกรุงโซล ทองเหล่านี้เดิมทีเป็นของพวกมาเฟียชาวจีนที่ต้องการซ่อนทองคำเอาไว้ในที่ปลอดภัย

เนื่องจากซีรีส์ไม่ได้กล่าวถึง เราจึงไม่รู้ว่าหัวหน้าแก๊งมาเฟียชาวจีนเจ้าของทองอยู่ไหน แต่อย่างไรก็ตาม เรารู้ว่าวินเซนโซเป็นเจ้าของตึกที่เก็บทองเหล่านั้น

ตึกนี้มีผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดเล็ก ชั้นล่างสุดเป็นมีพระเป็นผู้เช่า และถูกใช้ประโยชน์เป็นสถานปฏิบัติธรรม

หลังจากนั้นเราก็จะได้รู้ว่า แม่ของวินเซนโซติดคุกอยู่ และทนายความที่ว่าความให้ก็เช่าอยู่ในตึกนี้

ว่าที่จริงตึกนี้มีแต่เรื่องฮาเต็มไปหมด อย่างตอนที่วินเซนโซมากินอาหารที่ร้านอาหารอิตาเลียนในตึก ปรากฏว่าเป็นร้านอิตาเลียนปลอม เขาถึงกับออกปากว่า ปลอมทั้งอาหารทั้งเจ้าของ (เจ้าของร้านพยายามใส่วิก ใส่หนวดปลอมเพื่อให้เหมือนคนอิตาเลียน)

บาเบลกรุ๊ป
บาเบลกรุ๊ปเป็นองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในเกาหลี คล้าย ๆ กับซัมซุง แต่การทำธุรกิจดูเหมือนจะมีความไม่ชอบมาพากลเหมือนธุรกิจทั่ว ๆ ไป บาเบลต้องการซื้อตึกของวินเซนโซ แต่แน่นอนว่าวินเซนโซไม่ยอมขาย เพราะในตึกมีทองมูลค่าหลายร้อยล้านซ่อนเอาไว้

พวกนักเลงที่ถูกส่งมาโดยบาเบลกรุ๊ปทำร้ายโจยองอุน (ผู้ดูแลตึกให้วินเซนโซ) และครอบครัวของเขา เพื่อบังคับให้เซ็นเอกสารขายตึก

เช้ารุ่งขึ้น ยองอุนโทร. ไปบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับวินเซนโซขณะที่เขากำลังขับรถอยู่ แต่ยังไม่ทันที่จะได้อธิบาย รถบรรทุกก็พุ่งเข้าชนรถของยองอุนอย่างแรง

ด้านพวกนักเลงที่ได้เอกสารการซื้อขายตึกแล้ว ก็มาที่ตึกเพื่อขับไล่ผู้เช่าออก และแจ้งว่าตึกนี้กำลังจะโดนทุบเพื่อสร้างใหม่ แต่แล้วพระเอกมาเฟียของเราก็ออกมาจัดการกับพวกนักเลงชั้นหางแถว เขามัดมือตัวนักเลงหัวโจก จากนั้นก็เอาตัวไปห้อยไว้นอกหน้าต่าง แล้วบอกว่าเขาจะเอาตึกนี้คืน รวมถึงต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้วย

ทนายความของแม่วินเซนโซ มีลูกสาวชื่อ ฮงชายอง (รับบทโดย จอนยอบิน) เป็นทนายความที่ทำงานให้กับบาเบลกรุ๊ป และเหตุการณ์นี้ทำให้วินเซนโซพบเธอเป็นครั้งแรก

Photos: tvN live on TVING (ภาพหน้าจอ)