สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Hello, Me! (2021) สวัสดีตัวเอง

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Hello, Me! (2021) สวัสดีตัวเอง

สปอยล์ซีรีส์ Hello, Me! สวัสดีตัวเอง : เธออยู่ในสภาพหมดอาลัยตายอยากจากชีวิตที่ล้มเหลว จนกระทั่งวันหนึ่ง … ได้พบกับตัวเองที่เด็ดเดี่ยวในวัยรุ่น ที่ก้าวเข้ามาเรียกร้องให้เธอเปลี่ยนตัวเอง

EP.1 ไม่มีความฝัน ไม่มีความหวัง

พันฮานี (รับบทโดย ชเวคังฮี) มีอาชีพเป็นพนักงานขายขนมกินเล่นชื่อ ‘ปลาหมึกแสนอร่อย’ เธอต้องแต่งเป็นมาสคอตปลาหมึกยักษ์ขายปลาหมึกที่บูธ แล้วจู่ ๆ ความซวยก็มาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อเด็กกินขนมปลาหมึกแสนอร่อยที่เธอขาย แล้วเกิดอาการแพ้จนต้องส่งตัวเข้าโรงพยาบาล

หลังจากเลิกงาน ความซวยซ้ำสองก็มาเยือน ฮานีโดนตำรวจจับ ข้อหาที่ไม่มาพบตำรวจตามหมายเรียก

แอนโธนี นักแสดงหนังคู่กรณีของฮานีเดินทางมาที่โรงพัก เขาแจ้งความเอาผิดเธอในคดีที่มีพฤติการณ์อันแสนจะแปลกประหลาด เรื่องมันมีอยู่ว่า หลังเสร็จจากเข้าฉากถ่ายหนังแอนโธนีหยิบกาแฟแก้วผิดมาดื่ม (เขาหยิบแก้วที่เป็นกาแฟลาเต้มาดื่ม ทั้ง ๆ ที่เขาแพ้นม) ทำให้ปวดท้องถ่ายหนัก เขาจึงวิ่งปลดทุกข์กลางทุ่งนาใกล้ ๆ กองถ่าย แล้วก็ให้บังเอิญว่าฮานีกำลังถ่ายรูปอยู่แถวนั้นพอดี แล้วเกิดไปถ่ายภาพของแอนโธนีโดยที่เธอไม่ได้ตั้งใจ ทีนี้แอนโธนีจึงเข้าใจว่าฮานีเป็นพวกสตอล์กเกอร์มาตามแอบถ่ายรูป เขาจึงคว้ากล้องของเธอแล้วทำลายมันจนพัง สุดท้ายฮานีก็ขอโทษที่ให้ร้ายเขาในโซเชียล แอนโธนีจึงยอมความให้

*** แอนโธนีไม่รู้และจำไม่ได้ว่าเธอคือพันฮานี ผู้หญิงที่เขารักฝังใจมาตั้งแต่สมัยเรียน

หลังออกจากโรงพัก ฮานีก็รีบแต่งตัวเพื่อไป ‘นัดบอด’ ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่หลังเจอคู่เดตได้ไม่นาน เขาก็รีบจ่ายค่าอาหารแล้วทิ้งเธอไปอย่างไร้เยื่อใย ท่ามกลางความรู้สึกแย่ของฮานี ซวยซ้ำหนัก เธอทำไวน์แดงหกใส่ตัวเองจนเปรอะไปทั้งตัว !

ต่อมา ฮานีได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดการร้านแจ้งว่าเธอโดนพักงาน จากดรามา ‘ปลาหมึกแสนอร่อย’ ในโลกโซเชียลที่เธอไปโต้เถียงกับแม่ของเด็กที่แพ้ปลาหมึก

ระหว่างฮานีเรียกแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน เธอเกิดทำโทรศัพท์หล่นกระเด็นกระดอนไปกลางถนน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ฝนเริ่มตกลงมา เธอจึงเดินออกไปเก็บโทรศัพท์ ทันใดนั้นรถบรรทุกที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงพุ่งตรงมาที่เธอ แต่แทนที่ฮานีจะรีบหลบ เธอกลับยืนอยู่อย่างนั้น และนึกถึงชีวิตของตัวเองเมื่อครั้นยังเป็นวัยรุ่นเมื่อ 20 ปีก่อน

ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมากระทบพื้นแตกกระจายเป็นละออง เสียงไซเรนของรถพยาบาลดังลั่น ฮานีกำลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และในขณะที่หมอกำลังทำ CPR ให้กับเธอ ในหัวของเธอกลับหวังให้ตัวเองหมดสติไปโดยไม่ต้องฟื้นกลับขึ้นมาอีกเลย !

สาวน้อยฮานีในวัย 17 ปี (รับบทโดย อีเร) ตอนนั้นเธอเป็นดาวสาวมัธยมปลาย ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ในตอนนั้น แอนโธนี (สมัยเรียนชื่อว่าซอนชิก) พยายามตามจีบเธอ แต่เธอก็ปฏิเสธเขา … สาวน้อยฮานีในวัย 17 ปีแตกต่างกับฮานีในวัย 37 ปีเหลือเกิน

สาวน้อยฮานีมีความฝันอยากเป็นนักร้อง แต่พ่อแม่ของเธอไม่เห็นด้วยและพยายามขัดขวางความฝันของเธอ วันหนึ่งเธอทะเลาะกับพ่อแม่ขณะอยู่บนรถ เวลานั้นฝนกำลังตกอยู่พรำ ๆ ฮานีเปิดประตูรถวิ่งออกมากลางถนน ในขณะที่รถบรรทุกกำลังพุ่งมาหาเธอด้วยความเร็วสูง เธอมองไปที่รถบรรทุกด้วยความคิดที่ว่าความฝันในชีวิตของเธอได้จบลงแล้ว (ฮานีในอดีตและปัจจุบันเชื่อมโยงกัน ณ จุดนี้)

ฮานี (ในวัย 37 ปี) คิดว่าตัวเองตายไปแล้ว เธอลืมตาตื่นขึ้นมาขณะนอนอยู่บนเตียงที่โรงพยาบาล ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงเด็กสาวที่นอนอยู่เตียงข้าง ๆ พูดกับพยาบาล ซึ่งบอกวันเดือนปีเกิดรวมถึงชื่อพ่อแม่ตรงกับเธอเป๊ะ ด้วยความตกใจ เธอจึงเปิดผ้าม่านไปดูและเห็นตัวเธอเองในวัย 17 ปี (ที่เดินทางมาจากอดีต) ฮานีตาเบิกกว้างด้วยอาการตกตะลึง !

EP.2 เมื่อรู้ว่าอนาคตเป็นคนขี้แพ้

ฮานีรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นตัวเองในวัยรุ่นมาอยู่ต่อหน้า เธอตบหน้าตัวเองเพราะคิดว่ามันเป็นแค่ความฝัน แต่แล้วเธอก็พบว่าเด็กสาวที่อยู่ต่อหน้าคือตัวเธอสมัยยังเป็นวัยรุ่นจริง ๆ

สาวน้อยฮานี (วัยรุ่น) งงงวยเป็นอย่างมากและไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงอยู่มาอยู่ในอนาคตได้ เธอเริ่มรู้สึกสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเมื่อกลับมาที่บ้านปรากฏว่าบ้านของเธอหายไป จากนั้นเธอก็ร้องไห้เมื่อได้รู้ว่าพ่อแม่ไม่อยู่แล้ว

ต่อมา สาวน้อยฮานีได้รู้ว่าครอบครัวของเธอย้ายไปอยู่ที่อื่น และยังได้รู้อีกว่าตัวเธอในอนาคตอาศัยอยู่อพาร์ตเมนต์ของฮายอง พี่สาวของเธอ โดยต้องทำงานเป็นคนทำความสะอาดบ้าน ซ้ำร้ายตอนนี้ยังตกงานอีกด้วย เธอรู้สึกแย่มาก ๆ ที่ได้รู้ถึงความเหลวแหลกของชีวิตในอนาคตของเธอ มันทำให้เธอยิ่งรู้สึกเศร้าหนักไปกว่าเดิม เธอไม่นึกเลยว่าตัวเองจะกลายเป็นคนขี้แพ้ได้ขนาดนี้

ฮันยูฮยอน (รับบทโดย คิมยองกวัง) เขาเป็นคนที่ช่วยฮานีจากการโดนรถบรรทุกชน ยูฮยอนเป็นหนุ่มเพลย์บอยที่เกิดในครอบครัวร่ำรวยระดับเศรษฐีอู้ฟู่วัย 30 ปี แต่ด้วยความเหลวไหลไม่เอาไหน ทำให้พ่อของเขาท้าทายให้เขาพิสูจน์ตัวเอง ด้วยการหาเงินให้ได้ 1 ล้านวอนภายใน 1 สัปดาห์ (ประมาณ 27,xxx บาท) ถ้าทำไม่ได้เขาจะถูกไล่ออกจากบ้าน

ยูฮยอนพยายามหางาน สุดท้ายไปจบลงด้วยการเป็นหมอนวด และรายได้ที่เขาหามาได้ทั้งหมดตลอด 1 สัปดาห์คือ 28,700 วอน หรือประมาณ 780 บาท ช่างน่าภูมิใจจริง ๆ สำหรับเงินที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรง … ยูฮยอนโดนพ่อไล่ออกจากบ้าน ว่าที่จริงต้องใช้คำว่าถีบหัวส่งออกจากบ้าน ด้วยสภาพที่มี กกน. ปิดบังร่างกายอยู่เพียงชิ้นเดียว !

ยูฮยอนเดินย่ำต๊อกอยู่ข้างถนน แล้วความซวยที่แท้จริงก็มาเยือน เขาโดนตำรวจจับข้อหาอนาจาร ณ ห้องขังบนโรงพักนี้เองที่ฮานีกับยูฮยอนได้พบกัน นับเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดดีจริง ๆ

หลังจากนั้นยูฮยอนก็เขากลับบ้าน พ่อของเขาจึงเอาใบเสร็จค่าใช้จ่ายที่ยูฮยอนนำไปใช้กับเรื่องเหลวไหลในช่วงที่ผ่านมา พ่อบอกกับเขาว่าถ้ายังหาเงินมาใช้หนี้ 1.82 พันล้านวอนไม่ได้ก็ไม่ต้องโผล่หัวกลับมาบ้าน !

EP.3 หมอผีแชมัน

ฮานีตบหน้าสาวน้อยฮานี ก่อนที่จะบอกว่าชีวิตของเธอตกต่ำย่ำแย่แค่ไหน … สาวน้อยฮานีเมื่อโดนตบหน้าก็ไล่ให้ฮานีไปตายซะ ถ้าชีวิตมันจะน่าอนาถขนาดนั้น แต่เธอไม่เชื่อหรอกว่า ฮานีได้พยายามลุกขึ้นสู้อย่างถึงที่สุดก่อนที่ชีวิตมันจะย่ำแย่ห่วยแตกถึงขนาดนี้

สาวน้อยฮานีเมื่อเห็นสภาพน่าสมเพชของตัวเองในอนาคต จึงคิดที่จะหาทางแก้ไขโดยเร็ว ก่อนที่ทั้งสองจะเห็นตรงกันว่าต้องหาทางพาสาวน้อยฮานีกลับไปสู่อดีตให้ได้

สองสาวฮานีหาดูคลิปยูทูบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลา แต่เหมือนมันจะช่วยอะไรไม่ได้มากนัก แต่อยู่ดี ๆ หมอผีแชมัน (คนทรง) ก็เดินเข้ามาทักว่าทั้งสองมีโชคชะตาเดียวกัน ถ้าไม่ใช่ผีก็ต้องเป็นคนคนเดียวกัน ทำเอาพวกเธอถึงกับนิ่งอึ้งในทันที

หลังจากนั้นหมอผีแชมันยังบอกอีกว่า เห็นไม้กางเขนขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังของสาวน้อยฮานี แสดงว่ามีคนใกล้ชิดที่เป็นคริสเตียน (หรือคาทอลิก) สาวน้อยฮานีถึงกับอึ้งในความแม่นของแชมัน เพราะคุณย่าของเธอเป็นคาทอลิก แถมยังทายว่าในครอบครัวมีคนทำอาชีพขับรถ (พ่อของฮานีเป็นคนขับรถแท็กซี่) แต่ฮานีดูจะไม่ค่อยเชื่อ เพราะครอบครัวไหนก็มีคนเป็นคริสเตียนและขับรถทั้งนั้น แต่สาวน้อยฮานีก็มองว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่เธอจะได้กลับไปสู่โลกของเธอในอดีต

หมอผีแชมันบอกให้หาเหตุผลว่าอะไรที่ทำให้พวกเธอมาอยู่ด้วยกันที่นี่ และพิธีจะเริ่มทำเมื่อฝนตกหนัก ที่ขาดไม่ได้เลยคือค่าครูในการทำพิธี 5 ล้านวอน (1.4 แสนบาท)

จากรายงานพยาการณ์อากาศฝนจะยังไม่ตกลงมาเร็ว ๆ นี้ ทำให้พวกเธอต้องรอการทำพิธี สาวน้อยฮานีจึงอาศัยช่วงเวลานี้พยายามปลุกเร้าให้ฮานีสู้กับชีวิต และขอให้เธอลุกขึ้นมาทำเอะไรพื่อตัวเองบ้าง และดูเหมือนว่าฮานีจะเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นแทนที่จะหมกมุ่นอยู่กับความน่าสมเพชตัวเอง

ตัดภาพมาที่ยูฮยอนที่ตอนนี้มาทำงานร้านอาหารของพ่อ ซึ่งพ่อของเขายื่นข้อเสนอว่าถ้าเขาทำงานได้ครบ 100 วัน พ่อจะยกหนี้ก้อนโตทั้งหมดให้ (1.82 พันล้านวอน หรือ เกือบ 50 ล้านบาท)

สองสาวฮานีกลับไปอพาร์ตเมนต์ของพี่สาว แต่พวกเธอถึงกับช็อกเมื่อเห็นว่าฮายองกลับมาแล้ว เมื่อฮายองเห็นน้องสาวของตัวเอง คนเดียวแต่สองเวอร์ชันอยู่เบื้องหน้า !

EP.4 เต้นประท้วง

สองฮานีป๊ะเข้ากับฮายอง (พี่สาวของพวกเธอ) ที่อพาร์ตเมนต์ ทั้งสามคนต่างช็อกนิ่งไปหลายวินาที ฮายองสงสัยว่าทำไมทั้งสองจึงหน้าเหมือนกันมาก สาวน้อยฮานีจึงแกล้งทำเป็นว่าเธอเป็นลูกสาวของฮานี แทนที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ตรงกันข้ามกลับทำให้แย่ลง เมื่อฮายองไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าน้องของเธอแอบไปมีลูกมาตอนไหน

สองสาวฮานีโดนไล่ออกจากอพาร์ตเมนต์ จึงไปเช่าโรงแรมจิ้งหรีดอยู่กันไปพลางก่อน ระหว่างที่สาวน้อยฮานีกำลังแช่อ่างอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์ เธอก็เกิดไอเดียว่าอยากมีที่อยู่เป็นส่วนตัว จึงไปหาฮายองอีกครั้งเพื่อขอเงิน (จริง ๆ ต้องใช้คำว่าไปขู่เอาเงิน) ฮายองเซ็นเช็คให้มา 10 ล้านวอน (2.7 ล้านบาท) เมื่อได้เงินมา ทั้งสองจึงไปหาห้องเช่าอยู่ ซึ่งเป็นห้องเช่าที่อยู่ใกล้ ๆ กับที่ยูฮยอนเพิ่งมาเช่าอยู่เช่นกัน

วันต่อมา สองสาวได้ไปเต้นประท้วงเพื่อทวงความยุติธรรมที่หน้าบริษัทโจอาขนมขบเคี้ยว พ่อของยูซึ่งเป็นประธานบริษัทมาเห็นเข้า จึงคิดแผนอะไรบางอย่างขึ้นมา โดยรับฮานีเข้ามาทำงานที่แผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท

ฮานีดีใจเป็นอย่างมากที่ได้งานทำ และเป็นงานที่ดีกว่าเดิมมาก ระหว่างที่กำลังเลือกซื้อชุดทำงาน สาวน้อยฮานีได้เห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ขาของฮานี ซึ่งทำให้ฮานีไม่เคยใส่กระโปรงเลย เพราะอายรอยแผลเป็นนั้น

ความจริงแล้ว รอยแผลเกิดขึ้นเพราะสาวน้อยฮานียืนให้รถบรรทุกชนในวันนั้น และวันนั้นเป็นวันที่ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปหลายอย่าง หากทว่าฮานีเก็บความลับเรื่องเหล่านี้เอาไว้ไม่ให้สาวน้อยฮานีได้รู้ ว่าแท้จริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มันเริ่มต้นขึ้นจากสิ่งที่สาวน้อยฮานีทำในอดีต

ในวันเริ่มต้นการทำงานวันแรก ฮานีไปถึงที่ทำงานสาย และดูเหมือนว่าโอจีอึนซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกจะมีสีหน้าไม่พอใจ แต่เมื่อฮานีแนะนำตัวเอง จีอึนก็ถึงกับอึ้งและตกตะลึงเมื่อได้ยินชื่อ “พันฮานี” !

EP.5 ดาวดวงใหม่มาจุติ ?

การทำงานวันแรกของพันฮานีที่โจอาขนมขบเคี้ยวเป็นไปอย่างทุลักทุเล แต่เธอก็ดูมีความมุ่งมั่นและมีความหวังกับโอกาสที่ได้รับ แม้จะซุ่มซ่ามกาแฟหกใส่จนทำให้ไปทำงานสายก็ตาม เมื่อมาถึงที่แผนก ฮานีแนะนำตัวเองกับเพื่อนร่วมงาน นั่นทำให้หัวหน้าแผนกอย่างโอจีอึนถึงกับอึ้ง ที่ได้พบกับไอดอลของเธอเมื่อสมัยเรียนมัธยมปลาย ซึ่งมันคอนทราสต์แตกต่างกับปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง

จีอึนแนะนำตัวเองกับฮานี ทำให้ฮานีรู้สึกประหลาดใจที่จึอึนเปลี่ยนไปมากจนจำไม่ได้ จากเมื่อก่อนเป็นเด็กที่ขาดความมั่นใจ มาตอนนี้กลับเป็นสาวที่ดูดีและมีหน้าที่การงานดี ตรงกันข้ามกับจีอึนที่รู้สึกผิดหวังกับฮานี เด็กสาวที่เธอเคยยกให้เป็นไอดอล

ตัดภาพมาที่สาวน้อยฮานีซึ่งนอนเพิ่งตื่น (เธอบอกว่าคนสวยมักจะนอนขี้เซา ) รู้สึกหิวจึงออกไปหาอะไรกิน ระหว่างนั้นเธอเกิดไปเห็นโฆษณาเปิดรับนักแสดง สาวน้อยฮานีถึงกับตาลุกวาวเป็นประกายขึ้นมาทันที พลางคิดในใจว่าดาวดวงใหม่ได้มาจุติแล้ว

หลังจากนั้น สาวน้อยฮานีก็แอบเข้าไปขโมยเสื้อผ้าที่อพาร์ตเมนต์ของฮายอง แต่สุดท้ายก็โดนจับส่งตำรวจ ฮานีและฮายองจึงต้องมาช่วยเคลียร์ให้ ฮายองบอกให้ฮานีออกไปจากชีวิตเธอซะ แค่เห็นหน้าก็ขยะแขยง เพราะฮานีเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อต้องตาย

ภาพแฟลชแบ็กย้อนกลับไปในวันที่เกิดเหตุรถบรรทุกชนเมื่อ 20 ปีก่อน พ่อเป็นคนผลักฮานีออกไป ทำให้ท่านโดนรถบรรทุกชนจนเสียชีวิต มันเป็นปมที่อยู่ในใจฮานีมายาวนานกว่า 20 ปี โดยที่สาวน้อยฮานีไม่รู้เลยว่า เหตุการณ์นี้ได้เปลี่ยนชีวิตเธอและคนในครอบครัวไปตลอดกาล

ในวันถ่ายหนังโฆษณาของโจอาขนมขบเคี้ยว แอนโธนีได้มาเป็นตัวแสดงนำ โดยเขาต้องใส่ชุดปลาหมึกแสนอร่อยเต้น ตอนแรกเขาไม่พอใจกับงานนี้เป็นอย่างมากเพราะมันทำให้เขาดูเหมือนตัวตลก แต่สุดท้ายเขาก็ยอมทำอย่างไม่เต็มใจนัก ในขณะที่สาวน้อยฮานีได้แสดงเป็นตัวสาหร่ายโนริที่ต้องทาหน้าดำ

ในตอนท้าย ฮานีบังเอิญเดินไปชนเข้ากับสาวน้อยฮานีที่อยู่ในชุดสาหร่ายโนริ ฮานีจึงวิ่งไล่ตามพร้อมตะโกนว่า “พันฮานี” เมื่อแอนโธนีได้ยินชื่อพันฮานี เขาถึงกับสะดุ้งขึ้นมาทันที เพราะมันคือชื่อของผู้หญิงที่เขารักอย่างฝังใจมาตั้งแต่สมัยเรียน

EP.6 พลเมืองผู้กล้าหาญ

หลังจากฮานีวิ่งไล่ตามสาวน้อยฮานีไปแต่หาไม่เจอ หลังจากนั้นเธอก็จะไปทำงานสำคัญที่ได้รับมอบหมาย โดยยูฮยอนเสนอตัวที่จะขับรถไปส่ง

หลังจากขนม 4 กล่องใหญ่ที่ใช้ในวันเปิดตัวถูกผลิตใส่กล่องจนเสร็จสรรพ แต่ระหว่างทางฮานีกับยูฮยอนเกิดไปเจอเด็กนักเรียนกำลังจมน้ำ ฮานีจึงตัดสินใจรีบเข้าไปช่วย เธอนำเอาขนมขบเคี้ยวมาทำเป็นห่วงชูชีพ โดยใช้สกอตช์เทปยึดติดขนมพวกนั้นเอาไว้

ระหว่างนั้น ฮานีกลับมาที่ออฟฟิศพร้อมกับข่าวร้าย ขนมที่เธอได้รับมอบหมายให้ไปเอามันเกิดเสียหายทั้งหมด จีอึนโมโหมากแต่พยายามควบคุมอารมณ์ไว้ และเรียกฮานีไปต่อว่าเป็นการส่วนตัว พร้อมกับบอกให้เลิกขอโทษแล้วแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยการออกจากแผนกไปซะ เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ฮานีจึงตัดสินใจที่จะลาออกเพื่อรับผิดชอบกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ในขณะที่สาวน้อยฮานีสังเกตท่าทางการกินขนมปังสลัดของแอนโธนี ทำให้นึกถึงยังชุนซิก เด็กนักเรียนโรงเรียนโฮซูที่ตามจีบเธอ และเมื่อเห็นไฝที่บริเวณคอของเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าใช่แน่นอน ทีนี้ สาวน้อยฮานีจึงแกล้งเอานมไปใส่ในกาแฟของแอนโธนี แล้วเขียนข้อความไว้ที่กระจกว่า “เธอรู้ว่าเขาทำเรื่องอะไรไว้เมื่อตอนอายุ 17” เพื่อพิสูจน์ให้แน่ใจว่าแอนโธนีคือชุนซิก

แอนโธนีสร้างภาพมาโดยตลอดว่าเขาเติบโตที่อเมริกา ไม่ใช่ยังชุนซิก เด็กชายหน้าตาขึ้เหร่ที่เรียนโรงเรียนมัธยมโฮซูตามข่าวลือ และหน้าตาของเขาก็หล่อเหลาแบบนี้มาตั้งแต่เกิด ไม่ใช่เพราะการทำศัลยกรรม !

ระหว่างนั้น สาวน้อยฮานีได้โดนลูกน้องของแอนโธนีกล่าวโทษที่เธอไปเขียนข้อความเอาไว้บนกระจก และยืนยันว่าข่าวลือที่เธอได้รับมาว่า แอนโธนีคือยังชุนซิกนั้นไม่เป็นความจริง สาวน้อยฮานีเธอจึงหยิบรูปที่ถ่ายจากตู้สติกเกอร์ที่ถ่ายคู่กับชุนซิกออกมา แล้วบอกก่อนไปว่าอย่ามายุ่งกับเธออีก ไม่เช่นนั้นรูปพวกนี้จะถูกปล่อยในอินเทอร์เน็ต

เมื่อสาวน้อยฮานีไปแล้ว แอนโธนีจึงออกมาแล้วขอดูรูป เขาถึงกับอึ้งกิมกี่ไปหลายวินาที ก่อนจะเอ่ยปากออกมาว่า “พันฮานี !!!”

ถัดมาอีกวันข่าววีรกรรมของฮานีกลายเป็นข่าวโด่งดัง เมื่อคลิปที่เธอช่วยเหลือเด็กโดยใช้ขนมขบเคี้ยว และยกย่องฮานีว่าเป็นพลเมืองผู้กล้าหาญ หลังจากนั้น ในขณะที่ฮานีกำลังถือหนังสือลาออกเอาไว้ในมือเตรียมจะยื่นให้จีอึน ทันใดนั้นเหตุการณ์กลับพลิกผัน เมื่อจีอึนเข้ามาชื่นชมฮานีว่า “ทำงานได้ดี”

ระหว่างการจัดเลี้ยงฉลองการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ประสบความสำเร็จ ฮานีพบกับจีอึนในห้องน้ำในสภาพที่เมาแอ๋กันทั้งคู่ ฮานีให้คำมั่นกับจีอึนว่าต่อไปนี้เธอจะพยายามทำงานให้ดี และเธอจะไม่เป็นคนขี้ขลาดยอมแพ้อะไรง่าย ๆ อีกต่อไป

ฮานีเดินกลับห้องพักด้วยความเมามาย แต่ในใจเธอรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่เธอมีความสุขที่สุดในรอบ 20 ปี เธอบังเอิญเจอกับยูฮยอน หลังคุยกันแป๊บเดียว ฮานีก็ล้มพับหมดสติไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ ยูฮยอนจึงแบกเธอขี่หลังเพื่อพาเธอกลับไปส่งที่ห้อง แต่ก่อนจะถึงเธอได้สติขึ้นมาแล้วพูดว่า เธอได้ขี่หลังยูฮยอนทำให้เธอคิดถึงพ่อ เพราะเมื่อตอนเด็กพ่อมักจะให้เธอขี่หลังเป็นประจำ

เป็นจังหวะเดียวกับที่แอนโธนีตามมาหาฮานีที่ห้องของเธอ เมื่อเข้าเปิดประตูเข้าไปก็เจอกับยูฮยอนนั่งอยู่ และร่างของฮานีที่นอนหลับใหลไม่ได้สติ

EP.7 พิสุูจน์ตัวเอง

ยูฮยอนให้ฮานีขี่หลังพากลับมาที่ห้องพัก ระหว่างนั้นเองแอนโธนีก็ได้ตามมาที่ห้องของฮานีเช่นกัน ทำให้แอนโธนีได้รู้ความจริงที่ทำให้เขารู้สึกขบขันตัวเองว่า ฮานีหญิงสาวผู้เป็นรักแรกของเขาและเป็นดาวโรงเรียน วันเวลาผ่านไป 20 ปี เธอจะกลายเป็น ‘ยัยแหนมตุ้มจิ๋ว’ !

นั่นเป็นเพราะแอนโธนีคิดมาตลอดว่าพันฮานีคือผู้หญิงที่สูงส่งเหนือเขา แต่กลับกลายเป็นว่า พันฮานีในตอนนี้เป็นยัยตุ้มจิ๋ว ที่มีชีวิตอันโหลยโท่ย พักอยู่ห้องเช่าบนชั้นดาดฟ้าถูก ๆ มันเหมือนปลดปล่อยรักแรกที่ค้างคาใจเขามาตลอด 20 ปีไปหมดสิ้น

และเราก็ได้รู้อีกว่า ยูฮยอนคือเด็กขี้แยที่ฮานีเคยช่วยจากการโดนเพื่อนรังแก ทำให้ยูฮยอนรู้สึกดีกับเธอนับแต่นั้น (แต่ฮานีจำไม่ได้)

ที่บริษัท โอจีอึนบอกกับฮานีว่าการที่จะทำงานในแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่านี้ แม้ว่าที่ผ่านมาจะทำได้ดี แต่ก็เป็นเพียงเพราะโชคช่วย ฮานีพยายามคิดถึงคำว่า “พิสูจน์ตัวเองว่าเหมาะกับแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์” แล้วก็สงสัยว่ามันต้องทำยังไง ?

ให้บังเอิญว่าจังหวะนั้น โจอาขนมขบเคี้ยวมีปัญหาเกี่ยวกับขนม ‘โจอาสตรอว์’ มียอดขายตกลงอย่างมีนัยสำคัญ ทางทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้วิเคราะห์ว่า เกิดจากการเปลี่ยนวัตถุดิบ เดิมเป็นสตรอเบอรี่ออแกนิกที่มีราคาแพงเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบชนิดอื่นที่ถูกกว่า ทำให้รสชาติขนมดร็อปลง ดังนั้น ทีมของจีอึนจึงต้องไปเจรจากับชาวสวน เพื่อให้กลับมาป้อนวัตถุที่มีคุณภาพเหมือนเดิม … แต่

ชาวสวนไม่พอใจที่โจอาฯ ทำผิดข้อตกลง พวกเขาจึงจะไม่ทำธุรกิจกับโจอาฯ อีกต่อไป … ฮานีที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ตลอดจึงคิดที่จะทำอะไรบางอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเอง อย่างที่จีอึนเคยแนะนำ ฮานีจึงโทร. ไปหายูฮยอน ซึ่งมีความสามารถด้านการทำอาหารระดับเชฟกระทะเหล็ก เพื่อขอสูตรการทำอาหารโดยใช้วัตถุดิบเป็นสตรอเบอรี่

ผ่านไปสักพักใหญ่ ฮานีทำอาหารอันหลากหลาย เธอลองให้ชาวสวนได้ลองชิมรสชาติสตรอเบอรี่ของพวกเขา แล้วเธอก็พูดออกมาว่า สตรอเบอรี่ของที่นี่มีคุณภาพดีกว่าที่อื่น ดังนั้น เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ของดีแบบนี้จะหมดไป สุดท้ายชาวสวนจึงยอมกลับมาป้อนวัตถุดิบให้โจอาขนมขบเคี้ยวอีกครั้ง

หลังเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้จีอึนชื่นชมในตัวฮานีเป็นอย่างมาก และทำให้ฮานีมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เธอกล่าวกับจีอึนด้วยความมั่นใจว่า เธอจะเข้าการแข่งขันประกวดผลงานในบริษัท

EP.8 จิตอาสา

ฮานีบอกกับจีอึนว่า เธอจะเข้าแข่งขันการประกวดผลงานภายในบริษัท และจะทำให้ดีที่สุดเพื่อพิสูจน์ว่า เธอเหมาะที่จะเป็นหนึ่งในทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ … จากนั้นฮานีก็โทร. ไปหายูฮยอนเพื่อขอให้เขาร่วมมือกันทำผลงานเพื่อส่งประกวด ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ปฏิเสธ

ระหว่างนั้น ชื่อของแอนโธนีก็ได้ขึ้นเทรนด์ในโลกโซเชียลอีกครั้ง ไม่ใช่เทรนด์ในด้านบวก แต่เป็นเทรนด์ที่ชาวเน็ตล้อเรื่องที่เขาโพสต์รูปลงไอจี แล้วพิมพ์แคปชั่นผิดทุกคำ ทุกคำจริง ๆ แตงโมก็พิมพ์เป็น “แตงเมีย” ขอบคุณก็พิมพ์เป็น “ของเตียง”

ทีนี้ผู้จัดการของแอนโธนีจึงคิดแผนเบี่ยงเบนความสนใจ โดยการจัดงานจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคม และผู้ที่มาร่วมเป็นอาสาก็คือคนที่เคยเมนต์ต่อว่าเขาในโซเชียล แลัวทำข้อตกลงเพื่อที่จะไม่ถูกดำเนินคดี ซึ่งก็มีฮานีและยูฮยอนอยู่ในลิสต์ด้วย

งานจิตอาสาผ่านไปด้วยดี ภาพลักษณ์ของแอนโธนีดีขึ้นมาทันตาเห็น กลบข่าวเชิงลบก่อนหน้านี้จนหมด … จากนั้นแอนโธนีก็พาไปเลี้ยงขอบคุณที่ร้านไก่ทอด เรื่องก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไร ถ้าแอนโธนีไม่ได้กินไก่ทอดเข้าไป (ไก่ทอดร้านนี้หมักนมเพื่อดับคาว/แอนโธนีแพ้นม กินอาหารผสมนมเมื่อไร ไส้รั่วทุกที)

ห้องน้ำแทบระเบิด !

ด้วยพลานุภาพอุนจิของแอนโธนีทำให้ส้วมตัน คนที่เข้าห้องน้ำคนต่อไปจึงออกมาโวยวายกลางร้านว่า “ใครทำส้วมตัน ?” แอนโธนีนั่งนิ่งปากซีด เพราะถ้าเรื่องนี้ถูกพูดถึงในโลกโซเชียล ชื่อเสียงของเขาคงย่อยยับ โดนล้อไปตลอดชีวิตแน่นอน แต่แล้วฮานีก็ออกมารับหน้าแทนว่าเธอเป็นคนทำให้ส้วมเต็มเอง เพราะเธอท้องผูกไม่ได้เข้าห้องน้ำมาเกือบอาทิตย์แล้ว พร้อมกับเข้าไปปั๊มส้วมให้

แอนโธนีซาบซึ้งสิ่งที่พันฮานีทำให้เขามาก ความรู้สึกที่มองพันฮานีเป็นดาวจรัสฟ้า เปล่งประกายอยู่ในใจเขากลับมา เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เขากลับมาชอบพันฮานีเหมือนในวัยเด็กอีกครั้ง

เมื่อกินกันเสร็จเรียบร้อย แอนโธนีจึงอาสาฮานีไปส่งบ้าน ซึ่งยูฮยอนก็ขอติดรถมาด้วย เมื่อมาถึงที่ห้องพักของฮานีแล้ว แอนโธนีก็ได้ยืนประจันหน้ากับยูฮยอนแล้วถามกับเขาว่า “นายชอบพันฮานีเหรอ ?”

ยูฮยอนบิดไปบิดมา อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พักหนึ่งแล้วตอบว่า “ใช่ ฉันชอบ”

EP.9 อายุครรภ์ 6 สัปดาห์

พันฮานีกับสการ์เล็ตต์ (สาวน้อยฮานี) กลับมาถึงห้อง ก็พบข้าวของกระจัดกระจายเหมือนโดนโจรขึ้นบ้าน แอนโธนีกับยูฮยอนจึงตามเข้ามาดู สักพักไฟก็เกิดดับ พร้อมกับเงาของคนปริศนาที่หน้าต่าง หรือว่าจะเป็นผี ? ฮานีจึงงัดอุปกรณ์ไล่ผีออกมา ไม่ว่าจะเป็นกระเทียมเอยไม้กางเขนเอย

ระหว่างที่กำลังสำรวจผีอยู่ด้านนอกอยู่นั้น ร่างของคนที่ดูเหมือนผีก็ห้อยต่องแต่งลงมา ทั้ง 4 ต่างพากันตกใจร้องเสียงหลง โดยเฉพาะแอนโธนีที่ถึงกับช็อกจนสลบเหมือดไปในอ้อมแขนของยูฮยอน แต่เมื่อฮานีสังเกตเห็นผีใส่รองเท้าผ้าใบ เธอก็นึกแปลกใจว่าปกติผีไม่ใส่รองเท้านี่นา ทั้งหมดจึงวิ่งไล่ตามผีไป จนสุดท้ายก็ตามไปทันจนจับได้ ผีปลอมคนนั้นเธอคือลูกสาวของเจ้าของห้องเช่านั่นเอง

ส่วนสาเหตุที่ต้องมาหลอกก็เพราะเธออยากได้ห้องที่ฮานีเช่ามาทำเป็นสตูดิโอ แต่แม่ของเธอไม่ยอม เธอจึงแกล้งเป็นผีมาหลอกคนเช่าให้ย้ายออกไป บทสรุปของเรื่องนี้ทำให้ฮานีได้ลดค่าเช่าลงไปอีกเดือนละ 50,000 วอน (หรือประมาณ 1,400 บาท)

ด้านศึกชิงนางระหว่างยูฮยอนกับแอนโธนีก็ดูจะเข้มข้นขึ้นไปอีก เมื่อยูฮยอนประกาศกับแอนโธนีว่า ต่อไปนี้เขาจะเริ่มจีบฮานีอย่างจริงจัง ซึ่งแอนโธนีก็หัวเราะที่ว่าทำไมผู้ชายอย่างยูฮยอนถึงได้มาฝั่งใจกับผู้หญิงแก่ ๆ หน้าตกกระที่อายุมากกว่า แถมยังมีลูกแล้วอย่างพันฮานี (จริง ๆ ตัวเองก็ชอบฮานีเหมือนกันแหละ แต่ทำเป็นพูดดีไปงั้น)

หลังจากเรื่องผีจบไป ฮานีได้เสนอไอเดียกับยูฮยอนเรื่องการประกวด ซึ่งเธอเสนอว่าให้ทำขนมที่คนอยากกินแต่กินไม่ได้เพราะอาการแพ้อาหาร ระหว่างนั้นประธานฮัน พ่อของยูฮยอนเห็นทั้งคู่ร่วมมือกันก็แฮปปี้ เพราะเขาเชื่อว่าฮานีจะจะเป็นคนที่กระตุ้นให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น

สการ์เล็ตต์ถูกทาบทามให้เซ็นสัญญาอยู่บริษัทเดียวกับแอนโธนี เพื่อหวังที่จะดึงฮานีให้ใกล้ชิดกับแอนโธนีมากขึ้น ถ้าสำเร็จก็จะเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือ ได้ทั้งดาราเด็กสาวในสังกัดอนาคตไกล อีกทั้งยังทำให้แอนโธนีสมหวังอีกด้วย

ด้านจีอึนรู้สึกปวดท้อง เธอจึงไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจดูอาการ ผลปรากฏว่าเธอท้องได้ 6 สัปดาห์แล้ว แน่นอนว่าจีอึนดีใจ แต่ก็อดกังวลไม่ได้ที่ก่อนหน้านี้เธอทั้งร้องทั้งเต้นทั้งดื่มจนเมามาย อย่างไรก็ตาม โดยุนผู้เป็นสามีก็ยิ้มอย่างมีความสุข พร้อมกับเตรียมต้อนรับสมาชิกคนใหม่ของครอบครัว

ด้านแม่ของฮานีก็โทร. มาชวนให้มาเจอคุณย่า ก่อนที่ท่านจะเข้าไปอยู่ที่บ้านพักคนชรา เมื่อสการ์เล็ตต์รู้เธอจึงบอกกับฮานีว่าอยากไปเห็นหน้าย่าสักครั้ง แต่ฮานีปฏิเสธ เพราะกลัวว่าถ้าแม่เห็นแล้วจะเกิดเรื่อง

แต่ใครจะไปห้ามเธอได้ สการ์เล็ตต์แอบเข้าไปหาย่าที่อพาร์ตเมนต์ของฮายอง เธอแอบย่องเข้าไปในห้องขณะที่คุณย่ากำลังหลับ ทันใดนั้นเอง คุณย่าก็ตื่นขึ้นพร้อมกับเอ่ยเรียกหลานรักว่า “เจ้าหมาน้อยของย่า”

EP.10 สวมแว่นกันแดดตอนกลางคืน

คุณย่าเข้ามาสวมกอดสการ์เล็ตต์ (สาวน้อยฮานี) จากนั้นคุณย่าก็ให้ที่ชาร์จโทรศัพท์รุ่นเก่า (ที่ชาร์จที่ใช้กับโทรศัพท์รุ่นเก่าของเธอที่พกมาจากอดีต) เมื่อสการ์เล็ตต์กำลังจะกลับ แม่ของเธอก็กลับมาพอดีเช่นกัน แม่แปลกใจมากที่สการ์เล็ตต์หน้าเหมือนฮานีในวัยเด็ก จากนั้นสการ์เล็ตต์ก็รีบวิ่งหนีไปโดยทำที่ชาร์จโทรศัพท์ที่คุณย่าให้หล่นเอาไว้

หลีงฮานีไปแล้ว แม่จึงเอาที่สายวางไว้ เมื่อคุณย่าเห็นก็โวยวายออกมาเป็นการใหญ่ บอกว่าถ้าไม่มีที่ชาร์จอันนี้ฮานีจะต้องตาย ขอให้แม่รีบเอาไปให้ฮานีทันที … เมื่อสการ์เล็ตต์ลองเอามาเสียบชาร์จโทรศัพท์ของเธอ ก็ไม่มีอาการตอบสนอง (อาจเป็นเพราะแบตหมดเกลี้ยงเป็นเวลานาน)

ด้านประธานฮันไปพบหมอ ปรากฏว่าอีกไม่นานเขาจะตาบอด ไม่มีหนทางรักษา ทำได้ดีที่สุดเพียงแค่ช่วยยืดเวลาออกไปเท่านั้น ประธานฮันตัดสินใจที่ไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใครด้วยเหตุผลบางอย่าง คืนนั้นเขาสวมแว่นกันแดดนั่งบนม้านั่งด้านนอกบริษัทฯ เมื่อยูฮยอนเดินผ่านมา เขาจึงชวนไปกินข้าว ยูฮยอนจึงแซวพ่อว่ากลางคืนทำไมยังใส่แว่นกันแดดอยู่อีก

ฮานีเจอหนังสือสัญญาเป็นดาราในสังกัดของสการ์เล็ตต์ เธอไม่พอใจอย่างมากจึงเดินทางไปที่บริษัท ระหว่างที่ถกเถียงกันอยู่นั้น นางแบบที่มาถ่ายแบบในวันนั้นเกิดเดินสะดุดสายไฟจนต้องเข้าโรงพยาบาล ช่างภาพเหลือบไปเห็นฮานีจึงขอให้เธอมาเป็นนางแบบจำเป็น แต่ไม่ว่าจะพูดยังไงเธอก็ไม่ยอม จนสการ์เล็ตต์ให้สัญญาว่าถ้าฮานียอมถ่ายแบบ เธอจะไม่สร้างเรื่องวุ่นวายอีกต่อไป ก็เลยกลายเป็นการถ่ายแบบครอบครัวพ่อแม่ลูก โดยที่แอนโธนียิ้มแก้มปริ (แม้จะเป็นแค่ครอบครัวทิพ แต่แอนโธนีก็มีความสุข)

วันหนึ่ง อยู่ดี ๆ โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของสการ์เล็ตต์ก็ดังขึ้น เธอยืนมองไปที่โทรศัพท์ด้วยความสงสัยว่าใครกันนะที่โทร. มาหาเธอ ?

EP.11 สมดุลโลกบิดเบี้ยว

สการ์เล็ตต์ตกใจเมื่อได้ยินเสียงสายเรียกเข้าดังจากโทรศัพท์เครื่องเก่า แต่เธอก็ไม่ได้รับสาย เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปเธอนึกย้อนไปถึงคำพูดของคุณยายที่ว่า “ต้องรับสายโทร. เข้าให้ได้ ไม่งั้นจะได้รับอันตราย” ทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมาว่าอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีกับเธอ

วันหนึ่งระหว่างที่นูฮยอน, สการ์เล็ตต์ และพันฮานี กำลังทานอาหารเย็นด้วยกัน ก็มีข่าวรายงานว่าคืนนี้จะเกิดฝนตก ทำให้ฮานีกับสการ์เล็ตต์รีบออกจากร้านไปหาพ่อหมอจ็อบส์เพื่อทำพิธี ด้วยความรีบร้อนทำให้ฮานีลืมหยิบโทรศัพท์ไปด้วย ซึ่งยูฮยอนได้เก็บเอาไว้ให้ ระหว่างนั้นพ่อหมอจ็อบส์ก็โทร. เข้ามาหา ยูฮยอนรับสายก็งงหนัก เมื่อพ่อหมอจ็อบส์บอกว่า “อย่าให้เด็กที่มาจากอดีตเดินทางมาที่นี่เด็ดขาด เพราะมันอันตราย” และบอกกับยูฮยอนว่าให้รีบไปช่วยเธอ แล้วรอจนกว่าฝนจะหยุดตก

ในขณะที่ รถแท็กซี่ที่ฮานีกับสการ์เล็ตต์นั่งไปหาพ่อหมอจ็อบส์ อยู่ดี ๆ เบรกเกิดไม่ทำงานทำให้รถพุ่งเข้าชนกับต้นไม้ข้างทาง ยูฮยอนรีบตามมาช่วยส่งโรงพยาบาลได้ทัน แต่ทั้งสองสาวก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก

พ่อหมอจ็อบส์เดินทางมาหาที่โรงพยาบาล พร้อมกับเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น “การที่ตัวเธอเมื่อ 20 ปีก่อนมาที่นี่แล้วมาพบกับตัวเองที่นี่ในตอนนี้ มันเป็นเพราะมีใครบางคนตั้งความปรารถนาไว้อย่างแรงกล้า แต่มันก็ทำให้สมดุลของสวรรค์นั้นแหลกสลาย หลังจากที่เด็กคนนี้มาที่นี่ สมดุลของโลกก็บิดเบี้ยวไป”

พ่อหมอจ็อบส์กล่าวต่อว่า “คนเดียวกันสองร่างจะอยู่ร่วมโลกเดียวกันไม่ได้ แขกไม่ได้รับเชิญก็ย่อมต้องจากไป … ในตอนที่ฝนตก เงามืดแห่งความตายตามหาตัวเด็กคนนั้นเจอ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น” จากนั้นพ่อหมอก็ให้ผ้ายันต์เอาไว้กันเป็นการชั่วคราว ซึ่งยูฮยอนที่ตอนนี้รับรู้ความจริงที่เกิดขึ้นก็บอกกับพ่อหมอว่า เขาจะเป็นคนเปลี่ยนชะตาชีวิตนี้เอง

กลับมาที่บริษัทโจอาขนมขบเคี้ยว จีซุกกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง โดยเธอทำเป็นพูดดีกับจีอึน แล้วอ้างว่าเป็นสิ่งที่ทำเพื่อเอาสิ่งที่เป็นของครอบครัวเราคืนมา และขอให้เธอเอาข้อมูลบางอย่างไปใส่ไว้ในคอมพิวเตอร์ของฮานี ซึ่งจีอึนก็ทำตามอย่างเสียไม่ได้

เช้าวันรุ่งขึ้น ฮานีได้รู้ว่าเธอชนะการส่งผลงานเข้าประกวดของบริษัทฯ เพื่อน ๆ ร่วมฉลองความสำเร็จนี้กับเธอ ทันใดนั้นเอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบได้เข้ามาควบคุมตัวฮานีกับยูฮยอนไปสอบสวน เนื่องจากมีการตรวจพบว่างานที่ทั้งสองใช้ส่งเข้าประกวดเป็นงานที่ลอกมา !

EP.12 เรียกว่าการหักหลัง

จีอึนแอบมายืนร้องไห้อยู่คนเดียว เพราะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป โดยุนเดินมาเจอพอดีเลยสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ในขณะที่จีอึนกำลังจะเอ่ยปากสารภาพ จีซุกก็เดินมาพอดี

อย่างไรก็ตาม โดยุนรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับจีอึน เขาเชื่อว่าเธอซ่อนบางอย่างเกี่ยวกับการสอบสวนพันฮานีและยูฮยอน เขาจึงไปคุยจีซุกผู้เป็นแม่ด้วยท่าทางขึงขัง แต่คำตอบจากแม่ทำเอาเขาไปไม่เป็น เพราะเธอยอมรับว่าเป็นผู้วางแผนทุกอย่าง และเป็นคนเอาสูตรที่ยูฮยอนคิดค้นไปให้กับบริษัทคู่แข่ง เพื่อนำมาใช้ปรักปรำยูฮยอน ซึ่งจีอึนก็ร่วมมือด้วย … สุดท้ายโดยุนจึงไม่มีทางเลือก ยอมร่วมมือกับแม่ในแผนฮุบบริษัทโจอาขนมขบเคี้ยวคืน

ในห้องสอบสวน พันฮานีงงเป็นอย่างมากเมื่อเห็นเอกสารที่ระบุว่า ขนมที่เธอคิดค้นเหมือนกันเป๊ะกับขนมของบริษัทคู่แข่งที่กำลังเตรียมวางจำหน่าย แน่นอนว่าเธอกับยูฮยอนให้การปฏิเสธ

วันถัดมา สการ์เลตต์เดินทางไปหาแอนโธนี ขณะที่เขากำลังเคร่งเครียดกับการเข้าออดิชันคัดเลือกตัวนักแสดง ซึ่งเขาคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับอาชีพนักแสดง แต่สการ์เลตต์ก็พูดถึงความสุขของเขาตอนเป็นเด็ก ตอนนั้นเขาแทบไม่มีอะไรเลยแต่มีความสุข ตอนนี้เป็นดาราดังแต่แววตาแมบหาความสุขไม่เจอ สการ์เลตต์พูดให้แอนโธนีผ่อนคลาย การออดิชันจึงออกมาได้ดีอย่างที่ตัวเขาเองก็ไม่คาดคิด เมื่อผลการคัดเลือกออกมาปรากฏว่าเขาได้รับเลือกให้เป็นพระเอก

จีอึนไปหาฮานีที่บ้าน เธอบอกกับฮานีว่าไม่ต้องกังวลเรื่องการสอบสวน ด้านฮานีก็ขอโทษจีอึนเช่นกันที่เคยพูดให้เธอเสียใจเมื่อวัยเด็ก … ซึ่งเราได้รู้ว่า แท้จริงแล้วในคืนนั้นจีอึนไม่ได้คัดลอกข้อมูลเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ของฮานี

และจุดพลิกผันของโจอาขนมขบเคี้ยวก็เกิดขึ้น เมื่อข่าวรายงานว่ามีการตรวจพบสารตะกั่วในขนมของบริษัทฯ เมื่อประธานฮันได้เห็นข่าวนั้นเขาก็อาการกำเริบล้มพับลงไป เมื่อยูฮยอนรู้ว่าพ่อของเขาอาการน่าเป็นห่วง รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เขาจึงรีบวิ่งไปหาพ่อของเขาทันที

EP.13 วิกฤติที่ไม่เคยมีมาก่อน

ฮานีกับสการ์เลตต์กลับจากไปเที่ยวมาทั้งวัน ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแม่มายืนรออยู่ที่หน้าห้อง และเมื่อแม่เห็นหน้าสการ์เลตต์แบบเต็ม ๆ ก็ช็อกจนทรุดลงไปนั่งกองบนพื้น “แม่” สการ์เลตต์หลุดปากเรียกแม่ออกมา

สักพักหนึ่ง เมื่อแต่ละคนต่างได้สติ ฮายองก็เดินเข้ามาในห้องอีกคนพร้อมกับพึมพำออกมาไม่หยุดว่า “เป็นไปไม่ได้” แต่ทว่าแม่ที่ตอนนี้กำลังจ้องมองใบหน้าสการ์เลตต์ตาแทบไม่กะพริบเอ่ยออกมาว่า “ไม่ ทำไมแม่จะจำฮานีของแม่ไม่ได้” จากนั้นทั้งสองก็เข้าสวมกอดกัน ระหว่างนั้น น้ำตาของทุกคนก็พรั่งพรูไหลออกมาเป็นทาง ยกเว้นฮายองที่ยังยืนงงด้วยท่าทางครุ่นคิดอย่างหนักว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่

แม่ชวนให้สการ์เลตต์ไปอยู่กับแม่ที่อพาร์ตเมนต์ของฮายอง สการ์เลตต์รีบตอบรับทันทีเพราะเธออยากเจอพ่อ ! แต่ฮานีก็สวนขึ้นมาอย่างทันควันว่า “บอกแล้วไงว่าพ่อทำงานอยู่แทจอง” เมื่อได้ยินเช่นนั้นสการ์เลตต์ถึงกับหงอยไป ส่วนแม่และฮายองก็อึ้งเล็กน้อย เพราะแท้จริงนั้น พ่อได้ตายไปแล้วจากเหตุการณ์ในวันนั้น ! เมื่อเป็นเช่นนี้ ระหว่างกลับฮานีจึงแอบบอกคีย์พอยต์ให้แม่กับฮายองว่า ต้องไม่ให้สการ์เลตต์รู้เรื่องพ่อ เนื่องจากสการ์เลตต์ข้ามเวลามาก่อน “เหตุการณ์ในวันนั้น” จะเกิดขึ้น

เรื่องราวดำเนินไปเรื่อย ๆ จนวันหนึ่ง สการ์เลตต์เกิดความรู้สึกว่าถูกสั่งห้ามไม่ให้ไปไหนเหมือนตัวเองเป็นนักโทษจึงแผลงฤทธิ์ออกเดช ฮานีจึงจำใจบอกความจริงที่ว่า “สการ์เลตต์กำลังถูกเงามืดแห่งความตายตามล่า” เมื่อสการ์เลตต์รู้ก็กลัวเป็นอย่างมาก ในคืนนั้น เธอจึงบอกกับฮานีว่าเธอกลัวที่ต้องอยู่คนเดียว ให้เธอไปอยู่กับแม่ที่อพาร์ตเมนต์ของฮายองเถอะ ซึ่งฮานีก็ยอม

ตัดภาพมาที่โรงพยาบาล ประธานฮันนอนรักษาตัวอยู่ และดูเหมือนว่าตอนนี้สายตาของเขาได้มืดบอดลงไปแล้ว !

ยูฮยอนมาถึงที่โรงพยาบาลอย่างร้อนใจ เมื่อพบกับประธานฮัน เขาก็เอาแต่ถามไม่หยุดว่า “ไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่มั้ย ไม่ได้ป่วยจริง ๆ ใช่มั้ย ?” ในขณะที่ประธานฮันแสร้งทำเป็นปกติ แล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจังกับโดยุนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ โดยทำเป็นไม่ได้ยินเสียงของยูฮยอนว่า “รีบกลับไปเถอะ ฉันมันแต่ทำงานที่บริษัทจนไม่มีสติ …” ยูฮยอนเดินออกจากห้องไปแบบเซ็ง ๆ ปนน้อยใจนิดหน่อย

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะประธานฮันกลัวว่ายูฮยอนจะตกใจที่ได้รู้ความจริง เขาจึงเลือกใช้วิธีค่อย ๆ อธิบาย ซึ่งระหว่างนี้ประธานฮันเลือกที่จะปกปิดความจริงเอาไว้

“ยูฮยอนโตขึ้นแต่ตัวเท่านั้นแหละ ภายในใจเขายังเด็กมาก” ประธานฮันพูดกับโดยุนถึงเหตุผลที่เขาขอให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ จากนั้นเขาก็ออกจากโรงพยาบาลเพื่อหลบหน้ายูฮยอน โดยอ้างว่าเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ

ส่วนสถานการณ์ที่โจอาขนมขบเคี้ยว ณ เวลานี้ ข่าวพบสารตะกั่วในขนมได้ขยายตัวไปในวงกว้าง จนเสียหายทั้งชื่อเสียงในระยะยาว ราคาหุ้นก็ล่วงต่ำจนติดฟลอร์ ยังไม่นับผู้บริโภคได้รวมตัวกันประกาศแบนสินค้าของบริษัทฯ นับเป็นวิกฤตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้ตอนนี้ จีซุกขึ้นมาเป็นประธานชั่วคราวในขณะที่ประธานฮันต้องพักรักษาตัว และด้วยผลพวงจากการที่จีอึนไม่ทำตามแผนที่จีซุกวางเอาไว้ จึงไม่สามารถหาหลักฐานเอาผิดยูฮยอนและฮานีในข้อหาลอกผลงานได้ ทั้งสองจึงได้กลับมาทำงานอีกครั้ง หลังถูกพักงานมานานหลายวัน

จีซุกเล่นแผนชั่วทำลายบริษัท แต่ตอนนี้มันย้อนกลับมาทำร้ายเธอบ้างแล้ว เมื่อผู้จัดการโรงงานที่เธอใช้ให้ผลิตสินค้าที่ปนเปื้อนสารตะกั่ว ได้ออกมาแบล็กเมลเธอคือด้วย “คลิปเสียง” ! แต่แล้วโดยุนก็จัดการแบล็กเมลผู้จัดการโรงงานคืนด้วยความผิดที่เขายักยอกเงินบริษัทฯ

เหตุการณ์บานปลายกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต เมื่อมีข่าวลือหนาหูว่า บริษัทฯ กำลังจะเลิกจ้างพนักงานทำอาหารและพนักงานทำความสะอาด แล้วจ้างเอาต์ซอร์สมาทำแทน ไม่เพียงเท่านั้น พนักงานใหม่ที่เพิ่งบรรจุเป็นพนักงานประจำในปีนี้ก็จะถูกเลิกจ้างไปด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ พันฮานี

ทีนี้ ยูฮยอนใน EP. นี้จะมีพัฒนาการที่สำคัญ คือเราจะได้เห็นเขาเริ่มที่จะทำอะไรที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เริ่มจากการตามสืบหาความจริงที่เกิดขึ้น แต่ความจริงบางอย่างที่ทำให้เขาเจ็บปวดคือ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า โดยุน พี่ชายผู้ดูเป็นสุภาพบุรุษแมน ๆ จะไปมีเอี่ยวกับเรื่องชั่วร้ายที่เกิดขึ้นกับโจอาขนมขบเคี้ยว และมันส่งผลกระทบทางอ้อมจนทำให้พ่อของเขาตาบอด !

ยูฮยอนสะกดรอยตามโดยุนไปจนพบที่ที่พ่อของเขามาพักรักษาตัว และเป็นครั้งแรกที่ยูฮยอนได้เห็นพ่อของเขาในสภาพที่เป็นคนพิการทางสายตา ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ … ภาพที่เห็นทำเอายูฮยอนสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

EP.14 ผลจากสิ่งที่ทำเมื่อตอนเด็ก

ยูฮยอนรู้ความจริงเรื่องที่พ่อของเขาตาบอด เขาได้แสดงความเป็นผู้ใหญ่ออกมาเป็นครั้งแรก ด้วยการเข้าไปบอกพ่อว่าไม่ต้องกลัว เพราะว่ามีลูกชายที่มีมือมีตามีความสามารถอยู่เคียงข้าง

จากนั้นยูฮยอนก็เดินทางไปที่โจอาขนมขบเคี้ยว พร้อมกับประธานฮันที่สวมแว่นตาดำนั่งบนวีลแชร์ เพื่อขัดขวางแผนปลดพนักงาน งานนี้ทำเอาจีซุกถึงกับช็อก แต่คนที่ช็อกไม่แพ้กันก็คือพันฮานี ที่เพิ่งได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของยูฮยอน ว่าแท้จริงแล้วเขาคือลูกชายคนเดียวของท่านประธานฮัน

แต่การต่อสู้เพื่อแย่งบริษัทฯ ของสองพี่น้องตระกูลฮันยังไม่จบ เพราะจีซุกเชื่อว่าเธอถือไพ่เหนือกว่า จากการที่กว้านซื้อหุ้นไว้เป็นจำนวนมาก เธอจึงสั่งให้โดยุนจัดการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อโหวตให้ปลดประธานฮันออกจากตำแหน่งโดยเร็ว

ทีนี้ ยูฮยอนจึงคิดแผนขึ้นมา โดยการระดมพนักงานฝ่ายทำอาหารและทำความสะอาด รวมถึงฝ่ายพัฒนาสินค้าของพันฮานี เพื่อที่จะไปขอให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยมอบอำนาจการโหวตให้ และด้วยความร่วมมือของทุกคน แผนการก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ณ จุดนี้ คงต้องลุ้นกันที่ผลการโหวตของผู้ถือหุ้น ที่ดูเหมือนจะสูสีกันจนยากจะฟันธงว่าใครเป็นผู้ชนะ

ด้านโดยุนเอง แม้ลึก ๆ แล้วเขาจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่แม่ของเขาทำ อีกทั้งยังดึงจีอึนเข้ามาเอี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย เขาจึงไม่มีทางเลือก ในขณะที่จีอึนรวบรวมความกล้าที่จะคุยกับโดยุน เธอเอ่ยว่าเธอไม่ได้ทำตามที่แม่สั่ง (หมายความว่าเธอไม่ได้มีเอี่ยวกับเรื่องนี้) ซึ่งโดยุนก็เพิ่งรู้ความจริง แต่เขาบอกกับจีอึนว่าเขามาไกลเกินกว่าที่จะกลับหลังไปได้แล้ว อีกอย่างถึงแม้เขาหยุดตอนนี้ทุกอย่างก็จะไม่เปลี่ยนแปลง

แล้วการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อปลดประธานฮันก็เริ่มต้นขึ้น …

ตัดภาพมาที่ชีวิตอันรุ่งโรจน์ของแอนโธนี หลังได้รับเลือกให้เป็นดาราหลักในซีรีส์เรื่องใหม่ของนักเขียนคิม ชีวิตการเป็นซุปตาร์ของเขาก็เฉิดฉายขึ้นมาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าอดีตกำลังกลับมาหลอกหลอนเขาเข้าให้แล้ว ระหว่างการให้สัมภาษณ์นักข่าว จู่ ๆ ก็มีชายที่อ้างตัวว่าเป็นเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงที่แอนโธนี หรือยังชุนซิกได้ทำเอาไว้เมื่อสมัยเรียน แถมยังมีรูป Before & After ของแอนโธนีก่อนการทำศัลยกรรมมาแสดงเป็นหลักฐานอีกด้วย

ข่าวฉาวที่เกิดขึ้นนี้ ไม่เพียงแค่ส่งผลให้แอนโธนีถูกปลดจากซีรีส์ของนักเขียนคิมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอาชีพการเป็นนักแสดงของเขาต้องดับลงอีกด้วย (ที่เกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับเรื่องการบูลลี่เป็นอย่างมาก ถ้ามีหลักฐานออกมาชัดเจน แทบจะเอาดาราคนนั้นใส่กล่องเก็บเข้ากรุไปได้เลย)

เมื่อสการ์เลตต์เห็นข่าวแอนโธนี น้ำตาเธอแทบเล็ดออกมา เพราะเธอรู้ว่ายังชุนซิกคนนี้เป็นคนที่มีจิตใจเปราะบาง แม้จะรู้ว่าการออกไปหาเพื่อปลอบโยนจะเสี่ยงกับความตาย แต่เธอก็ออกไปหาเขาที่คอนโด พร้อมกับบอกว่าข่าวที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเรื่องจริง เพราะตอนนั้นเขาก็นิสัยแย่สุด ๆ ไปเลย สการ์เลตต์จึงแนะนำให้เขาออกไปเผชิญหน้ากับความจริง ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าทุกคน นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้แล้วในตอนนี้

จากนั้น สการ์เลตต์จอมซนก็วางแผนที่จะแอบขึ้นรถแม่ เพราะเธอคิดว่าแม่กำลังไปหาพ่อ แต่ปรากฏว่าแม่มาที่สุสาน ซึ่งสการ์เลตต์ก็ประหลาดใจมากว่าแม่มาทำอะไรที่นี่ แต่แล้วสิ่งที่เธอเห็นเบื้องหน้าถึงกับทำเอาเธอช็อก พ่อเธอตายไปแล้ว !!!

EP.15 เรียนรู้ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่

สการ์เลตต์ช็อกเมื่อได้รู้ความจริงว่าพ่อของเธอได้จากไปแล้ว และมันยิ่งทำให้รู้รู้สึกแย่เข้าไปอีกเมื่อได้รู้ว่า พ่อเธอตายจากเหตุการณ์ในวันนั้น วันที่พ่อยอมตายเพื่อช่วยชีวิตเธอเอาไว้

สถานการณ์ที่โจอาขนมขบเคี้ยว สิ่งที่ยูยอนทำเกิดผลขึ้นเมื่อประธานฮันยังคงได้อยู่ในตำแหน่งต่อไป สุดท้ายจีซุกก็โดนตำรวจจับ แท้ที่จริงแล้วโดยุนวางแผนทั้งหมดเอาไว้ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือต้องการหยุดแม่ของการจากการทำเรื่องเลวร้าย

แต่คนที่สถานการณ์ย่ำแย่ไม่แพ้คนอื่น ๆ ก็คือแอนโธนี มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเขาจริง ๆ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เชื่อคำแนะนำของสการ์เลตต์คือให้เผชิญหน้ากับความจริง และดูเหมือนว่ามันจะเปลี่ยนมายด์เซตในการใช้ชีวิตของเขาไปตลอดกาล

โทรศัพท์เครื่องเก่าดังขึ้น ! ฮานีรีบหยิบมันขึ้นมา แล้วปลายสายก็คือพ่อของเธอ พันกีแท !!!

พ่อของเธอกล่าวขอโทษ หลังจากนั้นเราก็ได้รู้ว่าข้อความที่ส่งมา “D7” หมายถึงจำนวนวันที่จะต้องหาทางพาสการ์เลตต์กลับบ้าน ซึ่งต่อมาฮานีก็เล่าเรื่องที่พ่อโทร. มาหาให้สการ์เลตต์ฟัง

ฮานีกับสการ์เลตต์พากันไปหาพ่อหมอจ็อบส์ โดยเขาแนะนำว่าอย่าพยายามช่วยชีวิตพ่อของเธอ เพราะมันจะส่งผลถึงอนาคต ซึ่งหมายถึงหายนะ … อย่างไรก็ตาม สุดท้ายทุกคนก็ได้รู้เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้สการ์เลตต์เดินทางมายังอนาคต ก็คือการให้เธอได้เรียนรู้ชีวิต เพื่อที่จะได้โตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

วันต่อมา ยูยอนมาหาฮานีที่บ้าน เขาได้ดูอัลบั้มรูปของพ่อฮานี แล้วก็จำได้ว่าเป็นคนที่เขาเคยพบในอดีต !!?

EP.16 กู๊ดบายลาก่อน (ตอนจบ)

เมื่อฮันยูฮยอนเห็นรูปพันกีแท พ่อของพันฮานี เขาก็จำได้ทันทีว่าเป็นแขกที่มาในงานศพแม่เขา แล้วได้พูดจาให้กำลังใจให้เขาได้ก้าวข้ามความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต

ด้านแอนโธนีที่ตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน หลังจากเขาเชื่อในคำพูดของสการ์เลตต์ ทำให้เขาดูเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น จนคนรอบข้างถึงกับบ่นว่าแอนโธนีคนเดิมได้จากโลกนี้ไปแล้ว … แอนโธนีไปหาฮานี พร้อมกับการตัดสินใจใช้ชือเดิมของตัวเอง ยังชุนชิก เขาตัดสินใจจะออกเดินทางไปเที่ยวรอบโลก และยังได้ขอโทษเรื่องการตายของพันกีแท เพราะเขาเชื่อว่าเป็นความผิดของเขา ชุนซิกจากไปโดยไม่ได้ลาสการ์เลตต์

ตัดภาพมาที่เรือนจำ ยูฮยอนกับประธานฮันเดินทางมาเยี่ยมจีซุก ประโยคแรกที่ประธานฮันเอ่ยออกมาคือ “ขอโทษ ที่ก่อนหน้านี้ฉันไม่รับฟังเธออย่างที่ควรจะเป็น” จากนั้นเขาก็ขอให้เธอยกโทษให้เขา คำพูดที่ปลอบประโลมหัวใจของพี่ชาย สามารถทำลายกำแพงในใจของจีซุกได้ เธอกล่าวขอโทษที่ทำให้เรื่องร้ายต่าง ๆ เกิดขึ้น ก่อนที่จะเดินออกจากห้องเยี่ยมไป

เวลาของสการ์เลตต์เหลืออีกเพียงแค่ 2 วัน “ฮานีมันถึงเวลาแล้ว” เสียงลึกลับดังขึ้นกึกก้องในหัวปลุกให้สการ์เลตต์ตืนขึ้นมากลางดึก ตอนนี้เหมือนเธอจะรู้แล้วว่าต้องทำอะไรต่อไป

รุ่งเช้า สการ์เลตต์ในชุดเครื่องแบบนักเรียนพร้อมกระเป๋าเป้สีชมพู (เหมือนตอนที่เธอมา) จากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่อุโมงค์แห่งหนึ่ง ระหว่างที่เธอกำลังเดินเข้าไปในอุโมงค์เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น พร้อมกับข้อความเตือนว่าเหลือเวลาอีกเพียง 1 วัน จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปในอุโมงค์เพื่อกลับบ้าน

ทั้งสองฮานีกล่าวคำร่ำลากัน ทั้งคู่เดินไปด้วยกันร้องเพลงไปด้วยกัน เป็นโมเมนต์ที่สวยงามของซีรีส์จริง ๆ สุดท้าย 1 2 3 สการ์เลตต์ก็เดินทางกลับไปสู่ห้วงช่วงเวลาของตัวเอง … จากนั้นภาพก็ตัดมาที่จุดเดิม พ่อของเธอโดนรถบรรทุกชนเพื่อช่วยเธอเอาไว้ สาวน้อยฮานีร้องไห้ด้วยความเสียใจ

ย้อนกลับมาที่ EP.1 ตอนที่ฮานีเขียนไดอารี Hello, Me! จากนั้นเราก็ได้รู้ว่าฮานีและจีอึนได้ปรับความเข้าใจกัน และตกลงจะเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง … ส่วนยูฮยอนก็เลือกที่จะไม่ขึ้นนั่งตำแหน่งประธาน แต่เข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมของฮานี จากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาขึ้นเป็นลำดับ ในท้ายที่สุด ทั้งสองก็จูบกัน

ด้านชุนชิกที่เดินทางกลับมาจากเดินทางไปเที่ยว เขาก็มาทำงานที่ร้านอาหาร และกลายเป็นคนที่ต่อต้านการบูลลี

บทสรุป สาวน้อยฮานีเขียนเอาไว้ในไดอารีของเธอว่า การได้เดินทางไปหาตัวเองในอนาคตครั้งนี้เธอได้ค้นพบหลายอย่าง มันทำให้เธอรักตัวเองมากยิ่งขึ้น … เมื่อถึงวันเปิดเรียน เธอบอกกับตัวเองว่า “มันเป็นเรื่องปรกตินะ ที่ชีวิตจะพบกับความล้มเหลวและผิดหวัง แต่จงอย่าลืมเก็บช่วงเวลาที่มีคุณค่าเอาไว้กับตัวเราตลอดไป”