รีแคปซีรีส์ Mouse EP.7 : ความทรงจำที่เลือนหายไป

รีแคปซีรีส์ Mouse EP.7 : ความทรงจำที่เลือนหายไป

Mouse นักล่ามนุษย์ EP.7 จะพาเราเข้าไปสแกนสมองของจองบารึม หลังเข้ารับการผ่าตัด ความจำบางส่วนของเขาเลือนหายไปชั่วคราว ทำให้ความลับที่เขาซุกซ่อนเอาอย่างเนียนกริ๊บไว้เริ่มเปิดเผยออกมาทีละนิด ๆ ท่ามกลางความลุ้นระทึก แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเทพของผู้เขียนบทละคร …

เจ้าหน้าที่จองบารึม (รับบทโดย อีซึงกิ) เข้ารับการผ่าตัดสมองโดยด่วน จากการที่สมองส่วนหน้าแตกร้าวรุนแรงมาก ต้องเข้ารับการผ่าตัดหลายครั้ง

ซองโยฮันก็เข้ารับการผ่าตัดเช่นกัน จากการที่กระสุนเจาะเข้าที่ช่องท้อง ทำให้อวัยวะอื่น ๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายอย่างหนัก … บงอีได้แอบเข้ามาที่ห้องพักฟื้นของซองโยฮัน แล้วเธอก็ฆ่าเขาทั้ง ๆ ที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงผู้ป่วย ต่อมา แพทย์เผยสาเหตุการตายของเขาว่า เกิดจากภาวะช็อกหลังจากเข้ารับการผ่าตัด

ขณะเดียวกันตำรวจก็พยายามออกตามหาตัวเด็กน้อยฮันกุก แต่ไม่ว่าจะทุ่มสรรพกำลังแค่ไหน สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว

บารึมฟื้นขึ้นมาหลังจากนอนไปได้สตินานมากกว่า 10 วัน สิ่งแรกที่เขาทำคือฆ่าออบงอี (นกที่เขาเลี้ยงเอาไว้) อย่างเลือดเย็นด้วยมือของเขาเอง เพราะมันส่งเสียงดังน่ารำคาญ … เมื่อแพทย์มาตรวจดูอาการ ปรากฏว่าเขาจำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ชื่อของตัวเอง แพทย์วินิจฉัยว่าสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก ทำให้เขาสูญเสียความทรงจำ แต่เขายังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ จึงเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อออกจากโรงพยาบาล น้าสาวของบารึมจึงขอให้เขาย้ายไปอยู่อพาร์ตเมนต์ใกล้ ๆ เพื่อจะได้ดูแลได้สะดวก … ขณะกำลังย้ายบ้าน เขาได้เห็นรูปและใบประกาศคุณงามความดีที่เขาทำในอดีต บารึมจึงเข้าใจว่าเขาก็เป็นตำรวจที่ดีคนหนึ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ มีเด็กสาวคนหนึ่งที่ชื่อบงอีกำลังเสียใจและผิดหวังกับการจากไปของเขาในครั้งนี้ บารึมจำไม่ได้ว่าเขาเคยให้สัญญากับบงอี เมื่อเธอโตเป็นผู้ใหญ่เขาจะแต่งงานกับเธอ

ระหว่างนั้น พีดีชเวก็ไปทำแท้ง (คาดว่าเป็นลูกของซองโยฮัน) แล้วเธอก็เอ่ยกับตัวเองว่า “ฉันเห็นใจนาย (ซองโยฮัน) ที่เจ็บปวดกับการเป็นลูกฆาตกร ฉันคิดว่านายจะคล้ายกับฉัน แต่สิ่งที่นายทำไม่มีวันที่จะได้รับการให้อภัย เท่านี้แหละที่ฉันทำได้เพื่อนาย” … จากประโยคนี้ทำให้สงสัยว่าพีดีชเวมีอดีตอะไรที่เกี่ยวข้องกับฆาตกร ?

ด้านนักสืบโกมูจีก็ถูกพักงานจากข้อหาการทำผิดระเบียบการใช้ปืน

เวลาผ่านไป 1 ปี … นักสืบโกมูจีถูกย้ายให้ไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐาน ส่วนบารืมแม้จะยังไม่หายดี และความจำยังกลับมาไม่หมด แต่ด้วยเหตุผลทางด้านการเมือง ที่ต้องการใช้บารึมเป็นตัวเรียกคะแนนนิยมในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่กำลังจะมาถึง จึงมีคำสั่งให้เขากลับมาทำงานที่สถานีตำรวจเล็ก ๆ นอกเขตเมืองใหญ่

วันหนึ่งบารึมได้ไปพบศพหญิงที่ถูกฆาตกรรมโดยบังเอิญ แต่ที่น่าแปลกก็คือเขากลับรู้และวิเคราะห์การฆาตกรรมของคนร้ายได้อย่างแม่นยำน่าเหลือเชื่อ ระหว่างนั้นเขาก็ได้พบกับมูจี

ต่อมามูจีได้เห็นหลักฐานในคดีฆาตกรรม เป็นเชือกที่ผูกเงื่อนด้วยวิธีพิเศษเหมือนกับคดีฆาตกรรมของนักล่าหัวในอดีต ทีนี้บารึมกับมูจีจึงร่วมมือกันสืบหาตัวฆาตกร มูจีถามว่าบารึมรู้วิธีการที่ฆาตกรใช้ได้อย่างไร เขาตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกัน เขาแค่คิดว่าถ้าเป็นตัวเองจะทำอะไร แล้วทุกอย่างมันก็ผุดเข้ามาในหัวเอง”

เท่ากับว่าฆาตกรที่ลงมือไม่ใช่ฆาตกรธรรมดา แต่มันคือไอ้ไซโคปาธ (ฆาตกรโรคจิต) ที่เป็นผู้นิยมความสมบูรณ์แบบ (perfectionist)

มูจีกับบารึมจึงตัดสินใจไปหานักล่าหัวฮันซอจุนเพื่อสอบถาม บารึมเข้าไปพบฮันซอจุนเพียงคนเดียว เขาถามฮันซอจุนว่าเคยสอนลักษณะการผูกเงื่อนให้ใครหรือไม่ ? ฮันซอจุนปฏิเสธ และบอกว่าเขาไม่เคยใช้เงื่อนนี้หรือสอนใครมาก่อน เขาไม่ได้โกหก และเมื่อบารึมเห็นหนูในมือของฮันซอจุน ภาพในวัยเด็กตอนที่เขาไปทัศนศึกษาและโยนหนูไปในกรงงูก็ปรากฏขึ้น !!!

หรือว่าบารึมคือเด็กที่ใส่ชุดสีเหลืองคนนั้น แล้วไอ้ไซโคปาธตัวจริงมีอีกกี่คน แล้วมันคือใคร ?