รีแคปซีรีส์ Mouse EP.8 : หนูที่แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว

Mouse นักล่ามนุษย์ EP.8 ในตอนนี้ซีรีส์จะพาเราไปเดินเล่นในหัวของจองบารึม จากที่พยายามทำให้เราคล้อยตามไปว่าเขาคือไซโคปาธ แต่จุดพีคกลับพลิกพันจนตกตะลึง …

หลังจากจองบารึมเข้าพบนักล่าหัวฮันซอจุนในเรือนจำ เขาเชื่อว่าฮันซอจุนไม่เคยสอนใครเรื่องการผูกเงื่อนในรูปแบบนี้มาก่อน ถ้าเป็นไปตามนี้ เรื่องราวมันก็จะยิ่งซับซ้อนเข้าไปอีก เพราะถ้าคนฆ่าลูกสาวของเจ้าหน้าที่พัคดูซอกไม่ใช่ฮันซอจุน มันก็จะต้องมีผู้สมรู้ร่วมคิด ใคร ?

พีดีชเวนึกย้อนเหตุการณ์กลับไปเมื่อเธอยังเป็นเด็ก ในตอนนั้นฮันซอจุนเคยใช้เธอผูกเงื่อนเชือกกับเหยื่อคนหนึ่ง (หรือว่าพีดีชเวคือเด็กสาวคนนั้น ในฉากเปิดตัว EP.1 ที่ถูกฆาตกรใช้ให้เป็นนกต่อ !!?) … และเมื่อบารึมพบกับพีดีชเว เขาเกิดรู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที ทำให้เขาสงสัยว่าก่อนหน้านี้เขาเคยชอบพีดีชเว หรือมีความสัมพันธ์แบบไหนต่อกันหรือเปล่า ?

ในขณะที่ โกมูจีและบารึมย้อนกลับไปสืบคดีการฆาตกรรมซงซูจอง เมื่อ 5 ธันวาคม 1994 และได้พบความจริงหนึ่งที่ชวนฉงน “ในคืนนั้นมีเด็กอายุประมาณสิบขวบนั่งอยู่ด้านหน้ารถของฮันซอจุน” เด็กคนนั้นคือใคร ในเมื่อตอนนั้นฮันซอจุนยังไม่มีลูก ?

การสืบสวนก็ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ โดยส่วนใหญ่จะคืบหน้าด้วยสกิลอัจฉริยะของบารึม ที่แทบจะล่วงรู้พฤติกรรมทุกอย่างของไอ้ไซโคปาธ และบารึมก็จำบงอีได้ เขาจึงไปหาเธอที่บ้าน จากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิม

วันหนึ่ง คนร้ายบุกไปที่บ้านบงอีหวังจะทำร้าย แต่บงอีก็ต่อสู้จนคนร้ายวิ่งหนีไป ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่บารึมมาพอดีจึงวิ่งไล่จับคนร้ายได้ และปรากฏว่าคนร้ายคนนั้นก็คือ อดีตเจ้าหน้าที่โอแจพิลนั่นเอง แจพิลอาการสาหัสและรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล แล้วอยู่ดี ๆ เขาก็ยอมรับออกมาเฉย ๆ ว่า เขาเป็นฆาตกรที่ลงมือฆ่าลูกสาวของพัคดูซอกและเหยื่อรายอื่น ๆ หลังจากนั้นทุกคนออกจากห้อง พีดีชเวถามแจพิลว่าทำไมต้องโกหกว่าเป็นฆาตกร ?

พีดีชเวไปแอบดูที่หน้าบ้านของพัคดูซอก ภรรยาของเขาจำสร้อยข้อมือที่เธอสวมได้ว่าเป็นของลูกสาวเธอ แต่พีดีชเวขับรถหนีไปเสียก่อน !!?

จากนั้นภรรยาของผู้กองพัคดูซอกตามไปฆ่าแจพิลที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่มูจีต้องการฆ่าแจพิลอยู่แล้วเพื่อจะได้เข้าไปฆ่าฮันซอจุนในคุก เขาจึงออกหน้ารับผิดแทนว่าเป็นคนฆ่าแจพิล … ตำรวจใส่กุญแจและควบคุมตัวมูจีไป

แต่สิ่งที่คาใจบารึมก็คือ การที่ในหัวของเขากับพฤติกรรมมีความย้อนแย้งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเหม็นกลิ่นของชองกุกจัง ทั้งที่เมื่อก่อนชอบกินมาก หรือสกิลการต่อสู้ที่ตอนนี้เขามี แถมยังแข็งแรงมาก เทียบกับเมื่อก่อนที่เป็นคนอ่อนแอ แม้แต่บงอีเขาก็ยังสู้ไม่ได้ หรือแม้แต่ความรู้ระดับอัจฉริยะเกี่ยวกับไซโคปาธ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เป็นแค่ตำรวจสายตรวจธรรมดาคนหนึ่ง … เขาสงสัยว่าทำไมเขาถึงมีความทรงจำของซองโยฮันอยู่ในหัว

ด้วยความสงสัยบารึมจึงไปสอบถามกับหมอพัคมินจุน หมอที่ทำการผ่าตัดสมองให้กับเขา คุณหมอพัคบอกว่า “ก่อนหน้าที่เขาเข้ารับการผ่าตัด เขาศึกษาข้อมูลของซองโยฮันเป็นอย่างมาก อาการที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่เขาเอาเรื่องที่รับรู้กับเรื่องที่เขาประสบจริงมาผสมปนเปกัน ซึ่งเป็นอาการชั่วคราว เพราะในที่สุดก็จะแยกออกจากกัน”

ทีนี้เรื่องมันก็ไม่น่าจะมีอะไร แต่บงอีกลับบอกข้อมูลบางอย่างที่ทำให้บารึมถึงกับตกใจ บงอีบอกว่าหมอคนนี้ไม่ใช่คนที่ผ่าตัดเขา แต่เป็นหมอที่มีรอยแผลเป็นเป็นทางยาวบนใบหน้า เพราะเธอแอบได้ยินหมอคนนั้นคุยกันในวันที่เธอตั้งใจจะเข้าไปฆ่าซองโยฮัน และเมื่อบงอีได้เห็นรูปของฮันซอจุน เธอจึงบอกว่าเป็นคนที่ลงมือผ่าตัดเขาในคืนนั้น !

บารึมไปหาฮันซอจุนที่เรือนจำ เขาถามฮันซอจุนทำอะไรกับสมองของเขา ?

“แกเอาสมองของซองโยฮันมาฝังไว้ในหัวของฉันใช่มั้ย !!?”