สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Youth of May (2021)

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Youth of May (2021)

Youth of May สปอยล์ : เรื่องราวความรักของฮีแทและมยองฮี ท่ามกลางเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อ พฤษภาคม 1980 …

คะแนน 7/10 เรตติ้ง 5.1
สนุกไหม ? ซีรีส์ใช้ฉากหลังเป็นเหตุการณ์สุดโหดในประวัติศาสตร์ชาติเกาหลีในยุค 80 ต้องบอกเลยว่าเป็นซีรีส์ที่เหวี่ยงอารมณ์คนดูได้โหดมาก ต้องใช้ความมั่นคงทางอารมณ์ในการดูค่อนข้างสูง ประมาณว่าเริ่มด้วยพาทัวร์โลกมนุษย์ อีกสองตอนก็พาทัวร์สวรรค์ อีกตอนก็ถีบเราไปเที่ยวนรกแล้วก็แกล้งปล่อยเราไว้แบบนั้น แล้วจู่ ๆ ก็กระชากขึ้นมาสวรรค์อีกครั้ง ตัดสลับไปมาแบบนี้ … แต่แนะนำให้ดูนะ

EP.1 ทางเดินของแต่ละคน

เมืองควังจู ปี 2021

คนงานไซต์ก่อสร้างพบโครงกระดูกมนุษย์ที่เมืองควังจู ตำรวจส่งโครงกระดูกไปตรวจดีเอ็นเอที่สถาบันนิติเวช ด้านผู้ที่อยู่ในวงการเมืองให้ความเห็นว่า มีความเป็นไปได้อย่างสูง ที่จะเป็นโครงกระดูกของเหยื่อในเหตุการณ์การเรียกร้องประชาธิปไตยที่เมืองควังจู เมื่อพฤษภาคม 1980 …

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1980 ช่วงวิกฤติการเมืองในเกาหลี

ฮวังฮีแท (รับบทโดย อีโดฮยอน) นักศึกษาแพทย์หนุ่มสุดหล่อแห่งโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล เขาเรียนเก่งขนาดได้อันดับหนึ่งของรุ่น แต่ด้วยความเกเรและเหตุการณ์บางอย่างทำให้เขาเลือกที่จะทำให้ตัวเองเรียนไม่จบ

ในขณะนั้น นักศึกษากลุ่มหนึ่งรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ฮวังฮีแทกลับไม่ให้ความสนใจแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่ฮวังฮีแทสนใจเพียงอย่างเดียวในตอนนี้ก็คือ การหาเงินเพื่อรักษาจางซอกชอลที่อยู่ในอาการโคม่า และพาเธอกลับบ้านเกิดที่เมืองควังจูตามคำขอของเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะขายรถสปอร์ตโรดสเตอร์สุดเท่ของเขาไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเงินจำนวนดังกล่าวจะยังไม่พอ

ฮวังฮีแทเดินจากโซลมายังเมืองควังจู เพื่อติดต่อทางโรงพยาบาลควังจูให้รับจางซอกชอล … จริง ๆ แล้วฮวังฮีแทเกิดที่เมืองควังจู แม่ของเขาเสียไปตั้งแต่เขายังเด็ก พ่อของเขา ฮวังกีนัม มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับกลุ่มนักศึกษาที่เรียกร้องประชาธิปไตย

ความพยายามของฮีแทที่ย้ายจางซอกชอลกลับมาที่บ้านเกิด ติดปัญหาอยู่เพียงอย่างเดียวคือเงิน อย่างไรก็ตาม การมาครั้งนี้ของเขาทำให้ได้เจอกับพยาบาลสาวคิมมยองฮี (รับบทโดย โกมินซี) เป็นครั้งแรก

คิมมยองฮี พยาบาลสาวประจำแผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลควังจู เธอเป็นคนที่ทำงานหนักควงกะเช้าบ่ายดึก เพราะต้องหาเงินส่งให้ที่บ้านให้พ่อแม่และน้อง รวมถึงต้องไล่ล่าตามหาฝันของตัวเองที่จะไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี

อีซูรยอน (รับบทโดย กึมแซรก) เป็นลูกสาวนักธุรกิจผู้ร่ำรวย เพื่อนรักของมยองฮี เธอเป็นคนที่ฝักใฝ่ในเรื่องการเมืองชนิดเข้าเส้น เป็นตัวตั้งตัวตีเรียกร้องประชาธิปไตย … ซูรยอนมีพี่ชายชื่ออีซูชาน (รับบทโดย อีซังอี) ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากการเรียนด้านการบริหารธุรกิจ ที่ประเทศฝรั่งเศส เขามีแผนจะทำบริษัทขายเวชภัณฑ์

ทีนี้ เรื่องราวก็ดำเนินไปจนกระทั่ง มยองฮีได้รับจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยในเยอรมนี แล้วยังได้ทุนอีกด้วย ซึ่งในสมัยนั้นค่าตั๋วเครื่องบินแพงมาก ๆ (8 แสนวอน) ทำให้เธอไม่มีเงินค่าตั๋วเครื่องบิน ซึ่งทุนที่ได้รับกำหนดเอาไว้ว่าจะต้องเดินทางภายในเดือนหน้า มยองฮีจึงมองสมุดบัญชีของตัวเองที่มีเงินเพียง 2 แสนกว่าวอน ด้วยความเศร้าใจ

ต่อมา ซูรยอนพาเพื่อน ๆ บุกเข้าไปในโรงพิมพ์ของพ่อ เพื่อพิมพ์แถลงการณ์เพื่อใช้ในการประท้วง แต่ทว่าเธอและเพื่อน ๆ ก็ถูกตำรวจจับได้

พ่อของซูรยอนเลยต้องขอให้ฮวังกีแท (พ่อของฮีแท) ช่วยใช้เส้นสายเพื่อเอาซูรยอนออกมาจากห้องขัง ทำให้กลายเป็นหนี้บุญคุณกัน ฮวังกีแทซึ่งหวังจะให้ฮีแทแต่งงานกับซูรยอนจึงออกปาก ซึ่งพ่อของซูรยอนก็เห็นดีด้วย

เมื่อซูรยอนถูกปล่อยออกมาจากห้องขังก็ฟาดงวงฟาดงา จะขอให้พ่อปล่อยเพื่อน ๆ เธอด้วย พ่อเธอจึงสบโอกาสตั้งเงื่อนไขแลกกับการที่เธอต้องไปเดตกับฮีแท

ซูรยอนร้อนใจเป็นอย่างมาก เพราะฮีแทเป็นลูกชายของฮวังฮีแท ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเธอในเชิงการเมือง ซูรยอนจึงเกิดไอเดียบรรเจิดขึ้นมา โดยให้มยองฮีเพื่อนรักไปออกเดตแทนเธอแลกกับเงินค่าตั๋วเครื่องบินไปเยอรมนี (ฮีแทเคยเจอทั้งมยองฮีกับซูรยอน แต่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าเป็นใคร)

ตัดมาที่ฮีแทก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เขาขอเงินกับพ่อเพื่อนำไปย้ายโรงพยาบาลให้จางซอกชอล แลกกับการที่เขาจะเชื่อฟังคำสั่งทุกอย่าง เขาจึงต้องไปออกเดตกับซูรยอนอย่างเสียมิได้

เมื่อถึงวันออกเดต เกิดมีอุบัติเหตุรถชนเด็กข้ามถนน ซึ่งเป็นจังหวะที่ฮีแทกับมยองฮีอยู่ในเหตุการณ์ มยองฮีจึงเข้าไปช่วยเด็กจนฟื้นขึ้นมา ฮีแทมองมยองฮีด้วยความประทับใจ โดยที่เขาเข้ามจว่ามยองฮีคือซูรยอน

EP.2 เราสองสามคน

นัดบอดครั้งนี้ของคิมมยองฮีก็เป็นไปเพียงเพื่อให้ถูกผู้ชายปฏิเสธ ดังนั้น อีซูรยอนจึงแนะนำทุกอย่างเพื่อให้นัดบอดแรกกลายเป็นนัดครั้งสุดท้าย

ที่ร้านกาแฟตามเวลานัดหมาย มยองฮีเจอฮวังฮีแทที่ดูเหมือนว่าจะประทับใจเธอเป็นพิเศษ แม้มยองฮีจะทำตามทุกอย่างทุกขั้นตอนที่ซูรยอนสอนเอาไว้ มันก็ไม่สามารถทำให้ฮีแทลดความสนใจในตัวเธอได้เลย สุดท้ายมยองฮีจึงใช้ท่าไม้ตายที่ซูรยอนสอนเอาไว้ นั่นก็คือช๊อปปิ้งให้กระเป๋าฉีก โดยต้องเลือกของที่แพงที่สุด แต่เอาเข้าจริงมยองฮีกลับซื้อแค่ซองใส่พาสปอร์ตเท่านั้น

ระหว่างนั้น ฮีแทสังเกตเห็นว่ารองเท้าส้นสูงของมยองฮีหลวมเกินไป เขาจึงแอบซื้อรองเท้าส้นเตี้ยเพื่อให้เธอใส่ออกเดตในครั้งหน้า และนั่งรถแท็กซี่ไปส่งเธอที่บ้านของซูรยอน

ดูเหมือนว่าแผนที่ซูรยอนวางเอาไว้จะล้มเหลวไม่เป็นท่า ยิ่งเมื่อเห็นฮีแทซื้อรองเท้าให้อีก เธอจึงไม่ให้มยองฮีใส่มัน เพราะอาจทำให้ฮีแทคิดว่าฝ่ายหญิงมีใจให้

ด้านฮีแทกลับถึงบ้านอย่างมีความสุข เขาเขียนโน้ตเพลงเมื่อคิดถึงเธอ … พ่อของเขา ฮวังกีนัมย้ำกับฮีแทว่าอนาคตของครอบครัวขึ้นอยู่กับการแต่งงานครั้งนี้

ฮีแทไปที่บ้านของจางซอกชอลและได้พบกับแม่ของเธอ ซึ่งบอกว่าซอกชอลไม่ส่งเงินมาให้พักใหญ่ ทำให้น้องชายไม่ได้ไปโรงเรียน ฮีแทจึงบอกว่าจางซอกชอลได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการประท้วงที่โรงงาน เธอจึงไม่สามารถทำงานได้ จากนั้นฮีแทได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้แม่ของเธอ

อีซูชาน (พี่ขายซูรยอน) ไปบริจาคเงินให้โรงพยาบาล และเขาได้ชวนมยองฮีออกไปไดนิ่ง แต่เธอปฏิเสธเพราะมีนัดกับฮีแทแล้ว

เดตครั้งที่สองนี้ ฮีแทพามยองฮีไปที่ร้านอาหารหรู มยองฮีจึงแสดงท่าทางแปลก ๆ เพราะใช้อุปกรณ์บนโต๊ะไม่เป็น ฮีแทจึงเรียกบริกรมาอธิบายเพื่อไม่ให้เธอเสียหน้า แต่ให้บังเอิญว่ามีหมอที่ไม่ค่อยชอบหน้ามยองฮีมานั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ และพูดจาไม่ดีให้มยองฮีเสียหาย ฮีแทจึงเดินเข้าไปแกล้งแล้วจ่ายเงิน

ขณะที่มยองฮีรีบออกจากร้านจนหกล้มขาเจ็บ ฮีแทจึงช่วยอุ้มเธอ แต่เธอไม่ยอมไปโรงพยาบาลเพราะกลัวเขาจะรู้ว่าเธอไม่ใช่ซูรยอน ทำให้ฮีแทไปซื้อยามาปฐมพยาบาลให้ที่สวนสาธารณะ ซึ่งดอกไม้กำลังผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ แล้วทั้งสองก็ได้คุยทำความรู้จักกันมากขึ้น

ฮีแทเล่าเหตุผลที่เลิกเรียนหมอ เขาบอกว่าไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยดนตรีเพราะอยากเป็นนักร้อง และวันหนึ่งเขาจะร้องเพลงที่แต่งให้เธอฟัง

ซูรยอนบอกกับมยองฮีว่าไม่ต้องไปเดตแทนเธออีกแล้ว ส่วนเรื่องเงินค่าตั๋วเครื่องบินไม่ต้องห่วง ขณะทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ ฮีแทแวะเอาของขวัญมาให้ที่บ้านซูรยอน พ่อซูรยอนเรียกให้ลงมาจากห้อง ทั้งมยองฮีและซูรยอนจึงเผชิญหน้ากับฮีแท จากนั้นเขาก็เดินไปทักทายซูรยอนและยิ้มให้มยองฮี

EP.3 หนึ่งเดือนสำหรับคุณ

ฮวังกีนัม พ่อของฮีแทบอกให้เขาไปหาซูรยอนที่บ้าน เมื่อเขามาถึงก็ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ “เราสองสามคน” เมื่อเขาเจอทั้งซูรยอนและมยองฮี เขาจึงได้รู้ว่ามยองฮีปลอมตัวเป็นซูรยอนเพื่อไปออกเดตกับเขา … ทั้งซูรยอนและมยองฮีก้มหน้าและแสดงอาการอึกอักเมื่อถูกจับได้ แต่ฮีแทก็แสดงความแมนด้วยการไม่แฉให้พ่อและพี่ชายของซูรยอนรู้

หลังทานอาหารเสร็จ ฮีแทก็ไปดูอัลบั้มรูปกับซูรยอนที่สวน ณ จุดนี้ ซูรยอนพยายามแก้ตัวสารพัดว่า ที่เธอให้มยองฮีไปออกเดตกับเขาก็เพื่อให้เขาปฏิเสธ แล้วก็บอกว่าจริง ๆ แล้วมยองฮียอมทำก็เพราะว่าเธอให้ข้อแลกเปลี่ยนเป็นตั๋วเครื่องบินเพื่อไปเรียนต่อ หลังฟังมานานฮีแทจึงบอกว่าถ้าไม่ชอบทำไมถึงไม่บอกตรง ๆ ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องให้วุ่นวายมากความขนาดนี้

สุดท้าย ฮีแทสารภาพกับซูรยอนว่าเขาชอบมยองฮี … ประโยคนี้เล่นเอาซูรยอนหน้าเอ๋อไปเลย

ก่อนกลับ ขณะที่ฮีแทอยู่กับมยองฮีสองต่อสอง ในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นเอง เขาจึงจับมือของมยองฮี แม้เธอสะบัดเท่าไรเขาก็ไม่ปล่อย แต่แท้จริงแล้ว ฮีแทได้แอบให้โน้ตที่เขียนใส่กระดาษระหว่างที่จับมือเธอ … ซึ่งในโน้ตนั้นเขียนข้อความนัดให้มยองฮีมาเจอเขาตอน 1 ทุ่ม ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง

มยองฮีสองจิตสองใจกับนัดของฮีแท แต่สุดท้ายเธอก็ไปตามนัด เมื่อไปถึงมยองฮีถามฮีแทว่าทำไมถึงนัดเธอมาในวันนี้ ฮีแทตอบว่าเขาอยากโชว์สกิลการเล่นกีตาร์ให้เธอดู … ก่อนกลับฮีแทบอกว่าอยากเจอเธออีก แต่มยองฮีปฏิเสธ แต่ใจจริงแล้วตรงข้าม มยองฮีชอบฮีแทเข้าให้แล้ว เพียงแต่เธอไม่มั่นใจในตัวเองเรื่องฐานะทางครอบครัวของเธอ กับเรื่องที่เธอต้องไปเรียนต่อที่เยอรมนี

อย่างไรก็ตาม ฮีแทเกิดได้เบอร์เพื่อนบ้านของมยองฮี ซึ่งอย่างน้อยเขาก็ได้รู้สึกว่าตัวเองได้ใกล้ชิดกับมยองฮีมากขึ้นกว่าเดิม

ระหว่างนั้น เราจะได้เห็นนาฬิกาที่พ่อของมยองฮีถืออยู่ในมือ เป็นนาฬิกาที่คล้ายกับที่พบพร้อมกับโครงกระดูกที่คนงานก่อสร้างขุดเจอในฉากเปิดตัว EP.1 และชายปริศนาที่สวมหมวกปิดบังใบหน้าก็คล้ายกับพ่อของมยองฮี !!?

ต่อมา ขณะที่ซูรยอนกำลังถือโทรโข่งปลุกระดมสมาชิกนักศึกษาเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ฮีแทได้โผล่มาหา หลังวิวาทะกันอยู่พักหนึ่ง จู่ ๆ ซูรยอนก็เกิดขึ้นไปบนขอบรั้ว แล้วก็โซซัดโซเซตกลงมาซะอย่างนั้น

ฮีแทพาซูรยอนมาที่โรงพยาบาล ณ จุดนี้ มยองฮีแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านสีหน้าของเธอว่า หึง เมื่อเธอเห็นฮีแทกับซูรยอนหยอกล้อกัน

ในวันเดียวกันนั้นเอง ฮีแทอยู่รอมยองฮีจนเลิกงาน แต่คำพูดที่ออกจากปากมยองฮีทำให้เขาปวดใจ เธอบอกเหตุผลจริง ๆ ที่ไปออกเดตกับเขาก็เพื่อตั๋วเครื่องบินไปเยอรมนี ซึ่งเธอจะต้องเดินทางไปภายใน 1 เดือน แล้วสิ่งที่ทำให้ฮีแทปวดใจมากที่สุดคือ มยองฮีขอยุติความสัมพันธ์ !

แต่ไม่ว่ามยองฮีจะเป็นคนขอเลิก แต่ภายในใจมันตรงกันข้าม เธอยังรู้สึกเป็นห่วงฮีแทเมื่อได้ยินผู้คนพูดถึงเขาในแง่ลบ … มยองฮีเข้าใจฮีแทมากขึ้น เธอได้ว่าฮีแทเป็นลูกนอกสมรส แม่ของเขาทำงานเป็นนักร้องกลางคืน แต่เขาซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ภายใน

ในตอนท้าย ฮีแทมารอเจอมยองฮี เขาบอกให้เธอมานั่งข้าง ๆ เขาที่ม้านั่งแล้วกล่าวว่า “ผมลองคิด ๆ ดูแล้ว ถ้ามีเวลาแค่เดือนเดียวจะทำยังไงดี” จากนั้นเขาก็ร้องเพลงที่เขาแต่งให้มยองฮี …

“ตลอดทั้งปีฉันเฝ้ารอดือนพฤษภาคมมากที่สุด แม้ว่าเพลงของฉันมันจะฟังไม่ค่อยเพราะ แต่แมลงที่ส่งเสียงอยู่ตอนนี้ก็ช่วยทำให้มันเพราะขึ้น แต่ถ้าฉันคิดถึงมยองฮีมันก็คงยุ่งเหมือนกัน แล้วคุณมยองฮีจะยอมพบฉันตลอดเดือนพฤษภาคม (หนึ่งเดือน) หรือเปล่าล่ะ ?”

EP.4 ข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธได้

ฮีแทตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้าย ซึ่งเขามักจะฝันร้ายอย่างนี้เป็นประจำ

มยองฮีไปทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติ แต่สิ่งที่ผิดแผกแปลกไปก็คือหน้าเธอดูสดใสและอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม เธอใจลอยคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ฮีแทเล่นกีตาร์ และร้องเพลงที่แต่งให้เธอโดยเฉพาะ กับคำขอคบกับเธอ 1 เดือนนับจากนี้ … เพื่อนพยาบาลสังเกตเห็นมยองฮีแก้มแดงจึงเข้ามาแซว ณ จุดนี้ พยาบาลสาวของเราตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความรักเข้าให้แล้ว

ในวันเดียวกันนั้นเอง ฮีแทเข้ามาคุยกับผอ. โรงพยาบาลเรื่องกำหนดวันย้ายจางซอกชอล ซึ่งฮีแทบอกว่าต้องรีบกำหนดวันให้เร็วที่สุด เพราะตอนนี้ผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งผอ. ก็แจ้งว่าเป็นสัปดาห์หน้า

ฮีแทคุยโทรศัพท์แบบหยอดเหรียญกับทางโรงพยาบาลโซลเรื่องอาการของจางซอกชอล แต่ยังคุยกันไม่ทันจบ มยองฮีที่เห็นเขาจึงเดินมาหาแล้วสะกิดเขาจากด้านหลัง มยองฮีส่งยิ้มให้กับเขา แต่ฮีแทกลับทำหน้าเหมือนคนอารมณ์เสียใส่ (เพราะเขากำลังคุยโทรศัพท์เรื่องซีเรียสอยู่) แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ เขาจึงเบือนหน้าหนีแล้วปรับอารมณ์ตัวเองแล้วหันกลับมายิ้มให้มยองฮี จากนั้นเขาก็นัดเจอเธอที่บ้าน

บ่ายวันนั้น มยองฮีไปที่บ้านของซูรยอน แต่ซูรยอนไม่อยู่ คุณป้าของซูชานจึงชวนมยองฮีมาช่วยดูตัวผู้หญิงที่จะมาเป็นคู่ครองของซูชาน แต่ดูเหมือนซูชานจะไม่สนใจใครเลย เพราะในใจเขามีมยองฮีอยู่ในใจแล้ว เขากล่าวว่า “ผู้หญิงในอุดมคติของผม ต้องเป็นคนที่ไม่ละทิ้งความฝันของตัวเอง แล้วไม่พูดในสิ่งที่เขาเกลียด …” มยองฮีนับรู้ความรู้สึกบางอย่างของซูชานที่มีต่อเธอ

ในตอนค่ำของวันนั้น ฮีแทไปหามยองฮีที่บ้าน เขาถามหาคำตอบจากเธอที่ขอคบเป็นเวลา 1 เดือน มยองฮีเขินอายจนม้วนต้วนเอ่ยปากตอบแบบตัดบท “วันนี้ฉันเหนื่อยมาก ขอกลับเข้าบ้านไปนอนก่อนนะ” … แล้วฮีแทก็ชวนมยองฮีไปออกเดตในวันพรุ่งนี้ แต่เธอบอกว่ามีที่ที่เธอต้องไป เขาจึงขอเธอไปด้วย

11 โมงของเช้าวันต่อมา ฮีแทกับมยองฮีเดินทางไปบ้านเด็กกำพร้าด้วยกัน ระหว่างอยู่บนรถโดยสาร ฮีแทปลอกไข่ต้มให้มยองฮีกินด้วยล่ะ

เมื่อไปถึงก็ทำกิจกรรมต่าง ๆ จนตอนหนึ่งฮีแทเกิดไปเห็นเด็กคนหนึ่งไม่สบาย ทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้เขาปวดใจ … วันหนึ่งในอดีต คยองซูแบกผู้หญิงคนหนึ่งมาหาเขาด้วยสีหน้าตื่นตกใจ เขาบอกฮีแทให้ช่วยชีวิตผู้หญิงคนนี้ให้หน่อย (เธอคือจางซอกชอล) ฮีแทพยายามทำ CPR ให้ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ช่วยให้เธอฟื้นขึ้นมาได้ !

ฮีแทสารภาพกับมยองฮีว่า เขาไม่ใช่หมอ “ที่ผมเรียนหมอก็เพื่อรักษาคน แต่ทุกคนที่ผ่านมือของผม กลับอาการหนักกว่าเดิม” แต่มยองฮีกลับพูดให้เขาคิดในอีกแง่มุม “เราไม่ใช่คนตัดสินว่าใครจะอยู่หรือตาย เราเพียงแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นขึ้นอยู่กับพระผู้สร้างเป็นผู้กำหนด

สุดท้าย มยองฮีบอกกับฮีแทว่า เธอจะให้คำตอบที่เขาต้องการรู้ในวันพรุ่งนี้

ทีนี้ จุดไฮไลต์ของตอนเริ่มปรากฏ เมื่อฮวังกีนัมไปขู่ซูรยอนเรื่องธุรกิจของครอบครัวขึ้นอยู่กับการแต่งงานกับฮีแท พูดง่าย ๆ คือถ้างานแต่งงานไม่เกิดขึ้นภายในหนึ่งเดือน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ครอบครัวเธอมีในวันนี้จะกลายเป็นอดีตทั้งหมด

ซูรยอนนัดคุยกับฮีแทที่ร้านอาหาร เพื่อให้เขายอมแต่งงานเพื่อเห็นแก่ครอบครัวของเธอ แต่ดูเหมือนคำขอของซูรยอนจะถูกปฏิเสธ

จริง ๆ แล้วทั้งฮีแทและซูรยอนปฏิเสธการแต่งงานด้วยกันทั้งคู่ แต่เพราะความที่ผู้ใหญ่ของสองครอบครัวได้ตกลงกันไว้ พูดง่าย ๆ คือมันเป็นเรื่องของธุรกิจ พ่อของซูรยอนตวาดใส่เธอว่า “ทั้งหมดถูกเตรียมการไว้หมดแล้ว มันไม่ใช่เรื่องตลกของเด็ก ๆ ถ้าไม่ทำตามนั้นทุกอย่างก็พังหมด ! … ถ้าผู้ชายคนนั้น (ฮวังกีนัม) บอกว่าธุรกิจพังมันก็จะเป็นอย่างนั้น เมื่อเขาบอกให้แต่งงานมันก็เช่นเดียวกัน และถึงแม้ฉันจะสาบานว่าขายลูกสาวกิน ฉันก็ต้องทำเพื่อครอบครัว ตอนนี้ครอบครัวของเราขึ้นอยู่บนหลังเสือแล้ว ถ้าเราตกลงมา เราก็จะถูกมันกิน !!!”

ในวันนั้นเอง ฮีแทมาดักรอมยองฮีพร้อมกับดอกไม้ช่อใหญ่ แต่มยองฮีมีสีหน้าที่เห็นได้ชัดเจนว่าดูเหนื่อยและแปลกไป เธอพูดประโยคหนึ่งออกมาเหมือนกลั่นออกมาจากน้ำตาที่ก้นบึ้งของหัวใจ “คุณจะหมั้นกับซูรยอนหรือเปล่า ?”

EP.5 พฤษภาคมที่ไม่มีคุณ

ซูรยอนมานั่งรอมยองฮีเลิกงานแม้จะดึกดื่น มยองฮีดีใจที่ได้เจอซูรยอนเพราะเธอตั้งใจจะโทร. ไปหาซูรยอนอยู่พอดี เพื่อที่จะบอกว่าเธอต้องการคบกับฮีแท แต่คำตอบที่ได้จากซูรยอนทำเอามยองฮีถึงกับอึ้งนิ่งไปนานหลายวินาที

“ครอบครัวฉันกำลังแย่ …” ซูรยอนพูดไปทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด ไม่ต่างอะไรกับเด็ก ๆ “เธอช่วยพูดกับฮีแทให้หมั้นกับฉันได้ไหม เขาอาจฟังที่เธอขอก็ได้ ช่วยคุยกับเขาให้ฉันสักครั้งนะ ถ้าฉันไม่ได้หมั้น ทั้งพ่อและพี่ชายคงต้องแย่แน่ ๆ เพราะฉันเป็นต้นเหตุ”

มันคงเป็นการยากที่ต้องเลือกระหว่างหัวใจตัวเอง กับคำขอร้องของเพื่อนที่รักมากที่สุดในชีวิต ซึ่งมันหมายถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของซูรยอนที่ใหญ่หลวงยิ่งนัก … มยองฮีนั่งนิ่งไปนานมากขณะในหัวกำลังคิดตัดสินใจ มันยากแค่ไหนกันนะที่ต้องตัดสินใจระหว่างสองสิ่ง ที่ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ล้วนแล้วแต่เป็นความเสียใจ …

มยองฮีบอกกับฮีแทให้หมั้นกับซูรยอน เพราะการหมั้นของฮีแทกับซูรยอนจะทำให้ธุรกิจของครอบครัวซูรยอนเดินต่อไปได้ (บริษัทเวชภัณฑ์ชังฮวา) มยองฮีอธิบายอีกว่า ซูรยอนเป็นเพื่อนรักที่สำคัญสำหรับเธอมาก ๆ ดังนั้น ถ้าเกิดปัญหากับครอบครัวซูรยอน เธอคงเป็นทุกข์ไปทั้งชีวิต

ฮีแทตกอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่ต่างอะไรกับมยองฮีแม้แต่นิดเดียว แต่ก่อนที่ฮีแทจะขอตัวกลับ มยองฮีมองไปที่ดอกไม้ช่อใหญ่ในมือของฮีแท ซึ่งฮีแทก็ตอบกลับไปว่า “อ้อ นี่เป็นของพ่อผมสั่งให้ซื้อกลับไปที่บ้าน” แล้วเขาก็เดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเศร้าสร้อยและผิดหวังของทั้งสองคน

รุ่งเช้าวันต่อมา ฮีแทไปพบคุณพ่อของซูรยอนแต่เช้าเพื่อบอกว่าเขาจะหมั้นกับซูรยอน

จริง ๆ แล้วเรื่องที่มยองฮีต้องไปเรียนต่อที่เยอรมนี เรื่องของเรื่องมันเริ่มต้นจากเหตุการณ์ขณะที่เธอกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย ในตอนนั้น มยองฮียอมรับผิดเพียงคนเดียวว่าเป็นคนแจกใบปลิวต่อต้านรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายในขณะนั้น ทำให้ซูรยอนไม่ต้องรับผิด

ตกกลางคืน หลังมยองฮีไปถ่ายรูปเพื่อจะไปติดเอกสารการเดินทางไปเยอรมนี เธอได้เจอกับฮีแทโดยบังเอิญ เขาเดินเลี่ยงเธอไปโดยไม่มีคำพูดออกจากปากเลยสักคำ ! มยองฮีรีบเดินตามฮีแทไปแล้วพูดว่า “นี่เราจะไม่มีแม้แต่คำทักทายกันเลยเหรอ ?” ฮีแทตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พอดีผมยุ่งและไม่มีเวลา เพราะต้องเตรียมงานหมั้น”

“ฉันต้องขอบคุณ และขอโทษคุณด้วยนะคะที่ต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ … ฉันกำลังจะต้องไปเรียนต่อที่เยอรมนี แต่คุณกับซูรยอนจะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่นี่ต่อไป ฉันไม่อยากให้ความสุขเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ไปสร้างปัญหาในระยะยาว” คำพูดของมยองฮีที่เคลือบด้วยเหตุผล และความเท่ในสิ่งที่ตัวเองเสียสละทำเอาฮีแทถึงกับยอม โดยไม่มีคำโต้แย้งใด ๆ

พิธีหมั้นของฮีแทกับซูรยอนถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนสถานที่จัดการก็ใหญ่โต แถมยังประกาศลงหนังสือพิมพ์อีกด้วย … ในระหว่างเลือกชุด ซูรยอนโดนเพื่อน ๆ ในขบวนการนักศึกษาหัวรุนแรงผู้เรียกร้องประชาธิปไตยจ้องเล่นงาน เพราะคิดว่าซูรยอนหักหลัง ทีนี้ ฮีแทก็คือฮีแทผู้มีความเป็นสุภาพบุรุษก็เข้ามาช่วยซูรยอนเอาไว้ได้

ในวันเดียวกันนั้นเอง มยองฮีก็เดินทางไปโซลเพื่อทำพาสปอร์ต แต่ดูเหมือนว่าต้องใช้เวลาทำยาวนานหลายเดือนถ้าไม่มีคนรู้จักที่ทำงานอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศ ให้บังเอิญว่าซูชานก็มาติดต่อธุระที่โซลพอดีเช่นกัน เขาจึงให้เพื่อนที่กระทรวงการต่างประเทศช่วยให้มยองฮีได้พาสปอร์ตทันเวลาก่อนวันเดินทาง … ระหว่างทางกลับบ้าน ซูชานปลอกไข่ต้มให้มยองฮี ทำให้เธอนึกถึงภาพเอกสารในวันที่ฮีแทปลอกไข่ต้มให้เธอ ณ จุดนี้ มยองฮีคิดถึงฮีแทขึ้นมาอย่างจับใจ

ทีนี้ ฮีแทก็คิดถึงมยองฮีอย่างลึกสุดใจไม่ต่างกัน ยิ่งเขาได้มารู้ว่ามยองฮีไปโซลกับซูชาน มันยิ่งทำให้ความคิดถึงที่มีแปรเปลี่ยนเป็นความหึง !

ฮีแทมาดักรอมยองฮีที่ทางเข้าบ้าน เขาบอกว่าน่าจะชวนเขาไปโซลแทนที่จะเป็นซูชาน ฮีแทเริ่มของขึ้นด้วยความหึงหวง “คุณแค่ไม่อยากเป็นคนไม่ดี คุณคิดว่าผมไม่ได้คิดอะไรเลยเหรอ ผมแค่หักห้ามใจเอาไว้ก็เพราะคุณ ผมรู้ว่าคุณก็รู้สึกเหมือนกัน … เรามีเวลาแค่เดือนเดียว ผมไม่อยากให้หนึ่งวันของเราผ่านไปแบบนี้” ฮีแทหลั่งน้ำตาออกมา พร้อมกับพูดประโยคสะเทือนใจออกมาว่า “ตอนแรกผมคิดว่าคุณเป็นเหมือนผม แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า คุณคงไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น เพราะคุณคงไม่ได้คิดอะไรเลย !”

ในคืนนั้น ฮีแทนั่งมองดอกไม้ช่อนั้นที่กำลังเหี่ยวเฉาลงไป เขานั่งมองไปด้วยน้ำตาที่ไหนเอ่อออกมา

วันต่อมา ซูชานชวนมยองฮีไปทำเลือกชุดให้กับเขา แล้วจังหวะนรกก็บังเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อร้านที่มยองฮีกับซูชานไป เป็นร้านเดียวกับที่ฮีแทกับซูรยอนมาลองชุดด้วยกันอยู่พอดี สถานการณ์โป๊กเกอร์เฟสจึงเกิดขึ้น

ในคืนนั้น พ่อของมยองฮีแวะมาหาด้วยความเป็นห่วงเรื่องการประท้วงของนักศึกษา ที่ตอนนี้กำลังวุ่นวายไปหมด ขณะที่รอ พ่อเกิดไปเห็นหนังสือแถลงการณ์ของนักศึกษา ที่เพื่อนในขบวนนักศึกษาฝากเอาไปให้ซูรยอน เมื่อมยองฮีกลับมาพ่อจึงคิดว่าเป็นแถลงการณ์ของมยองฮี จึงฉีกมันทิ้งต่อหน้าเธอ !

มยองฮีนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ในวันที่เธอโดนจับพร้อมกับเพื่อน ๆ พ่อเดินเข้ามาหาเธอและบอกให้เธอยอมรับว่าเป็นคนแจกใบปลิวทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำ แล้วโทษก็คือการโดนไล่ออกจากโรงเรียน (จุดนี้เองเป็นปมของมยองฮีกับพ่อ ที่ทำให้เธอหมดอนาคต)

วันหมั้นก็มาถึง … พิธีจัดขึ้นใหญ่โตอลังการ แต่ดูเหมือนว่าท่ามกลางความยินดีของแขกเหรื่อ กลับมี 3 คนที่ต้องทำหน้าโป๊กเกอร์เฟส มันคือโศกนาฏกรรมอย่างแท้จริง

ในคืนนั้น มยองฮีเจอกับฮีแท เธอสารภาพกับเขาทั้งน้ำตาว่า “ฉันไม่อยากให้เดือนพฤษภาคมนี้ผ่านไปเลยโดยไม่มีคุณ” ฮีแทเงยหน้ามองฟ้าเหมือนกับโล่งใจ ที่หญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าเขาก็มีความรู้สึกเหมือนเขาเช่นกัน

ฮีแทก้าวไปหามยองฮี แล้วเอื้อมมือไปจับเธอไว้แน่น แล้วทั้งสองก็ออกวิ่งหนีออกจากงานหมั้นไปด้วยรอยยิ้ม

EP.6 ความรักกับความรับผิดชอบ

ในคืนวันหมั้น ขณะที่ฮีแทออกมาสูบบุหรี่ด้านนอกงานเพื่อปลดปล่อยอารมณ์เครียดและเสียใจ มยองฮีเดินมาเจอกับฮีแทที่นั่งอยู่บนม้านั่ง เขาเห็นเธอหน้าตาไม่สู้ดีนัก เลยเอ่ยปากถามว่าโอเคมั้ย ? เธอสารภาพกับเขาทั้งน้ำตาว่า “ฉันไม่อยากให้เดือนพฤษภาคมนี้ผ่านไปเลยโดยไม่มีคุณเลย” ฮีแทเงยหน้ามองฟ้าเหมือนกับโล่งใจ ที่หญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าเขาก็มีความรู้สึกเหมือนเขาเช่นกัน

ฮีแทก้าวไปหามยองฮี แล้วเอื้อมมือไปจับเธอไว้แน่น แล้วทั้งสองก็ออกวิ่งหนีออกจากงานหมั้นไปด้วยรอยยิ้ม

ทีนี้ ภายในงานหมั้นก็วุ่นวายกันใหญ่ เมื่อว่าที่เจ้าบ่าวหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ด้านซูรยอนจึงแก้ตัวให้ฮีแทว่าเขาไม่สบายเลยต้องกลับไปก่อน

ที่หน้าบ้านของมยองฮี ใกล้ช่วงเวลาเคอร์ฟิว ฮีแทนัดเจอกับมยองฮีวันพรุ่งนี้หลังจากเขาทำงานติวหนังสือเสร็จ แต่ดูเหมือนว่ามยองฮีจะจำตารางเวรของตัวเองไม่ได้ ว่าเธอออกเวรกี่โมง บรรยากาศในตอนนี้ตลบอบอุ่นไปด้วยความรัก

ฮีแทเอื้อมมือของเข้าสัมผัสซอกคอของมยองฮีที่บริเวณต่างหู “ผมขอต่างหูคู่นี้ของคุณได้มั้ย เพื่อเป็นตัวแทนในยามที่ผมคิดถึงคุณ” มยองฮีถอดต่างหูให้กับฮีแท จากนั้นด้วยบรรยากาศเป็นใจ ฮีแทก็ค่อย ๆ โน้มตัวลงไปหมายจุมพิตเธอ ท่ามกลางช่วงเวลาอันสุดแสนโรแมนติก แต่ทันใดนั้นเอง ตำรวจเจ้ากรรมที่ทำหน้าที่แจ้งเตือนช่วงเวลาเคอร์ฟิวได้ปรากฏตัวขึ้น และไล่ทั้งสองให้รีบกลับเข้าบ้านไป รอยจูบนั้นจึงไม่ได้เกิดขึ้น !

แน่นอนว่าผลของการหนีงานหมั้นที่ตัวเองตอบตกลง (แม้จะไม่เต็มใจ) เป็นสิ่งที่แย่มาก ๆ เพราะถ้าฮีแทไม่เป็นคนไปตอบตกลงตั้งแต่แรกปัญหาก็อาจจะไม่หนักหนาเท่านี้ … ฮวังกีนัมโกรธมากที่ฮีแทหนีงานหมั้น และยังผิดคำสัญญาที่เคยให้ไว้เมื่อตอนที่ฮีแทคุกเข่าขอเงิน

ในขณะที่ซูชานนัดเจอกับฮีแทที่ร้านอาหาร ซูชานไม่พอใจกับพฤติกรรมอันไร้ความรับผิดชอบของฮีแท เขาแนะนำว่าแม้จะเป็นงานหมั้นที่ไม่เต็มใจ แต่เมื่อตัวเอง (ฮีแท) เป็นคนตอบตกลงหมั้นเอง อย่างน้อยก็ต้องรับผิดชอบ ที่สำคัญซูชานรู้ว่าในวันนั้นเขาหายไปกับมยองฮี “อย่าทำอะไรที่คิดว่าตัวเองรับผิดชอบไม่ได้” ประโยคเตือนสุดท้ายของซูชาน … จากนั้นทั้งคู่ดื่มเหล้ากันจนเมามาย

ณ จุดนี้ คนที่เสียใจคงหนีไม่พ้นซูชาน เขาไปพบมยองฮีโดยกล่าวว่าเธอกำลังโดนฮีแทหลอก แต่มยองฮีได้เผยความในใจออกมาว่า “ฉันยอมแพ้มาทั้งชีวิต นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันกล้าลุกขึ้นมาเลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการ”

ในขณะเดียวกันนั้น อีชางกึน พ่อของซูรยอนได้บอกกับฮวังกีนัมให้ยกเลิกงานแต่งงาน ด้วยเหตุผลที่ว่าฮีแทมีผู้หญิงคนอื่น แต่ฮวังกีนัมไม่ยอมให้เรื่องนี้ผ่านไปง่าย ๆ เขายังยืนยันที่จะให้มีการจัดงานแต่งงาน “ขอเวลาผมหน่อย ผมจะจัดการเอง”

หลังจากไปเดตกัน คืนนั้นเอง มยองฮีรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูกเหมือนเธอมีอะไรในใจบางอย่าง เธอบอกกับฮีแทว่า “ฉันอยากให้ความสุขอยู่กับเราแบบนี้ตลอดไป แต่ฉันกลัว” ฮีแทจึงจูบเธออย่างแผ่วเบาเหมือนเป็นคำปลอบประโลม

หลังจากนั้น ขณะที่มยองฮีกำลังกลับเข้าบ้าน ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ดักรอลักพาตัวเธอขึ้นรถเก๋งไป !

EP.7 หัวใจที่ไม่สามารถแยกจากกัน

ในค่ำคืนพิเศษของฮีแทกับมยองฮี ซึ่งเป็นคืนที่ทั้งสองจูบกันด้วยความรักอันหวานซึ้งเป็นครั้งแรก แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น มยองฮีโดนกลุ่มชายฉกรรจ์ลักพาตัวขึ้นรถตู้ไป ทิ้งไว้เพียงต่างหูให้ฮีแทเอาไว้ดูต่างหน้าด้วยความกังวลใจ

รุ่งเช้าขึ้นอีกวันหนึ่ง ฮีแทไปหามยองฮีที่บ้านพัก แต่เจ้าของบ้านเช่าบอกว่ามยองฮียังไม่กลับมาตั้งแต่เมื่อคืน ฮีแทจึงไปที่โรงพยาบาล แต่ปรากฏว่ามยองฮีก็ไม่อยู่เช่นกัน ฮีแทจึงโทร. ไปถามซูรยอนซึ่งก่อนที่เธอจะอ้าปากพูดอะไร ซูชางได้มาคว้าเอาโทรศัพท์วางสายไป

ทางสุดท้ายที่ทำได้คือเข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่ดูเหมือนว่าตำรวจจะไม่ค่อยสนใจจะทำคดีแบบนี้เท่าไร ฮีแทจึงเลือกทางสุดท้ายที่มี นั่นก็คือไปหามยองฮีที่บ้านเกิดของเธอ

ที่แท้แล้วคนที่จับตัวมยองฮีไปก็คือฮวังกีนัม (พ่อของฮีแท) เขาปรากฏกายเบื้องหน้ามยองฮีในห้องสอบสวนผู้ต้องหา เขาหยิบเรื่องการไปศึกษาต่อในประเทศเยอรมนีของมยองฮีมาข่มขู่ โดยบอกว่าการไปเรียนต่อที่เยอรมนีของเธอเป็นเรื่องที่ท่าทางจะเป็นไปได้ยาก ฮวังกีนัมนำรูปถ่ายที่เป็นหลักฐานว่าเธอเข้าไปมีส่วนในการสนับสนุนการประท้วงของพวกนักศึกษา อีกทั้งยังเปิดเผยอดีตของพ่อเธอที่เป็นผู้คลั่งไคล้ในลัทธิคอมมิวนิสต์ และยังเคยโดนจับในคดีทำผิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติอีกด้วย ดังนั้น ถ้ามยองฮียังอยากจะไปเรียนต่อเธอต้องเลิกยุ่งกับฮีแทและกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด

ฮีแทเจอกับมยองฮีโดยบังเอิญที่บ้านเกิดของเธอ แต่ทุกอย่างแตกต่างออกไปจากการเจอกันครั้งล่าสุด มยองฮีมีสีหน้าที่เย็นชาและดูอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก เธอได้แต่เพียงบอกฮีแทให้หยุดความสัมพันธ์แค่นี้ “ลองไปถามพ่อของคุณดูสิ ฉันจะไม่ได้ไปเรียนต่อ คุณรู้มั้ยว่าฉันกลัว ฉันกลัวว่าชีวิตของฉันจะพังลงไปอีกครั้ง” ก่อนที่เธอจะเดินจากไปอย่างไม่ไยดี

มยองฮีกลับไปที่บ้านเกิด เธอต่อว่าพ่อของเธอที่เป็นคนทำลายชีวิตเธอไม่จบสิ้น เพราะเธอเพิ่งได้รู้ความจริงว่าพ่อของเธอเป็นผู้สนับสนุนลัทธิคอมมิวนิสต์ และมันเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอไม่สามารถเรียนต่อในประเทศได้ (พ่อของมยองฮีให้เธอรับสารภาพและรับผิดคนเดียวเรื่องแจกใบปลิวทางการเมืองสมัยที่เธอเรียนมัธยม)

เรื่องราวดำเนินไป โดยมีฉากหลังเป็นการชุมนุมประท้วงทางการเมืองที่เริ่มเห็นเค้าลางของความรุนแรงมากขึ้นทุกที … กระทั่งฮีแทได้พบกับมยองฮีเป็นครั้งสุดท้าย เขากล่าวว่า “พรุ่งนี้ฉันจะไปโซล และคงไม่มาที่นี่อีก ฉันอยากจะขอบคุณคุณก่อนที่จะไป ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาคุณทำให้ผมมีความสุขมากที่สุดในชีวิต”

ฮีแทเดินเข้าหามยองฮีและเอาต่างหูที่หักใส่ไว้ในอุ้งมือของเธอ “ฉันขอโทษ ฉันทำมันพัง ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ” เขาพูดต่อ “ฉันหวังว่าคุณจะเดินต่อไปอย่างกล้าหาญบนเส้นทางที่เลือก คุณต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งที่ไม่มีใครทำลายได้” หลังจากนั้นมยองฮีก็เดินจะเข้าบ้าน ฮีแทคิดอยู่ในใจซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าขอให้เธอหันกลับมามองเขา แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ฮีแทคิดจะไม่เกิดขึ้น มยองฮีเดินเปิดประตูแล้วเข้าบ้านพักไปโดยไม่หันกลับมามองเขาเลย ณ นาทีนี้ น้ำตาของผู้ชายที่ชื่อฮีแทหลั่งไหลออกมาไม่หยุด แม้ว่าเขาจะพยายามกลั้นมันไว้ น้ำตาที่แสดงให้เห็นถึงความเสียใจที่คล้ายดั่งหัวใจที่อ้างว้างโดดเดี่ยวยิ่งกว่าอยู่ในหุบเหวลึกอันไร้ผู้คนก็ไหลออกมาเป็นทางไม่หยุด

มยองฮีปิดประตูเหล็กด้านหน้าบ้าน เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ทรุดลงตรงม้านั่งที่เธอเคยนั่งคุยกับฮีแท เธอมองไปที่อุ้งมือของเธอซึ่งมีต่างหูที่ฮีแทคืนมาให้ ความเสียใจก็ผุดขึ้นมากลั่นเป็นน้ำตาออกจากเป็นสายทาง … มันช่างเป็นโศกนาฏกรรมที่น่าหดหู่หัวใจยิ่งนัก

EP.8 เพื่อความรักและอุดมการณ์

หลังจากค่ำคืนสุดท้ายที่ฮีแทบมาบอกมยองฮีเพื่อบอกลา และเกิดเป็นโศกนาฏกรรมความรักอันน่าหดหู่ขึ้น

ณ จุดนี้ ฮีแทยอมแพ้ต่อฮวังกีนัม พ่อของเขาโดยสมบูรณ์ เขาเลือกที่จะเลิกกับมยองฮี เขาคิดว่าอย่างน้อยเขาก็ยังสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่ผิดพลาดได้ โดยการไปโซลกับซูรยอน

ในวันนี้ก่อนที่ซูรยอนจะเดินทางไปโซลกับฮีแท เธอได้เขาไปเยี่ยมมยองฮี “ฉันจะไปโซลกับฮีแท” เมื่อได้ยินเช่นนั้นมยองฮีก็ได้แต่ฝืนยิ้ม

ระหว่างที่ฮีแทกับซูรยอนเดินทางมายังสถานีรถไฟ พวกเขาพบเห็นการประท้วงที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ภาพที่เห็นทำให้ซูรยอนรู้สึกผิดที่ทิ้งเพื่อน ๆ ให้ประท้วงอยู่ที่ควังจู โดยที่ไม่มีเธอร่วมอยู่ด้วย

ในขณะที่เพื่อน ๆ ของซูรยอน เมื่อได้รู้ข่าวว่าเธอเดินทางไปโซลเพื่อแต่งงานกับฮีแท และทิ้งพวกเขาให้ประท้วงอยู่ที่ควังจู พวกเขารู้สึกเหมือนโดนทรยศและผิดหวังเป็นอย่างมาก

ฮีแทกับซูรยองเริ่มใช้ชีวิตที่โซลด้วยกัน ส่วนมยองฮีก็พยายามทำนู่นนี่นั่นเพื่อจะได้ลืมฮีแท ระหว่างนั้นซูชางก็มาหามยองฮีพร้อมกับพยายามพูดเรื่องการเรียนของมยองฮี แต่ดูเหมือนว่ามยองฮีจะเลิกคิดเรื่องพวกนั้นแล้ว “โอปปะให้ฉันมาเยอะแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องฉันหรอก ฉันสบายดีกับเรื่องที่เกิดขึ้น” มยองฮีตอบปฏิเสธซูชานแบบสุภาพ

วันหนึ่งที่กรุงโซล ระหว่างที่ฮีแทกำลังนั่งแท็กซี่ เขาได้ยินเพลงเพลงหนึ่งจากวิทยุที่เขาเคยฟังกับมยองฮี มันทำให้เขาคิดถึงเธอแบบลึกสุดใจ สักพักน้ำตาของเขาก็ไหลออกมา

ด้านซูรยอนกำลังนั่งชิล ๆ อยู่ที่ร้านกาแฟมีเพื่อนที่ควังจูเข้ามาทักทายเธอ โดยเข้าใจว่าเธอเดินทางมาร่วมชุมนุมที่กรุงโซล เพื่อนคนนั้นจึงแนะนำให้เธอไปร่วมชุมนุมกับเพื่อนคนหนึ่งที่รู้จัก ด้วยความอับอาย ซูรยอนจึงบอกปฏิเสธและรีบออกไปจากร้านกาแฟทันที

ซูรยอนกับฮีแทอยู่ด้วยกัน แต่ปัญหาก็คือฮีแทมักจะทำตัวเหมือนหลบหน้าซูรยอน คืออยู่ไม่ติดบ้าน จนซูรยอนเริ่มรู้สึกโกรธเพราะเธอเข้าใจว่าฮีแทรู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของเธอ จากนั้นซูรยอนก็เริ่มร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กน้อย แล้วโวยวายโทษตัวเอง “ใช่ ฉันรู้ว่ามันเป็นความผิดของฉัน ฉันรู้ดี … อยากจะบ้าตาย !!!”

“ไม่ ฉันไม่เคยคิดโทษเธอเลย … มาด้วยกันสิ ฉันจะพาไปพบคนคนหนึ่งที่อยากจะแนะนำให้เธอรู้จัก” ฮีแทอธิบายให้ซูรยอนฟัง หลังจากนั้นพวกเขาก็ออกจากบ้านไปด้วยกัน … ซูรยอนได้รู้ว่าฮีแทเดินทางไปที่ควังจูในตอนแรกก็เพราะต้องการย้ายจางซอกชอล ซึ่งเป็นผู้ป่วยอาการโคม่าไปยังโรงพยาบาลบ้านเกิด ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่มยองฮีทำงานอยู่ และนี่ก็คือเหตุผลที่เขาต้องออกจากบ้านทุก ๆ วันจนทำให้ซูรยอนเข้าใจผิด

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น การชุมนุมประท้วง (เรียกว่าการชุมนุมคบเพลิง) กำลังปะทุขึ้นซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมด้วย และเวลานี้เอง มีคำสั่งเรียกตัวฮวังกีนัมไปกรุงโซลโดยด่วน

ซูรยอนแนะนำให้ฮีแทไปกับรถเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (จางซอกชอล) เพื่อกลับไปควังจู แต่ฮีแทบอกว่า “ฉันไปควังจูไม่ได้จนกว่าพ่อฉันจะโทร. มา” แต่ซูรยอนจี้ใจดำ “เป็นเพราะพ่อจริงเหรอ ? ฉันว่าเป็นเพราะมยองฮีมากกว่า ?”

ฮีแทพูดด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบาออกไปว่า “ฉันไม่ไป มยองฮีไม่อยากเจอฉัน เธอกลัว” ซูรยอนพยายามอธิบายด้วยคำพูดแซะเล็ก ๆ ว่า “คุณนี่งี่เง่าได้ใจเลยล่ะ คุณเชื่อฉันสิ มยองฮีไม่ได้กลัวคุณเลย เธอกลัวคุณจะได้รับอันตรายต่างหาก” ฮีแทสตั๊นไปหลายวิ … จากนั้นซูรยอนก็อธิบายยาวเหยียดว่า แท้จริงแล้วที่มยองฮีทำแบบนั้นก็เพื่อคุณ เธอต้องฝืนใจตัวเองเป็นอย่างมากทั้ง ๆ ที่เธอรักฮีแทอยู่เต็มหัวใจ เธอแกล้งทำเป็นว่ากลัวเพื่อเป็นการผลักฮีแทให้ไปจากเธอ

แค่ดูเหมือนว่าคำอธิบายอันยาวเหยียดของซูรยอนจะไม่ทำให้ฮีแทเลิกงี่เง่าได้เลย ! เขาบอกซูรยอนว่า “อืม อีกไม่นานมยองฮีก็ลืมฉันไปเอง” ซูรยอนถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด “ไปเถอะ ส่วนเราก็บอกลากันตรงนี้” เธอขอให้ฮีแทจับมือเพื่อเป็นการร่ำลากัน

ในที่สุดฮีแทก็กลับไปควังจู … มยองฮีเห็นฮีแทยืนอยู่ตรงหน้าก็ถึงกับแทบช็อก จากนั้นเธอก็ตะโกนออกมาว่า ไม่ ! เพื่อหยุดไม่ให้เขาเดินเข้ามาหาเธอ

ฮีแทเอาคำที่ซูรยอนบอกกับเขามาพูดกับมยองฮี “ซูรยอนบอกฉันแล้วว่าทำไมคุณถึงพูดว่า ‘ไม่’ ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรมา แต่เพราะความคิดถึงที่มากมายเหลือเกิน ฉันก็แค่อยากอยู่เคียงข้างคุณ อยู่ใกล้ ๆ คุณในทุก ๆ วันและทุก ๆ นาที” คำพูดของฮีแทเหมือนสิ่งที่กลั่นออกมาจากความคิดถึงที่ซ่อนลึกอยู่ในสุดส่วนของหัวใจออกมาทั้งหมด

จากนั้นมยองฮีก็วิ่งเข้าไปหาฮีแท ทั้งสองสวมกอดกันเหมือนดั่งว่าต่อให้โลกจะแตกหรือแผ่นดินจะสะเทือน พวกเขาก็จะไม่ยอมปล่อยมือจากกันเป็นเด็ดขาด แล้วน้ำตาแห่งความปีติก็ไหลออกมาเอ่อแก้มของทั้งคู่

ในตอนท้าย ทั้งสองกลับไปที่บ้านพักของมยองฮี ทั้งคู่สวมกอดกันและจูบกัน … นับจากนี้จะไม่มีอะไรพรากพวกเขาจากกันได้อีกแล้ว นอกจากความตาย !!?

EP.9 หน้าที่ของนางฟ้าชุดขาว

หลังจากซูรยอนกับฮีแทตกลงกันว่าจะแยกกันที่โซล และเดินทางไปในทางที่แต่ละคนต้องการ ฮีแทกลับมาหามยองฮีที่ควังจู …

ฮีแทบอกกับมยองฮีว่า พวกเขาทั้งสองจะต้องเดินทางออกจากควังจูในวันพรุ่งนี้ให้เร็วที่สุด ในคืนนั้นทั้งคู่นอนด้วยกันพร้อมกับความฝันที่จะมีอนาคตอันสดใสร่วมกัน เมื่อพระอาทิตย์โผล่ขึ้นขอบฟ้า

ในเวลาเดียวกันนั้น ฮวังกีนัมได้รับคำสั่งด่วนให้จัดการกับพวกต่อต้าน ในขณะที่มีการประกาศขยายกฎอัยการศึกออกไปทั่วประเทศ และมีคำสั่งให้ทหารปิดล้อมควังจูเพื่อปราบปรามพวกต่อต้าน

เช้าวันถัดมา การกวาดล้างได้เริ่มขึ้นแล้ว …

มยองฮีเดินทางไปเยี่ยมน้องชายของเธอเพื่อบอกลา ในขณะที่ฮีแทเดินทางมาบ้านเพื่อนเพื่อเอากีตาร์ เมื่อมาถึงก็พบกับสภาพสตูดิโอถ่ายภาพที่ถูกรื้อค้นและทำลาย ที่นั่นเขาได้เจอกับซูรยอนโดยบังเอิญ

ระหว่างเดินทางกลับจากไปเยี่ยมน้องชาย มยองฮีเกิดติดร่างแหโดนกลุ่มทหารที่เข้าทำการปราบปรามเข้าทำการจับกุม เธอขัดขืนอย่างเต็มที่ ทหารหนุ่มนายนั้นจึงจะใช้กระบองฟาด แต่ทันใดนั้นเอง ฮีแทก็โผล่เข้ามาเอาตัวมาขวางจนโดนกระบอกตีเข้าที่หัวอย่างแรง ขณะที่ทำการต่อสู้กันมยองฮีเอาไม้หน้าสามฟาดเข้าที่ทหารนายนั้นจนทรุดลงไปกับพื้น ทั้งสองจึงรีบหนีไปด้วยกัน

ฮีแทเลือดไหลจากการที่โดนกระบองฟาดอย่างแรงที่หัว มยองฮีจึงให้เขาไปที่โรงพยาบาลเพื่อทำแผล … และจุดนี้เองคือจุดเปลี่ยนของอนาคตของพวกเขาทั้งสองคน

หมอวินิจฉัยให้ฮีแทแอดมิตเพื่อรอดูอาการหนึ่งคืน แม้ฮีแทจะทัดทานเพราะเขาอยากจะออกเดินทางจากควังจูให้เร็วที่สุด แต่มยองฮีก็ให้เขาทำตามที่หมอสั่ง อีกอย่างด้วยการขยายเคอร์ฟิวทำให้เขากับมยองฮีต้องนอนพักที่โรงพยาบาลอย่างไม่มีทางเลือก และคืนนั้นเองเขาก็ได้ดีดกีตาร์ให้มยองฮีฟัง (ซึ่งอาจจะเป็นครั้งสุดท้าย !!?)

เวลาล่วงไปจนถึงช่วงสายของอีกวัน ฮีแทเป็นกังวลใจมากกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เขาเดินไปหามยองฮีท่ามกลางคนเจ็บที่อยู่เต็มไปทั่วทั้งบริเวณทางเดินของโรงพยาบาล

มยองฮีกำลังทำหน้าที่พยาบาลอย่างเต็มที่ เพราะมีคนเจ็บจากการโดนทหารทำร้ายเข้ามารับการรักษาเป็นจำนวนมาก ฮีแทโวยวายใส่มยองฮีให้รีบเดินทางออกจากควังจูตามที่ตกลงกันไว้ แต่มยองฮีบอกว่าไม่สามารถไปได้ตอนนี้เพราะมีคนเจ็บต้องได้รับการรักษาและมีพยาบาลไม่เพียงพอ ในท้ายที่สุดฮีแทก็ถูกขอร้องแกมบังคับจากหมอที่รักษาเขา ให้ช่วยทำหน้าที่หมออีกแรง ฮีแทรับชุดกาวน์มาอย่างเสียไม่ได้

ระหว่างนั้นสถานการณ์ภายนอกโรงพยาบาลเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ซูชานพยายามเดินเข้าไปช่วยเด็กหญิงวัยมัธยมต้นคนหนึ่งที่กำลังถูกทหารควบคุมตัว ทำให้เขาโดนทหารซ้อมและโดนจับไปด้วยอีกคน ในขณะที่ซูรยอนก็รอดจากการโดนควบคุมตัวได้จากความช่วยเหลือของนายตำรวจหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งต่อมาตำรวจคนนั้นก็โดนทหารถล่มเละ

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ ในคืนนั้นมยองฮีถามฮีแทว่าต้องการให้เธอเดินทางออกจากควังจูพรุ่งนี้แต่เช้าเลยไหม ? เพราะเธอรู้ว่าการที่เธออยู่ที่นี่ทำให้ฮีแทไม่สบายใจ แต่ในท้ายที่สุด ทั้งคู่ก็จับมือที่จะอยู่ช่วยเหลือคนเจ็บที่โรงพยาบาลต่อไป

แต่ในกองบัญชาการทหารได้มีคำสั่งจากเบื้องบน ให้ทหารภายใต้กฎอัยการศึกสามารถใช้กระสุนจริงยิงกลุ่มผู้ต่อต้านได้ !!!

EP.10 กระสุนจริง !!!

มยองฮีและฮีแทตัดสินใจที่จะอยู่ควังจูต่อไปเพื่อดูแลผู้ป่วย ซึ่งขณะนี้ในโรงพยาบาลมีแพทย์และพยาบาลไม่เพียงพอ

กฎอัยการศึกที่มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศเกาหลีใต้เริ่มส่งผลความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เมื่อเบื้องบนมีคำสั่งให้ใช้กระสุนจริงจัดการกับกลุ่มประชาชนผู้ต่อต้าน นั่นทำให้จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโดนยิงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเต็มไปด้วยเลือดและคนเจ็บ

ในขณะเดียวกัน มยองฮีก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงมยองซู น้องชายของเธอที่อยู่ในค่ายฝึกนักกีฬา

ว่ากันตามจริงแล้ว ฮีแทอยากพามยองฮีไปจากควังจูให้เร็วที่สุด แต่ก็วนลูปมาที่จุดเดิม มยองฮีมองว่าถ้าเธอไปตอนนี้ก็เท่ากับทิ้งภาระไว้ให้กับคนอื่น อีกทั้งเธอมองว่ามันคือการเสียสละที่เธอต้องทำ แต่ฮีแทก็พยายามให้เหตุผล “คุณต้องดูแลตัวเองก่อน คุณควรจะนึกถึงเราสองคน”

ด้านมยองซูกับจองแท (น้องชายของฮีแท) แอบหนีออกจากค่ายฝึกกีฬาโดยไม่รู้เลยว่า ด้านนอกกำลังมีการชุมนุมประท้วงของผู้คนเป็นจำนวนมากให้ทางการยกเลิกกฎอัยการศึก และกำลังจะมีการปราบปรามอย่างรุนแรงเกิดขึ้น

ไม่กี่อึดใจ การเผชิญหน้าของกลุ่มผู้ประท้วงและทหารก็เกิดขึ้น ก่อนที่จะมีเสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง มยองซูกับจองแทหนีไปจนได้เห็นผู้ที่สั่งการกองกำลังทหารนั่นก็คือฮวังกีนัม พ่อของเขานั่นเอง

ตัดภาพมาที่โรงพยาบาล มยองฮีได้รับการบอกเล่าจากคนรู้จักว่าเห็นมยองซูออกมานอกค่ายฝึกนักกีฬา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการประท้วง ด้วยความร้อนใจ เธอจึงรีบไปที่ค่ายฝึกนักกีฬาทันที แต่มยองซูไม่อยู่ที่นั่น !

สถานการณ์คู่ขนานกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโดนยิงเป็นจำนวนมากขึ้น ดังนั้น จึงมีการระดมอาสาสมัครเพื่อออกไปช่วยคนเจ็บภาคสนาม และมยองฮีก็ขออาสาไป

ฮีแทไม่พอใจเป็นอย่างมากที่มยองฮีอาสาออกไปเสี่ยง เขาต่อว่า “ทำไมต้องไปด้วย คุณมีสองชีวิตหรือยังไง !!? อย่าทำตัวเป็นคนดีไปหน่อยเลย” แต่อย่างไรก็ตามเมื่อห้ามไม่ฟัง ฮีแทจึงจำใจต้องออกไปกับมยองฮีด้วยท่าทีโมโห

มยองฮีช่วยเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บที่นอนเกลื่อนถนน จังหวะนั้นเองเธอเหลือบไปเห็นรองเท้าของมยองซูตกอยู่กลางถนน มยองฮีจึงรีบวิ่งไปดูโดยวิ่งฝ่าห่ากระสุนไป อย่างไรก็ตามฮีแทคว้าเธอเอาไว้และขึ้นเสียงให้เธอกลับโรงพยาบาลทันที แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้น …

มยองฮีบอกว่า “ฉันได้ยินเสียงเด็กร้องไห้อยู่ตรงนั้น ถ้าเด็กคนนั้นเป็นมยองซูล่ะ !” เธอสลัดมือของฮีแทออกแล้วรีบวิ่งไปดูต้นกำเนิดเสียงนั้นทันที … ทหารเห็นมยองฮีจึงพยายามจะจับเธอ แต่ฮีแทก็ตามมาช่วยเอาไว้ได้ และที่น่าช็อกก็คือ ทหารคนนั้นคือคยองซู เพื่อนของฮีแทนั่นเอง !

เมื่อกลับถึงโรงพยาบาลมยองฮีรู้สึกโล่งใจ หลังจากได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวว่ามยองซูกลับไปที่ค่ายฝึกนักกีฬาอย่างปลอดภัย แต่มยองฮีก็อดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้ที่เธอดีใจที่เด็กคนนั้นที่เธอเดินไปดูไม่ใช่มยองซู มยองฮีร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกผิด ฮีแทเข้ามาปลอบ “มันผิดเหรอที่เราต้องการให้คนที่เรารักปลอดภัย”

ฮีแทและมยองฮีตัดสินใจที่จะไปเยี่ยมน้องชายที่ค่ายฝึกนักกีฬา ในตอนนั้นเองพ่อของมยองฮีก็ปรากฏตัว ทำให้ตัดสินใจเดินทางไปก่อน เพื่อเปิดทางให้มยองฮีได้คุยกับพ่อ

แต่ระหว่างทาง รถของฮีแทก็ถูกล้อมไปด้วยทหาร !!?

EP.11 นาฬิกาพกเรือนนั้น

ซีรีส์เริ่มต้นด้วยเหตุการณ์ในปัจจุบัน สืบเนื่องจากการขุดพบโครงกระดูกและนาฬิกาพกที่ควังจู ชายปริศนากำลังเดินทางไปที่สถานีตำรวจด้วยความตื่นกลัว เพื่อให้ปากคำกับตำรวจเรื่องนาฬิกาเรือนนั้น … ภาพตัดกลับมาที่คิมฮยอนชอล พ่อของมยองฮีกำลังดูนาฬิกาพก (เรือนที่คล้ายกับที่ขุดพบในปัจจุบัน) ขณะกำลังมารอรับมยองซูที่ค่ายฝึกนักกีฬา

ฮีแทฟื้นขึ้นมาและพบว่าตัวเองโดนมัดในสภาพเลือดท่วมตัวอยู่บนพื้นในห้องทำงานของฮวังกีนัม ผู้เป็นพ่อของเขา ซึ่งต้องการที่จะส่งฮีแทกลับโซล และลบหลักฐานการมาที่ควังจูของเขา แต่มาถึงจุดนี้ ฮีแทกลายเป็นกบฎอย่างเต็มตัวโดยไม่ต้องการทำตามคำสั่งของพ่ออีกต่อไป ฮวังกีนัมโกรธจัดจึงจัดการใช้เทปกาวปิดปากฮีแทซะแล้วจับมัดไว้กับเก้าอี้

มยองฮีตกใจเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถของฮีแทกับบยองชอล และยิ่งตกใจหนักกว่าเดิมเมื่อพบว่าฮีแทหายไป และเธอก็ได้รับการบอกเล่าจากบยองชอลว่า “มีคนลักพาตัวฮีแทไป” เธอตัดสินใจที่จะรอเขาอยู่ที่โรงพยาบาล โดยไม่ยอมกลับบ้านเกิดที่นาจูกับคิมฮยอนชอล พ่อของเธอที่พยายามรบเร้าให้เธอกลับบ้านเพื่อความปลอดภัย … คิมฮยอนชอลยังขอให้มยองฮีเลิกยุ่งกับฮีแท เหตุเพราะเขาเป็นลูกของฮวังกีนัม ถ้าไม่เลิกยุ่ง ตัวฮีแทนี่แหละที่จะทำลายชีวิตของมยองฮี แต่มยองฮีตวาดกลับไปว่าคนที่ทำลายชีวิตของเธอก็คือพ่อ !!!

ซูชานไปหามยองฮีที่โรงพยาบาลเพื่อตามหาซูรยอนเพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย ทำให้มยองฮีรู้ว่าฮวังกีนัมจับฮีแทไป

ต่อมาซูชานจึงไปตามซูรยอนที่มหาวิทยาลัย แต่เธอยืนกระต่ายขาเดียวที่จะอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับเพื่อน ๆ เพราะเธอกลัวว่าถ้ากลับบ้านไปแล้วจะไม่ได้กลับออกมาอีก

สถานการณ์ในควังจูตอนนี้ กองกำลังทหารได้ปิดทางเข้าออกเมืองควังจูเอาไว้ทั้งหมดแล้วเพื่อปราบพวกต่อต้านรัฐบาลที่เป็นกบฏ และมีคำสั่งเด็ดขาดออกมาว่าถ้าใครขัดขืนสามารถยิงทิ้งได้ทันที !

จองแทที่ตอนนี้กลับมาอยู่บ้าน เมื่อได้เห็นฮีแทถูกจับมัดและถูกขังอยู่ในห้องทำงานของพ่อ แต่เขาก็ไม่อาจช่วยอะไรพี่ชายต่างมารดาได้ เพราะเป็นคำสั่งของฮวังกีนัม แต่อย่างไรก็ตาม จองแทก็ขอร้องแม่ของเขาให้ปล่อยฮีแทไปในท้ายที่สุด ซึ่งมันทำให้ฮวังกีนัมโกรธมาก

ฮีแทมาหามยองฮีที่โรงพยาบาล แวบเรกที่มยองฮีเห็นเขาเธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง คิดว่าสิ่งที่เห็นเป็นเพียงความฝัน จากนั้นเธอก็ร้องไห้ออกมาไม่หยุด

เมื่อดูถ้าว่าไม่สามารถทัดทานลูกสาวของตัวเองกับลูกชายฮวังกีนัมได้ คิมฮยอนชอลจึงตัดสินใจจะส่งเสริมพวกเขา เพราะเขาคิดว่ามันอาจเป็นทางเดียวที่จะทำให้ทั้งสองรอด เขาให้สมุดบัญชีธนาคารและนาฬิกาพกให้มยองฮี

จากนั้นคิมฮยอนชอลก็พามยองซูกลับบ้านเกิดที่นาจู ระหว่างทางมีทหารกลุ่มหนึ่งเห็นพวกเขา คิมฮยอนชอลจึงรีบพามยองซูมาหลบอยู่ใต้สะพาน เมื่อเห็นท่าว่าจะไม่รอด คิมฮยอนชอลจึงพูดกับลูกชายคนเล็กว่า “พ่อจะออกไปคุยกับคนพวกนั้น อยู่เงียบ ๆ อย่าออกไปไหนและหลับตาเอาไว้ รอจนกว่าพ่อจะกลับมา”

มยองฮีและฮีแทเดินทางไปซ่อนตัวอยู่ที่โบสถ์แห่งหนึ่ง ที่นั่นฮีแทสารภาพกับมยองฮีว่า “นับจากนี้ฉันไม่มีครอบครัวอีกต่อไปแล้ว สิ่งทั้งหมดในชีวิตที่ฉันต้องการก็คือคุณ” … มยองฮีจึงบอกกับฮีแทว่า “เรามาสร้างครอบครัวกันเถอะ แต่งงานกันนะ”

EP.12 พฤษภารำลึก (ตอนจบ)

ฮีแทกับมยองฮีแต่งงานกันที่โบสถ์ที่ทั้งคู่หลบซ่อนอยู่นั่นเอง พิธีแต่งงานที่มีเพียงคนสองคนที่สัญญาจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อหน้าพระผู้สร้าง “เจ้าสาวและเจ้าบ่าวจะทำตามคำปฏิญาณในงานแต่งงาน และสาบานต่อหน้าพระผู้สร้างว่าจะอยู่กันด้วยความรักและเคารพกันและกันไปชั่วชีวิต … ไม่ว่าเราจะโดนบททดสอบอะไรจากพระองค์ เราทั้งคู่จะเอาชนะมันไปด้วยกัน โดยจะไม่มีวันปล่อยมือจากกัน”

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง มยองฮีได้รับแจ้งข่าวจากบาทหลวงว่า คิมฮยอนชอล ผู้เป็นพ่อของเธอโดนทหารยิงจนเสียชีวิตแล้ว

ท่ามกลางศพของผู้คนที่โดนทหารสังหารนับสิบที่เรียงรายอยู่เกลื่อนกลาด มยองฮีเห็นมยองซูนั่งอยู่บริเวณปลายเท้าศพของพ่อที่ถูกปิดด้วยผ้าขาว ณ นาทีนี้ มยองฮียังคงมีสีหน้าที่นิ่งเฉย เธอไม่เชื่อว่าศพตรงหน้าคือพ่อ กระทั่งมยองฮีได้เปิดผ้าที่คลุมร่างไร้ลมหายใจร่างนั้น เธอจึงได้ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ พ่อตายไปแล้วจริง ๆ !!! และนี่คือเป็นความเสียใจครั้งที่หนักหนาที่สุดในชีวิตของเธอ

ศพของคิมฮยอนชอลถูกใส่โลงและนำเอาไปทำพิธีที่สนามกีฬาแห่งหนึ่ง ระหว่างที่มยองฮี ฮีแท และมยองซูอยู่ที่นั่น ได้มีคำสั่งออกมาให้ฆ่ามยองฮีและมยองซูทิ้ง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่จองแทหนีออกมาจากบ้าน

ขณะที่มยองฮีเดินอยู่ด้านนอกของตัวอาคาร กองกำลังติดอาวุธได้เล็งปืนไปที่มยองฮี แต่จังหวะนั้นเอง จองแทได้เข้ามายื้อแย่งปืนจนในที่สุดปืนก็ลั่นใส่บริเวณต้นขาจองแท แต่ก็ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากมยองฮีโดยการห้ามเลือดเอาไว้ ขณะเดียวกันนั้น ฮวังกีนัมกับแม่ของจองแทตามมาพอดี แต่ ณ จุดนี้ ดูเหมือนจะไม่มีใครสักคนในครอบครัวยอมรับฮวังกีนัมอีกต่อไป จองแทปัดมือของพ่อออกโดยไม่มองหน้าเสียด้วยซ้ำในขณะที่ฮีแทอุ้มเขาไปทำการรักษา

ฮวังกีนัมยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นอย่างไม่ไหวติงนานนับนาที เขาโดนลูกปฏิเสธถึงสองคน ฮีแทและจองแท ยังไม่นับเมียเขา แฮรยอง (แม่จองแท) ที่ต้องการหย่ากับเขาเช่นกัน

เรื่องราวดำเนินไป หนูน้อยมยองซูเกิดอยากกลับบ้านเกิดที่นาจู เขาจึงไปขอยืมแผนที่จากเพื่อนของพี่สาวคนหนึ่ง จากนั้นเขาก็ใช้สกิลวิ่งของตัวเองที่มีวิ่งกลับบ้านตัวคนเดียวโดยไม่บอกใคร

เมื่อมยองฮีรู้เรื่องจึงออกไปตามหาน้องชายกับฮีแทสองคน ซึ่งได้แยกทางกันออกตามหา ในที่สุดมยองฮีก็ไปพบมยองซูอยู่ในป่า

แต่ดูเหมือนว่าความซวยจะมาเยือน เมื่อฮีแทโดนทหารจับได้ ในขณะที่มยองฮีกับมยองซูหลบอยู่ที่พุ่มไม้เล็ก ๆ ซึ่งดูท่าจะไม่รอด มยองฮีจึงบอกให้น้องชายของเธอวิ่งกลับไปที่บ้านก่อน โดยให้สัญญาว่าเธอจะรีบตามกลับไปให้เร็วที่สุด และเธอก็ได้มอบนาฬิกาพกของพ่อให้กับมยองซูเก็บเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ไม่ทันไรทหารก็เห็นมยองซูกำลังวิ่งหนี มันจึงเล็งปืนเอ็ม 16 ในมือโดยหันปลายกระบอกไปทางเด็กน้อยที่กำลังวิ่งหนี มยองฮีช็อกกับสิ่งที่ทหารนายนั้นทำ เธอจึงตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีกระโดดเข้าไปขวางวิถีกระสุนนั้น !!!

ทหารนายที่วิ่งผมตามมยองซูไป เขาคือคยองซู (เพื่อนของฮีแท) เมื่อไล่ตามไปทันเขาก็บอกให้มยองซูวิ่งหนีไป จากนั้นเขาก็ยิงกระสุนขึ้นฟ้าไปหนึ่งนัดเพื่อหลอกทหารคนอื่น ๆ ว่าจัดการกับมยองซูเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตรงนั้นเองคยองซูได้เก็บเอานาฬิกาพกที่มยองซูทำตกเอาไว้

ฮีแทโดนทหารควบคุมตัวเองไว้ ทหารนายหนึ่งเล็งปืนไปที่หัวฮีแท กำลังจะเหนี่ยวไกระเบิดหัวฮีแททิ้งตามคำสั่งจากเบื้องบนที่ให้สังหารชาวเมืองควังจูผู้ต่อต้านทุกคน แต่ก็ให้โชคดีว่า มีทหารนายหนึ่งเข้ามาหยุดเอาไว้ โดยอ้างว่าฮีแทเป็นเพื่อนแถวบ้านของเขา ฮีแทจึงรอดตายอย่างหวุดหวิด

ส่วนมยองฮีโดนยิงและถูกทิ้งเอาไว้ในป่าให้นอนหายใจรวยรินอยู่อย่างนั้น คยองซูเอานาฬิกาพกที่เขาเก็บมาได้ใส่มือของมยองฮี พร้อมด้วยจดหมายคำสาบานในงานแต่งงานที่เธอเขียนด้วยลายมือ แล้วลมหายใจของเธอก็หมดลง !!!

และนั่นคือช่วงเวลาสุดท้ายที่ฮีแทได้พบกับมยองฮี ไม่ว่าร่างที่มีลมหายใจหรือร่างที่ไร้วิญญาณ …

ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน 2021

ฮีแทซึ่งตอนนี้เป็นหมอแผนกฉุกเฉินอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มยองซูซึ่งตอนนี้เป็นบาทหลวงไปพบฮีแทเพื่อแจ้งข่าวว่าพบศพของมยองฮีแล้ว

ฮีแทเดินทางไปที่สถานีตำรวจเพื่อเอานาฬิกาพกและจดหมายของมยองฮีที่ขุดพบ ที่สถานีตำรวจนั่นเองฮีแทได้พบกับคยองซู (ชายที่สวมหมวก ที่เดินทางไประบุตัวตนของโครงกระดูกว่าคือมยองฮี) ที่รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์จนกระทั่งวันนี้ด้วยความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่เต็มอก เขาร้องไห้เมื่อเจอฮีแทโดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ

เมื่อกลับถึงบ้าน ฮีแทเปิดคำสาบานแต่งงานของมยองฮีขึ้นมาอ่าน เรื่องราวที่ผ่านไป 41 ปีแล้ว แต่ดูเหมือนเขายังคงจำมันได้ทุกรายละเอียด ความรักที่เขามีต่อผู้หญิงที่ชื่อมยองฮีตราตรึงอยู่ในใจเขาแม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน

จบบริบูรณ์

รีแคปสรุปซีรีส์ Youth of May (2021)
เรื่องย่อซีรีส์เกาหลี Youth of May (2021)