สรุปเนื้อเรื่อง Mine (2021) ธาตุแท้

สรุปเนื้อเรื่อง Mine (2021) ธาตุแท้

ซีรีส์ Mine (ธาตุแท้) สปอยล์ : เมื่อผู้หญิงสองคนที่อาศัยอยู่ในกรงทองแห่งความลับและคำโกหก ผู้หญิงสองคนนี้พร้อมที่จะทำลายทุกสิ่งที่ขวางทาง ในการค้นหาความสุขที่แท้จริงของพวกเธอ …

คะแนน 7/10 เรตติ้ง 7.9
สนุกไหม ? ซีรีส์เปิดตัวมาดีน่าตื่นเต้น แต่ด้วยความที่เป็นซีรีส์แนวจิตวิทยา คือจะเน้นให้เห็นความหลอนของตัวละครและบรรยากาศเป็นสำคัญ สำหรับคนที่ไม่ชอบแนวนี้ก็จะดูว่าน่าเบื่อ แต่สำหรับคนที่ชอบพล็อตและเก็ตอารมณ์ของตัวละครหลัก (ฮีซู ซอฮยอน และฮเยจิน) ก็ดูได้สนุกไม่น้อย โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของซีรีส์จะสนุกมาก

EP.1 คนแปลกหน้าในคฤหาสน์ฮโยวอน

ซีรีส์เริ่มต้นด้วยฉากที่ทำให้ชวนสงสัย แม่ชีเอ็มม่าวิ่งฝ่าสายฝนไปยังสถานีตำรวจ เธออ้างว่าเธอพบเห็นเหตุการณ์การฆาตกรรมที่เต็มไปด้วยเลือดในคฤหาสน์ฮโยวอน !

แล้วซีรีส์ก็พาเรากลับมายัง 60 วันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ข้างต้น … แม่ชีเอ็มม่ากำลังเดินคุยกับฮีซู (รับบทโดย อีโบยอง) ด้วยท่าทางอารมณ์ดีภายในโรงเรียนอนุบาล ระหว่างนั้นก็พบกลุ่มชายฉกรรจ์มาติดตามทวงหนี้ครูคนหนึ่งชื่อยูยอน ซึ่งเป็นหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยมหาโหด

ฮีซูจึงไปขอซอฮยอน (รับบทโดย คิมซอฮยอง) ในฐานะที่เป็นสะใภ้คนโตที่ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน เพื่อให้รับยูยอนมาเป็นสาวรับใช้ที่คฤหาสน์ ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเอง ซอฮยอนก็กำลังสัมภาษณ์จาคยอง (รับบทโดย อ๊กจายอน) เพื่อจะมาเป็นติวเตอร์ให้กับฮาจุน (ลูกเลี้ยงของฮีซู) ทุกอย่างเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดีตามระเบียบและแบบแผนของคฤหาสน์ฮโยวอน ที่ทุกอย่างต้องเนี๊ยบสมบูรณ์แบบมากที่สุด

ประธานฮัน ผู้หลงรักในศิลปะและธรรมชาติสร้างคฤหาสน์ของตระกูลฮโยวอนขึ้นมา ซึ่งได้รับการออกแบบจากสถาปนิกระดับโลก บ้านหลังใหญ่มีชื่อว่า “คาเดนซ่า” ส่วนบ้านหลังเล็กชื่อ “โรแบโต้” บ้านสองหลังนี้ถ้าต้องเดินไปมาหากันต้องใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที โดยทั่วทั้งบริเวณรายล้อมไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่นานาชนิด ที่ถูกตกแต่งและคัดสรรมาเป็นอย่างดี … และการมาเยือนของผู้หญิงที่ชื่อจาคยอง จะทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิม

จุดสังเกตสำหรับจาคยอง เธอเป็นคนที่ยึดติดในวัตถุแบบสุดขั้ว ใช้ของแบรนด์เนมระดับลิมิเต็ด ดังนั้น แรงขับเคลื่อนของเธอที่แสดงผ่านออกจากสิ่งของเหล่านี้น คือ ความทะเยอทะยาน เธอจะทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้ครอบครองสิ่งที่ต้องการ

ในจังหวะเวลานั้น เป็นช่วงที่จะมีการจัดงานกินเลี้ยงสำหรับคนในครอบครัวพอดี งานเลี้ยงสำหรับ 8 คน แต่ต้องใช้คนเตรียมอาหารและอุปกรณ์ที่สมบูรณ์ที่สุด ดีที่สุดหลายสิบชีวิต คลอด้วยนักดนตรีที่เล่นดนตรีแนวคลาสสิคเป็นแบ็กกราวด์ … แน่นอนว่ามันคืองานเลี้ยงกินอาหารธรรมดาของคนในครอบครัว แต่ทว่า สำหรับคนโดยทั่วไปแล้วมันคือการกินอาหารที่เว่อร์วังอลังการเกินจะบรรยาย

งานในวันนี้ แท้จริงแล้วประธานฮันจัดขึ้นเพราะเป็นวันเกิดของคิมมีจา เมียน้อยที่เขารักปานดวงใจที่เสียชีวิตไปแล้ว และเธอก็เป็นแม่ของจียอง (รับบทโดย อีฮยองอุค) ลูกชายคนเล็กของบ้าน

ทีนี้ ไฮไลต์ของงานก็มาถึง ท่านประธานฮันให้ลูกน้องนำเอาสร้อยบลูไดมอนด์ที่เพิ่งประมูลจากนิวยอร์กมาโชว์ และกำลังจะมอบให้ใครคนหนึ่งในนั้น แต่ก่อนที่ท่านประธานจะเอ่ยชื่อคนคนนั้น ลูกน้องก็ได้มากระซิบบอกข่าวร้ายที่ข้างหู ทันใดนั้นเอง ประธานฮันก็หมดสติล้มพับลงไปนอนกองกับพื้น

ณ โรงพยาบาล ประธานฮันนอนเป็นผัก มีลมหายใจอยู่ด้วยออกซิเจน … ในขณะที่บลูไดมอนด์ถูกเก็บเอาไว้ในตู้เซฟดีไซน์สุดล้ำที่ฝังเอาไว้ในพื้นของบ้าน

ระหว่างนั้นเอง ก็มีการซุบซิบนินทาของสาวใช้ ว่าจาคยองอาจเป็นวางยาพิษท่านประธานฮันก็เป็นได้ เพราะท่าทางเธอแปลกประหลาดชวนน่าสงสัย แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเชื่อและมองว่ามันเป็นทฤษฎีที่คิดเอาเอง

ซุนฮเย ซึ่งเป็นมนุษย์คุณนายหญิงของบ้านก็วีนแตกใช้สาวรับใช้ ที่ดันเอาไวน์ชนิดที่คิมมีจาชอบมาเสิร์ฟ ซุนฮเยด่าทอสาวรับใช้ด้วยคำดูถูกต่าง ๆ นานา แต่เมื่อซอฮยอนมาห้ามทัพโดยการบอกว่าตอนนี้มีการบันทึกเสียงเอาไว้อยู่ ซุนฮเยเลยเงียบปากไปในทันที เพราะเธอรู้ว่าถ้าคลิปเสียงนี้หลุดออกไปจะเป็นข่าวที่ทำลายชื่อเสียงของเธอและตระกูล (ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าซอฮยอนรู้ได้อย่างไรว่ามีคนแอบบันทึกเสียงเอาไว้)

ทีนี้ หัวหน้าแม่บ้านจูเป็นคนที่บันทึกเสียงเอาไว้ เธออ้างกับซอฮยอนว่า เธอบันทึกคำพูดของซุนฮเยเอาไว้เพื่อที่เธอจะได้ทำตามคำสั่งได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน แต่ซอฮยอนก็ได้ย้ำข้อสัญญาที่ว่า ห้ามแพร่งพรายเรื่องที่เกิดขึ้นภายในคฤหาสน์ให้คนนอกรับรู้ ไม่เช่นนั้นถือเป็นการผิดสัญญา นั่นหมายถึงเธอจะชวดอพาร์ตเมนต์ที่เป็นค่าจ้างที่เธอจะได้รับ

เมื่อหัวหน้าแม่บ้านจูยังอยู่ ซอฮยอนก็ต้องหาแพะรับบาป สาวใช้จูฮีคือสาวใช้ผู้โชคร้ายที่ต้องกลายเป็นแพะในเหตุการณ์นี้

จากนั้น หัวหน้าแม่บ้านจูก็สอนงานให้ยูยอน ซึ่งหนึ่งในหน้าที่ของเธอคือการทำความสะอาดห้องนอนของ “คุณหนูซูฮยอก” ที่เดินทางกลับมาจากการไปเรียนต่างประเทศ ระหว่างที่ยูยอนกำลังความสะอาดอยู่นั้นก็ได้แอบผล็อยหลับบนเตียงของซูฮยอก ซึ่งเธอทำยางมัดผมหล่นเอาไว้บนเตียง หลับไปพักใหญ่เธอตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ จึงรีบเดินออกมา ณ ทางเดินนั้นเอง เธอได้เดินสวนกับซูฮยอก แล้วทั้งสองก็สบตาต้องใจกัน เป็นรักแรกพบของคนต่างชนชั้นวรรณะอย่างแท้จริง

ในการทานอาหารค่ำวันนั้น ซุนฮเยบอกกับซูฮยอกว่าให้แต่งงานกับลูกสาวเศรษฐีคนหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่อาจปฏิเสธได้ตรง ๆ โดยขณะที่กินอาหารอยู่นั้น ซูฮยอกก็ได้พยายามมองหายูยอนแต่ก็ไม่พบ

ทีนี้ จินฮี ลูกสาวคนรองของบ้านก็มาอาละวาดสามีของตัวเอง เรื่องที่เขาแอบไปมีกิ๊ก จนทำถ้วยชามแบรนด์เนมใบละเป็นหมื่นแตกละเอียดนับสิบใบ จากเหตุการณ์นี้เอง ซอฮยอนเข้ามาห้ามทัพอีกเช่นเคย และประกาศกร้าวไม่ให้จินฮีมาเหยียบบ้านหลังนี้อีก

จากนั้น ซอฮยอนก็เปิดโทรศัพท์ของแม่บ้านจูดูอีกครั้งก็พบคลิปวิดีโอของเธอกำลังยืนอยู่ เธอตกใจมาก โทร. ไปหาฮีซูเพื่อให้แนะนำที่ปรึกษาทางจิตให้หน่อย ซึ่งคนคนนั้นก็คือ แม่ชีเอ็มม่า

มาถึงก็มาฉากไฮไลต์ … ฮีซูตกใจเมื่อเธอเดินลงมาชั้นล่างกลางดึก แล้วเห็นจาคยองสวมเดรสสีส้มของเธอเต้นรำอยู่ในห้องนั่งเล่น ทำตัวคล้ายกับเป็นเจ้านายของบ้านก็ไม่ปาน ฮีซูเดินเข้าไปหาด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ยังใช้คำพูดที่นิ่มนวลบอกจาคยองว่าเดรสที่ใส่อยู่นั้นเป็นของเธอ จาคยองกล่าวขอโทษแล้วถอดชุดพร้อมกับเดินกลับเข้าห้องไป

ฮีซูเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง กระทั่งเธอกำลังจะเดินไปเคาะประตูเรียกจาคยองอีกครั้ง แต่จาคยองก็ออกมากล่าวขอโทษฮีซูด้วยหน้าตาใส่มารยา ประมาณว่าสำนึกผิด แล้วสัญญาว่าจะไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้อีก ฮีซูเมื่อเห็นเป็นแบบนั้นจึงยอมยกโทษให้อย่างเสียไม่ได้ … แต่หลังจากนั้น เราก็ได้เห็นสายตาของจาคยองปรายตามองไปที่ฮีซู แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ทุกอย่างที่เธอสัมผัสจะต้องตกเป็นของเธอในอีกไม่นานนี้” !!!

ตอนท้ายของเรื่อง ยูยอนโทร. ไปหาแม่ชีเอ็มม่าเล่าเรื่องในคฤหาสน์ตระกูลฮโยวอนที่ทำให้เธอรู้สึกแปลกประหลาด แต่แม่ชีเอ็มม่าก็ตอบกลับไปเหมือนกับว่าเธอรู้ทุกอย่างในคฤหาสน์แห่งนี้ดี แม่ชีเอ็มม่าบอกกับยูยอนว่าความตะกละของพวกเขาไม่เคยพอเพียง แสดงให้เห็นว่าแม่ชีเอ็มม่าซ่อนปริศนาเอาไว้ไม่น้อย

แล้วยูยอนก็เดินไปเดินมาในคฤหาสน์ตอนกลางดึก จนเดินมาเจอกับซูฮยอก เธอบอกว่านอนไม่หลับจึงออกมาเดินเล่นแล้วหาทางกลับไม่เจอ ซูฮยอกยื่นที่มัดผมที่ยูยอนทำหล่นไว้บนเตียงของเขา พร้อมกับบอกว่า “เธอเคยบอกว่านอนห้องฉันแล้วหลับง่าย งั้นเรามาแลกห้องนอนกันเถอะ”

EP.2 รักต้องห้าม

ซีรีส์เริ่มต้นด้วยการเผยรายละเอียดการฆาตกรรมจากปากของแม่ชีเอ็มม่า “ตอนที่เจอครั้งแรก ทั้งสองกำลังนอนหมดสติอยู่” นั่นหมายความว่ามีเหยื่อในเหตุการณ์ฆาตกรรมมากกว่าหนึ่งคน !?

ทีนี้ย้อนกลับมาปัจจุบัน … ในคืนนั้น ดูเหมือนว่าฮีซูจะลบภาพที่จาคยองแอบเอาชุดเธอไปใส่ออกจากความคิดไม่ได้ … ตัดมาในตอนเช้า ฮีซูแสดงท่าทีที่เปลี่ยนไป เธอดูเหมือนจะพยายามพูดดีและให้ความเป็นกันเองกับจาคยอง แถมยังพูดจาหยอกล้อเรื่องที่จาคยองขาสวย จนจาคยองถึงกับรู้สึกแปลกใจ ฮีซูบอกว่า “เราสองคนควรทำความรู้จักกันมากขึ้น”

จากนั้น ความไม่ลงรอยกันของสะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองก็เกิดขึ้น จากความขัดแย้งกันเล็ก ๆ เรื่องของการแสดงภาพแกลเลอรี ซึ่งฮีซูไปจัดแสดงภาพผลงานของเด็กออทิสติก ซึ่งซอฮยอนมองว่าจะทำให้นักข่าวเอาไปเขียนข่าวในแง่ลบได้

แม้ดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ทำให้เราได้รู้ว่าแท้จริงแล้วที่เห็นทั้งสองยิ้มแย้มเข้าหากันมันเป็นเพียงหน้ากากที่เรียกว่ามารยาททางสังคม แต่จริง ๆ แล้ว ทั้งคู่ก็ไม่ได้ชอบขี้หน้ากันสักเท่าไร

ตัดภาพมาที่ลูกคนรอง จินฮี ลูกสาวขี้วีนคนเดียวของท่านประธานฮัน เธอเกิดไปอาละวาดร้านเบเกอรี่ที่ตัวเองบริหารงานอยู่ เธอสั่งปิดร้านแล้วอาละวาดปาข้าวของและขนมปังใส่พนักงาน เพราะมีคอมเมนต์ในโซเชียลตำหนิขนมของร้านเธอ

กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อมีภาพหลุดขณะที่จินฮีกำลังวีนแตกออกไปในอินเทอร์เน็ต ทีนี้ก็มาหนักหน้าจินโฮ พี่ใหญ่ของบ้าน แต่ซอฮยอนสั่งห้ามไม่ให้ไปยุ่ง

ระหว่างนั้นเราก็ได้เห็นความเอาใจของจาคยองที่มีต่อฮาจุนจนเกินกว่าความเป็นติวเตอร์ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมาทำงานที่คฤหาสน์ฮโยวอน ซึ่งมีความลับที่ซ่อนเอาไว้เกี่ยวข้องกับฮาจุนก็เป็นได้

ฮาจุนเสียแม่แท้ ๆ ตอนเขาอายุได้เพียง 18 เดือน

วันเดียวกันนั้นเอง ก็เป็นวันพิเศษที่จะมีแขกมาเยือน นั่นก็คือว่าที่คู่หมั้นของซูฮยอก ซึ่งเธอเป็นหญิงสาวที่มาจากตระกูลเศรษฐีเหมือนกัน

ทีนี้ฮีซูก็เหมือนกำลังคุยปรับทุกข์ ระบายเรื่องราวในใจกับแม่ชีเอ็มม่า เธอเล่าเรื่องราวชีวิตในอดีตตอนที่เธอได้พบรักกับจียอง … จากภาพที่ฉายออกมา ขณะที่จียองกำลังขี่ม้าไปยิงนก เราได้เห็นด้านหลังของผู้หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อสีแดง กำลังขี่ม้ามุ่งหน้ามาทางจียอง แม้ไม่เห็นหน้าแต่ดูลักษณะแล้วเหมือนจาคยองเหลือเกิน หรือจะเป็นจาคยองที่เป็นแม่แท้ ๆ ของฮาจุน เพราะเธอเคยบอกฮีซูว่าที่ขาเธอสวยเพราะขี่ม้า !!?

ส่วนอดีตของซอฮยอนที่เธอซ่อนเอาไว้ก็ได้เผยออกมาเช่นกัน คลิปในโทรศัพท์ที่ทำเอาเธอตกใจก่อนหน้านี้ แท้จริงแล้วเธอคลิปที่บันทึกเอาไว้ตอนที่เธอบอกลาชู้รักสาวของเธอ ใช่ เธอเป็นเลสเบี้ยน ! (ซอฮยอนรักผู้หญิงคนนี้มาก แต่จำเป็นต้องเลิกรากันเพราะมันเป็นรักต้องห้าม)

ในตอนท้าย เราจะได้เห็นรังสีอำมหิตของจาคยอง ให้บังเอิญว่าเธอเดินมาเผชิญหน้ากับนายหญิงซุนฮเย แต่กลับกลายเป็นซุนฮเยกลับหงอเมื่อเจอจาคยอง … และเมื่อเธอก็พูดจาในทำนองยั่วยวนกับจียอง ก่อนที่จาคยองจะแกล้งเดินกระทบไหล่จียอง แล้วสัมผัสมือเขา … หรือว่าจาคยองคือแม่ของฮาจุนจริง ๆ ?

EP.3 สัญชาตญาณแม่ที่แท้จริง

คณะกรรมการได้เลือกให้จีโฮขึ้นเป็นประธาน ท่ามกลางความประหลาดใจของตัวเขาเองและทุก ๆ คน ยกเว้นคนเดียวที่ดูจะไม่ตื่นเต้น นั่นก็คือจียอง เพราะแท้จริงแล้วเขาเป็นคนที่ยอมสละเก้าอี้ประธานให้กับจินโฮเอง และดูเหมือนว่าเขาจะมีแผนการบางอย่างที่เก็บงำเอาไว้

และต่อมาเราก็ได้รู้ว่าจาคยองเป็นผู้ที่วางแผนอยู่เบื้องหลังการที่จินโฮได้รับตำแหน่งประธานในครั้งนี้ ซึ่งเธอได้บอกกับซุนฮเยว่าเธอได้ทำตามคำสั่งโดยให้จินโฮได้ขึ้นเป็นประธาน แต่เธอก็ขู่ซุนฮเยเอาไว้ด้วยว่า การได้รับตำแหน่งครั้งนี้เป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้น

ในขณะที่ฮีซูหัวเสียเรื่องที่สามีของเธอยอมยกตำแหน่งประธานให้กับพี่ชายง่าย ๆ และเมื่อกลับมาบ้านฮีซูก็ยังประสาทเสียกับจาคยองที่ดูเหมือนว่าจะล้ำเส้นของเธอไปไกลมาก กับการเข้ามาดูแลเอาใจใส่ฮาจุนจนเกินกว่าติวเตอร์ทั่วไป แต่อย่างไรก็ตามจียองกลับบอกกับฮีซูว่า การที่จาคยองเอาใจใส่ฮาจุนแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี (ก็แน่ล่ะ เพราะจียองรู้อยู่เต็มอกว่าจาคยองคือแม่แท้ ๆ ของฮาจุน)

ซอฮยอนให้เงินสาวใช้เพื่อให้สาวใช้เหล่านั้นบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในบ้านทั้งหมด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือยูยอน แต่ดูเหมือนว่ายูยอนจะคิดหนักเรื่องเงินที่ได้รับเป็นจำนวน 1 ล้านวอน (ประมาณ 28,000 บาท)

ในคืนนั้นเอง ซูฮยอกนอนไม่หลับ เขาจึงได้มาหายูยอนที่ห้องอีกเช่นเคยเพื่อขอแลกห้องนอน แม้ในตอนแรกเธอจะไม่ยอมแต่สุดท้ายซูฮยอกก็นอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้องของเธอ และเขาได้ออกจากห้องของเธอไปตอนเช้ามืด

ซึ่งในคืนนั้นเอง ฮีซูได้ตื่นขึ้นมากลางดึกและได้เห็นจาคยองนั่งอยู่ปลายเตียงของฮาจุนขณะที่กำลังหลับ จาคยองได้นวดเท้าให้กับฮาจุน มันเป็นเรื่องที่แปลกประลาดที่ติวเตอร์คนใดในโลกนี้จะทำพฤติกรรมแบบนี้ แต่อย่างไรตาม จียองได้เข้ามาคว้าตัวฮีซูไปพร้อมกับบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วที่มีติวเตอร์แบบนี้

เช้าอีกวัน ซอฮยอนได้รู้ว่าซูฮยอกไปนอนที่ห้องของยูยอนทั้งคืน เธอจึงเรียกยูยอนมาถามว่ามีอะไรจะบอกหรือไม่ แต่เธอก็ปฏิเสธพร้อมกับยื่นเช็กเงินสดคืนให้กับซอฮยอน แต่ซอฮยอนไม่รับคืนและบอกว่าอีกไม่นานเธอก็จะต้องได้ใช้มัน

ซอฮยอนให้สาวใช้ไปบอกเรื่องที่ซูฮยอกไปนอนที่ห้องยูยอนกับซุนฮเย เพื่อจะยืมมือให้ซุนฮเยไล่ยูยอนออก เพราะซอฮยอนไม่ต้องการมือเปื้อนเลือด

ตัดภาพมาที่โรงเรียนของฮาจุน ระหว่างที่ฮีซูมาส่งฮาจุนที่โรงเรียน เธอพบว่ามีเพื่อนนักเรียนที่ชื่อจีวอนเข้ามาบูลลี่ฮาจุนว่าเขามีแม่ปลอม (หมายถึงเป็นแม่เลี้ยง เพราะแม่ผู้ให้กำเนิดตายไปแล้ว)

ฮีซูคิดจะเอาคืนแม่ของจีวอนด้วยการไปเสนอแพ็กเกจเที่ยวให้กับบรรดาแม่ ๆ ของเพื่อนจีวอน เพื่อไม่ให้มีเพื่อน ๆ ไปงานวันเกิดจีวอน เพื่อบีบให้แม่ของจีวอนยอมขอโทษเรื่องที่บอกว่าเธอเป็นแม่ปลอมของฮาจุน สุดท้ายก็สำเร็จ

ฮีซูกลับบ้านก็มาซัดกับจาคยองอีกครั้ง เธอประกาศกร้าวว่าห้ามจาคยองข้ามเส้นความเป็นแม่ของเธอ แต่จาคยองซัดกลับว่า “ไม่ว่าคุณจะพยายามแค่ไหน คุณก็ไม่ใช่แม่ที่แท้จริงของฮาจุน คนเป็นแม่ที่แท้จริงไม่จัดการปัญหาด้วยวิธีที่คุณใช้หรอก”

ฮีซูรับรู้มาตลอดว่าแม่บังเกิดเกล้าของฮาจุนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่จาคยองกลับพูดว่า “แล้วถ้าแม่ของฮาจุนยังไม่ตายล่ะ” ณ จุดนี้เป็นการบอกใบ้อย่างชัดเจนว่าจาคยองคือแม่ของฮาจุน ?

จากนั้น จาคยองจึงไปหาแม่ของจีวอนที่บ้านแล้วจัดการตบฉาดใหญ่ไปหลายดอก รังสีอำมหิตแผ่ออกจากตัวของจาคยอง

EP.4 ตีสองหน้า

ฮีซูตาลีตาเหลือกไปพบแม่ของจีวอนเพื่อขอโทษที่จาคยองบุกไปตบถึงบ้าน ฮีซูยืนยันว่าเธอไม่รู้ไม่เห็นและไม่ได้เป็นคนสั่ง แต่แม่ของจีวอนไม่เชื่อว่าติวเตอร์จะมาบุกตบเธอถึงบ้านโดยไม่มีคนสั่ง และเธอบอกจะไม่เอาเรื่องถ้าเอาตัวจาคยองมาคุกเข่าขอโทษต่อหน้าเธอ

ฮีซูสั่งให้จาคยองไปขอโทษแม่ของจีวอนเพื่อให้จบเรื่อง ก่อนที่จะบานปลายไปมากกว่านี้

จาคยองไปหาแม่จีวอนอีกครั้ง แต่แทนที่จะขอโทษเธอกลับแบล็กเมลเรื่องในอดีตของแม่จีวอน ที่เคยเป็นผู้หญิงทำงานกลางคืน และพ่อของจีวอนคือหนึ่งในลูกค้าของเธอ จาคยองขู่ว่าถ้าไม่อยากให้เรื่องฉาวนี้หลุดรอดออกไปจงอย่ายุ่งกับเธอและฮาจุนอีก

ซุนฮเยรู้เรื่องที่ซูฮยอกไปนอนที่ห้องของยูยอน ด้วยอารมณ์โทสะซุนฮเยจึงตบยูยอนไปหนึ่งฉาด แล้วไล่ออกในทันที … ต่อมาซูฮยอกได้รู้ว่ายูยอนโดนไล่ออกก็ถึงกับช็อก และพยายามออกไปตามหายูยอน ณ จุดนี้ ภารกิจการตามหายูยอนจึงเกิดขึ้น

ตอนนี้ จินฮีเหมือนเป็นหมาหัวเน่า เธอโดนจินโฮตัดหางปล่อยวัดปลดออกจากประธานบริษัทเบเกอรี่ แล้วตั้งจียองขึ้นมาเป็นประธานแทน

ในงานแสดงศิลปะ จาคยองกับจียองแอบไปจูบกันตรงทางบันไดหนีไฟ เป็นการคอนเฟิร์มชัดเจนว่าจาคยองคือแม่ของฮาจุน และเรื่องที่จียองบอกทุกคนว่าแม่ฮาจุนตายไปแล้วคือเรื่องโกหก … แสดงว่าที่ผ่านมา ทั้งจียองและจาคยองต่างตีสองหน้าว่าไม่รู้จักกันมาตลอด !

ในท้ายที่สุด ภารกิจตามหายูยอนของซูฮยอกจะสำเร็จ และยูยอนก็ยอมกลับไปอยู่ที่คฤหาสน์ฮโยวอน ซึ่งซูฮยอกได้ไปบอกเรื่องนี้กับซุนฮเย เขายืนยันเสียงแข็งว่าจะให้ยูยอนกลับมา แลกกับการที่เขาจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ซุนฮเยต้องการ

ต่อมา แม่ชีเอ็มม่าไปตรวจสอบรายชื่อผู้บริจาคคนหนึ่งซึ่งเธอจำได้ว่าเสียงเหมือนกับจาคยอง ทำให้เธอรู้ว่าจริง ๆ แล้วจาคยองมีชื่อจริงว่า ฮเยจิน !

ในท้ายที่สุด ฮีซูจึงตัดสินใจไล่จาคยองออก (เสียที) โดยให้เหตุผลว่าเธอไม่สบายใจกับพฤติกรรมการล้ำเส้นของจาคยอง !

จาคยองเสียใจที่โดนไล่ออก แต่ดูเหมือนเธอจะยอมออกอย่างง่าย ๆ ? ในขณะที่บรรยากาศตึงเครียดได้เริ่มต้นขึ้นอย่างชัดเจน … ตอนเช้าวันถัดมา ฮาจุนแสดงความเดือดดาลใส่ฮีซูที่ไปไล่ติวเตอร์ใจดีของเขาออก ทั้ง ๆ ที่เธอเคยช่วยชีวิตเขาไว้จากอุบัติเหตุในการขี่ม้า

ฮีซีเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่า จาคยองเป็นแม่ของฮาจุน !

EP.5 ลางสังหรณ์

ฮีซูรีบแจ้นกลับมาที่บ้านแล้วมุ่งไปที่ห้องของจาคยอง เพื่อจะบอกให้เธออยู่ต่อไปก่อน จาคยองมองหน้าฮีซูอย่างตาไม่กระพริบด้วยสายตาที่แฝงความโกรธ “ไหนคุณไล่ฉันออกแล้วไง ?” ฮีซูตอบว่า “ฉันมีบางอย่างจะต้องรู้ก่อนที่คุณจะไป … คุณไม่อยากอยู่เพื่อดูแลฮาจุนแล้วเหรอคะ ?” เมื่อพูดถึงฮาจุนทำให้จาคยองตอบตกลงที่จะอยู่ต่อ

ฮีซูพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ จนได้ข้อสงสัยที่เป็นบทสรุปว่า จาคยองอาจจะเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดของฮาจุนจริง ๆ เธอจึงไปที่คาเดนซ่าเพื่อหาซอฮยอนในทันที เธอไปถามข้อมูลคนแนะนำจาคยอง ซึ่งเป็นคุณนายจากตระกูลอียอน

จริง ๆ แล้วก่อนหน้านี้ซอฮยอนก็สงสัยในตัวของจาคยองเช่นกัน เธอให้คนไปสืบประวัติ แต่ก็พบว่าทุกอย่างเป็นความจริงทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามเธอก็อดสงสัยหลาย ๆ ที่เห็นไม่ได้ อย่างตอนที่จาคยองกับจียองแสดงภาษากายที่สนิทสนมกันเกินพอดี หรือแม้แต่ซุนฮเยที่ใช้ประโยคแปลก ๆ เมื่อพูดถึงจาคยอง (ซุนฮเยเป็นคนเดียวในบ้านที่เคยเห็นหน้าแม่ของฮาจุน)

ฮีซูมาที่บ้านของตระกูลอียอนเพื่อหาข้อมูลของจาคยอง เธอได้เห็นรูปถ่ายซึ่งมีใบหน้าตรงกับจาคยอง ทำให้ฮีซูถึงกับโล่งใจว่าสิ่งที่คิดนั้น เป็นสิ่งที่เธอมโนขึ้นมาเอง … แต่จริง ๆ แล้วคุณนายอียอนรู้เรื่องทั้งหมด และร่วมมือในการหลอกฮีซู โดยการปกปิดจาคยองตัวจริง หมายความว่ารูปที่เธอให้ฮีซูดูนั้นไม่ใช่จาคยองตัวจริง !!!

ซอฮยอนรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก ๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมของฮีซูซึ่งสงสัยในตัวจาคยองเหมือนกัน เธอจึงไปสนามขี่ม้าที่จียองเคยเรียนขี่ม้าเมื่อประมาณเกือบสิบปีที่แล้ว และได้รู้ว่าอีฮเยจินคือครูที่สอนขี่ม้าจียองเมื่อตอนนั้น ซอฮยอนจึงบอกว่า “ช่วยหารูปของอีฮเยจินให้หน่อย ถ้าได้แล้วขอให้ติดต่อฉันทันที” … ซึ่งต่อมาทางสนามขี่ม้าได้ติดต่อมาแล้วบอกว่า อีฮเยจินได้ยื่นเรื่องขอให้ลบข้อมูลของเธอออกจากระบบ ทำให้ซอฮยอนได้รู้ว่า แม่แท้ ๆ ของฮาจุนยังไม่ตาย !

ตัดภาพมาที่คู่ของซูฮยอกกับยูยอน ดูเหมือนว่าจะมีการหึงหวงกันขึ้นมา เมื่อคู่หมั้นของซูฮยอกถูกเชิญมาทานข้าวที่คาเดนซ่า เป็นครั้งแรกที่ยูยอนสารภาพกับซูฮยอกว่า “ดูเหมือนว่าฉันจะชอบคุณเอามาก ๆ” … ซอฮยอนจับตาดูเหตุการณ์อยู่ จึงเข้ามาเตือนซูฮยอกว่า “ถ้าไม่อยากให้ไล่ยูยอนออกไปอีกรอบ ก็อย่าทำตัวเหลวไหล”

จาคยอง (หรือจริง ๆ แล้วเธอคือ อีฮเยจิน) นัดเจอกับจียองที่บาร์แห่งหนึ่ง เหมือนกับว่านี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองได้เจอกันแบบเป็นส่วนตัว ตั้งแต่เธอได้เข้ามาเป็นติวเตอร์ให้กับฮาจุน ซึ่งจาคยองได้บอกกับจียองว่าเธออดทนกับสถานะที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว เธอต้องการทวงลูกชาย และผู้ชายของเธอคืนมา แต่จียองไม่เห็นด้วย จาคยองจึงถามเขาว่าเพราะอะไรถึงให้เธอเข้ามาอยู่บ้านอย่างง่าย ๆ คำตอบของจียองทำเอาจาคยองอึ้งไปหลายวินาที …

“คุณเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด ส่วนฮีซูเป็นแม่ที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็ก ๆ ผมอยากให้คุณทั้งสองคนเลี้ยงดูฮาจุนด้วยกัน” จียองเอ่ยปากตอบคำถามจาคยอง พร้อมด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างที่สุด !

ในคืนเดียวกันนั้นเอง เราก็ได้รู้ความลับที่ถูกปิดซ่อนเอาไว้โดยหน้ากากอันน่าตกตะลึงของจียอง … เขาเดินทางไปที่ตึกร้างแห่งหนึ่ง เพื่อไปดูการต่อสู้ที่เรียกว่าสตรีทไฟต์ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเขาเพียงคนเดียว จียองโยนกระเป๋าที่บรรจุเงินเป็นจำนวนมากเพื่อเป็นรางวัลกับผู้ชนะ ระหว่างที่ดูเลือดสาดออกจากเบ้าหน้าของผู้แพ้ จียองมีใบหน้าที่แสดงถึงความสุข มันเป็นสุขที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นอย่างแท้จริง !!!

หมายเหตุ : ฉากนี้ซีรีส์พยายามสื่อถึงสิ่งจียองกำลังทำอยู่ จาคยองกับฮีซู เขาต้องการให้เมียเขาทั้งสองคนห้ำหั่นกัน และผู้ที่รอดคือผู้ชนะ ส่วนผู้แพ้ก็ต้องเจ็บปวดแทบตายทั้งเป็น

จียองกลับมาบ้าน พบกับฮีซูนั่งรออยู่ด้วยสภาพจิตใจที่กระวนกระวายแทบจะเป็นบ้า เธอพูดตรง ๆ ว่ารู้สึกอย่างบอกไม่ถูกว่าจาคยองคือแม่ผู้ให้กำเนิดของฮาจุน แต่ในท้ายที่สุดเขาก็กล่อมเธอให้สบายใจได้ อย่างน้อย ๆ ก็ในค่ำคืนนี้

วันรุ่งขึ้น มีข่าวเรื่องลูกนอกสมรสของตระกูลฮโยวอนออกมา เป็นข่าวของซูฮยอกกับฮาจุน และคนที่เป็นแหล่งข่าวให้นักข่าวก็คือจาคยองนั่นเอง … ผลลัพธ์จากข่าวนั้นใหญ่หลวงยิ่งนัก ฮาจุนหายไปหลังเลิกเรียน

แต่ข่าวที่ซ้อนมาอีกชั้นหนึ่งก็คือ ฮีซูตั้งท้อง !

EP.6 ความจริงที่น่าอึดอัด

เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายในคฤหาสน์ฮโยวอนที่ก่อตัวขึ้นแล้ว … ฮาจุนหายตัวไปหลังเลิกเรัยน ในขณะที่โนด็อก นกยูงสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักของซุนฮเยก็หัวไปจากกรงขนาดมหึมาของมันเช่นกัน

ซอฮยอนแจ้งข่าวการหายตัวไปของฮาจุนกับซุนฮเย “เดี๋ยวบรรดาแม่ ๆ ของฮาจุนก็ตามหากันเองแหละ มีแม่ตั้งสองคน …” คำพูดที่เผลอหลุดออกมาจากปากของซุนฮเยทำให้ซอฮยอนได้รู้ว่า แท้จริงแล้วจาคยองคือแม่แท้ ๆ ของฮาจุน

ในขณะเดียวกันนั้น ฮีซูขับรถออกไปตามหาฮาจุนท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก และที่สำคัญเธอกำลังท้องอยู่ด้วย ระหว่างทางฮีซูบังเอิญเห็นป้ายคอนเสิร์ตนักร้องคนโปรดของฮาจุน เธอจึงได้ตามไปจนพบฮาจุนที่คอนเสิร์ตฮอลล์ ด้านจาคยองที่ติดตามโลเคชันไปที่คอนเสิร์ตฮอลล์เช่นเดียวกัน แต่ไปทีหลังฮีซู

จียองกลับมาด้วยความโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาตวาดใส่ฮาจุนและทำท่าจะลงโทษด้วยการตี แต่ฮีซูก็เข้ามาปกป้องก่อนจะพาฮาจุนเข้าไปในห้อง ฮีซูนอนกอดฮาจุนอยู่อย่างนั้นจนหลับไป … จาคยองแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความเศร้า เธอควรจะเป็นคนนอนกอดเพื่อปลอบฮาจุน ไม่ใช่ฮีซู !

ระหว่างนั้นมีสองเหตุการณ์เกิดขึ้น หนึ่ง การตามหาโนด็อกกลายเป็นเรื่องที่ไร้สาระที่เป็นจริงเป็นจังจนสร้างความปวดหัวให้กับหัวหน้าแม่บ้านจู สอง รอยจูบในค่ำคืนวันฝนตกของซูฮยอกกับยูยอนได้สร้างความรู้สึกดีให้กับคนทั้งสอง โดยที่ทั้งสองไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นมาแล้ว

แล้วในคืนนั้นเอง ความอดทนของจาคยองก็หมดลง เธอบอกกับจียองว่า “ทุกอย่างจบลงนับตั้งแต่ตอนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะบอกความจริงว่าฉันคือแม่แท้ ๆ ของฮาจุนไม่ใช่ฮีซู” จียองตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ดูสงบนิ่ง “ฮีซูท้อง … อย่าแตะต้องผู้หญิงคนนั้น เธอคือผู้หญิงที่อุ้มท้องลูกของฉัน สิ่งที่คุณควรทำสิ่งเดียวในตอนนี้คือการดูแลฮาจุน เพราะถ้าคุณทำอะไรผู้หญิงคนนั้นก็เท่ากับทำลูกผมด้วย ทำไมถึงทำตัวโลภมากขนาดนี้ ฉันเกลียดผู้หญิงที่โลภมากมากที่สุด อย่าลืมนะว่าคุณคือคนที่ตายไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว”

ซอฮยอนตั้งใจจะบอกความจริงเรื่องจาคยองให้ฮีซูได้รู้ แต่เมื่อซอฮยอนรู้ว่าฮีซูท้อง เธอจึงเลือกที่จะเก็บเรื่องจาคยองเป็นความลับต่อไป

ทีนี้ ซุนฮเยได้เล่าเรื่องของจาคยองให้จินโฮฟัง เธอเล่าว่าจียองมาขอให้จาคยองเข้ามาในบ้าน และปกปิดตัวตนที่แท้จริงของจาคยองแลกกับการยกตำแหน่งประธานบริษัทของจินโฮ

ซอฮยอนไปหาจียองเพื่อบอกว่าเธอรู้ของอีฮเยจิน (จาคยอง) แล้ว พร้อมทั้งแนะนำให้บอกความจริงให้ฮีซูรู้ แต่ผิดคาด จียองเผยความลับเรื่องที่ซอฮยอนมีรสนิยมทางเพศแบบหญิงรักหญิง และยอมรับตามตรงว่าเขาต้องการขึ้นเป็นใหญ่ในตระกูลฮโยวอน เพราะไม่มีใครเหมาะสมเท่าเขา ซึ่งเขารู้ว่าซอฮยอนสนใจชื่อเสียงของตระกูลตัวเองมากกว่าความเป็นไปของฮโยวอน … จียองมาเหนือเมฆจนซอฮยอนคิดไม่ถึงจริง ๆ

“คนกลุ่มน้อยทางเพศ” คำที่จียองใช้เรียกรสนิยมทางเพศของซอฮยอน ซึ่งมันเป็นคำที่วนเวียนอยู่ในหัวของเธอตลอดทั้งวัน และคงจะเป็นไปอีกนานนับจากนี้

วันถัดมา ฮีซูก็พบว่าจาคยองออกไปจากบ้านแล้ว ในวันเดียวกันนั้นเองในงานจัดเลี้ยงขอบคุณผู้บริจาคเงินมูลนิธิคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของแม่ชีเอ็มม่า ฮีซูได้รับแจ้งข่าวคนที่เป็นแหล่งข่าวให้ข่าวเรื่องแม่ของฮาจุนชื่อ “อีฮเยจิน” !!! ณ จุดนี้ ฮีซูรู้แล้วว่าจียองโกหกเรื่องที่ว่า แม่แท้ ๆ ของฮาจุนตายไปแล้ว !

ทันใดนั้นเอง อีฮเยจอน (จาคยอง) ก็ลงมาจากรถเพื่อมาร่วมงานตามคำเชิญของแม่ชีเอ็มม่า ฮีซูเดินตรงไปหาอดีตติวเตอร์ของฮาจุน … อีฮเยจินยิ้มที่มุมปากก่อนจะแนะนำตัวว่าเธอคือ “อีฮเยจิน” ยังไม่ทันพูดจบประโยคฮีซูก็ง้างมือตบเข้าที่หน้าของฮเยจินไปหนึ่งฉาด !

EP.7 ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ

จาคยองเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง โดยการแนะนำตัวเองกับฮีซูว่า “ฉันคือคิมฮเยจิน” ซึ่งหมายความว่าเธอคือแม่แท้ ๆ ผู้ให้กำเนิดฮาจุน แต่ยังไม่ทันสิ้นเสียง ฮีซูก็บันดาลโทสะตบเข้าที่หน้าจาคยองอย่างแรงไปหนึ่งฉาด

และฮเยจิน (จาคยอง) ได้เผยว่า มูลนิธิแม่เลี้ยงเดี่ยวแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เธอกับฮาจุนมาขอรับความช่วยเหลือเมื่อประมาณ 8 ปีก่อน และเธอก็บริจาคเงินให้กับมูลนิธินี้ก็เพื่อตอบแทนบุญคุณ เธอกล่าวกับฮีซูด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ว่า “คุณปกป้องลูกของคุณ ฉันปกป้องลูกของฉัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองไป”

ฮีซูในตอนนี้อยู่ในอารมณ์โกรธบนซากปรักหักพังของความไว้ใจที่ถูกทำลายไปไม่เหลือ เมื่อซอฮยอนเห็นท่าไม่ดีที่จะปล่อยให้ทั้งคู่เผชิญหน้ากันต่อไป เธอจึงเข้าไปพาฮีซูออกจากที่นั่น

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ฮีซูตกอยู่สภาพย่ำแย่กับความจริงอันโหดร้ายเกี่ยวกับจียอง ผู้เป็นสามีของเธอ ซอฮยอนแนะนำให้ใจเย็น ๆ ต้องคิดให้รอบคอบก่อนที่จะทำอะไรต่อไป

ฮเยจิน (จาคยอง) โทร. หาจียองเพื่อบอกว่า “มันจบแล้วภรรยาของคุณรู้แล้วว่าฉันเป็นใคร”

ต่อมาซอฮยอนถามฮเยจินว่า “คุณต้องการอะไร ?” ฮเยจินเผยความประสงค์ของตัวเอง “ฉันเคยทำผิดพลาดมาแล้วที่คิดว่า การให้เขาเติบโตในคฤหาสน์ฮโยวอนจะดีกับเขามากกว่าอยู่กับแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างฉัน ฉันมาเพื่อแก้ไขความผิดพลาดในอดีต”

ซอฮยอนปฏิเสธความต้องการของฮเยจิน แถมยังขู่กลับด้วยว่าการปลอมตัวเข้ามาเป็นติวเตอร์ของฮาจุนเป็นความผิดตามกฎหมาย แต่ฮเยจินก็พยายามอ้อนวอนขอซอฮยอนโดยใช้ความเป็นแม่แท้ ๆ ของฮาจุน ซึ่งแน่นอนว่าซอฮยอนไม่คล้อยตาม จนสุดท้ายซอฮยอนต้องยื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่แข็งกร้าว “คนเดียวที่จะบอกให้คุณอยู่ที่นี่ได้ก็คือฉัน ซึ่งฉันไม่อนุญาต”

ฮีซูเผชิญหน้ากับจียอง “ไหนคุณบอกว่าแม่ของฮาจุนตายไปแล้วไง … แล้วเธอมาโผล่ที่บ้านฉันได้ยังไง !!?” จียองตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จว่า “ผมกลัวว่าคุณจะตกใจ จริง ๆ แล้วผมก็ตกใจเหมือนกับคุณนั่นแหละ เพราะแม่ของผมบอกว่าเธอตายไปแล้ว … อีกอย่างมันเป็นความผิดพลาดของผมในวัยหนุ่ม มันเป็นความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน ผมรู้สึกละอายที่จะบอกเรื่องนี้กับคุณ … แม่ของฮาจุนคือคุณ ผู้หญิงคนนั้นต้องการเพียงแก้แค้น”

สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะตึงเครียดไปอีกหนึ่งสเต็ป เมื่อฮเยจินบอกความจริงกับฮีซูว่า “คนที่เป็นคนวางแผนให้เธอเข้ามาในบ้านหลังนี้คือจียอง” แต่ฮีซูไม่เชื่อ เพราะเธอยังเชื่อคำโกหกของสามีของเธอต่อไปที่บอกว่าเขาไม่รู้เรื่อง และสิ่งที่ฮเยจินกำลังทำคือต้องการแก้แค้น ดังนั้น ไม่ว่าฮเยจินจะพูดอะไรฮีซูก็เลือกที่จะไม่เชื่อ ๆ ๆ และ ไม่เชื่อ !

จากนั้นจียองก็เจรจากับฮเยจิน (จาคยอง) โดยเสนอเงินก้อนโตให้แลกกับการที่เธอจะไม่มายุ่งกับชีวิตของเขากับฮาจุนอีก ซึ่งแน่นอนว่าฮเยจินไม่ยอม ทำให้จียองแสดงตัวตนที่แท้จริงอันป่าเถื่อนของตัวเองออกมา “คราวนี้คุณได้ตายจริง ๆ ไม่ใช่ปลอม ๆ เหมือนที่ผ่านมา” ฮเยจินขู่กลับด้วยสายตาอำมหิตเช่นกันว่า “ฉันจะไม่ตายคนเดียว !!!”

อย่างไรก็ตาม เพื่อไขปริศนาคำโกหก ฮีซูจึงไปหาซุนฮเยเพื่อตามล่าหาความจริง ทั้ง ๆ ที่เธอไม่อยากมาเพราะเป็นห่วงลูกในท้อง

ซุนฮเยเล่าความจริงทุกอย่างออกไป “จียองบอกให้ฉันทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องแม่ของฮาจุน และเขาเป็นคนให้ฉันบอกว่าฮเยจินตายไปแล้ว ทั้งหมดก็เพื่อแลกกับการที่จินโฮจะได้ขึ้นเป็นประธานบริษัท”

ความจริงที่ได้รับรู้มันเจ็บเกินไปสำหรับฮีซู และตรงนั้นเอง เลือดก็ไหลออกมาจากหว่างขาของฮีซู จากนั้นเธอก็ทรุดลง ในขณะที่ซอฮยอนเข้ามาโอบกอดฮีซูที่กำลังร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังอยู่อย่างนั้น …

EP.8 ซ่อนความแค้นด้วยการแสดง ?

ฮีซูได้รู้ความจริงอันโหดร้ายของสามีตัวเอง จนมีอาการเลือดตกจากความเครียด ซึ่งนำไปสู่การแท้งลูกในครรภ์ !!!

จียองสงสัยว่าฮีซูหายไปไหน จึงถามสาวใช้ยูยอน ซึ่งเธอโกหกว่าฮีซูแพ้ท้องหนักมากจึงกลับไปอยู่ที่บ้านกับครอบครัว

ทีนี้ ปัญหาก็เกิดซ้อนขึ้นมาอีก เมื่อจินโฮรู้ว่าจียองให้เขาขึ้นดำรงตำแหน่งประธานบริษัท แลกกับการที่ซุนฮเยต้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นว่าตัวตนของจาคยองคือฮเยจิน แม่แท้ ๆ ผู้ให้กำเนิดฮาจุน นั่นเท่ากับว่าจียองวางแผนหลอกทุกคนในบ้าน

ดังนั้น เมื่อซุนฮเยเกิดไปเผยความจริงเรื่องฮเยจินให้ฮีซูได้รู้ เท่ากับว่าตำแหน่งประธานของจินโฮอยู่ในสถานะที่ไม่มั่นคงอีกต่อไป จินโฮเลยสั่งให้เซจองเข้าไปค้นหาความลับบางอย่างของจียอง ปรากฏว่าเซจองไปค้นโต๊ะทำงานแล้วเกิดไปเจอโทรศัพท์รุ่นโบราณแบบฝาพับ ด้านในมีภาพผู้ชายเปลือยอยู่มากมาย เซจองจึงรายงานจินโฮว่า “จียองเป็นเกย์ !!?” (ซึ่งจริง ๆ แล้วเซจองเข้าใจผิด)

ฮเยจิน (จาคยอง) ทำซุปสาหร่ายให้ฮีซูกิน ซึ่งแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเธอเสียใจอย่างจริงใจที่ฮีซูเสียลูกของเธอไป แต่ดูเหมือนว่าฮีซูจะไม่พอใจ … ซึ่งอาจจะมีอะไรมากกว่านั้นเบื้องหลังระหว่างเธอทั้งสองคน ?

ภาพตัดมาเผยให้เห็นฮเยจินใส่ชุดไว้ทุกข์สีดำ ในขณะที่ฮีซูใส่เดรสสีฟ้าเดินทางกลับมาที่โรแบโต้ ในคฤหาสน์ฮโยวอนอีกครั้ง ท่าทีของเธอเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อเจอหน้าจียอง เธอยิ้มให้เขาด้วยความสดชื่น ทำไมฮีซูกลายเป็นเช่นนั้น ? นั่นเป็นเพราะเธอได้งัดเอาสิ่งที่เธอทำได้เก่งที่สุดออกมาใช้ นั่นก็คือ การแสดง !!!

อันบีลีฟอะเบิ้ล ฮีซู จียอง และฮาจุน กลับมาใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุขอีกครั้งอย่างน่าเหลือเชื่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่สำคัญจียองยังไม่รู้เรื่องที่ฮีซูแท้งลูก … ฮีซูบอกกับจียองระหว่างร่วมโต๊ะรับประทานอาหารว่า “ลืมอดีตแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ” แต่ทุกสิ่งล้วนเป็นการเสแสร้ง !

แน่นอนว่าทุกนาทีที่ฮีซูแสดงว่ามีความสุขเท่าไรในใจก็ยิ่งเสียใจมากเท่านั้น

ระหว่างนั้น กบฎคุณหนูซูฮยอกได้เริ่มออกลายแล้ว เขาประกาศกลางโต๊ะอาหารว่าจะไม่หมั้นกับหญิงที่ซุนฮเยต้องการ ซุนฮเยถึงกับโวยวายออกมาใหญ่โตจนซอฮยอนหูแทบดับ

ในการประชุมบริษัทเพื่อเปิดพินัยกรรมของท่านประธานฮัน จียองที่คิดว่าตัวเขาจะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน … เนื้อหาในพินัยกรรมระบุอย่างไรไม่ทราบได้ แต่หลังจากนั้น จียองได้ขับรถออกมาจอดใต้สะพาน จากนั้นเขาก็เริ่มหลั่งน้ำตาออกมา ขณะเดียวกันนั้น ซอฮยอนได้โทร. หาจียองเพื่อแจ้งว่าฮเยจินมาที่คฤหาสน์ฮโยวอนเพื่อมาหาฮาจุน

ซอฮยอน ฮเยจิน ฮีซู และจียองเผชิญกันด้วยความเดือดดาล ฮีซูกรี๊ดลั่นใส่ฮเยจิน “อย่ากลัวเลย ใครก็ตามที่ขโมยของของฉันไป ฉันจะฆ่ามันให้ตาย” !!!

ภาพตัดมาในอนาคต เผยให้เห็นภาพภายในงานศพใครบางคน ภายในงานฮาจุนยืนร้องไห้ไม่หยุด … จากนั้นภาพก็ตัดไปอีกเหตุการณ์หนึ่ง ฮีซูกำลังนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น เธอลืมตาและมองเห็นอะไรบางอย่างแล้วเธอทำท่าจะร้องไห้ออกมา !!?

EP.9 เขียนพินัยกรรมถึงปีศาจ

ฮเยจิน (จาคยอง) มาที่คฤหาสน์ฮโยวอนโดยอ้างว่าต้องการเจอฮาจุน จากนั้นเธอก็ออกฤทธิ์กับจียอง ก่อนที่ฮีซูจะเข้ามาแล้วตะโกนใส่หน้าฮเยจินว่า “ฉันจะฆ่าทุกคนที่เอาของของฉันไป”

แต่ก่อนที่จุดเดือดจะทะลุปรอทแตก จียองก็ลากเอาฮเยจินออกไป “ฉันน่าจะฆ่าคุณจริง ๆ เสียที” …

พินัยกรรมของท่านประธานฮันที่ถูกเปิดเผยออกมา ทำเอาจียองถึงกับหลั่งน้ำตา กับความจริงที่เขาถูกกีดกันออกจากการดำรงตำแหน่งประธานฮโยวอนกรุ๊ป ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ ของประธานฮัน !!!

เรื่องของเรื่องก็คือ ในตอนนั้น ด้วยความรักที่ท่านประธานฮันมีให้คิมมีจา (เมียน้อยประธานฮันและแม่ของจียอง) มากมายเหลือเกิน จนทำให้ยอมรับเธอแม้เธอจะบอกว่า “ฉันท้องกับลูกของผู้ชายคนอื่น”

แล้วเราก็ได้รู้ถึงคำพูดที่คิมมีจาพูดกับจียองด้วยความเจ็บปวดและต่ำต้อย “ชีวิตของเราคงไม่ใช่แบบนี้ ถ้าแกเป็นสายเลือดของฮโยวอน ถ้าเป็นแบบนี้แกไม่ต้องเกิดมาเลยเสียดีกว่า” เสียงที่แม่พูดกับเขาดังกึกก้องในหัวไม่หยุด

เนื้อหาพินัยกรรมระบุว่า “ซุนฮเยได้คฤหาสน์ย่านซองบุกและที่ดิน แต่ไม่ได้รับหุ้นบริษัท … จินโฮได้ทุนการศึกษาตลอดชีวิตจนกว่าจะจบ … ซอฮยอนได้หุ้นฮโยวอนอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด และได้ตำแหน่งผู้บริหารฮโยวอนอีแอนด์เอ็ม … จินฮีได้หุ้นฮโยวอนเบเกอรี่ทั้งหมด แต่ต้องเข้ารับการบำบัดอย่างสม่ำเสมอ … ฮีซูได้หุ้นฮโยวอนเทรดดิ้ง 3 หมื่นหุ้น .. จียองได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาฮโยวอน … ซูฮยอกจะได้ดำรงตำแหน่งประธานฮโยวอนกรุ๊ปเมื่อเขาอายุครบ 30 ปี รวมทั้งหุ้นที่เหลือทั้งหมด”

เพื่อระบายความโกรธแค้น จียองไปที่ไฟต์คลับส่วนตัวของเขา เพื่อดูการต่อสู้เพื่อชิงเงินรางวัลก้อนโต จียองสั่งให้นักสู้กระหน่ำกันให้ตายกันไปข้าง สุดท้ายผู้แพ้อาการโคม่าและต่อมาก็ตาย พี่ชายของเขาจึงสาบานที่จะแก้แค้นจียองให้กับน้องชาย

ซอฮยอนมอบงานศิลปะชิ้นหนึ่งให้ฮีซู จากนั้นก็เดินทางไปที่แกลเลอรี่ ที่นั่นเธอได้พบกับชเวซูจี รักแรกและรักฝังใจของซองฮยอน

ชเวซูจีกล่าวว่า “โชคชะตากำหนดให้เรากลับมาพบกันอีกครั้ง” แต่ดูเหมือนว่าซอฮยอนจะเลือกที่จะทำตรงข้ามกับความรู้สึกของตัวเอง เธอปฏิเสธชเวซูจีอีกครั้ง “ฉันยังรู้สึกกับเธอเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป ฉันเพียงแต่แสร้งทำเป็นกล้าหาญ แต่ฉันไม่เคยลืมคุณเลย”

ฮเยจิน (จาคยอง) ตัดสินใจไปพบทนาย เพื่อจะฟ้องเพื่อให้ได้สิทธิ์เลี้ยงดูฮาจุน ซึ่งแน่นอนว่าฮีซูไม่ยอมและพร้อมที่จะโต้แย้งในทางกฎหมายอย่างเต็มที่

ส่วนซูฮยอกที่ถูกระบุในพินัยกรรมให้ขึ้นเป็นประธานฮโยวอน แต่เขากลับปฏิเสธที่จะรับตำแหน่ง ซึ่งแน่นอนว่าเหตุผลที่เขาทำเช่นนั้นก็เป็นเพราะสาวใข้ยูยอนที่เขาหลงรักนั่นเอง เพราะเขารู้ว่าตำแหน่งที่เราได้รับจะทำให้เขาสูญเสียอะไรในชีวิตไปบ้าง

ทีนี้ จู่ ๆ ประธานฮันก็ลืมตาขึ้นมาขณะนอนอยู่บนเตียงด้วยเครื่องช่วยหายใจ !!?

ในตอนท้าย จียองไปหาฮเยจินที่บ้านของเธอและจัดการบีบคอเธออย่างแรงพร้อมกับพูดว่า “ชีวิตฉันพังก็ลงไปทุกอย่างเพราะคุณ คุณแค่ต้องหายไปเท่านั้น แค่นั้นจริง ๆ ไอ้คนนั้นมันตายไปแล้ว (เด็กหนุ่มที่ตายจากการต่อสู้ในไฟต์คลับ) ทีนี้เธอตายไปด้วยอีกคนซะเลย”

ซึ่งจังหวะนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่ฮีซูมาหาฮเยจินเช่นกัน เธอกดกริ่งไม่แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ ทันใดนั้น ฮเยจินก็อาศัยจังหวะกัดมือจียองแล้วตะโดนบอกฮีซู เมื่อฮีซูรู้เรื่องจึงตะโกนกลับไป “ฮันจียอง หยุดเดี๋ยวนี้ !!!”

EP.10 แผนดัดหลังปีศาจ

ฮีซูยืนอยู่หน้าประตูคอนโดของฮเยจิน (จาคยอง) ในขณะที่จียองกำลังพยายามฆ่าฮเยจินอยู่ด้านใน เมื่อฮีซูโทร. หาฮเยจินแล้วเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ฮีซูรู้ว่าฮเยจินอยู่ด้านใน

ต่อมาเมื่อฮีซูรู้ว่าจียองทำร้ายฮเยจิน เธอจึงลั่นออกมาใส่เขา “คุณกำลังทำอะไรอยู่ คุณไม่มีสิทธิ์ยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น คุณทำผิดต่อฉันและผู้หญิงคนนั้น เพราะฉะนั้น ฉันเป็นคนเดียวที่แตะต้องผู้หญิงคนนั้นได้” ในขณะที่ฮเยจินก็ลั่นใส่จียองเช่นกันว่าเขาจะต้องเสียใจที่ทำกับเธอแบบนี้

จากนั้นทุกคนในครอบครัวฮโยวอนก็ได้รับแจ้งข่าวจากโรงพยาบาลว่า “ประธานฮันฟื้นแล้ว” และหมอได้เผยสาเหตุการฟื้นเป็นเพราะซุนฮเยเข้าไปทุบตีประธานฮันขณะนอนเป็นผักอยู่บนเตียง จากความโกรธเรื่องพินัยกรรม

ซอฮยอนเข้าพบประธานฮันเพื่อแจ้งว่า ซูฮยอกไม่ต้องการรับตำแหน่งประธานฮโยวอนกรุ๊ป และไม่ต้องการหมั้นที่ประธานฮันจัดการให้ ด้วยเหตุผลที่ว่าเขามีหญิงสาวที่ชอบพออยู่แล้ว แล้วสิ่งที่ซอฮยอนกลัวก็เกิดขึ้น เมื่อประธานเรียกให้จียองเข้าพบ เขาเป็นคนเดียว (ถ้าไม่ใช่ซูฮยอก) ที่เหมาะสำหรับตำแหน่งประธาน !

ซอฮยอนคาดไม่ถึงว่าประธานฮันจะตัดสินใจเลือกจียองขึ้นมาแทนซูฮยอก เธอบอกกับทนายคู่ใจของเธอว่า “สถานการณ์ตอนนี้ เราคงต้องใช้แผนบี”

จียองคุกเข่าแทบเท้า ในระหว่างที่ประธานฮันยังคงคิดถึงคิมมีจา (แม่ของจียอง) อย่างสุดหัวใจ เขาพูดทั้งคุกเข่าต่อหน้าพ่อ (ไม่แท้) ของเขาว่า “ไม่เคยมีแม้สักครั้งที่ผมคิดว่าคุณพ่อไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของผม เพราะผมไม่เหลือใครแล้ว แม่จากผมไปแล้ว ถ้าพ่อจากผมไปอีกคน ผมก็จะเหลือตัวคนเดียวจริง ๆ”

ประธานฮันลูบหัวของจียองพร้อมกับเอ่ยว่า “ฉันขอโทษ” … จียองเล่นละครลูกชายผู้น่าสงสารอย่างสมบทบาท เขายิ้มเยาะในใจ

ในขณะเดียวกันเราก็ได้รู้ว่า ที่แท้แล้วแม่ชีเอมม่าคือผู้ที่ไปพูดกับประธานฮันให้ดูแลจียอง เธออ้างว่าเขาเป็นเด็กที่น่าสงสาร

ระหว่างนั้น จินโฮก็สร้างเรื่องขึ้น เมื่อไปตบหน้าหัวหน้าสาวใช้จูเพราะความเมา ซอฮยอนมาห้ามไว้แล้วสั่งให้จินโฮเข้าไปบำบัดที่ศูนย์บำบัดผู้ติดแอลกอฮอล์

ซฮฮยอนบอกความจริงเรื่องจียองให้ฮีซูรู้ เรื่องที่เขาไม่ได้เป็นลูกชายของประธานฮัน “แม่ของจียองมาคบกับคุณพ่อ (ประธานฮัน) ในขณะที่เธอท้องจียองอยู่ก่อนแล้ว” ซอฮยอนบอกว่ามีแค่เธอกับประธานฮันเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ ซอฮยอนพยายามอธิบายว่า ความสัมพันธ์ของประธานฮันกับจียองเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก เพราะประธานฮันรักแม่ของจียอง แต่ก็ทำใจให้รักลูกชายของเธอที่มีสายของชายอื่นไม่ได้

มาถึงวันไต่สวนนัดแรกคดีโต้แย้งเรื่องสิทธิการเลี้ยงดูฮาจุน ระหว่างฮีซูกับฮเยจิน … ทั้งสองเผชิญหน้ากันก่อนขึ้นศาลด้วยสายตาอำมหิต

ฮเยจินให้การต่อหน้าผู้พิพากษาว่า “หลังจากให้กำเนิดลูก ฉันก็เลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอดเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน ระหว่างนั้นติดต่อพ่อของเด็กไม่ได้เลย มาวันหนึ่ง ลูกก็เกิดป่วยกะทันหัน ด้วยความกลัวฉันจึงไปที่คฤหาสน์ฮโยวอนแต่ไม่มีใครต้อนรับ ฉันเลยทิ้งลูกเอาไว้ที่สถานที่หนึ่ง”

ผู้พิพากษาสอบถามเหตุผลที่เธอต้องการได้ลูกคืน ฮเยจินจึงเล่าว่า “จู่ ๆ พ่อของลูกฉันได้ให้ฉันเข้าไปอยู่ในบ้านนั้น และให้ฉันเข้าไปอยู่ในฐานะติวเตอร์ของเด็กค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น พ่อของเด็กยังโกหกเด็กว่าแม่ของเขาได้ตายไปแล้ว ฉันไม่สามารถให้ลูกของฉันเติบโตในสภาพนั้นได้ ฮันจียองไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นพ่อของเขาค่ะ !’

ทีนี้ถึงตาที่ฮีซูให้การบ้าง เธอเลือกที่จะบอกว่าสิ่งที่ฮเยจินพูดเป็นความจริง ซึ่งตรงกันข้ามกับที่ทนายเตี๊ยมให้เธอปฏิเสธ เพราะฮเยจินไม่มีหลักฐานมากล่าวอ้างคำพูดของเธอ …

“ฉันไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิดฮาจุน แต่ฉันเป็นคนเลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็ก ซึ่งไม่ใช่ทั้งพ่อและแม่แท้ ๆ ของเขา แต่ฉันคือแม่ของเขาค่ะ ตลอดเวลา 6 ปีฉันเลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดี และฉันจะไม่ยอมให้แม่และพ่อที่ไร้จริยธรรมของเขามาทำให้เขาหวั่นไหว หรือทำให้ลูกฉันเจ็บปวดเป็นเด็ดขาด และเหตุผลที่ฉันรักและทำทุกอย่างเพื่อฮาจุนเพราะฉันเป็นแม่จองเขาค่ะ”

สรุปสุดท้ายคือ ศาลตัดสินให้ยกฟ้อง ซึ่งหมายความว่าฮีซูได้สิทธิ์ในการเลี้ยงดูฮาจุนต่อไป

ภายในห้องพิจารณาคดี หลังเสร็จสิ้นคดีความ ซอฮยอนแจ้งข่าวกัฮีซูว่า จียองได้ขึ้นเป็นประธานฮโยวอนกรุ๊ป แล้วกล่าวอีกว่า “คณะกรรมการทั้งหมดเป็นคนของจียอง แต่ฉันจะเดินหน้าแผนต่อไป ไม่ว่ายังไงฉันด็จะพลิกเกมกลับมาให้ได้” แต่ดูเหมือนว่าฮีซูจะมองว่าเป็นเรื่องที่ดี “แบบนี้ดีด้วยซ้ำ เพราะยิ่งเขาขึ้นไปสูงเท่าไรเขาก็ต้องสูญเสียมากเท่านั้น”

แล้วฮเยจิน ฮีซู และซอฮยอน ก็ส่งซิกให้กันเหมือนกับว่าแผนทุกอย่างกำลังดำเนินต่อไป …

ฮีซูเผชิญหน้ากับจียอง พร้อมกับกล่าวว่าตอนนี้เธอได้สิทธิ์ในการเลี้ยงดูฮาจุนตามกฎหมายแล้ว และได้ยื่นเอกสารการหย่าให้เขา “เรามาจบกันเถอะ ฉันจะพาฮาจุนออกไปจากบ้านหลังนั้น”

จียองรู้ตัวว่าเขาโดนดัดหลังเข้าให้แล้ว !!!

EP.11 สู้กับอคติของโลก

ซีรีส์เริ่มด้วยการเล่าย้อนกลับไปหลังเหตุการณ์ที่ฮีซูแท้งลูก เมื่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเธอบอกกับซอฮยอนว่า เธอต้องการพาฮาจุนออกไปจากคฤหาสน์ฮโยวอน ซึ่งซอฮยอนก็รับปากที่จะช่วยเธอทำในสิ่งที่ต้องการให้สำเร็จ

ด้านฮเยจิน (จาคยอง) เธอรู้สึกผิดและตกใจมากที่ฮีซูแท้งลูก เพราะเธอก็มีส่วนทำให้เรื่องเลวร้ายนี้มันเกิดขึ้น เธอจึงไปหาฮีซูที่โรงพยาบาลและทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ฮเยจินคุกเข่าลงทั้งน้ำตาต่อหน้าฮีซูที่ทำหน้าเมินอยู่บนเตียงพยาบาล ฮเยจินคุกเข่าอยู่อย่างนั้นนานเท่านาน จนในที่สุดฮีซูก็ยอมรับคำขอโทษของฮเยจิน

หลังออกจากโรงพยาบาล ฮเยจินก็มาคอยดูแลพัดวีฮีซูอย่างดี ดีขนาดเตรียมรองเท้าให้ จัดเตียงปูที่นอนให้ ทำกับข้าวให้กิน ฮเยจินบอกกับฮีซูที่สีหน้าไม่ค่อยสบายใจว่า “ที่ฉันต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าคุณไม่สามารถเรียกหาใครได้ในตอนนี้ แม้แต่แม่คุณก็ไปหาไม่ได้ เพราะไม่อยากให้ใครเห็นในสภาพนี้ ฉันเข้าใจดีเพราะฉันก็เคยเป็นเหมือนคุณตอนนี้ เพราะฉะนั้น ให้ฉันทำหน้าที่เหล่านั้นเพื่อคุณเถอะค่ะ … คุณต้องเข้มแข็งขึ้นเพื่อต่อสู้กับฮันจียอง !!!”

ระหว่างที่ฮีซูกับฮเยจินอยู่ด้วยกัน ฮเยจินได้พยายามพูดปลุกเร้าและให้กำลังใจฮีซู และบอกให้ฮีซูลุกขึ้นมาสู้เพื่อฮาจุน โดยการพาเขาออกมาจากนรกในคฤหาสน์ฮโยวอนให้ได้

แม้ในช่วงแรก ฮีซูจะไม่ค่อยโอเคกับฮเยจิน แต่เมื่อเวลาล่วงไปนานนับสัปดาห์ ฮเยจินแสดงให้เห็นทั้งต่อหน้าและลับหลังด้วยความจริงใจ ฮีซูก็เริ่มมีท่าทีอ่อนลงและเริ่มเชื่อใจฮเยจินมากขึ้น ในที่สุดเธอก็เริ่มทานอาหารที่ฮเยจินทำให้

ซอฮยอนมาหาฮีซูที่บ้านพัก และบอกแผนการที่จะให้ฮเยจินยื่นฟ้องต่อศาลขออำนาจการเลี้ยงดูฮาจุน ที่นี้พอยด์ของแผนนี้ของซอฮยอนก็คือ ฮีซูต้องเอาชนะใจผู้คนในชั้นศาลให้ได้ (เพราะเป็นเรื่องที่นักข่าวให้ความสนใจติดตาม) ประกอบกับต้องทำให้จียองด่างพร้อยมากที่สุด เพราะยังไงฮีซูก็จะเป็นฝ่ายชนะคดี เมื่อได้สิทธิ์เลี้ยงดูฮาจุนแล้วก็ดำเนินการหย่ากับจียอง

แผนของซอฮยอนสมประโยชน์ทุกคน โดยเฉพาะซอฮยอนที่ต้องการเขี่ยจียองออกจากตำแหน่งประธานฮโยวอนกรุ๊ป ซอฮยอนมองว่าจียองไม่เหมาะสมที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเพราะเบื้องหลังที่เลวร้ายของเขา และเธอมองว่ามันเป็นสิ่งที่เธอต้องรับผิดชอบที่ทำให้เขาได้ขึ้นตำแหน่งประธานโดยไม่ได้ตั้งใจ

สงครามประสาทระหว่างจียองกับซอฮยอนเริ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อซอฮยอนจ้องจะใช้ข่าวในศาลเล่นงานจียอง แต่เขาเองก็เตรียมแผนปิดข่าวเหล่านั้นเอาไว้ทั้งหมดแล้ว โดยใช้เส้นสายของเพื่อน ๆ ที่เขารู้จักทั้งในวงการสื่อและกฎหมายช่วย โดยแลกกับข่าวฉาวของซอฮยอนที่ว่าเธอเป็นรักร่วมเพศ (เลสเบี้ยน)

ณ จุดนี้ ซอฮยอนแสดงความกล้าออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอบอกกับทั้งจียองและชเวซูจี ซึ่งเป็นรักแรกและรักเดียวของเธอว่า ถ้าต้องการจะบอกให้โลกรู้เรื่องความสัมพันธ์ก็ทำได้เลย เพราะตอนนี้เธอกล้าพอที่จะสู้กับอคติของโลกแล้ว !

ตัดภาพมาที่ซูฮยอกกับยูยอนบ้าง ซึ่งเด็กก็คือเด็กที่มองความต้องการของตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง … ด้วยความที่จินโฮโมโหมากที่รู้ว่าจียองได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน (แม้จะยังไม่เป็นทางการ เพราะต้องรอผลการโหวตจากผู้ถือหุ้น) เพราะซูฮยอกไม่ยอมรับตำแหน่ง จินโฮจึงหนีจากศูนย์บำบัดผู้ติดแอลกอฮอล์กลับมาที่บ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือไล่ยูยอนออก ต่อมาซูฮยอกก็ออกจากบ้านตามไปอยู่กับยูยอน เพื่อไล่ล่าความรักโดยอ้างเหตุผลการอยากใช้ชีวิต

ฮีซูเล่นสงครามประสาทขั้นสุดกับจียอง เธอบอกกับเขาให้รีบกลับมาบ้าน เมื่อจียองมาถึงบ้านฮีซูก็ให้เขาขึ้นไปดูห้องของลูกที่จัดไว้เสร็จเรียบร้อย เมื่อจียองเปิดประตูห้องเข้าไปก็พบเสื้อคลุมเปื้อนเลือดแขวนอยู่กลางห้อง เขาตกใจมาก หันไปถามฮีซูว่าเกิดอะไรขึ้น เธอบอกกับเขาว่า “ลูกฉันตายไปแล้ว คุณเป็นคนฆ่าเขา !!!”

ในฉากปิด เหมือนกับซีรีส์พยายามจะทำให้เราสงสัยซอฮยอน ว่าแท้จริงแล้วเธอมีความต้องการอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังใบหน้าอันเย็นชาของเธอหรือไม่ ?

EP.12 สังเวียนสุนัข

จียองโกรธปนเสียใจจนน้ำหูน้ำตาเล็ดเมื่อได้รู้ความจริงว่า เขาได้เสียลูกในท้องของฮีซูไปแล้ว !!!

“เงื่อนไขในการหย่าคืออะไร ?” จียองถามฮีซูอีกครั้ง แม้ก่อนหน้านี้เธอจะเคยบอกเขาไปแล้ว ฮีซูตอบว่า “ฉันจะเป็นคนเลี้ยงฮาจุนเอง นั่นก็เป็นเพราะว่าฮาจุนจะได้ไม่ซึมซับนิสัยบ้า ๆ ของนาย” ไม่ทันสิ้นเสียง จียองก็ตวาดใส่ฮีซูและด่าทอเธอว่าทำไมคิดอะไรโง่ ๆ แบบนั้น ฮีซูจึงจัดตบให้หนึ่งฉาดใหญ่

สุดท้ายเมื่อดูท่าทีว่าจียองจะไม่ยอมหย่าง่าย ๆ ฮีซูจึงบอกเขาว่า “การได้ต่อสู้คนบ้าอำนาจอย่างนาย ทำให้ไฟในตัวฉันลุกโชนอย่างบอกไม่ถูก ฉันจะฟ้องหย่า”

จินโฮได้รู้โลกที่แท้จริงของจียองจากไฟต์คลับส่วนตัวของเขา (จากนักสู้คนหนึ่งที่น้องชายของเขาต้องนอนเป็นผัก ควักซูชาน) หรือที่เรียกว่า “สังเวียนสุนัข” และตรงนี้เองที่ทำให้เขาคิดได้ว่า จียองไม่น่าจะใช่ลูกของประธานฮัน นั่นหมายความว่าจียองไม่มีเลือดฮโยวอนแม้แต่หยดเดียว จินโฮร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจที่คละไปด้วยความโกรธที่ตัวเองเพิ่งมาคิดได้ เขาบอกกับตัวเองว่า ถ้าเขารู้ว่าจียองไม่มีสายเลือดฮโยวอนเขาคงจะพยายามมากกว่านี้

จินโฮตรงเข้าไปหาจียองถึงในห้องทำงาน เขาพูดด้วยความเดือดดาลว่า “ฉันทนแกมาตลอดเพราะเห็นว่าแกมีสายเลือดเดียวกับฉันครึ่งหนึ่ง (คือหมายถึงเป็นพี่น้องต่างมารดา) ถ้าฉันรู้ว่าแกไม่มีเลือดของฮโยวอนแม้แต่หยดเดียวฉันฆ่าแกด้วยมือของฉันเองไปตั้งนานแล้ว” อย่างไรก็ตาม จินโฮก็ได้แต่พ่นน้ำลายออกมา เพราะในท้ายที่สุดจียองก็สั่งให้บอดี้การ์ดพาตัวจินโฮออกไปพร้อมกับทิ้งคำพูดสุดท้ายที่เจ็บแสบเอาไว้ “นายมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้”

ทีนี้ก็ให้บังเอิญว่า จินโฮได้เจอกับฮีซู เขาจึงเล่าเรื่องสังเวียนสุนัขของจียองให้ฮีซูฟัง ซึ่งต่อมาฮีซูกับฮเยจินได้เดินทางไปดูสังเวียนสุนัขด้วยตัวเอง มันทำให้เธอได้รู้ด้านมืดที่แท้จริงของจียองเสียที และต่อมาฮีซูก็ได้เล่าเรื่องนี้ให้ซอฮยอนรู้

คือทั้ง จินโฮ ฮีซู ฮเยจิน และซอฮยอน ต่างก็ต้องการที่จะโค่นจียอง โดยแต่ละคนก็มีแนวทางที่แตกต่างกันไป ซึ่งตลอดเวลานับแต่นี้เป็นสงครามประสาท ที่กดดันผู้ชมอย่างเรา ๆ ได้อย่างสนุกสนาน …

เรามาว่ากันที่จินโฮก่อน ซึ่งเป็นคนที่ทำอะไรแบบโฉ่งฉ่างไม่ค่อยมีแผนอะไรซับซ้อน เขาต้องการให้ควักซูชานให้ข้อมูลเรื่องสังเวียนสุนัขกับนักข่าวเพื่อทำลายจียอง แต่แล้วในคืนก่อนวันนัดให้สัมภาษณ์นักข่าว จียองได้จ้างคนให้เก็บควักซูชานแถมยังโยนความผิดให้จินโฮอีกด้วย ซ้ำหนัก จียองยังให้ข่าวเรื่องการที่จินโฮติดเหล้าและหนีการบำบัดจากศูนย์บำบัดผู้ติดเหล้า โดยในข่าวระบุว่าสาเหตุดังกล่าวทำให้เขาหลุดจากตำแหน่งประธาน สรุปคือ แทนที่จะทำลายจียองได้ กลับทำให้ควักซูชานตายและตัวเองก็ต้องพังไปด้วย

ส่วนฮีซูเมื่อรู้ว่าจียองมีด้านมืดที่โหดร้ายและอันตรายกว่าที่คิด จึงขอให้ฮเยจินพาฮาจุนไปอเมริกา และเธอก็ทำทุกทางเพื่อปิดข่าวเรื่องสังเวียนสุนัขที่จินโฮพยายามปล่อยออกมา ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอกลัวว่าข่าวนั้นจะทำลายความรู้สึกของฮาจุนที่มองว่าพ่อของตัวเองเป็นฮีโร่

ส่วนซอฮยอนนั้นมีแผนที่ลึกซึ้งและมองข้ามช็อตกว่าทุกคน เธอมุ่งหมายที่จะลากจียองลงจากตำแหน่งประธานโดยที่ต้องไม่ทำลายชื่อเสียงของฮโยวอนด้วย ดังนั้น สิ่งที่เธอทำคือการไปโน้มน้าวซูฮยอกให้ช่วยเธอ โดยแลกกับการที่เธอจะช่วยให้ซูฮยอกมีความสัมพันธ์กับยูยอนอย่างถูกต้องและเปิดเผย ต่อมาเธอก็เอาเรื่องสังเวียนสุนัขไปบอกกับประธานฮันให้เขาตัดสินใจเรื่องตำแหน่งประธานของจียอง

และสุดท้ายเขาก็เรียกประชุมคณะกรรมการ โดยที่เธอจะขึ้นเป็นประธานเอง เนื่องจากไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าเธอแล้วถ้าสอยจียองลงมาได้สำเร็จ

ระหว่างนั้นเองซอฮยอนก็รวบรวมความกล้าอย่างที่เธอไม่เคยทำมาก่อนเพื่อตามไปส่งชเวซูจี รักแรกและรักเดียวของเธอที่สนามบิน ซอฮยอนกอดคนรักของเธอพร้อมกับบอกให้รอเธออีกหน่อย ทั้งคู่หลั่งน้ำตาออกมา

ในตอนท้าย ขณะที่จียองกำลังจะออกไปทำงาน ฮีซูได้แนะนำติวเตอร์ที่จะพาฮาจุนไปอเมริกา นั่นก็คือฮเยจิน ! “สวัสดีค่ะ ฉันเป็นติวเตอร์คนใหม่ของฮาจุน ฮเยจินค่ะ” ฮเยจินมองด้วยหางตาไปที่จียองที่ตอนนี้อยู่ในสภาพช็อก ที่ได้รู้ว่าตัวเองโดนดัดหลังเข้าให้แล้ว …

ฉากตอนท้ายในวันฆาตกรรม เราได้รู้แล้วว่าคนที่นอนจมกองเลือดแท้จริงแล้วคือจียองเพียงคนเดียว ส่วนฮีซูยืนอยู่ด้านบนของบันได ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่แม่ชีเอ็มม่าเดินเข้ามาที่คาเดนซ่า

อีกอย่างฮีซูได้ทิ้งปมปริศนาสำคัญเอาไว้ว่า แม่ชีเอ็มม่าสนิทกับคิมมีจา แม่ผู้ให้กำเนิดของจียองมานานหลายสิบปี และเธอก็รู้จักจียองก่อนใครในบ้านหลังนี้ แล้วทำไมทั้งสองคนถึงทำเป็นไม่รู้จักกัน !!?

EP.13

ออกอากาศ 19 มิ.ย. 2021

รีแคปสรุปซีรีส์ Mine (2021) ธาตุแท้
เรื่องย่อซีรีส์เกาหลี Mine (2021) ธาตุแท้