Skip to content
Doom at Your Service (2021) รักร้าย ๆ ของนายหายนะ

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Doom at Your Service (2021)

Doom at Your Service สปอยล์ : เรื่องราวของหญิงสาวกับผู้เป็นดั่งผีเสื้อในสวนของพระผู้สร้าง กับสัญญา 100 วันแห่งการเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเธอ …

EP.1 ผีเสื้อของพระผู้สร้าง

ทัคดงคยอง (รับบทโดย พัคโบยอง) ได้รับการวินิจฉัยโรคจากหมอศัลยกรรมประสาทว่าเป็นเนื้องอกที่มีชื่อแปลกประหลาด “กลัยโอบลาสโตมา” (Glioblastoma) หรือเนื้องอกในสมองชนิดรุนแรง หมอได้พยากรณ์โรคว่า ถ้าไม่ทำการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเธอจะมีชีวิตอยู่ได้อีกสามถึงสี่เดือน แต่ถ้าทำการผ่าตัดก็อาจจะอยู่ได้ถึงหนึ่งปี แต่อาจจะไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ กล่าวคือ อาจจะเป็นอัมพาตครึ่งซีก มีอาการผิดปกติทางการพูด หรืออาจมีภาวะสมองเสื่อม เป็นต้น แน่นอนว่าเธอเลือกที่จะไม่ผ่าตัด

แต่ความซวยของดงคยองที่เกิดขึ้นไม่ได้จบลงแค่นั้น วันเดียวกันนั้นเอง เธอได้รับข้อความจากแฟนหนุ่มนัดให้มาเจอกันที่ร้านกาแฟที่เจอกันในครั้งแรก แต่ปรากฏว่าคนที่มาพบกลับเป็นภรรยาของแฟนเธอที่กำลังตั้งท้อง ดงคยองเพิ่งได้รู้ว่าตัวเองโดนหลอกมาตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา

ดงคยองกลับเข้าออฟฟิศของสำนักพิมพ์ที่เธอทำงานเป็นบรรณาธิการ แต่ยังไม่ทันที่จะได้นั่ง เธอก็โดนหัวหน้าตำหนิเสียใหญ่โต หาว่าอู้งานที่กลับเข้ามาออฟฟิศช้า

จากนั้นเธอก็เห็นคลิปที่แอบถ่ายเธอขณะอยู่ในร้านกาแฟในยูทูบที่มีชื่อว่า “ฉันเจอเมียน้อยมาในวันนี้” ซึ่งคอมเมนต์ในคลิปมีแต่ตำหนิและด่าทอเธอว่าเป็นเมียน้อย … ดงคยองพยายามอดกลั้นกับความเฮงซวยของหัวหน้าและคอมเมนต์ที่เป็นท็อกซิกต่าง ๆ เธอจึงขอลางานหนึ่งวัน

มยอลมัง (รับบทโดย ซออินกุก) หนุ่มหล่อที่ไม่ใช่มนุษย์แต่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ เขามีหน้าที่เป็นเหมือนเทพที่ทำตามคำบัญชาของพระผู้สร้าง ในที่นี้เปรียบเขาเหมือนเป็นผีเสื้อในสวนของพระผู้สร้าง หน้าที่ของเขาคือรับผิดชอบความหายนะทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้

ด้วยความที่มยอลมังเป็นคล้ายดั่งเทพ เขาจึงมีความสามารถหลายอย่างเหนือมนุษย์ เช่น เขาสามารถสะกดจิตและอ่านความคิดของคน รวมถึงความสามารถอื่น ๆ และในวันนี้เป็นวันเกิดของเขา ซึ่งนาน ๆ จะครบรอบเวียนมาถึง เขาจึงปรารถนาที่จะทำให้คำอธิษฐานอ้อนวอนของมนุษย์ที่เรียกหาเขาเป็นจริง (เรียกหาความหายนะ)

ตัดกลับมาที่ดงคยอง ซึ่งตอนนี้กำลังกลับบ้านด้วยความเซ็งและหดหู่ ระหว่างนั้นเองฝนก็เกิดตกลงมา ดงคยองหันมองไปรอบ ๆ ตัวเธอ ก็เห็นว่าทุกคนล้วนแล้วแต่พกร่มมาด้วย มีเพียงเธอคนเดียวที่ต้องเดินเปียกฝนอยู่อย่างนั้น

ระหว่างทางดงคยองแวะซื้อขนมเค้ก เพราะวันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของพ่อแม่ ดงคยองนั่งกินข้าว พร้อมด้วยขนมเค้ก โดยมีรูปถ่ายของพ่อแม่ตั้งอยู่เบื้องหน้า … ดงคยองคิดถึงอดีตในวันงานศพของพ่อแม่ นับตั้งแต่วันนั้น เด็กหญิงดงคยองก็ไม่เคยร้องไห้ออกมาอีกเลย เพราะเธอคิดว่ายังมีน้องชายที่ต้องดูแล ดงคยองจึงพูดกับตัวเองแบบติดตลกว่า “น้ำตามันคงจะอั้นอยู่ข้างในจนกลายเป็นเนื้อร้าย”

ดงคยองขึ้นไปดื่มมักกอลลีคนเดียวบนดาดฟ้าในคืนดาวตก ในเวลาเดียวกันนั้น มยอลมังก็นั่งดื่มไวน์จากสวรรค์ (ไวน์ที่ดื่มแล้วไม่เมา) คนเดียวที่บ้าน ขณะดาวตกเขาได้ยินเสียงคำอธิษฐานของผู้คนมากมาย แต่เขาสะดุดหูคำอธิษฐานของดงคยองที่ตะโกนเรียกหาความหายนะ !

มยอลมังจึงรีบไปหาดงคยองที่บ้าน และบอกว่าเธอสามารถขออะไรจากเขาก็ได้ เพราะเป็นวันเกิดของเขาซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ แต่เธอยังไม่เชื่อ เขาจึงทำสิ่งเหนือธรรมชาติให้เห็นหลายอย่าง แต่ดงคยองคิดว่าเธอหลอนจากเนื้องอกที่มีชื่อเรียกยาก ๆ ว่า “กลัยโอบลาสโตมา” … มยอลมังจึงบอกดงคยองว่านับแต่วันนี้เธอมีเวลาเหลืออีก 100 วัน

ดงคยองตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เธอคิดว่าเหตุการณ์เมื่อคืนเป็นแค่ความฝัน แต่เธอพบรอยเปื้อนจากรองเท้าของมยอลมังบนพรม ทำให้เธอรู้แล้วว่ามันคือเรื่องจริง

มยอลมังต้องการให้ความปรารถนาของดงคยองเป็นจริง เขาจึงติดตามเธอไปทุกที่เพื่อให้เธออธิษฐานขอสิ่งที่เธอต้องการจากเขา แต่ไม่ว่ามยอลมังจะสร้างสิ่งที่น่าเหลือเชื่อหลายอย่างให้ดงคยองเห็น แต่เธอก็ยังไม่เชื่อและคิดว่าตัวเองหลอนจากอาการป่วย

ขณะที่ดงคยองกำลังเดินข้ามถนน เธอสังเกตเห็นมยอลมังอยู่อีกฟาก เธอเกิดปวดหัวอย่างรุนแรงจนทรุดนั่งอยู่กลางถนน ในขณะที่รถบรรทุกกำลังขับมาด้วยความเร็ว ทันใดนั้นเอง มยอลมังทำให้ทุกสิ่งอย่างหยุดนิ่ง และค่อย ๆ เดินไปหาเธอด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก มยอลมังยื่นมือไปให้ดงคยอง จากนั้นเขาก็พูดขึ้นมาว่า “เธอเลือกได้นะว่าจะตายอยู่ตรงนี้หรือจะตามมากับฉัน”

EP.2 ร้อยวันแห่งพันธสัญญา

ดงคยองเลือกที่จะจับมือมยอลมัง นั่นเท่ากับว่าทั้งสองมีพันธสัญญาต่อกัน มยอลมังจูงมือดงคยองเดินข้ามถนนไป จากนั้นทุกสิ่งอย่างที่หยุดนิ่งก็กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง หากทว่ามันไม่ใช่การเคลื่อนไหวแบบปรกติ แต่เป็นการเคลื่อนไหวถอยหลัง มยอลมังบอกว่า “ไม่ใช่เรื่องอะไรใหญ่โต เป็นแค่การย้อนเวลาเท่านั้น”

ระหว่างที่อยู่ด้วยกันนั้น เขาไม่ให้เธอปล่อยมือจากเขา ไม่เช่นนั้นเธอจะตาย … จากนั้นทั้งสองก็มานั่งในคาเฟ่แห่งหนึ่ง ณ จุดนี้ ดงคยองก็ยังคงไม่เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้คืออะไร เธอยังคงคิดว่าตัวเองเป็นบ้าอยู่นั่นเอง มยอลมังถอนหายใจมาเฮือกหนึ่ง ก่อนที่จะจัดชุดใหญ่ให้ดูอีกครั้งโดยการทำให้ไฟฟ้าและโทรศัพท์ของทุกคนดับลงชั่วขณะโดยไม่มีสาเหตุ

ก่อนมยอลมังจะไปทำภารกิจ เขาได้เสกด้ายสีแดงไว้ที่ข้อมือของดงคยอง เพื่อเป็นคำสัญญาว่าเธอจะไม่เจ็บปวดก่อนตาย แต่จะต้องจับมือเขาทุกวันก่อนเที่ยงคืนเพื่อเป็นการชาร์จพลัง ก่อนจากกันมยอลมังเตือนดงคยองอีกครั้งในเรื่องที่เธอสามารถอธิษฐานขอจากเขาได้

ดงคยองรีบเข้าออฟฟิศเพราะแฟนเก่าของเธอไปโวยวายว่าเธอคือต้นเหตุให้ภรรยาของเขาขอหย่า ระหว่างเถียงกันไปเถียงกันมาอยู่นั้น ในใจของเธอคิดอยากให้เกิดหายนะขึ้นกับเขา (อยากอธิษฐานขอมยอลมังให้ฆ่าแฟนเก่าจอมต่ำตมของเธอ) แต่ก็เปลี่ยนใจเพราะสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่เธออยากจะอธิษฐานขอจากมยอลมัง ในเวลาต่อมาภรรยาของเขาก็มาลากสามีต่ำตมของเธอกลับไป

ดงคยองไม่กล้าข้ามถนนเพราะกลัวจะเกิดเหตุการณ์รถพุ่งเข้าชนเหมือนกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทันใดนั้นเอง มยอลมังปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับจูงมือดงคยองข้ามถนนไปด้วยรอยยิ้มที่มุมปากเช่นเดิม

ทีนี้ อยู่ดี ๆ ดงคยองก็เกิดอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเธอยกเลิกสัญญา หมายความว่าหากเธอยอมตายไปเฉย ๆ โดยไม่เจ็บปวดโดยไม่อธิษฐานขอสิ่งใด มยอลมังจึงบอกว่า จะมีตัวตายตัวแทนเป็นคนรับหายนะทั้งหมดไป ซึ่งก็คือคนที่เธอรักมากที่สุด (คือน้องชายของเธอ) แต่เขาก็บอกอีกว่าเรื่องนั้นมันไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะยังไงเธอก็ทำตามพันธสัญญาอยู่ดี

ณ จุดนี้ ปัญหามันเกิดขึ้นนิดหน่อยตรงที่ว่า ดงคยองรู้สึกว่าตัวเธอเหมือนโดนมยอลมังหลอก เธอจึงตบหน้าเขาไปหนึ่งฉาด แต่มยอลมังก็ยังยิ้มให้เธอ … ดงคยองถามว่าทำไมเรื่องร้าย ๆ ต้องเกิดขึ้นกับเธอ มยอลมังก็นิ่งไปพักหนึ่งแล้วตอบว่า “เพราะโชคชะตา”

ดงคยองไปถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้ใช้ในงานศพของตัวเอง มยอลมังไปรับเธอที่ร้านถ่ายรูป และเดินจูงมือกลับบ้านด้วยกัน ทำให้ดงคยองได้เห็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นหลากหลายเหตุการณ์ จึงรู้ว่ามันเกิดจากมยอลมัง

ระหว่างนั้นดงคยองก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่าเขาใช้ชีวิตแบบนี้ได้อย่างไร มยอลมังจึงบอกว่าเขาไม่เคยได้ใช้ชีวิต เป็นเพียงแต่มีแค่ตัวตนอยู่เท่านั้น ทุกย่างก้าวที่เขาเดิน ทุก ๆ การเคลื่อนไหว หรือแม้แต่ทุก ๆ ลมหายใจ ล้วนแต่ทำให้เกิดความหายนะทั้งสิ้น

แฟนเก่าจอมต่ำตมของดงคยองไปดักรออยู่หน้าบ้านเพื่อขอคืนดี แต่อย่างที่รู้ ๆ ทำกันขนาดนี้ผู้หญิงที่ไหนจะไปคืนดีด้วย ทั้งสองทำสงครามน้ำลายกันพักใหญ่จนทำรูปที่เพิ่งถ่ายมาหล่นแตก มยอลมังเข้าไปช่วยโดยอ้างตัวเป็นสามีของเธอ

ขณะที่ดงคยองเก็บเศษกระจกและถูกบาดจนเลือดไหลออกมา มยอลมังเข้าไปสัมผัสที่บาดแผลและรอยเลือดต่าง ๆ ก็หายไปในทันที เขาบอกว่าสิ่งที่ทำให้นี้เพื่อเป็นไปตามสัญญาที่จะไม่ให้เธอต้องเจ็บปวด

ก่อนมยอลมังจะจากไป เขาบอกว่าเขาจะไม่แปลกเลยถ้าเธอจะคิดถึงเขา เพราะเขาคือความหายนะ และเธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่คิดถึงความหายนะ (ซึ่งก็คือมยอลมัง) ขณะที่มยอลมังกำลังเดินจากไป ดงคยองร้องตะโกนเรียกหาเขา จากนั้นเธอก็ชวนเขาให้มาอยู่ด้วยกันที่บ้านของเธอ

EP.3 รักถึงขั้นอยากให้โลกหายนะ

หลังจากดงคยองออกปากชวนมยอลมังให้มาอยู่ด้วยกันที่บ้านของเธอ มยอลมังก็ตอบตกลง …

ทีนี้เมื่อดงกยองออกจากห้องน้ำ ปรากฏว่าที่นั่นไม่ใช่บ้านของเธอแต่เป็นบ้านของมยอลมัง เมื่อเป็นดังนั้นเขาจึงมีความครีเอต โดยการเสกสถานที่ที่ใช้อยู่ด้วยกันนั้นให้เป็นบ้านของดงคยองครึ่งหนึ่งและบ้านของเขาครึ่งหนึ่ง

เมื่ออยู่ด้วยกัน มยอลมังคิดว่าดงคยองแอบตกหลุมรักเขา แต่เธอปฏิเสธและอธิบายว่าเธอแค่รู้สึกว่าเขาเป็นคนพิเศษ การที่ขอให้เขามาอยู่ด้วยกันเพราะกลัวว่าเขาจะหายไปเฉย ๆ นั่นเป็นเพราะที่ผ่านมาคนที่ทำดีกับเธอมักจะหายไปเสมอ ในทางกลับกันมยอลมังบอกดงคยองว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ จึงไม่จำเป็นต้องกิน นอน หรือมีความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น หมายความว่าอย่าเอาความเป็นมนุษย์มาตัดสินเขา

มยอลมังสังเกตเห็นว่ามนุษย์ทุกคนที่เขาเจอเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย มักจะทำทุกวิถีทางที่จะรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ให้ได้นานที่สุด แต่เขาแปลกใจเมื่อเห็นว่าดงคยองแตกต่างออกไป เพราะนับแต่วันนี้ชีวิตของเธอเหลือไม่ถึงร้อยวันแล้ว แต่เธอก็ยังใช้ชีวิตเป็นปรกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมยังไม่รู้สึกเดือดร้อนกับความตายที่กำลังจะมาเยือนเลยแม้แต่น้อย

นับวันมยอลมังเริ่มเปลี่ยนไป เพราะเขาเริ่มมีความรู้สึกต่อดงคยอง ว่าที่จริงมยอลมังบอกใครต่อใครว่าเขาไม่มีความรู้สึกเหมือนที่มนุษย์รู้สึก แต่ดูเหมือนว่าเขาจะพยายามเก็บซ่อนความจริงบางอย่างเอาไว้ นั่นคือการที่เขาพยายามหลอกตัวเองว่าเขาจะไม่เห็นอกเห็นใจใครแม้แต่ดงคยอง เพราะโชคชะตาลิขิตให้เธอต้องตาย ถึงแม้เขาจะสามารถเปลี่ยนโชคชะตาของเธอได้ แต่ก็ต้องมีคนที่จะมาตายแทนอยู่ดี

การที่ดงคยองต้องจับมือกับมยอลมังก่อนเที่ยงคืนในทุก ๆ วัน ทำให้เธอได้เห็นมยอลมังร้องไห้ (เห็นภาพนิมิต) ซึ่งหมายความว่ามยอลมังโกหกเธอเรื่องที่ว่าเขาไม่มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์

แต่การที่เธอได้เห็นภาพนิมิตดังกล่าว ทำให้มยอลมังเอ่ยออกไปว่าต่อไปนี้จะไม่ให้เธอจับมือเพื่อชาร์จพลังก่อนเที่ยงคืนอีกต่อไป แต่ไม่ทันไร ดงคยองก็เกิดรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรง และตอนนั้นเองเธอจึงขอจับมือเขา เพื่อแลกกับการจับมือในครั้งนี้ มยอลมังบอกให้เธอพูดออกมาว่าคำขอนี้เป็นคำอธิษฐาน (คือถ้าไม่เอ่ยคำอธิษฐานก็เท่ากับว่ามยอลมังช่วยเธอเพราะความรู้สึกของเขา แต่ถ้าเอ่ยคำอธิษฐานเขาก็ให้ตามหน้าที่โดยไม่อิงกับความรู้สึก) แต่ดงคยองไม่ยอมพูด ก่อนที่ระดับความปวดจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด มยอลมังจึงเป็นฝ่ายจับมือเธอเองจนอาการปวดของดงคยองเริ่มจางหายไป

ทีนี้ เพื่อเป็นพิสูจน์อะไรบางอย่าง อยู่ดี ๆ ดงคยองก็ทำท่าจะกระโดดดาดฟ้า มยอลมังจึงรีบคว้าเธอไว้ ดงคยองจึงเริ่มรู้แล้วว่าแท้จริงแล้วมยอลมังมีความรู้สึก และแผนต่อไปของมนุษย์สาวที่ชื่อดงคยองก็คือ การลองรักเขาดูสักครั้ง เพราะเธอเชื่อว่าเธอจะสามารถใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่สูญเสียอะไรจากความหายนะอีกเลย หากทว่าผีเสื้อในสวนของพระผู้สร้างได้คว้าตัวเธอเข้ามาแนบชิด และบอกว่า “ขอให้รักฉันให้มาก ๆ และขอให้มากพอถึงขั้นอยากให้โลกนี้เผชิญกับหายนะ” !!?

EP.4 วิธีการตกหลุมรัก

เมื่อดงคยองตัดสินใจแล้วว่าจะลองรักมยอลมังอย่างจริงจัง เธอจึงได้ชวนเขานอนด้วยกัน แม้เขาจะเคยบอกเธอว่าเขาไม่เคยนอนมาก่อนเลยก็ตาม ระหว่างนั้นทั้งสองก็คุยกันนู่นนี่นั่น … มยอลมังเล่าให้ดงคยองฟังว่าไม่มีมนุษย์คนไหนเคยรักเขา จะมีก็แต่คนที่โกรธแค้นหรือไม่ก็คนที่ต้องการเขา

เผลอแป๊บเดียว ดงคยองก็หลับปุ๋ยไปเสียแล้ว ขณะที่ดงคยองนอนหลับอยู่นั้น มยอลมังได้แต่นอนจ้องหน้าเธอ ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จนเกือบจะสัมผัสใบหน้าของเธอเข้า แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของซอนยอชิน (หญิงสาวที่มยอลมังเรียกเธอว่าเทพ) ที่บอกว่าความเห็นอกเห็นใจในตัวมยอลมังจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงรีบลุกออกจากเตียงไป

มยอลมังคิดอยากให้ดงคยองรักเขาอย่างหัวปักหัวปำจนต้องยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเขา ส่วนดงคยองก็คิดหาวิธีที่จะตกหลุมรักให้ได้เช่นกัน ซึ่งเธอคิดว่าคนที่เธอจะตกหลุมรักได้นั้นต้องเป็นผู้ชายที่หน้าตาดี แต่เมื่อหันไปมองหน้าของมยอลมังแล้วดงคยองถึงกับส่ายหน้า !!!!!!

ดงคยองชวนมยอลมังค้างด้วยกันอีกหนึ่งคืน โดยคราวนี้ต้องการให้เขาเข้ามาในความฝันของเธอ ทันใดนั้นมยอลมังก็พาดงคยองไปที่ทะเลแห่งหนึ่งตามจิตใต้สำนึกของเธอ ในความฝันรอบที่สองดงคยองต้องการกลับไปที่โรงเรียนมัธยมปลายเพราะต้องการเจอนักเรียนชายคนหนึ่ง แต่คนที่เธอพบก็เป็นมยอลมังอยู่ดี ไม่ว่าจะกี่รอบก็ตาม ผู้ชายที่เธอต้องการพบก็ล้วนแล้วแต่เป็นมยอลมังทั้งสิ้น

ดงคยองอยากรู้เรื่องราวของมยอลมังจึงขอให้เขาเล่าให้ฟัง เขาย้ำว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์และโลกของเขาก็แตกต่างจากสิ่งที่เธอคิด จากนั้นเขาก็ทำให้ดงคยองเข้าไปอยู่ในสวนดอกไม้แห่งหนึ่งและบอกว่าที่นั่นคือโลกของเขา ทุกย่างก้าวที่เขาเดินผ่าน ทำให้ดอกไม้ค่อย ๆ เหี่ยวเฉาและตายไปในที่สุด

ทุกอย่างที่หายไป ก็เพราะพระผู้สร้างทำให้หายไป การหลงรักสิ่งที่หายวับไป พอเอื้อมมือไปสัมผัสหัวใจก็ว้าเหว่มากพอที่จะไม่อยากรักสิ่งนั้นอีกเลย แต่เมื่อดงคยองเดินเข้าไปหามยอลมัง ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาเหล่านั้นกลับเบ่งบานขึ้นมาอีกครั้ง เธอเข้าใจแล้วว่ามยอลมังกำลังหนีอะไรอยู่ ดงคยองกุมมือมยอลมังเอาไว้ แต่ต้องสะดุ้งตื่นเมื่อเขาสะบัดมือของเธอ ! (ดงคยองเชื่อว่าว่ามยอลมังหนีความรักมาตลอด)

ในตอนเช้า ดงคยองบอกมยอลมังว่าเธอยกโทษให้เขากับความฝันเมื่อคืนนี้ และบอกอีกว่าความรักเริ่มต้นจากการให้อภัย มยอลมังนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ซอนยอชินฟัง เขาคิดมาตลอดว่ามนุษย์ที่ไร้ค่าไม่มีทางจะยกโทษให้เขาได้ ซอนยอชินจึงบอกว่าความรักอาจจะเริ่มจากความเกลียดได้ด้วยเช่นกัน แค่ต้องเริ่มเกลียดใครให้เป็นเสียก่อนจึงจะยกโทษให้ได้ ณ จุดนี้ มยอลมังเริ่มรู้สึกว่าดงคยองชักจะกวนประสาทเขาเสียแล้ว

จากนั้น มยอลมังบอกกับดงคยองว่าเธอไม่ได้ดีไปกว่าคนอื่น แค่บังเอิญโชคชะตานำพาให้มาเจอเขาในเวลาที่เหมาะเท่านั้น ดงคยองอยากให้เขาตาย ๆ ไปซะเลยจะได้เข้าใจความรู้สึกของเธอเสียที มยอลมังจึงเอาปืนยื่นให้เธอแต่ดงคยองก็ไม่กล้ายิงอยู่ดี มยอลมังจึงบอกว่าคำขอนี้ (ขอให้มยอลมังตาย) เขาไม่สามารถทำให้มันเป็นจริงได้ เพราะถ้าเขาตายได้จริง ๆ ก็คงตายไปนานแล้ว ดงคยองจึงบอกว่าถ้าฆ่าเขาไม่ได้ อย่างน้อยก็ให้เขาทรมานและจมอยู่ในขุมนรกตลอดไป มยอลมังจึงท้า เพราะถ้าเขาไม่จับมือของเธอ ตัวของดงคยองก็จะได้รับความทุกข์ทรมานทันที

มยอลมังคิดว่ามนุษย์คือสิ่งไร้ค่า ซึ่งก็รวมถึงดงคยองด้วยเช่นกัน

ดงคยองได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่าน้องชายของเธอประสบอุบัติเหตุ แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพียงสิ่งที่น้องชายของเธอสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกเอาเงิน ดงคยองเสียใจมากจึงเดินออกจากโรงพยาบาล แต่อย่างน้อยน้องชายของดงคยองก็ได้รู้ว่าพี่สาวของตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้ออีกเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น เขาจึงเสียใจที่ได้รู้ความจริง

ดงคยองเจอมยอลมังอยู่ที่หน้าโรงพยาบาล ซึ่งเขากำลังรอนักโทษคนหนึ่งที่มีความเคียดแค้นอาฆาตเขา นักโทษคนนั้นวิ่งปรี่หามยอลมังหวังแทงเขาให้ตาย แต่ดงคยองเอาตัวบังไว้ มยอลมังกำมีดเล่มนั้นไว้ขณะที่กอดดงคยอง และบอกไม่ให้เธอหันหน้ากลับไปมอง มยอลมังใช้พลังอำนาจทำให้นักโทษคนนั้นปาดคอตัวเองต่อหน้าผู้คนจำนวนมากที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่

จากนั้น มยอลมังจึงบอกกับดงคยองว่า “เธอรักฉันไม่ลงหรอก เพราะมนุษย์ทุกคนถ้าไม่เกลียดก็ต้องการฉัน หรือไม่ก็กลัวฉัน”

EP.5 เธอจะเป็นคนแรกที่รักฉัน

ขณะที่นักโทษคนหนึ่งโกรธแค้นมยอลมัง และกำลังพุ่งปรี่เข้ามาแทงหวังให้เขาตายอยู่ตรงนั้น ชั่วเวลาเสี้ยววินาทีนั้นเอง ดงคยองได้เอาตัวเขามาขวาง โดยเธอโถมเข้ากอดเพื่อหวังจะรับมีดแทน แต่มยอลมังเหนือชั้นกว่านั้นมาก เขาใช้มือของตัวเองรับมีดเล่มนั้นและกำเอาไว้อยู่อย่างนั้น จากนั้น ผีเสื้อของพระผู้สร้างได้ใช้พลังสะกดจิตทำให้นักโทษคนนั้นปาดคอตัวเองตายต่อหน้าต่อตาผู้คนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่

มยอลมังจึงบอกกับดงคยองว่า “เธอจะรักฉันลงเหรอ ? เพราะมนุษย์ทุกคนถ้าไม่เกลียดก็กลัวฉันกันทั้งนั้น”

จากนั้น ดงคยองก็ไปช็อปปิ้งที่ซูเปอร์มาร์เก็ตโดยมีมยอลมังไปด้วย ระหว่างนั้นดงคยองบอกกับมยอลมังว่าเขาไม่ควรเข้าไปอ่านความคิดคนอื่น แต่ควรจะคิดจากสิ่งที่เห็นคนคนนั้นพูดหรือการกระทำเท่านั้น ซึ่งเธออธิบายว่ามันเป็นสกิลพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนมี แล้วดงคยองก็ชี้ไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเลือกซื้อเบียร์พร้อมให้มยอลมังบอกว่า ทำไมผู้หญิงคนนั้นมีกริยาแบบนั้น มยอลมังเข้าไปอ่านความคิดของหญิงสาวคนนั้นแล้วบอกกับดงคยอง ซึ่งทำให้เธอโกรธแล้วดุใส่เขาว่า “ก็บอกแล้วไงว่าแค่ให้ดูแล้วคิด ไม่เข้าใจเหรอ !!?”

ทีนี้ มยอลมังก็พาดงคยองไปออกเดต เขาให้เธอหลับตาแล้วก็เสกให้มาอยู่ที่ทะเลแห่งหนึ่ง ดงคยองเอ่ยถามว่าทำไมเขาถึงทำดีกับเธอขนาดนี้ ? คำตอบของมยอลมังทำดงคยองถึงกับอึ้ง “เพราะฉันกำลังจีบเธอมั้ง … ฉันล้อเล่น”

แต่ดงคยองพูดต่อด้วยประโยคที่อึ้งกว่า “ฉันขอจูบคุณได้ไหม !!?” มยอลมังไม่รอช้า โน้มตัวของเขาทำท่าจะเข้าไปจูบเธอ แต่ … ก่อนที่ริมฝีปากของมยอลมังจะสัมผัสกับปากของดงคยอง เธอก็รีบเบี่ยงมันหลบออกไป (ล้อเล่นมาล้อเล่นกลับไม่เอาเปรียบไรงี้)

ในตอนท้ายค่ำคืนนั้น มยอลมังเริ่มเล่าสิ่งที่เขาคิดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างจริงจัง “ฉันเคยคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่น่ารำคาญ ที่บอกว่าจะเป็นคนแรกที่รักฉัน”

มยอลมังเงียบไปพักใหญ่ก่อนที่จะเอ่ยออกมาว่า “แต่ตอนนี้ฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่เธอจะเป็นคนแรกที่รักฉัน … ถ้าเธอทำได้จริง ๆ ดังนั้นเธอจะเป็นคนแรกที่รักฉัน”

EP.6 อธิษฐานให้คุณมารักฉัน

มยอลมังกับดงคยองมานั่งดูดาวด้วยกัน ระหว่างนั้นเขาพูดออกมาด้วยค่อนข้างจริงจังท่าทางจริงจังว่า “ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าตัวเองคิดผิดที่เลือกเธอ เพราะฉันรู้สึกว่าเธอเป็นคนที่น่ารำคาญ … แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าฉันคิดถูกแล้ว รักฉันเถอะนะ เป็นคนแรกที่รักฉันเถอะนะ”

ทัคซอนคยอง น้องชายของดงคยองไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจ MRI ระหว่างนั้นเขาได้ถ่ายเซลฟี่ติดรูปของมยอลมังอยู่เบื้องหลัง เมื่อดงคยองได้เห็นรูปนั้นก็แปลกใจเพราะหน้าตาของผู้ชายในรูปไม่เหมือนกับมยอลมังที่เธอเห็น จากนั้นมยอลมังจึงบอกว่า มีเธอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา “นี่ไงล่ะ ที่ฉันถึงบอกว่าเธอแตกต่างจากคนอื่น มีเธอคนเดียวที่สามารถเห็นหน้าที่แท้จริงของฉันได้” มยอลมังกล่าว “เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ฉันมีปฏิสัมพันธ์ด้วย จริง ๆ แล้วถ้าจะพูดให้ถูกต้องก็คือ เธอเป็นคนแรกสำหรับฉันในทุก ๆ อย่าง”

ปัญหาในตอนนี้ของดงคยองคือ เธอไม่รู้ว่าจะอธิษฐานขออะไรจากมยอลมังดี ? ในขณะที่คิดไม่ออกจนปวดหัว เธอจึงถามชาจูอิกว่า “ถัาคุณสามารถขอพรได้หนึ่งอย่างคุณจะขออะไร ?” ชาจูอิกตอบสั้นมาก ๆ “ถูกหวย”

ดงคยองคิดว่าคำตอบที่ได้รับเป็นคำตอบที่สิ้นคิดมาก ๆ เธอจึงถามแบบสร้างเงื่อนไขขึ้นมาต่อ “แล้วถ้าคุณเหลือเวลาที่จะอยู่ได้อีกแค่ 100 วันล่ะ ยังจะเลือกให้ตัวเองถูกหวยอีกมั้ย ?” ชาจูอิกคิดว่าดงคยองกำลังหมกมุ่นอยู่กับพล็อตนิยายเรื่องใหม่ เขาจึงตอบไปว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันจะขอให้ ‘คุณรักฉันอย่างอย่างหัวปักหัวปำ’ ยังไงล่ะ” ดงคยองได้ยินก็ออกอาการงง ๆ นิดหน่อยแล้วก็คิดในใจว่าแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ

หลังจากนั้น ดงคยองก็นั่งรถเมล์เพื่อจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงป้าย ฝนก็เทลงมาห่าใหญ่ แล้วก็อีกเช่นเคยที่ดงคยองไม่มีร่มในขณะที่คนอื่น ๆ มีร่มกันหมด ดงคยองก้าวลงจากรถก็เห็นมยอลมังยืนอยู่ที่ป้าย ทั้งคู่จึงยืนหลบฝนอยู่ด้วยกันอย่างนั้น …

ฝนไม่มีทีท่าจะหยุดตกลงมาง่าย ๆ แล้วทั้งคู่ก็ยืนเงียบงันกันอยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดอะไรออกมา อยู่ดี ๆ มยอลมังก็จูงมือเธอ แล้วลากดงคยองออกวิ่งลุยฝน “ถ้ายังไม่อยากติดอยู่อย่างนี้ทั้งคืนก็รีบวิ่งกลับบ้าน” แล้วทั้งสองก็วิ่งลุยน้ำฝนไปด้วยความทุลักทุเล

ดงคยองวิ่งฝ่าฝนจนเหนื่อยจึงร้องขอให้หยุด เธอยืนหอบอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็บ่นออกมาว่าทำไมเขาถึงไม่เสกให้ฝนหยุดตก จะวิ่งตากฝนแบบนี้กันเพื่ออะไร ? มยอลมังบอกว่า “ก็แบบนี้มันน่าสนุกกว่า”

ดงคยองมองไปที่มยอลมังแล้วถามเขาว่า “เป็นไปได้ไหมถ้าฉันจะอธิษฐานขอให้คุณรักฉัน เขาตอบกลับมาสั้น ๆ ว่า “ไม่” แล้วจังหวะโรแมนซ์สุดคลาสสิคก็บังเกิดขึ้น ทั้งคู่จ้องมองตากันไม่กะพริบท่ามกลางสายฝน มยอลมังโน้มตัวไปจูบดงคยอง แล้วทั้งสองก็จูบกันอยู่อย่างนั้นนานหลายนาที และนี่คือจูบแรกของหญิงสาวผู้มีชีวิตอยู่ได้แค่เพียง 100 วันกับผีเสื้อของพระผู้สร้าง

เหตุผลที่มยอลมังตอบว่าไม่คืออะไร ? … ชินซึ่งรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับมยอลมัง เธอเอ่ยออกมาว่า “ถ้าคุณทำให้ระบบยุ่งเหยิง มันก็จะคิดว่าเกิดความผิดพลาดขึ้น เมื่อเป็นเช่นนั้นมันจะถูกลบออกและรีเซตใหม่” !!? … นั่นเป็นเพราะความหายนะกับความปรารถนา (ความรัก) เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกัน คล้าย ๆ กับขั้วบวกขั้วลบจะไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้

ในตอนท้าย มยอลมังถอยห่างออกจากดงคยอง ทำให้เธอสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วจู่ ๆ เขาก็หายไป ปล่อยเธอทิ้งไว้ให้ยืนตากฝนอยู่อย่างนั้น …

EP.7 รีเซตใหม่

ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนซ์กลางสายฝนที่โปรยปราย ดงคยองถามมยอลมังว่า เธอจะอธิษฐานขอให้เขารักเธอได้หรือไม่ ? ผีเสื้อของพระผู้สร้างตอบสั้น ๆ ว่า “ไม่” หลังจากนั้น เขาก็โน้มตัวเข้าหาเธอและทั้งสองก็จูบกันด้วยแรงปรารถนาที่แสดงออกให้เห็นถึงความรู้สึกที่มีกันและกัน แต่ …

จูบหวานซึ้งที่มีนั้นก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว มยอลมังผละออกจากดงคยองและหายไปจากตรงนั้นด้วยความเงียบงัน ทิ้งให้ดงคยองวิ่งกลับบ้านไปเพียงลำพัง และเมื่อถึงบ้านเธอก็ไม่พบเขาอยู่ที่นั่น

ดูเหมือนว่าความหายนะกับความรักจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ เฉกเช่นเดียวกับขั้วบวกขั้วลบ น้ำกับน้ำมันที่ไม่อาจเข้ากันได้ เมื่อมยอลมังซึ่งก็คือความหายนะมีความรัก มันเท่ากับระบบเออเรอร์ ทุกอย่างจะถูกรีเซตใหม่ !

รุ่งเช้าอีกวัน ดงคยองไปทำงานตามปกติ แต่วันนี้เธออดที่จะคิดถึงมยอลมังไม่ได้เลย “เขาหายไปไหนนะ ?” ระหว่างนั้น ภาพก็ตัดไปที่มยอลมังซึ่งกำลังยืนอยู่บนดาดฟ้าที่ใดที่หนึ่ง เขาสงสัยพร้อมกับเอ่ยออกมา “ที่นี่คือที่ไหน ?” ว่าที่จริงเขาจำอดีตของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ !!!

จากนั้นชินได้รื้อฟื้นความทรงจำให้กับมยอลมัง ในขณะที่เขาเริ่มรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น มยอลมังโกรธมากแต่ก็ได้แค่โกรธเพราะเขาทำอะไรไม่ได้ เทพธิดาชินกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าคุณจะล้ำเส้นมากเกินไป … คุณคงรู้แล้วสินะว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเกิดความรัก”

ดงคยองบ่นอยู่คนเดียวว่า “คนที่ทำดีกับฉันทำไมต้องหายไปแบบนี้ทุกคนเลยนะ” จากนั้นเธอก็สังเกตเห็นเห็นเงาตะคุ่ม ๆ ของใครบางคน “มยอลมัง ?” ใช่เขาจริง ๆ ด้วย ณ จุดนี้ ดงคยองเต็มไปด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เขาหายไปไหน อะไร ยังไง ? ถามรัว ๆ ออกมาเป็นชุด แต่ดูเหมือนมยอลมังไม่ได้ตอบอะไรมาก ระหว่างนั้นเขาก็ขับรถพอร์ชเอสยูวีไปส่งเธอที่บ้าน

ผีเสื้อของพระผู้สร้างพยายามอธิบายให้ดงคยองเข้าใจได้ง่ายที่สุด คือ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อคืนนั้นอีกครั้งเขาจะไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว “คุณไม่ควรรักฉัน หยุดเถอะ” … ดงคยองได้แต่ถามตัวเองว่า “นี่เป็นการบอกเลิกใช่มั้ย ?” ซึ่งแน่นอนว่าใช่

หลังจากนั้น ดงคยองก็อดคิดถึงมยอลมังไม่ได้ เธอพยายามสร้างสถานการณ์ให้ตัวเองพบกับอันตรายเพื่อหวังให้มยอลมังปรากฏตัว แต่ก็ไม่เป็นผล … แต่มยอลมังแอบมาหาเธอตอนเธอหลับ

ทุกคนในบริษัทตกใจเป็นอย่างมากที่รู้อาการป่วยของดงคยอง เมื่อเธอปวดหัวจนแทบจะระเบิดจนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน … และคนเดียวที่ช่วยเธอได้ไม่ใช่หมอแต่เป็นมยอลมัง เขาปรากฏตัวขึ้นและช่วยลดความเจ็บปวดให้ดงคยอง

เมื่อดงคยองรู้สึกตัวก็พบกับมยอลมัง “เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงหายไปเลย คุณจะหายไปไหนไม่ได้ คุณจะต้องรับคำอธิษฐานของฉันก่อน” แล้วมยอลมังก็เข้าสวมกอดดงคยองอยู่อย่างนั้น …

EP.8 ลบออกจากโลกของความเป็นจริง

ดงคยองปวดหัวแทบระเบิดจนถูกนำตัวส่งเข้าโรงพยาบาล และมยอลมังก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อช่วยให้เธอคลายอาการปวดหัวลง และสุดท้ายเขาก็เข้าไปสวมกอดเธอเอาไว้อยู่อย่างนั้นด้วยความคิดถึงที่เกินจะทานทน …

มยอลมังฝืนคำพูดของชินที่เตือนเขาว่าไม่ควรมาเจอดงคยองอีก แต่นั่นเป็นเพราะความคิดถึงที่มากมายเกินกว่าที่เขาจะทนไหว ทำให้เขามาพบเธอ ณ นาทีนี้ความสุขของทั้งสองได้กลับมาอีกครั้ง แต่มันก็เป็นเพียงไม่นาน เพราะทันใดนั้นเอง ดงคยองก็หายไป !!!

มยอลมังตามไปหาดงคยองแต่ก็ไม่เจอ เขาเลยลองไปถามทัคซอนคยอง น้องชายของเธอ แต่คำตอบที่ได้รับกลับน่าตกใจ “ผมเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่สาว” … มยอลมังไปที่สำนักพิมพ์ที่ดงคยองทำงาน แต่ก็เช่นเดียวกัน ที่สำนักพิมพ์ไม่มีใครรู้จักดงคยองเลยแม้แต่คนเดียว !!?

นั่นหมายความว่า ดงคยองโดนลบออกจากโลกของความเป็นจริงไปแล้ว !!!

ที่แท้แล้ว ชินได้พาดงคยองมาที่สวนของเธอ จึงทำให้ตัวตนของดงคยองโดนลบออกจากโลกของความเป็นจริงชั่วขณะหนึ่ง หลังจากชินคุยกับดงคยองจบ ทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

มยอลมังเสกทุกอย่างให้เป็นไปตามที่ดงคยองชอบ ไม่ว่าจะเป็นดอกซากุระที่ผลิบานอย่างสวยงาม และสวนสนุกในยามค่ำคืน มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของดงคยองอย่างแท้จริง

ทั้งสองนั่งชิงช้าสวรรค์ด้วยกัน วิวอันสวยสดงดงามในยามค่ำคืน ดงคยองถึงกับเอ่ยปากออกมา “วิวสวยจัง … เมื่อฉันตายฉันหวังว่าคนจะลืมฉัน ฉันอยากหายไปเหมือนไร้ตัวตนไปแบบนั้น เพื่อจะได้ไม่ต้องมาเสียใจกับการตายของฉัน ฉันขออธิษฐานแบบนั้นได้มั้ย ?”

มยอลมังตอบด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา “คำอธิษฐานเพื่อตัวคุณไม่ใช่เพื่อคนอื่น” จากนั้นเขาก็โน้มตัวไปจูบดงคยองบนชิงช้าสวรรค์ รอยจูบที่แลกเปลี่ยนรสลิ้นสัมผัสกันนั้น คล้ายดั่งเป็นการแบ่งปันความรักของกันและกัน …

EP.9 ไม่กลัวตายแต่กลัวไม่ได้เจอหน้าเธอ

มยอลมังเคยคิดอยากเป็นเหมือนมนุษย์ แต่เขาก็ได้แต่คิดเพราะมันเป็นไปไม่ได้ และมองว่าชีวิตของตัวเองไร้ค่า เพราะมันไม่มีจุดจบ สิ่งที่เขาทำได้ก็แต่เพียงเฝ้ามองมนุษย์ไปก็เท่านั้น …

คังซูจา ผู้มีศักดิ์เป็นน้า เดินทางมาจากแคนาดาเพื่อมาดูแลดงคยอง หลังได้รู้ข่าวอาการป่วยของเธอจากซอนคยอง ทีนี้ดูเหมือนว่าคังซูจาจะเป็นกังวลกับอาการป่วยของดงคยองเอามาก ๆ ดงคยองเลยขอร้องให้มยอลมังปลอมตัวเป็นหมอเพื่อหลอกคังซูจาว่าอาการของตัวเธอไม่น่าเป็นห่วง เพื่อหวังให้น้าสาวสบายใจ

ทีนี้ ดงคยองสงสัยเรื่องที่ชินต้องนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลตลอด มยอลมังก็อธิบายว่า เทพธิดาชินจะป่วยตลอดเวลาและตลอดไป ชินจะเจ็บปวดและตายไปในที่สุด เมื่อเกิดใหม่ก็จะป่วยอีก เป็นวัฏจักรที่วนลูปอยู่อย่างนี้ตลอดไป เขาอธิบายว่ามันคือวิธีการที่จะรักษาโลกใบนี้ไว้ เพราะการเจ็บปวดที่ชินได้รับมันเป็นการชดใช้บาปทั้งหมดของโลกนี้ และมันเป็นหน้าที่ของชิน

เรื่องราวดำเนินไปเรื่อย ๆ กระทั่งดงคยองอธิษฐานกับมยอลมังขอให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่มยอลมังบอกว่าตัวเขาไม่สามารถทำในสิ่งที่เธอขอได้ เพราะเขามีหน้าที่สร้างความหายนะเท่านั้น ระหว่างที่มยอลมังจ้องหน้าดงคยองหลายวินาทีโดยที่ไม่ไหวติง จู่ ๆ เขาก็เอ่ยสารภาพรักต่อเธอขึ้นมา

EP.10 สิ่งที่ปรารถนาก่อนตาย

ในคืนนั้น มยอลมังวิ่งมาหาดงคยองที่บ้านด้วยความรีบเร่ง เหมือนกับมีอะไรบางอย่างที่เขาอยากจะบอกกับเธอโดยเร็ว เมื่อมาถึงเขาบอกกับเธอทันทีว่า “ฉันรักเธอ … ฉันคิดว่าตกหลุมรักเธอเข้าให้แล้ว” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดงคยองก็เงียบนิ่งไปหลายวินาทีด้วยความอึ้ง แล้วเธอจึงชวนเขามาคบกัน

วันหนึ่ง คังซูจาเกิดไปพบรูปของดงกยองที่เตรียมไว้สำหรับงานศพของตัวเอง เธอจึงนั่งกอดรูปของหลานสาวแล้วร้องไห้อยู่อย่างนั้น ดงกยองเข้ามาเห็นพอดี เธอจึงรู้สึกเศร้าใจไปด้วย

ดงกยองคิดว่าควรทำบางอย่างก่อนจะจากโลกนี้ไป โดยเริ่มจากการไปหาชินที่โรงพยาบาล และนำกระบอกฉีดน้ำรดต้นไม้ไปให้ ดงคยองสารภาพว่าเธอเคยไม่ชอบพระผู้สร้าง และไม่คิดเลยว่าตัวตนของผู้ที่แบกภาระของโลกเอาไว้จะเปราะบางมาก และก็ไม่เคยรู้เลยว่าชินต้องแบกทุกอย่างไว้บนบ่าเล็ก ๆ นั้น ชินจึงบอกดงคยองให้รักมยอลมังมาก ๆ เท่าที่ใจต้องการ เพราะเขาเกิดมาเพื่อเธออยู่แล้ว

จากนั้น ดงคยองก็นัดเจอกับเพื่อนและอดีตเพื่อนร่วมงาน โดยมีมยอลมังตามไปด้วย เธอบอกกับทุกคนว่าเขาคือแฟนของเธอ

ทีนี้ อยู่ดี ๆ มยอลมังก็ขอดงคยองแต่งงาน จากนั้นเธอก็พาเขาไปเคารพอัฐิของพ่อกับแม่ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำก่อนที่จะแต่งงานกัน มยอลมังแนะนำตัวเองต่อหน้าอัฐิว่าเป็นแฟนของดงคยองและขอแต่งงานกับเธอ เขาสัญญาต่อหน้าอัฐิว่าจะทำให้เธอมีความสุขไปตลอดชีวิต

หลังจากนั้นดงคยองก็ซื้อเค้กเพื่อฉลองวันเกิดให้มยอลมัง เขาจึงอธิษฐานว่าอยากให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไป ได้อยู่อย่างมีความสุขบนโลกนี้ให้นานที่สุด

ดงคยองได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจก่อนตายทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงสิ่งเดียวก็คือการเลิกกับมยอลมัง !!? เธอตัดสินใจออกไปจากชีวิตของทุกคนเพื่อให้ทุกคนมีความสุข

แล้วจู่ ๆ ดงคยองก็ขอเลิกกับมยอลมังดื้อ ๆ โดยให้เหตุผลอันสุดพิสดารว่า เธอต้องการลืมทุกคนที่รักให้ได้ ดงคยองขอโทษที่รักเขาไปแล้ว จากนั้นเธอก็คืนด้ายแดงให้กับเขาแล้วเดินจากไป

ดงคยองไปอยู่บ้านพักชายหาดตามลำพังเพียงคนเดียว มยอลมังตามมาหาเธอและถามว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ดงคยองร้องไห้ออกมาและบอกว่าเธออยากมีชีวิตอยู่ต่อไป เพราะจริง ๆ แล้วอยากอยู่กับทุกคนที่เธอรักรวมทั้งเขาด้วย มยอลมังเข้าไปสวมกอดเธอและบอกว่าเขาเองก็อยากอยู่ต่อไปเช่นกัน เพื่อที่ว่าจะได้ตายไปพร้อมกัน

EP.11 เปลี่ยนแปลงโชคชะตา

หลังจากดงคยองบอกลาเพื่อน ๆ และบอกเลิกกับมยอลมัง เธอก็หลีกลี้หนีไปอยู่ที่บ้านพักบนเกาะเซจู และใช้เวลาหวนคิดถึงความหลังในอดีตเมื่อครั้งยังเป็นเด็กอยู่อย่างนั้น

ผ่านไปไม่นานนัก จู่ ๆ มยอลมังก็ปรากฏตัวต่อหน้าดงคยอง เขาถามเธอว่าเธอคิดอะไรอยู่ในใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่ดงคยองพยายามเก็บงำเอาไว้ตลอดเวลา เธอตอบกลับทั้งน้ำตา “ฉันยังไม่อยากตาย ฉันอยากอยู่กับคุณ ซอนคยอง ป้า และคนที่ฉันรัก ได้ยินมั้ย ฉันยังไม่อยากตาย” เสียงร้องไห้ของดงคยองไม่ต่างไปจากเด็กน้อยที่รู้ว่ากำลังเสียสิ่งของที่ตัวเองรักไป จากนั้นมยอลมังก็เข้ามาสวมกอดเธอเอาไว้และบอกว่า “ฉันเองก็เหมือนกัน … ฉันจะตายไปพร้อมกับคุณ”

ดงคยองและมยอลมังใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่เกาะเชจู ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของทั้งคู่ แม้มันจะเป็นเพียงแค่สารเคลือบความสุขที่ฉาบอย่างบางเบาและเปราะบางก็ตาม

ตัดกลับมาที่ความรักงง ๆ ของจีนา อยู่ดี ๆ เธอก็ไปหาอีฮยอนคยูและขอเดตกับเขาสามครั้ง เพื่อทดสอบใจตัวเองว่ายังชอบเขาอยู่หรือเปล่า หลังจากนั้นเธอจะตัดสินใจอีกครั้ง ทำให้อีฮยอนคยูยิ้มไม่หุบ

ทีนี้ จีนาก็บอกชาจูอิกว่าเธอกำลังขอคบกับอีฮยอนคยู และบอกอีกว่าเธอจะบอกอีฮยอนคยูว่าเขา (ขาจูอิก) เคยจูบเธอ แต่ชาจูอิกก็ทำหน้านิ่งตาโตไร้อารมณ์ตามสไตล์และท้าทายกลับไปว่า “ถ้ากล้าพอก็ทำไป” … ประเด็นก็คือ จริง ๆ แล้วจีนาชอบชาจูอิก แต่ก็ไม่รู้ทำไมยังทำอะไรย้อนแย้งโดยการไปขอเดตกับอีฮยอนคยู ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร

หลังจากชาจูอิกลาออกจากสำนักพิมพ์ เขาก็ไปขอยืมเงินพ่อเพื่อจะเปิดบริษัทของตัวเอง เขาจึงไปขอให้ดงคยองมาร่วมงาน ส่วนจีนาก็เขียนนิยายเรื่องใหม่ ซึ่งมีพล็อตเรื่องเป็นตัวเธอเองเมื่อครั้งที่พบชาจูอิกครั้งแรก และเขาก็คือพระเอกในนิยายของเธอ

ระหว่างนั้น ชินล้มพับหมดสติไปขณะที่กำลังรดน้ำต้นไม้ มยอลมังจึงรีบเดินทางไปหาชินที่โรงพยาบาล เมื่อเขาเดินทางไปถึง ชินบอกว่าเธอกำลังจะไปเกิดใหม่ เพราะมันเป็นหน้าที่ที่เทพจะต้องทำ นั่นคือการมีชีวิตและมลายหายไปเพื่อมนุษย์ ณ จุดนี้ ชินเหลือเวลาบนโลกอีกไม่นานแล้ว

ต่อมา คังซูจาได้รู้ความจริงว่าหมอคนที่ดงคยองพาไปพบคราวก่อน (มยอลมังปลอมตัวเป็นหมอเพื่อหลอกคังซูจาตามคำขอของดงคยอง) ไม่ใช่หมอที่รักษาเธอ

เมื่อคังซูจารู้ความจริงก็ต้องการจะส่งดงคยองไปรักษาที่โรงพยาบาลแห่งใหม่เพื่อทำการผ่าตัด แต่เธอปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า ถึงแม้จะเข้ารับการผ่าตัดเธอก็ต้องตายอยู่ดี

เทพธิดาชินบอกว่าจะช่วยดงคยอง โดยจะเปลี่ยนโชคชะตาของมยอลมังกับดงคยอง โดยจะทำการลบโชคชะตาของทั้งสองออกจากกันและกัน คือจะทำให้เหมือนทั้งสองไม่เคยรู้จักกันมาก่อน นั่นหมายความว่า ดงคยองก็จะเจ็บป่วยจากโรคที่เธอเป็นเหมือนคนทั่วไป และตายจากโลกนี้ไปตามที่ถูกกำหนดเอาไว้แต่แรก เท่ากับว่าเมื่อทั้งสองไม่รู้จักกัน พันธสัญญาที่ให้กันก็ไม่เคยเกิดขึ้น และโลกก็จะไม่ล่มสลาย … แถมชินยังให้ดงคยองเลือกด้วยว่า ต้องการจะให้เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ?

ดงคยองคิดหนัก แต่ทันใดนั้นเอง อาการของชินก็กำเริบต่อหน้าดงคยอง !

EP.12 อธิษฐานขอให้โลกล่มสลาย

ทุกสิ่งอย่างกลับไป ณ จุดเริ่มต้นของซีรีส์อีกครั้ง … มยอลมังกลับไปเป็นความหายนะ ส่วนดงคยองเมื่อรู้ว่าตัวเองมีเนื้องอกในสมองชนิดรุนแรงที่เรียกว่า “กลัยโอบลาสโตมา” ก็ตัดสินใจแอดมิตรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทั้งสองเดินชนไหล่กันอีกครั้งที่โรงพยาบาล แต่ก็แค่เหมือนคนคนหนึ่งเดินชนและเดินผ่านไป

ขณะที่ดงคยองไปเยี่ยมนักเขียน เธอเริ่มรู้สึกว่าความจำของตัวเองเริ่มมีปัญหา เธอจึงคิดว่าเป็นเอฟเฟกต์ที่เกิดจากเนื้องอกในสมองชื่อแปลกประหลาดที่เธอเป็น

ต่อมาก็ให้บังเอิญว่า ดงคยองทำด้ายสีแดงที่ข้อมือหล่นลงที่พื้น เมื่อก้มลงเก็บเธอเกิดเห็นมยอลมัง ณ จุดนี้ มยอลมังรู้แล้วว่าดงคยองกำลังมองเขาอยู่ จากนั้นทั้งสองก็มาเจอและคุยกัน แต่ตอนนี้มยอลมังสามารถรู้ความคิดของดงคยองได้ เขาจึงรู้ว่าเธอคิดว่าเขาเป็นเพียงภาพหลอนที่เกิดจากเอฟเฟกต์จากโรคที่เธอเป็น

เรื่องราวดำเนินไป อีฮยอนคยูบังเอิญได้อ่านนิยายของนักเขียนอีฮยอน ซึ่งเขาไม่รู้ว่าเธอคือจีนา เมื่อได้อ่านเขารู้สึกได้ทันทีว่านิยายเรื่องนี้มันเหมือนกับเรื่องของเขาราวกับมีคนก๊อบปี้ชีวิตเขาไปเขียนนิยาย ซึ่งต่อมา ในเดตนัดแรกระหว่างจีน่ากับอีฮยอนคยู เขาก็ได้รู้จากปากจีนาว่าแท้จริงแล้วเธอคือนักเขียนอีฮยอนที่เขียนนิยายเรื่องนั้น

ในเดตครั้งที่สอง อีฮยอนคยูเอ่ยปากชวนจีน่าให้ไปดื่มด้วยกัน เพราะเขาต้องการรู้ว่าเวลาเธอเมา มันจะมีความรู้สึกที่เธอยังมีให้ใจให้เขาหรือเปล่า

มยอลมังและดงคยองมาคุยกันบนดาดฟ้าของโรงพยาบาล ดงคยองงงจัดว่ามยอลมังคืออะไรกันแน่ ที่แน่ ๆ คือไม่ใช่คน แต่จะว่าเป็นผีก็ไม่น่าใช่ แตทันใดนั้นเอง ดงคยองก็ปวดหัวอย่างรุนแรง มยอลมังจับมือดงคยองได้เพื่อช่วยให้อาการเธอดีขึ้น

ต่อมาที่ชายหาดแห่งหนึ่ง มยอลมังขอให้ดงคยองสัญญาว่าเธอจะอธิษฐานให้โลกหายนะ เพื่อแลกกับการที่เขาจะช่วยไม่ให้เธอเจ็บปวดก่อนตาย แต่ดงคยองปฏิเสธ

เรื่องราวดำเนินต่อไป ดงคยองอยู่ในลิฟต์ เธอจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร. ไปที่เบอร์ของมยอลมัง และเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เสียงโทรศัพท์ของมยอลมังก็ดังขึ้น ต่างฝ่ายต่างถามว่าอีกฝ่ายหนึ่งคือใคร ?

EP.13 เมื่อโชคชะตานำพา

ขณะที่ดงคยองอยู่ในลิฟต์ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร. ไปที่เบอร์ของมยอลมัง และเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เสียงโทรศัพท์ของมยอลมังก็ดังขึ้น ต่างฝ่ายต่างถามว่าอีกฝ่ายหนึ่งคือใคร ?

ต่างฝ่ายต่างถามถึงกันและกัน แม้ว่าความทรงจำของกันและกันจะถูกลบไป แต่โชคชะตาก็นำพาให้ทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้ง และทั้งสองต่างก็มีแรงดึงดูดอันน่าประหลาดของกันและกัน

มยอลมังพบรูปของดงคยองอยู่ในโทรศัพท์ เขาจึงปลอมตัวเป็นหมอเพื่อทำการรักษาดงคยอง จนถึงขั้นตอนที่ดงคยองต้องเข้าเครื่องสแกนเอ็มอาร์ไอ เขาจึงได้เอาโทรศัพท์ของเธอออกมาเพื่อดูรูปภาพที่บันทึกเอาไว้

จากคำแนะนำของแพทย์ ดงคยองต้องโกนผมออกก่อนเข้าทำการรักษาเคมีบำบัด ซึ่งตลอดเวลาก็มีคังซูจาคอยให้กำลังใจ แต่ลับหลังคังซูจาได้แต่แอบร้องไห้ด้วยความสงสารในชะตากรรมของหลานสาว

ดงคยองไปที่ร้านทำผม ระหว่างที่ช่างตัดผมกำลังตัดผมของเธออยู่นั้น จู่ ๆ ดงคยองก็มีเลือดไหลออกมาจากจมูก แล้วก็ล้มพับหมดสติลงไป ซึ่งทันใดนั้นเองมยอลมังก็วาร์ปมาพยุงตัวเธอเอาไว้และพาเธอไปนอนพักที่โรงพยาบาล

ขณะที่ดงคยองกำลังนอนไม่ได้สติอยู่นั้น มยอลมังได้พาดงคยองไปในความฝันซึ่งเป็นงานศพของตัวเธอเอง ที่นั่นเธอเห็นมยอลมังร้องไห้ออกมาไม่หยุด เขาร้องไห้อยู่อย่างนั้น จนดงคยองต้องเข้ามาปลอบและบอกให้เขาหยุดร้อง

ระหว่างนั้นเอง มยอลมังก็ค่อย ๆ จำเหตุการณ์ต่าง ๆ ของเขากับดงคยองได้ เขาจึงพาเธอวาร์ปไปอยู่ที่บ้านเขา ดงคยองแสดงท่าทางงงหนักมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น ในทางกลับกัน มยอลมังยิ่งฟื้นความทรงจำได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อได้ใกล้ชิดกับดงคยอง

แล้วในคืนวันบรรยากาศเป็นใจ ท่ามกลางดวงดาวนับร้อยหมื่นพัน มยอลมังก็จูบดงคยอง … การจูบครั้งนี้ทำให้ดงคยองจำข้อตกลงที่เธอทำไว้กับเทพธิดาชินได้ แล้วความจำทั้งหมดก็กลับคืนมา !

เมื่อทุกอย่างฟื้นคืนกลับมา ดงคยองจึงออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปคามหามยอลมังด้วยความรีบร้อนที่บ้านของเธอ ในขณะที่มยอลมังเองก็ออกตามหาเธอเช่นกัน ทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ความสัมพันธ์ของทั้งสองย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิมก่อนที่จะถูกลบความทรงจำ (อีกครั้ง)

EP.14 จับมือยอมรับชะตากรรม

ความจำทั้งหมดของดงคยองกับมยอลมังกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง … มยอลมังพูดกับดงคยองด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เราต่างรู้ว่าไม่ว่ายังไงก็หนีไม่พ้น เมื่อเป็นอย่างนั้น เรามาจับมือยอมรับชะตากรรมกันเถอะ” จากนั้นเขาก็พาเธอไปส่งโรงพยาบาล

มยอลมังพร้อมด้วยดอกกุหลาบช่อโตเซอร์ไพรส์ดงคยองด้วยการขอแต่งงาน … เมื่อซอนคยองรู้ว่าพี่สาวของเขากำลังจะแต่งงาน เขาจึงได้นำสมุดบัญชีเงินฝากไปให้มยอลมัง เขาบอกว่ามันเป็นเงินเก็บที่เขาทำงานมาตั้งแต่อายุ 20 ซึ่งเขาเตรียมเอาไว้ให้ดงคยองใช้จ่ายเมื่อเธอแต่งงาน

ดงคยองไปปรึกษาหมอเรื่องเลื่อนการผ่าตัดออกไปก่อนเพราะเธอกำลังจะแต่งงาน … ต่อมา ดงคยองได้พบกับเทพธิดาชิน เธอจึงขอให้ช่วยอีกครั้ง แต่ชินบอกว่าครั้งนี้ทำไม่ได้ และบอกให้ดงคยองยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งชินบอกว่ามันจะจบลงอย่างมีความสุขอย่างที่มยอลมังต้องการ เพราะดงคยองจะรอดและใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุข

ระหว่างนี้เป็นช่วงที่ดงคยองใช้เวลากับมยอลมังอย่างมีความสุข แต่ดงคยองก็ไม่ลืมที่จะเตือนตัวเองว่า เมื่อชีวิตของมยอลมังดับสูญไป ชีวิตของเธอก็จะเริ่มต้นขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ในคืนนั้นเอง เธอนอนจับมือเขาเอาไว้อย่างนั้นและขอร้องอย่าให้เขาหายไปไหน กระทั่งเธอหลับไป

มยอลมังไปคุยกับชิน ทำให้เราได้รู้ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของมยอลมัง และมันเป็นการตัดสินใจของเขาเอง เขาทำเพื่อปกป้องดงคยองและรักษาโลกนี้เอาไว้

ดงคยองตกใจเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นมยอลมัง แต่เมื่อเขากลับมาเขาก็กอดและปลอบใจว่ายังมีเวลาเหลืออีกหนึ่งวัน ดงคยองกอดมยอลมังทั้งน้ำตาเอาไว้อย่างนั้นประหนึ่งว่าอยากให้อ้อมกอดนี้ของเธอเป็นเกราะกำบังปกป้องตัวเขาไม่ให้ไปจากเธอ “ฉันจะอยู่ต่อไปอย่างไร” มยอลมังใช้น้ำเสียงราบเรียบตอบดงคยองว่า “มนุษย์สามารถมีความรักครั้งใหม่ได้ แต่เขาไม่ใช่มนุษย์เขาจึงรักเธอได้เพียงคนเดียว”

ในช่วงเวลาเกือบสุดท้ายที่จะได้อยู่ด้วยกัน ดงคยองอยากให้มยอลมังพาทัวร์โลกแห่งหายนะ เขาจึงวาร์ปพาเธอไปโลกอีกโลกหนึ่งที่มีแต่ความว่างเปล่าไร้ผู้คน “ในโลกแห่งความหายนะ ฉันจะไม่ใช่ความหายนะอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ไร้ตัวตน ฉันจะเป็นเพียงแค่ฝุ่นที่ลอยไปลอยมา มันจึงไร้ค่า”

จากนั้น ทั้งสองก็ไปที่โบสถ์แห่งหนึ่งเพื่ออธิษฐานขอพระผู้สร้าง ดงคยองขอให้เธอไม่สามารถรักใครได้อีก แล้วเธอก็บอกรักมยอลมังเพราะเขาคือคนที่เธอรักที่สุด ทั้งสองจูบกันด้วยความรักอันหวานซึ้ง ซึ่งมันคือจูบสุดท้ายของเขาทั้งสอง

เวลาเดินมาถึงจุดสุดท้ายแล้ว ดงคยองจับมือมยอลมังเอาไว้ทั้งน้ำตา เธอเพียงแค่อยากอยู่กับเขาจนวินาทีสุดท้าย มยอลมังบอกว่าการดับสูญของเขาในครั้งนี้จะนำความเศร้าและความเจ็บปวดของเธอไปด้วย เพราะเขาเกิดมาเพื่อเธอ จึงอยากให้เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ดงคยองร้องไห้อยู่อย่างนั้น เธอร้องไห้ไม่หยุดเพื่อขอร้องไม่ให้มยอลมังจากไป เขาจึงบอกว่าเมื่อเขาหายไปแล้วให้เธอกลับบ้านโดยไม่ต้องหันมามองอีก ทันใดนั้นเองร่างของมยอลมังก็ค่อย ๆ หายไป ดงคยองทรุดลงตรงนั้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินประหนึ่งว่าจะขาดใจท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาในเวลานั้น หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าฟ้าก็ร้องไห้ให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน …

EP.15 มือที่ถูกสร้างมาเพื่อเธอ

3 เดือนหลังมยอลมังจากไป ดงคยองกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในโลกของตัวเองที่ไม่มีมยอลมัง ส่วนอาการป่วยของเธอก็ค่อย ๆ ทุเลาจนหายเป็นปรกติ บางทีดงคยองก็อดคิดไม่ได้ว่าทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นมาเป็นเพียงแค่ฝันที่เสมือนจริง แต่เธอก็ยังคิดถึงมยอลมังอยู่มิวาย

คืนหนึ่ง ดงคยองฝันถึงมยอลมังว่ากลับมาหาเธอ ในฝันนั้นเธอสวมกอดเขาและบอกว่าคิดถึงอย่างสุดหัวใจ แต่เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าทุกอย่างเป็นเพียงแค่ความฝันก็เท่านั้น … ด้วยความคิดถึง ดงคยองจึงไปซื้อดอกกุหลาบให้ตัวเอง และมโนเองเออเองว่ามยอลมังซื้อให้ เธอเอาดอกกุหลาบเหล่านั้นมาใส่แจกันแทนดอกไม้ขอแต่งงานของมยอลมังที่ตอนนี้เหี่ยวเฉาลงไปหมดแล้ว

ดงคยองเริ่มลงมือเขียนนิยายเรื่องราวของตัวเองกับมยอลมังตั้งแต่วันแรกที่ทั้งสองได้พบกัน … ต่อมา ดงคยองไปที่บ้านของมยอลมัง เธอส่งข้อความผ่านทางโทรศัพท์ไปบอกเขาว่าทุกคนคิดถึงเขา จากนั้นเธอก็ไปนอนบนเตียงและมโนไปเองว่ามยอลมังนอนยิ้มอยู่ข้าง ๆ

ชินไปหามยอลมังที่สวนดอกไม้ ชินบอกว่ามยอลมังว่า เขาคือผีเสื้อสำหรับดอกไม้ในสวนของเธอ ดอกไม้ในกระถางของเธอเติบโตมาอย่างดีเพราะผีเสื้อที่ตายแล้วกลายเป็นปุ๋ย มยอลมังทำให้ดอกไม้เบ่งบาน และตอนนี้มยองมังก็คือดอกไม้ดอกนี้ไม่ใช่ผีเสื้ออีกต่อไปแล้ว แต่คือดอกไม้ดอกแรกที่เธอสร้างขึ้นเป็นมนุษย์ เธอขอโทษมยอลมังและบอกให้เขาไปหาดงคยองที่รออยู่ !

วันเวลาในทุก ๆ วันเดินผ่านไป กระทั่งวันหนึ่งบนรถเมล์ที่จู่ ๆ ก็เกิดเหตุให้ต้องเบรกกะทันหัน ดงคยองที่อยู่บนรถคันนั้นคิดแวบขึ้นมาว่าอยากให้มยอลมังคว้ามือของเธอไว้เหมือนเมื่อก่อน แล้วสิ่งที่สุดเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อมยอลมังคว้ามือของเธอมากุมเอาไว้จริง ๆ พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า “มือของเขาถูกสร้างมาเพื่อมือของเธอ” !

EP.16 ตอนจบ

ดงคยองใช้ชีวิตในโลกที่ไม่มีมยอลมังอยู่หลายเดือน กระทั่งวันหนึ่ง ดงคยองอยู่บนรถเมล์ที่จู่ ๆ ก็เกิดเหตุให้ต้องเบรกกะทันหัน แล้วสิ่งที่สุดเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อมยอลมังคว้ามือของเธอมากุมเอาไว้ พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า “มือของฉันถูกสร้างมาเพื่อมือของเธอ” !

มยอลมังกลายเป็นมนุษย์ขึ้นมาจริง ๆ เขาบอกกับดงคยองว่า “ตอนนี้ฉันสั่งให้ฝนหยุดตกไม่ได้แล้วนะ ฉันต้องใช้ร่มกันฝนเหมือนกับคนทั่วไป” ดงคยองตาโตด้วยความตกใจ “นี่ไม่ใช่ฝันใช่มั้ย !!?” แล้วทั้งสองก็สวมกอดกัน

รุ่งขึ้นวันถัดมา ดงคยองตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดระแวงว่ามยอลมังจะหายไปอีก แต่เธอก็พบว่าเขายังอยู่ ดงคยองเดินเข้ามากอดมยอลมังทางด้านหลัง แล้วเผยความวิตกกังวลของเธอให้เขาได้รับรู้ จากความฝันที่เขาหายไปอีกครั้ง

มยอลมังเล่าเรื่องตอนที่เขาอยู่ที่สวนของชิน แล้วเขาก็บอกว่า จริง ๆ แล้วดงคยองเป็นคนทำให้เขากลายเป็นมนุษย์ และเขาก็ถูกสร้างมาเพื่อรักเธอ “ชินสร้างฉันให้เกิดใหม่เป็นมนุษย์ ตอนนั้นฉันตายเพื่อคุณ และมันทำให้ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง … ฉันเป็นผีเสื้อในสวน เมื่อฉันตายฉันก็กลายเป็นปุ๋ยทำให้ดอกไม้บานสะพรั่ง”

“ตอนนี้ฉันกลายเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์แล้ว ฉันอ่านใจคนไม่ออก บางทีมันก็รู้สึกอึดอัด แต่มาคิดอีกทีมันก็ทำให้โล่งใจ แต่ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ บางอย่างฉันคิดว่ามันคือจุดจบ แต่แท้จริงแล้วมันคือจุดเริ่มต้น” มยอลมังพูดกับดงคยอง “สำหรับฉัน คุณคือคนพิเศษเสมอนับตั้งแต่วันแรกที่เราได้พบกัน ต่อไปนี้ฉันไม่ต้องอยู่กับความโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้มีคุณอยู่ข้าง ๆ”

การกลับมามยอลมังทำให้ครอบครัวของดงคยองยินดีเป็นอย่างมาก ซอนคยองตื่นเต้นที่ได้เจอมยอลมังอีกครั้ง ทั้งสองทักทายกันอย่างอบอุ่น แต่ดงคยองก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าซอนคยองจะจำหน้ามยอลมังได้หรือเปล่า เพราะหน้าตาของมยอลมังตอนที่เป็นความหายนะกับตอนนี้แตกต่างกัน แต่เมื่อไปดูภาพที่ซอนคยองเคยเซลฟี่เอาไว้ก็ปรากฏว่ากลายเป็นหน้าของมยอลมังในปัจจุบันไปแล้ว

ระหว่างนั้นเองดงคยอนก็ได้พบกับชิน “ฉันรู้ทุกอย่าง ฉันรู้ว่าคุณจะเอาชนะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างน่าอัศจรรย์”

คังซูจาถามมยอลมังว่าเขาจะทำงานอะไรในเกาหลี เขาจึงบอกว่าเขาจะทำงานเป็นหมอที่โรงพยาบาลที่เขาพบกับดงคยอง

ชินเข้ามาในความฝันของดงคยอง ซึ่งดงคยองถามว่าทำไมชินถึงทำให้เรื่องราวเป็นแบบนี้ ชินตอบว่า “เพราะฉันอยากเห็นรอยยิ้มของคุณ กลับไปดำเนินชีวิตของคุณต่อให้เต็มที่” ดงคยองยิ้มให้กับชิน

ฉากสุดท้าย ดงคยองกับมยอลมังจับมือดูฝนดาวตกด้วยกัน แล้วเรื่องราวความรักของทั้งสองก็จบลงอย่างมีความสุข

จบบริบูรณ์

Source: tvN Korea