สรุปเนื้อเรื่องละคร หลงกลิ่นจันทน์ (2021)

สรุปเนื้อเรื่องละคร หลงกลิ่นจันทน์ (2021)

หลงกลิ่นจันทน์ สปอยล์ : ว่านรัก สารวัตรสืบสวนสาวสวยต้องไขคดีฆาตกรรมลึกลับ และซ่อนปมปริศนาอันซับซ้อนเอาไว้ แต่คดีนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิด …

คะแนน 6.5/10 เรตติ้งเฉลี่ย 4.6
สนุกไหม ? สิ่งที่สะดุดมากที่สุดคือการแสดงของธันวา (หมอดิน) แม้วิธีการสร้างปมจะธรรมดามากจนทำให้จับทางได้ตั้งแต่แรกว่าคนร้ายคือใคร และนักแสดงหลายคนยังมือไม่ถึงสำหรับละครแนวนี้ ไม่นับวิธีการเฉลยปม ที่ต้องร้องเฮ้อ … แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นละครช่อง 7 ที่แนะนำให้ดูนะ

EP.1 สารวัตรคนใหม่

ร.ต.อ. ว่านรัก (รับบทโดย ทับทิม อัญรินทร์) หรือสารวัตรว่านรัก มาออกรายการสืบสวนหมายเลข 7 เธอเปิดเผยในรายการว่าคดีลูกคลั่งฆ่าพ่อแม่ที่แท้แล้วเป็นคดีฆาตกรรมอำพราง และตอนนี้ตำรวจตรวจเจอดีเอ็นเอของฆาตกรในที่เกิดเหตุ แถมยังรู้ตัวคนร้ายแล้วด้วย

ตัดภาพมาที่ห้องผ่าศพ ณ ตอนนี้หมอดิน (รับบทโดย ธันวา สุริยจักร) กำลังชันสูตรศพของลูกสาวที่คลั่งฆ่าพ่อแม่ เขาถึงกับร้องอุทานออกมาขณะที่สารวัตรว่านรักออกทีวีอ้างถึงผลชันสูตร ทั้ง ๆ ที่เขายังชันสูตรศพไม่เสร็จ

แต่จริง ๆ แล้วการไปออกรายการของสารวัตรว่านรักเป็นแผนล่อฆาตกรให้เปิดเผยตัว เธอจึงทำทีเป็นว่ารู้ตัวคนร้าย ซึ่งต่อมาก็สามารถจับคนร้ายได้โดยใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง แม่ของหมอดินก็นัดให้เขามาดูตัวผู้หญิงซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อนแม่ และผู้หญิงคนนั้นก็คือสารวัตรว่ารักนั่นเอง แต่เธอไม่ได้ไปตามนัดเพราะติดภารกิจจับตัวฆาตกรอยู่ แล้วก็ให้บังเอิญว่าหมอดินดันไปอยู่ในที่ที่เดียวกับที่สารวัตรกำลังจับตัวฆาตกร สารวัตรว่านรักก็เลยเหวี่ยงแหหาว่าเขาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับฆาตกรซะอย่างนั้น … ว่านรักสั่งลูกน้องให้จับตัวหมอดินไปพร้อมกับตัวฆาตกรเฉยเลย

อย่างไรก็ตาม หมอดินก็ได้รับการปล่อยตัวในที่สุด หลังจากนั้นเขาก็เดินทางกลับดอนหอยกาบ … แล้วก็ให้บังเอิ๊นบังเอิญเช่นกันว่า สารวัตรว่านรักก็ทำเรื่องขอย้ายไปที่ดอนหินกาบเช่นกัน

แม้ว่าในเรื่องการทำงานว่านรักจะไม่เป็นสองรองใคร แต่ดูเหมือนเรื่องความรักจะเป็นจุดบอดในชีวิตของเธอ นั่นก็เป็นเพราะความบ้างานของเธอนั่นแหละ แม้กระทั่งวันที่ทศ แฟนหนุ่มของเธอทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน ว่านรักก็ไม่มีทีท่าดีใจหรืออะไรเลยสักนิด แต่กลับวิ่งแจ้นไปทำงานเมื่อมีสายโทร. เรียกเข้ามา … ดูเหมือนว่าความรักของเธอจะเริ่มเข้าสู่ทางตันเสียแล้ว

หมอดินเดินทางกลับมาบ้านพักที่ดอนหินกาบ เขาพบบ้านถูกรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจาย แต่ไม่มีของหายเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เขาสงสัยว่าคนร้ายต้องการมาค้นหาอะไรบางอย่าง

การเข้ามารับตำแหน่งเป็นสารวัตรคนใหม่ของว่านรักสร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่ดอนหินกาบไม่น้อย แต่คนที่น่าจะตื่นเต้นจนแทบกุมขมับก็เห็นจะเป็นหมอดิน ที่โลกมันกลมจนต้องมาเป็นเพื่อนบ้านกับว่านรัก คู่ปรับที่ลากยาวมาตั้งแต่สมัยเรียนประถม เพราะสืบไปสืบมาทั้งสองดันเป็นเพื่อนสมัยเรียนประถมซะนี่ … อะไรมันจะบังเอิญทุกสิ่งอย่างขนาดนั้น

ย้อนกลับไปในวันที่ว่านรักเดินทางมายังดอนหินกาบ ขณะกำลังนั่งรถเมล์แดงโดยสาร เธอได้พบว่านายผาดซึ่งเป็นคนขับรถลวนลามผู้โดยสารหญิงคนหนึ่ง ว่านรักจึงจับนายผาดในข้อหากระทำอนาจาร แต่วันต่อมานายผาดก็ถูกปล่อยตัวออกไปตามคำสั่งของผู้กำกับพนา

ว่านรักเดินทางไปหาท่านนายกเทศมนตรีบ้านดอนหินกาบเพื่อสอบถามอะไรบางอย่าง เพราะนายผาดให้การว่าตัวเขาป็นลูกน้องของท่านนายกเทศมนตรี แต่เมื่อไปถึงเธอกับได้เจอกับผู้กำกับพนาโดยบังเอิญ และผู้กำกับได้ออกตัวรับว่าเขาเป็นคนสั่งปล่อยตัวนายผาดไปเอง เพราะนายผาดเป็นสายให้กับเขา

สีหน้าและแววตาขอผู้กำกับพนาแสดงออกให้เห็นชัดเจนถึงความวิตกกังวล ในอีกทางหนึ่งก็แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจกับการปฏิบัติหน้าที่ของสารวัตรว่านรัก และที่เธอทำแบบนี้ได้ก็อาจจะเป็นเพราะว่าเธอมีพ่อเป็นนายตำรวจใหญ่ระดับประเทศ ว่านรักเชื่ออย่างเถรตรงว่า ผู้กระทำความผิดยังไงก็ต้องได้รับโทษ การปล่อยตัวนายผาดไปโดยไม่มีความผิดสำหรับว่านรักแล้วมันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แต่ก็อีกนั่นแหละ การจะงัดข้อกับผู้บังคับบัญชามันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่าย ๆ

ในคืนนั้นเอง นายผาดก็โดยบุคคลปริศนาลวงไปฆ่า โดยในเช้ารุ่งขึ้นมีคนพบศพ ว่านรัก ในฐานะสารวัตรสืบสวนจึงลงพื้นที่ไปดูที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยหมอดิน หมอนิติเวชที่เก่งที่สุดในดอนหินกาบได้ลงพื้นที่เช่นกัน แต่เมื่อทั้งสองได้เห็นศพก็ถึงกับผงะ เพราะศพของนายผาดมีดอกไม้จันทน์ยัดเอาไว้อยู่ในปาก !

EP.2 ฆาตกรรมต่อเนื่อง ?

นายผาดถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม ถูกแทงไม่ต่ำกว่าสิบแผล อวัยวะเพศถูกตัด และมีดอกไม้จันทน์ยัดปาก หมอดินจำได้ว่ามีคดีก่อนหน้านี้ที่เหยื่อถูกดอกไม้จันทน์ยัดปากเช่นกัน เขาจึงทำการชันสูตรพลิกศพของนายผาดอย่างเร่งด่วน เพราะมีความเป็นไปได้ที่การตายของนายผาดจะเป็นการฆาตกรรมต่อเนื่อง

ส่วนการทำงานของว่านรักก็ดูจะไม่ราบรื่น เพราะโดนขัดขวางจากผู้กำกับพนาไม่ให้ทำคดีของนายผาด แต่มีเหรอที่ว่านรักจะเชื่อ เธอจึงไปดูศพนายผาดที่โรงพยาบาลจนไปปะทะคารมกับหมอดินซะงั้น

ที่แท้แล้ว หมอดินมีความหลังฝังใจในวัยเด็กเมื่อตอนเรียนอยู่ชั้นประถมกับว่านรัก ในตอนนั้น ว่านรักเป็นเด็กหญิงอ้วนดำ จึงทำให้เพื่อน ๆ มักเรียกเธอว่า “ยัยตุ่มดำ” ทีนี้ เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่งเด็กชายหมอดินได้กลายเป็นจูบแรกของยัยตุ่มดำโดยไม่ได้ตั้งใจ แม้เหตุการณ์นั้นจะผ่านมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว แต่ก็ยังฝังใจหมอดินไม่รู้ลืม

เรื่องราวดำเนินไป จนเช้าวันหนึ่ง มีใครบางคนเอาผลการชันสูตรพลิกศพของสารวัตรนิติมาวางไว้ให้ว่านรัก ซึ่งจากผลชันสูตรนี้เองทำให้ว่านรักรู้ว่า เหตุผลที่ไม่ค่อยมีใครอยากพูดถึงดอกไม้จันทน์ก็เพราะว่า ศพของสารวัตรนิติมีดอกไม้จันทน์ยัดปากเช่นเดียวกัน

ว่านรักจึงเอาผลชันสูตรไปให้หมอดินดู ปรากฏว่าผลชันสูตรนั้นเป็นเอกสารของหมอดินที่โดนคนร้ายขโมยไปในวันที่หมอดินโดนรื้อค้นบ้าน … ว่านรักบอกว่าคนร้ายรายนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

ความเชื่อมโยงกันของคดีนายผาดกับสารวัตรนิติก็คือ มีรอยแผลที่เกิดจากการโดนแทง 14 แผลเหมือนกัน คนร้ายใช้สารหนูกับเหยื่อ และเหยื่อมีดอกไม้จันทน์ยัดปาก หรือมันจะเป็นฆาตกรรมต่อเนื่องจริง ๆ !!?

เว แฟนสาวของผู้กำกับพนาและลูกสาวของท่านนายกเทศมนตรี โดนคนร้ายแอบอยู่เบาะด้านหลังรถแล้วโปะยาสลบ … เช้าอีกวันเมื่อเวได้สติขึ้นมา ก็พบชิ้นส่วนอวัยวะเพศของนายผาดห้อยคอของเธอ

ต่อมา ว่านรักเกิดไปสงสัยคดีข่มขืนแล้วฆ่าคดีหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน เพราะมันเป็นคดีที่เป็นเหตุผลที่หมอดินต้องการให้เธอไปจากดอนหินกาบ “ผู้หญิงสวยจะอยู่ดอนหินกาบไม่ได้ !”

ว่านรักสืบค้นสำนวนคดีของสิรินญา พาณิชย์ หรือมีชื่อเล่นว่าจันทน์ แต่ค้นยังไงก็ไม่เจอ จนเธอได้รู้ว่าสารวัตรนิติ ผู้รับผิดชอบคดีได้ส่งสำนวนคดีให้ผู้กำกับพนา นับแต่นั้น ผู้กำกับพนาก็เป็นคนเก็บสำนวนนี้เอาไว้ด้วยตัวเอง … ว่านรักจึงแอบเข้าไปค้นในห้องผู้กำกับจนพบสำนวนที่ต้องการและได้ถ่ายรูปเอกสารเอาไว้

เนื้อหาในสำนวนระบุว่า “นางสาวสิรินญา หรือจันทน์ พาณิชย์ ถูกพบเป็นศพอยู่ที่ป่าละเมาะข้างวัดดอนเหนือ ผู้ต้องหาทั้งสามเป็นแรงงานต่างด้าวที่มาทำงานก่อสร้างละแวกนั้น โดยในคืนวันก่อเหตุ ผู้ต้องหาได้ใช้กำลังบังคับขืนใจนางสาวสิรินญามาที่บริเวณป่าละเมาะข้างวัดดอนเหนือ จากนั้นก็ร่วมกันข่มขืน หลังจากนั้นก็ร่วมกันทำร้ายจนถึงแก่ความตาย …

“เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจพบดีเอ็นเอของคนร้าย แต่ขณะเข้าจับกุม กลุ่มผู้ต้องหาได้ยิงต่อสู้ด้วยอาวุธปืน เป็นเหตุให้สารวัตรนิติต้องป้องกันและวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องหาทั้งสาม’

ว่านรักสะดุดกับคำคำหนึ่งในสำนวน จันทน์ ชื่อเล่นของเหยื่อกับดอกไม้จันทน์ที่ถูกยัดอยู่ในปากของศพนายผาดและสารวัตรนิติ หรือคดีเหล่านี้จะเชื่อมโยงกัน !!?

EP.3 ปริศนาดอกไม้จันทน์

ว่านรักพบความผิดปรกติในสำนวนคดีข่มขืนแล้วฆ่าของจันทน์ เพราะผลการชันสูตรของหมอดินหายไปจากสำนวน จากนั้นว่านรักก็เริ่มสืบหาข้อมูลของจันทน์ แต่ตลอดเวลานั้นเองก็เหมือนมีใครกำลังจับตาดูอยู่

มีข้อความปริศนาถึงว่านรักให้ไปพบที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งถ้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนฆ่าจันทน์ เมื่อว่านรักไปถึงรีสอร์ตเธอก็พบกับผู้กำกับพนาอยู่ที่นั่น เพราะคนร้ายได้นัดให้ผู้กำกับพนาไปที่นั่นด้วยเช่นกัน แล้วจังหวะนรกก็เกิดขึ้นเมื่อคุณเวตามผู้กำกับพนามาถึงรีสอร์ต ว่านรักกับคุณเวจึงเปิดศึกตบตีกัน

ท่านนายกเทศมนตรีโกรธมากกับเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นไม่หยุดไม่หย่อนนับแต่การมาของสารวัตรว่านรัก เขาจึงสั่งผู้กำกับพนาให้จัดการให้ดอนหินกาบกลับมาสงบเหมือนเดิม

วันต่อมามีชาวบ้านจำนวนหนึ่งมารวมตัวกันประท้วงไล่สารวัตรว่านรัก แต่สุดท้ายกลุ่มชาวบ้านก็ต้องยอมล่าถอยไปเมื่อโดนผู้หมวดตรีชัยขู่ว่าจะถูกจับแจ้งข้อหา

ทีนี้เรื่องราวดำเนินไปจนผลการตรวจสอบลายนิ้วมือของคนที่แอบเอาข้อความมาไว้ในบ้านของว่านรักออกมา คนคนนั้นคือทางไท หลานชายของผู้กำกับพนา … แต่ว่านรักก็คิดว่าที่ทางไททำไปก็เพื่อแกล้งคุณเวแค่นั้น

แต่เรื่องราวความวุ่นวายยังไม่จบเพียงแค่นั้น คนร้ายแอบเอาดอกไม้จันทน์ไปวางไปบนโรงพัก ซึ่งต่อมาหมอดินเลยไปเปิดใจคุยกับทางไท ซึ่งเขาก็ยอมรับเรื่องที่สร้างสถานการณ์ให้ว่านรัก ผู้กำกับพนา และคุณเวไปเจอกันที่รีสอร์ตแต่เขาปฏิเสธเรื่องดอกไม้จันทน์

ต่อมาก็ป่วนงานเลี้ยงใหญ่แม่หญิง งานเลี้ยงใหญ่ของดอนหินกาบที่มีท่านายกเทศมนตรีเป็นโต้โผใหญ่ของงานนี้ ระหว่างที่ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ จู่ ๆ ไฟก็เกิดดับ เมื่อไฟติดขึ้นมาก็ปรากฏว่าวัตถุตล้ายศพถูกห้อยเอาไว้ด้วยเชือกกลางเวที

หมอดินคะเนจากน้ำหนักสันนิษฐานว่าไม่น่าจะใช่ศพ เขาจึงมันลงมาแล้วเปิดผ้าขาวออกดู ทุกคนต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น มันคือดอกไม้จันทน์ !!!

EP.4 ผีนางจันทน์ ?

ในงานวันเกิดของแม่หญิง ร่างทรงอันเป็นที่ยึดเหนี่ยวและเป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณของชาวบ้านดอนหินกาบ สารวัตรว่านรักได้รับมอบหมายให้ดูแลความปลอดภัยของท่านนายกเทศมนตรีที่เป็นประธานในงานนี้

แต่แล้วก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเมื่อมีคนนำเอาดอกไม้จันทน์ห่อด้วยผ้าขาวทำเหมือนเป็นศพห้อยต่องแต่งอยู่บนเวที ทันใดนั้นเอง แม่หญิงก็เกิดร้องตะโกนโวยวายขึ้นมาทำทีเป็นพ่อปู่เข้าสิงร่าง แล้วก็ร้องเสียงหลงหาว่าว่านรักเป็นผีนางจันทน์ !

เรื่องไม่จบแค่นั้น วันรุ่งขึ้นแม่หญิงพาชาวบ้านบุกไปถึงโรงพักเพื่อไล่ว่านรักให้ออกไปจากดอนหินกาบ โดยอ้างว่าเป็นคำพูดของพ่อปู่ที่ระบุว่าว่านรักคือผีนางจันทน์ ถ้าไม่ไล่ออกไปดอนหินกาบก็จะมีแต่เรื่องวุ่นวาย

แต่ก็อีกเช่นเคยที่ผู้หมวดตรีชัยเข้ามากู้สถานการณ์เอาไว้ได้ เพราะเขาจับคนที่เอาดอกไม้จันทน์ไปห้อยไว้บนเวทีได้ แต่คำให้การของผู้ต้องหาอ้างว่าเขาไม่รู้สึกตัว และที่ทำลงไปก็เป็นไปเพราะมีเสียงผู้หญิงมากระซิบสั่งเขา ทำให้ไม่ได้อะไรคืบหน้า … ตอนนี้ปัญหาคือชาวบ้านเชื่อไปแล้วว่าว่านรักคือผีนางจันทน์

ว่านรักจึงเริ่มการสืบแบบย้อนกลับ คือตามสืบไปยังแหล่งที่มาของดอกไม้จันทน์ตามวัดละร้านค้าต่าง ๆ แต่ปรากฏว่าไม่พบว่าที่ไหนที่ขายดอกไม้จันทน์ที่มีลักษณะตรงกับตำรวจเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ ผีนางจันทน์มีจริง !!?

ทุกคนเจอทั้งเสียงทั้งผีนางจันทน์ตัวเป็น ๆ แต่คนเดียวที่ไม่เชื่อคือสารวัตรว่านรัก เธอจึงจัดการวางแผนซ้อนแผนเพื่อจับพวกโจรขโมยของที่ปลอมเป็นพี่นางจันทน์หลอกคนเพื่อหวังขโมยทรัพย์สินภายในวัด แต่เธอนึกไม่ถึงว่าหนึ่งในกลุ่มโจรคือทางไท หลานชายตัวแสบของผู้กำกับพนา !

สอบสวนไปสอบสวนมาก็ได้คำรับสารภาพว่า ทางไทเป็นคนวางแผนทั้งหมดเพื่อหวังขโมยทรัพย์สินภายในวัด ส่วนเรื่องดอกไม้จันทน์ในงานวันเกิดแม่หญิงคนที่ว่าจ้างก็คือตัวแม่หญิงเอง

ทางไททำท่าเย่อหยิ่งต่อหน้าสารวัตรว่านรัก เพราะเขาเคยโดนจับในข้อหาขโมยของวัดมาก่อนหน้านี้ แต่ผู้กำกับพนาก็ช่วยปิดคดีให้ ทางไทก็เชื่อว่าคราวนี้อาของเขาก็จะช่วยเขาให้รอดคุกเหมือนเดิม แต่มันกลับตรงกันข้าม เมื่อทางไทแจ้งให้นักข่าวรู้เรื่องที่หลานของผู้กำกับพนาเป็นโจรขโมยของวัด ผู้กำกับพนาจึงโกรธพาตัวทางไทประกาศต่อหน้านักข่าวว่าหลานของเขาเป็นโจรจริง ๆ

สารวัตรว่านรักมองพฤติการณ์ของทางไทแล้ววิเคราะห์ออกมาว่า ที่ทางไททำไปไม่ใช่เพราะต้องการเงิน แต่เป็นเพราะต้องการให้อาของเขาเสียใจมากที่สุด เป็นเพียงแต่ว่าว่านรักไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงทำให้ทางไทจงเกลียดจงชังผู้กำกับพนาได้มากขนาดนั้น

ส่วนแม่หญิงก็โดนคุณเวสั่งให้ไปกบดานที่ชายแดน … ว่านรักจึงรอดจากข้อครหาที่ถูกกล่าวหาว่าเธอเป็นผีนางจันทน์

เมื่อทุกอย่างดูเหมือนจะคลี่คลาย จู่ ๆ ในคืนหนึ่งว่านรักก็เกิดเจอเรื่องเหนือความคาดหมายขึ้น เธอฝันเห็นผีนางจันทน์ !!!

ย้อนกลับมาที่คดีของจันทน์ ซึ่งว่านรักเห็นข้อพิรุธในสำนวนที่ระบุว่า “ไม่มีใครที่เป็นพยานเห็นเหตุการณ์” แต่ข้อความต่อมากลับย้อนแย้งกันเมื่อระบุได้ว่า “ผู้ต้องสงสัยคือแรงงานต่างด้าว” ว่านรักจึงคิดว่าทางไทน่าจะให้คำตอบเธอในเรื่องนี้ได้

ว่านรักใช้จิตวิทยาหลอกล่อให้ทางไทเชื่อใจเธอจนยอมพูดความจริงที่เขาเห็นในคืนวันนั้นออกมา “พวกมันมี 3 คน” … ในคืนนั้นทางไทกับพวกกำลังเข้าไปขโมยของในวัด ซึ่งเขาทำหน้าที่เป็นคนดูต้นทางด้านนอก ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เขาเห็นชาย 3 คน นำเอาศพของจันทน์มาทิ้งเอาไว้ตรงนั้น !

EP.5 คนหาหลักฐานกับคนหาความจริง

ผู้กำกับพนาไม่พอใจที่ว่านรักใช้ตำแหน่งประกันตัวทางไท “ขอบคุณมากนะที่ช่วยประกันตัวหลานผม แต่ทางไทเป็นหลานผม ผมจัดการเองได้ !!!” ว่านรักตอบกลับด้วยสีหน้าที่พยายามควบคุมอารมณ์ “ฉันคิดว่าผู้กำกับคงจัดการเองไม่ได้ เพราะถ้าจัดการได้ทางไทคงไม่เป็นแบบนี้” แต่ก่อนที่ผู้กำกับพนาจะเดือดปรอทแตกมากไปกว่านี้ หมวดตรีชัยก็เข้ามาขัดจังหวะพอดี

หลังจากนั้น หมวดตรีชัยก็เอาเรื่องความคืบหน้าของคดีจันทน์มารายงานว่านรัก ทำให้ว่านรักออกเดินทางไปที่กิ่งอำเภอพรมไพรีซึ่งเป็นบ้านตากับยายของจันทน์

ว่านรักเดินทางไปถึงบ้านตายายของจันทน์ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเธอเห็นหมอดินเดินทางมาถึงก่อนแล้ว เขาอ้างว่ามาหาชาวบ้านเป็นประจำทุกเดือน แต่จริง ๆ แล้วเขามาเพราะเป็นห่วงว่านรักต่างหาก … ว่านรักแนะนำตัวเองโดยหลอกว่าเป็นเพื่อนกับจันทน์ ทำให้ได้รู้ว่าตากับยายของจันทน์เชื่อว่า พ่อเลี้ยงของจันทน์เป็นสาเหตุที่ทำให้จันทน์กับแม่ของจันทน์ต้องตาย และตอนจันทน์ตายเธอก็อยู่กับพ่อเลี้ยง !?

ระหว่างนั้นก็พบเหตุการณ์แปลก ๆ โดยมีคนมาชักชวนสาว ๆ ที่พรมไพรีเข้าประกวดเทพีดอนหินกาบ ซึ่งจู่ ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาตะโกนด่า หาว่าการประกวดทำให้ลูกสาวของเธอใจแตกไปทำงานเป็นผู้หญิงค้าบริการ ซึ่งทำให้ว่านรักสงสัยอยู่ไม่น้อย ส่วนหมอดินก็แสดงสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเขารู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับการประกวด

ทีนี้ ภาพก็ฉายย้อนอดีตให้เราได้รู้แบ็กกราวด์ของหมอดิน นอกจากที่หมอดินเป็นรักแรกของว่านรักแล้ว ก็เล่าถึงเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ชอบตำรวจ ทั้ง ๆ ที่ตอนเด็กเขาฝันที่จะเป็นตำรวจ …

พ่อของหมอดินเป็นปลัด วันหนึ่งระหว่างเดินทางกลับจากไปเลี้ยงวันเกิดของเด็กชายดิน พ่อของเขาขับรถทับศพที่ถูกทิ้งอยู่กลางถนน แต่กลายเป็นว่าตำรวจมาจับพ่อของเขาในข้อหาขับรถชนคนตาย จนนำไปสู่คำพิพากษาติดคุกนานหลายปี !

หมอดินละทิ้งความฝันการเป็นตำรวจของตัวเอง และเบนเข็มสู่การเป็นหมอนิติเวช เพราะเขาเชื่อว่าตำรวจทำเพียงแค่หาหลักฐาน แต่หมอนิติเวชคือคนหาความจริง และเขาต้องหาความจริงให้ได้ว่าพ่อไม่ได้ขับรถชนผู้หญิงคนนั้นจนตาย แต่ผู้หญิงคนนั้นตายเป็นศพอยู่กลางถนนอยู่ก่อนแล้ว

แต่ทุกสิ่งอย่างก็พังทลาย เมื่อวันหนึ่งหมอดินไปเยี่ยมพ่อเพื่อแจ้งข่าวว่าเขาสอบติดหมอตามที่ปรารถนา แต่วันนั้นเองกลับเป็นวันที่เขาได้รู้ว่าพ่อตายในคุก !

ตัดกลับมาเรื่องคดีจันทน์ จุดที่ว่านรักต้องสืบต่อไปคือพ่อเลี้ยงของจันทน์คือใคร ? ในทางตรงกันข้ามผู้กำกับพนาก็ดูเหมือนจะสบายใจมากขึ้น เมื่อเขารู้ว่าว่านรักต้องการหาอะไร

ระหว่างนั้นเอง หมอดินได้ถูกเชิญให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการการประกวดเทพีดอนหินกาบ แน่นอนว่าหมอดินไม่ปฏิเสธ เพราะเขามีแผนบางอย่างเตรียมไว้แล้ว

ผู้กำกับพนาเรียกสารวัตรว่านรักกับหมวดตรีชัยเข้ามาพบโดยด่วน ผู้กำกับใช้น้ำเสียงขึงขังพร้อมกับโยนสำนวนคดีนางสาวสิรินญาไว้บนโต๊ะ “สำนวนคดีนี้ไปอยู่ที่ห้องของคุณได้ยังไง ในเมื่อแฟ้มมันอยู่ที่ห้องของผม !” จากนั้นผู้กำกับพนาก็แจ้งข้อกล่าวหากับว่านรักในข้อหาขโมยทรัพย์สินส่วนกลางของทางราชการ แล้วดำเนินการแจ้งคณะกรรมการสอบสวน ระหว่างนั้นผู้กำกับสั่งพักราชการของว่านรัก โดยสั่งให้เธอกลับกรุงเทพฯ

ว่านรักทำตาโตใส่ผู้กำกับ พร้อมกับตอบโต้ด้วยคำพูดอันเจ็บแสบ “ฉันว่าผู้กำกับต่างหากที่เป็นคนที่สมควรโดนตั้งคณะกรรมการสอบ เพราะปล่อยให้คดีนี้มีจุดบกพร่องมากมาย”

EP.6 เริ่มรื้อคดีนางจันทน์

ว่านรักโดนผู้กำกับพนาสั่งให้พักราชการและย้ายกลับกรุงเทพฯ ด่วน ในข้อหาขโมยทรัพย์สินของทางราชการ

หลังจากโดนเล่นงาน ว่านรักก็ออกไปวิ่งไม่หยุด กระทั่งหมอดินตามมาจนพบและพาตัวว่านรักไปส่งที่ท่ารถเพื่อให้เธอกลับกรุงเทพฯ ว่านรักไม่พอใจที่หมอดินพยายามผลักไสไล่ส่งเธอ จึงตวาดออกไปว่า “ฉันผิดมากนักหรือไงที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม”

แต่หมอดินก็สวนกลับไปทันควัน “ถ้าความยุติธรรมของอีกคนมันไม่ใช่ความยุติธรรมของอีกคนหนึ่งล่ะ ? เลิกใช้คำพูดสวยหรูที่เอามาจากหนังจากละครได้แล้ว เพราะความยุติธรรมมันไม่มีอยู่จริง” เพราะหมอดินเป็นไม่เชื่อในความยุติธรรม แต่เขาเชื่อในความจริง

ว่านรักไม่ยอมเดินทางกลับกรุงเทพฯ แถมยังไม่ขอความช่วยเหลือจากพ่อที่เป็นนายตำรวจใหญ่อีกด้วย แต่ระหว่างนั้นเองรายการห้องสืบสวนหมายเลข 7 ในการเปิดโปงเรื่องคดีของจันทน์ ว่าคนในดอนหินกาบถูกปิดปากไม่ให้พูดเรื่องการตายของจันทน์ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมใหญ่ขึ้น

ทุกคนเชื่อว่าว่านรักเป็นคนปล่อยข่าว แต่จริง ๆ แล้วมีคนปริศนาแจ้งเบาะแสคดีของจันทน์ให้รายการ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าว่านรักจะไม่ขอความช่วยเหลือจากพ่อ แต่การนำเสนอของรายการห้องสืบสวนก็เป็นการส่งข่าวให้พ่อเธอรู้โดยอ้อม และมีคำสั่งตรงมาจากเบื้องบนบีบผู้กำกับพนาให้ว่านรักรื้อคดีจันทน์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งว่านรักก็รับคำสั่งไปแบบงง ๆ ว่าทำไมผู้กำกับพนาถึงยอมให้เธอรื้อคดีขึ้นมา

ทศโทร. หาว่านรักเพื่อขอร้องให้หยุดทำคดีนี้เพราะมันอันตราย แต่กลายเป็นว่าคำพูดของทศทำให้ว่านรักหงุดหงิดขึ้นมาซะงั้น ทั้ง ๆ ที่ทศเป็นคนขอให้พ่อเคลียร์ปัญหากับผู้กำกับพนาให้ว่านรัก

เรื่องราวดำเนินไป นำพาให้ว่านรักเจอกับหมอดิน แต่หมอดินแสดงความไม่พอใจที่ว่านรักยังดื้อดึงที่จะอยู่ดอนหินกาบต่อไป ว่านรักอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมหมอดินจึงอยากให้เธอไปจากที่นี่นัก หมอดินจึงบอกว่า “เพราะเธอไม่รู้ไงว่ากำลังสู้กับอะไรอยู่ !” ที่แท้แล้วหมอดินรู้เรื่องทุกอย่างมาตลอด แถมยังรู้ว่าใครเป็นคนทำอีกด้วย

ส่วนผู้กำกับพนาก็ไปถามทางไทว่า “ทำไมถึงไม่บอกว่าแกอยู่ตรงนั้นในคืนนั้น ?” ทางไทตอบแบบซ่อนความรู้สึกเสียใจเอาไว้ในแววตา “เพราะอาไม่เคยเชื่ออะไรผมไง” นั่นหมายความว่าผู้กำกับพนาไม่เคยรู้มาก่อนว่าทางไทรู้ความจริงที่เกิดขึ้นในคืนนั้น

ถัดมาอีกวัน สารวัตรว่ารักเริ่มรื้อคดีนางจันทน์ทันที หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้วถึง 2 ปี ว่านรักมองว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีฆ่าข่มขืนธรรมดา เพราะฆาตกรลงมือจ้วงแทงถึง 14 แผล ซึ่งผิดวิสัยของคนร้ายโดยทั่วไป อีกทั้งรอยถูกมัดที่ข้อมืออาจจะเป็นเพราะถูกทรมานก่อนถูกฆ่า ว่านรักสั่งให้เช็กการทำธุรกรรมกับธนาคารของนางจันทน์เป็นอันดับแรก จากนั้นก็ให้หมวดตรีชัยไปหาข้อมูลของจันทน์ที่ออฟฟิศของนายกอบต. ผู้จัดงานประกวดเทพีดอนหินกาบ

จากนั้นว่านรักก็เดินทางไปหาหมอดินเพื่อขอผลชันสูตรศพนางจันทน์ ปรากฏว่าจันทน์ไม่ได้ถูกล่วงละเมิด (ข่มขืน) ซึ่งตรงกันข้ามกับสำนวนที่ระบุว่าจันทน์ถูกข่มขืน แถมยังได้รู้ว่าสมัยที่จันทน์ยังมีชีวิต ผู้ชายในดอนหินกาบอยากได้เธอกันครึ่งเมือง และยังรู้ว่าสารวัตรนิติกับหมอดินทะเลาะกันเรื่องคดีของจันทน์ในตอนนั้น ซึ่งสารวัตรนิติเป็นประเภทชอบซิกแซกในการทำคดีอยู่แล้ว

ว่านรักสืบไปสืบมาจนได้รู้ว่า จันทน์เก็บผู้ชายในดอนหินกาบไปครึ่งเมืองแล้ว

ในตอนท้ายท่านนายกเทศมนตรีได้นัดพบกับหมอดิน เพื่อขอให้หมอดินทำคดีนางจันทน์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับตำรวจ เพื่อให้คดีนี้ปิดลงโดยเร็ว หมอดินจึงถามย้ำนายกเทศมนตรีไปว่า “ท่านจะให้ผมแก้ไขผลการชันสูตรหรือครับ ?”

EP.7 ปริศนาเทพีดอนหินกาบ

ว่านรักสืบไปจนถึงที่พักของนางจันทน์ แต่สิ่งที่พบคือภาพกล้องวงจรปิดที่อยู่ในห้องพักไม่ปรากฏอยู่ในสำนวนการสืบสวนของสารวัตรนิติ ซึ่งตรงข้ามกับคำบอกเล่าของผู้ดูแลห้องพักที่บอกว่าให้ภาพวงจรปิดกับทางตำรวจไปแล้ว

เมื่อเรื่องถึงหูผู้กำกับพนา เขาก็นึกย้อนกลับไปในอดีต ตอนนั้นสารวัตรนิติแจ้งกับเขาว่ากล้องนั้นเป็นกล้องดัมมี่ (กล้องหลอก) จึงไม่มีการลงบันทึกไว้ในสำนวนการสอบสวน

หมวดตรีชัยสืบจนรู้ว่าพ่อเลี้ยงของจันทน์คือนายพิพัฒน์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจรายใหญ่ที่สุดในดอนหินกาบ … เมื่อว่านรักไปพบนายพิพัฒน์ แม้จะไม่ได้ข้อมูลอะไรมาก แต่ก็ได้เห็นชัดเจนว่านายพิพัฒน์เป็นคนที่มีนิสัยหมกมุ่นในเรื่องสตรีและกามารมณ์ แถมคนงานของพ่อเลี้ยงแต่ละคนก็ดูหื่น ๆ ทำให้นี่อาจเป็นสาเหตุที่จันทน์ต้องไปเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่

เรื่องราวเริ่มซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เมื่อสารวัตรว่านรักถูกคนร้ายนัดให้ไป ณ สถานที่หนึ่ง ก่อนที่จะลงมือโปะยาสลบเธอ แต่เดชะบุญที่หมอดินตามมาช่วยเอาไว้ได้ทัน … แต่ทว่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หมวดตรีชัยสงสัยหมอดินขึ้นมาซะอย่างนั้น เพราะเขาสงสัยว่าหมอดินรู้ได้อย่างไรว่าว่านรักจะเดินทางมาที่นั่น

อย่างไรก็ตาม การสืบสวนดำเนินต่อไปด้วยความคืบหน้า เมื่อว่านรักพบว่าผู้หญิงที่เข้าประกวดอย่างน้อย ๆ จำนวน 8 รายที่หายตัวไป ทำให้หมวดตรีขัยเสนอความคิดขึ้นมาว่า นี่อาจจะเป็นฝีมือของฆาตกรต่อเนื่องก็เป็นได้ ?

ว่านรักจึงไปถามความเห็นกับหมอดินเรื่องฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งหมอดินจึงลองเปิดภาพการชันสูตรของจันทน์ สารวัตรนิติ และนายผาดเพื่อให้ว่านรักดู ซึ่งเห็นชัดว่าเป็นฝีมือการลงมือคนละคนกัน อย่างไรก็ตามหมอดินได้บอกว่า “จุดที่เหมือนกันของคนร้าย 2 คนนี้คือความแค้น” แต่ว่านรักก็ยังสงสัยว่านี่อาจจะเป็นฆาตกรเลียนแบบ

ทีนี้ เมื่อสืบไปทางไหนก็ดูเหมือนเบาะแสมันจะย้อนกลับมาที่การประกวดเทพีดอนหินกาบทั้งสิ้น ที่สำคัญสิ่งที่ว่านรักต้องการในตอนนี้คือข้อมูลบ้านพักที่ใช้เป็นสถานที่เก็บตัวสาวงามผู้เข้าประกวด แต่ด้วยความที่กองประกวดปิดเรื่องนี้เป็นความลับขั้นสุดยอด ทำให้ทางเดียวที่จะรู้ได้คือต้องส่งคนไปเข้าประกวด และเมื่อหันซ้ายหันขวาไปก็ไม่มีใครนอกจากตัวว่านรักเอง … แหม่ ทำให้ว่านรักต้องแปลงโฉมตัวเองไปเข้าประกวดเพื่อการสืบคดีซะอย่างนั้น

สารวัตรว่านรักปรับปรุงโฉมตัวเองซะสวยเริ่ด เพื่อถ่ายรูปทำโปรไฟล์เพื่อขอเข้าประกวด เรียกว่าสวยจนหมวดตรีชัยมองด้วยความนิ่งอึ้งไปหลายวินาที ที่ได้เห็นสารวัตรมาดเซอร์อยู่ในชุดราตรีสีหวานหยดย้อย

แต่จู่ ๆ แอดมินเพจจันทน์กะพ้อได้ส่งข้อมูลให้ว่านรักว่า สถานที่ที่ใช้เก็บตัวนางงามเทพีดอนหินกาบคือบ้านของเสี่ยจิว เมื่อรู้เช่นนั้นเธอจึงรีบบึ่งไปทันที และที่นั่นเองเธอได้เจอกับหมอดินซึ่งนายกเทศมนตรีทวีนัดเขาให้มาหา ทั้งคู่จึงเข้าไปในบ้านของเสี่ยจิวด้วยกัน

ในขณะที่ว่านรักยิ้มแย้มทักทายให้กับ สุชาติ เสี่ยจิว นายกอบต.ขจร และนายกเทศมนตรีทวี ทันใดนั้นเองสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่ออยู่ดี ๆ นายกฯ ทวีคว้าปืนขึ้นมาเล็งไปที่ว่านรัก !!!

EP.8 ดีเอ็นเอไม่เคยหลอกใคร

นายกเทศมนตรีทวีหันปลายกระบอกปืนไปทางว่านรัก แต่ที่นายกฯ ทวีทำอย่างนั้นเป็นแค่เพียงการหยอกล้อ สุดท้ายหมอดินเห็นท่าไม่ดีจึงให้ว่านรักกลับไปก่อน

ทีนี้ ระหว่างทางที่ว่านรักบิดมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ก็ให้บังเอิญว่ารถเกิดน้ำมันหมดซะอย่างนั้น เมื่อหมอดินขับรถผ่านมาเจอ สาวเจ้าก็เย่อหยิ่งเกินกว่าจะรับความช่วยเหลือ แม้ว่าฝนจะเริ่มลงเม็ดมาแล้ว “ฉันยอมเดินจนตีนแตก ดีกว่าจะขึ้นรถไปกับนาย !” หมอดินจึงจำใจขับรถกลับบ้านไปเพียงลำพัง แต่ก็อดเป็นห่วงว่านรักไม่ได้

ว่านรักเข็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ไร้น้ำมันท่ามกลางสายฝนในยามค่ำคืนไปอย่างนั้น จนว่านรักทรุดลงไปหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ อีกสักพักสารวัตรสาวแห่งดอนหินกาบก็สลบเหมือดลงไปนอนกองอยู่กับพื้น จังหวะเดียวกันนั้นหมอดินก็กลับมาอีกครั้ง เขาตกใจหน้าตาตื่นรีบพาว่านรักไปส่งโรงพยาบาล

ที่แท้แล้ว สารวัตรว่านรักไม่ได้เข้าโรงพยาบาลเพราะโดนกระสุนปืนของท่านนายกเทศมนตรีทวี แต่กลับเข้าโรงพยาบาลเพราะเป็นไข้จากการตากฝนซะงั้น !

เมื่อว่านรักเข้าโรงพยาบาล หมวดตรีชัยกับหมอดินจึงพร้อมใจกันไปเยี่ยมด้วยความเป็นห่วง และสถานการณ์นรกก็เกิดขึ้น เมื่อทศกะหนุงกะหนิงกับว่านรัก แล้วหมวดตรีชัยกับหมอดินก็ถึงกับหน้าชา เมื่อได้รู้ความจริงที่ว่าว่านรักมีแฟนอยู่แล้ว !!!

แม้เรื่องความรักอาจจะยังไม่คืบ แต่หมอดินก็เดินเรื่องสืบหาตัวฆาตกรที่ฆ่าจันทน์ต่อไป โดยในวันที่ไปที่บ้านเสี่ยจิว ด้านหมอดินได้หาจังหวะเก็บดีเอ็นเอของเสี่ยจิว, สุชาติ, นายกอบต. ขจร และนายกเทศมนตรีทวี เพื่อเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอที่ติดอยู่ที่เล็บของจันทน์

ระหว่างนั้นเรื่องราวก็ดำเนินไป สารวัตรว่านรักกลับมาทำงานต่อ เธอตั้งสมมติฐานเอาไว้ว่าผู้หญิงที่หายตัวไปหลังจากเข้าประกวดเทพีดอนหินกาบอาจจะถูกส่งไปขายต่างประเทศ

แต่สิ่งที่ว่านรักคิดก็เป็นเพียงสมมติฐาน ในขณะที่อีกทางหนึ่งเธอก็คิดว่าทางไทอาจมีเบาะแสสำคัญเช่นกัน โดยอ้างอิงจากคำพูดของคุณเวที่พูดกับเธอเอาไว้ว่า “บางทีทางไทอาจจะเป็นคนฆ่าจันทน์ก็เป็นได้”

ว่านรักไปหาทางไทเพื่อถามข้อมูลของจันทน์เพิ่มเติม แต่เมื่อรู้ว่าว่านรักจะมาคุยเรื่องจันทน์ จึงทำให้ทางไทวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง แต่ไปได้ไม่เท่าไรเขาก็ล้มลง และหมดสติไปตรงนั้นเอง

EP.9 ความเชื่อ VS ความจริง !

หมอสุชาติอ่านเกมออกว่าว่านรักกำลังล่อให้พวกเขาเข้าไปทำลายหลักฐาน เขาจึงวางแผนกับเสี่ยจิวและนายกอบต.ขจร เพื่อซ้อนแผนให้ว่านรักเข้ามาหาหลักฐานที่บ้านกลางป่าของเสี่ยจิว หลังจากนั้นก็สั่งคนไปเก็บเธอซะ

ว่านรักและหมวดตรีชัยไปที่บ้านกลางป่าเสี่ยจิวเพื่อหาหลักฐาน (โดยไม่มีหมายค้น) ในขณะที่ลูกน้องของเสี่ยจิวจัดการกับหมวดตรีชัย ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ว่านรักเกิดบังเอิญได้เข้าไปพบห้องลับ ในห้องนั้นมีอุปกรณ์แปลกประหลาดนานาชนิดวางอยู่ ทั้งโซ่แซ่กุญแจมือ และอุปกรณ์การทรมานต่าง ๆ ว่านรักปะติดปะต่อเรื่องราว จนสันนิษฐานได้แล้วว่าสถานที่นี้เองเป็นที่คนร้ายใช้ลงมือฆ่าจันทน์

ในขณะนั้นเอง ลูกน้องเสี่ยจิว 3 คนพร้อมปืนพกอัตโนมัติในมือเตรียมจัดการกับว่านรัก แต่จู่ ๆ หมวดตรีชัยก็แบกร่างสะบักสะบอมของตัวเองไปเปิดเสียงไซเรนบนรถ มือปืนของเสี่ยจิวจึงตกใจปอดแหกขึ้นมาอย่างกะทันหันและรีบหนีไปซะอย่างนั้น … ว่านรักจึงรอดไปได้แบบผิวไม่แม้แต่ระคายเคืองด้วยซ้ำ

ว่านรักคิดว่าตัวเองรู้ตัวฆาตกรแล้ว แม้จะไม่มีหลักฐานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันจับต้องได้ แต่เธอก็เดินหน้าต่อไป โดยอันดับแรกเธอไปหาผู้กำกับพนาเพื่อบอกว่าเธอจะออกหมายค้นทุกสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการตายของจันทน์ ทั้ง ๆ ที่ผู้กำกับพนาก็เตือนแล้วว่าการที่ว่ารักเข้าไปบ้านกลางป่าของเสี่ยจิวถือเป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ว่านรักเรียกประชุมด่วนเพื่อกะปิดเกมจับคนร้ายที่ฆ่าจันทน์ให้ได้โดยเร็ว นั่นก็คือพวกนายกเทศมนตรีทวี โดยว่านรักอ้างว่าร่องรอยการถูกทำร้ายของจันทน์ตรงกับอุปกรณ์ที่พบในบ้านกลางป่าของเสี่ยจิว

ทีนี้ การจะออกหมายค้น ว่านรักจึงแอบไปเอาผลชันสูตรของหมอดินเพื่อประกอบเป็นหลักฐานในการออกหมายค้น

อยู่ดี ๆ ว่านรักก็นำกำลังตำรวจบุกเข้าบ้านท่านนายกเทศมนตรีทวีก่อนที่จะมีหมายค้น (ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย) แถมหมวดตรีชัยยังแอบปีนเขาไปในบริเวณบ้านแล้วใช้อาวุธปืนข่มขู่ลูกน้องของนายกเทศมนตรีทวีให้เปิดประตูบ้านเสียอีก !!! (คอมเมนต์ : หลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นหลักฐานที่ใช้ไม่ได้ในชั้นศาล)

ซึ่งจังหวะนั้นคุณเวมาถึงพอดี เมื่อได้รู้ว่าว่านรักไม่มีหมายค้นก็ไม่ยอมให้ตำรวจเข้าบ้าน เธอคว้าปืนขึ้นมาจ่อไปที่ว่านรัก พร้อมตะโกนออกมาว่า “พวกมันไม่มีหมายค้น” !!!

ว่านรักโวยวายต่อหน้านักข่าวว่านายกเทศมนตรีทวี, เสี่ยจิว, หมอสุชาติ และนายกอบต.ขจร เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมนางจันทน์ แต่ในท้ายที่สุด ว่านรักก็ต้องหน้าแหกพาตำรวจกลับไป เมื่อในเวลาเดียวกันนั้นเอง หมอดินเข้าไปขวางจ่าสุขณะกำลังนำหมายค้นไปให้ว่านรัก โดยให้เหตุผลว่าคนเหล่านั้นไม่ได้เป็นคนฆ่าจันทน์ !!!

หมอดินมีผลดีเอ็นเออยู่ในมือ ซึ่งระบุชัดเจนว่าพวกนายกเทศมนตรีทวีไม่ได้ฆ่าสิรินญา เขาเผชิญหน้ากับว่านรัก “พวกเธอ (ตำรวจ) มันก็แค่เชื่อในสิ่งตัวเองเห็น แต่ฉันเชื่อในความจริง” หมอดินยื่นผลดีเอ็นเอในมือให้กับว่านรัก “ตอนแรกฉันก็คิดเหมือนกับเธอนั่นแหละ ฉันถึงต้องเข้าไปอยู่กับพวกนายกฯ ทวีไง เพื่อพิสูจน์ความจริง”

นายกฯ ทวีขอบคุณหมอดินที่ช่วยพวกเขาไว้ แต่ก็อดสงสัยบางอย่างไม่ได้ จึงยิงคำถามออกไป “ว่าแต่ว่าทำไมหมอดินถึงมีดีเอ็นเอของพวกเราได้ล่ะ ?” หมอดินนิ่งอึ้งไปหลายวินาทีก่อนที่จะตอบแบบแก้ตัวออกไปว่า “ผมไม่มีหรอกครับ ผมแค่ทำขึ้นมาหลอก ๆ ก็เท่านั้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ”

เสี่ยจิวขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเจอชายใส่ฮู้ดลึกลับมาขวางถนน เขาจึงขับรถลงข้างทาง จากนั้นชายลึกลับคนนั้นก็เอาเข็มฉีดยาจิ้มใส่ที่คอของเสี่ยจิว (น่าจะเป็นยาสลบ)

จากนั้น ชายลึกลับคนนั้น (แอดมินเพจจันทน์กะพ้อ) ได้โทร. วิดีโอคอลหาว่านรัก ทำให้เธอเห็นเสี่ยจิวถูกจับมัดอยู่ ชายคนนั้นบอกกับเธอว่า “ผมให้หลักฐานไปหมดแล้ว ทำไมสารวัตรถึงไม่จับพวกมัน … ผู้หญิงพวกนั้นหายที่บ้านของเสี่ยจิว ดังนั้นถ้าอยากรู้อะไรก็ต้องถามเสี่ยจิวสิครับ ในเมื่อตำรวจจัดการไม่ได้ เดี๋ยวพวกเราจะจัดการเอง”

เมื่อสายตัดไป หมอดินที่อยู่ใกล้ ๆ จึงรีบบันทึกหน้าจอวิดีโอคอลนั้นเอาไว้ เขาวิเคราะห์สถานที่ที่ชายลึกลับคนนั้นอยู่ที่ไหน จากนั้นก็รีบไปสถานที่นั้นกับว่านรักอย่างเร่งรีบ

เมื่อไปถึง ภาพที่เห็นอยู่คือ เสี่ยจิวได้กลายศพเรียบร้อยแล้ว และก็มีดอกไม้จันทน์ยัดเอาไว้ที่ปาก !!!

ผู้กำกับพนามายังสถานที่เกิดเหตุ และแสดงอาการตกใจเป็นอย่างมากเมื่อรู้ว่าฆาตกรที่ฆ่าเสี่ยจิวคือฆาตกรดอกไม้จันทน์ จังหวะเดียวกันนั้นเอง ฆาตกรลึกลับคนนั้นได้ส่งข้อความหาว่านรัก ซึ่งในข้อความแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขายังอยู่ในที่เกิดเหตุ !!!

EP.10 บุกค้นห้องเชือด

สรุปแล้วฆาตกรดอกไม้จันทน์ที่เป็นคนฆ่าเสี่ยจิวหนีไปได้อย่างหน้าตาเฉย เพียงเพราะผู้กำกับพนากับว่านรักมัวแต่ทะเลาะกันอยู่อย่างนั้น

หมอดินให้ข้อมูลกับหมวดตรีชัยเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมเสี่ยจิว โดยเขาตั้งข้อสันนิษฐานว่า ฆาตกรฆ่าเสี่ยจิวเพื่อเป็นการประกาศให้คนที่ฆ่าจันทน์รู้ว่า “การล้างแค้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว !”

ภาพตัดมาเผยให้เห็นคำพูดสุดท้ายของเสี่ยจิวที่พูดก่อนตายคือ “เราก็แค่เล่นสนุก ๆ เท่านั้น เราไม่ได้ทำอะไรเลย ถ้าไม่เชื่อให้ไปหาไอ้ขจร ขอดูคลิปจากมันก็ได้”

แล้วในคืนนั้นเอง ขณะที่ขจรกำลังนำเอาฮาร์ดดิสก์ที่บันทึกคลิปลับเก็บเอาไว้ในตู้เซฟ จังหวะนั้นเอง ชายลึกลับแอดมินเพจจันทน์กะพ้อ ซึ่งตอนนี้ถูกสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นฆาตกรดอกไม้จันทน์ได้เข้าไปตัดไฟ และอาศัยจังหวะนั้นเข้าไปขโมยฮาร์ดดิสก์สำคัญนั้นไปได้เฉยเลย !

คลิปหนึ่งได้ถูกส่งให้ว่านรัก เป็นคลิปที่ชาย 4 คนสวมหน้ากากและชุดปกปิดร่างกายกำลังทำการอนาจารกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อเจี๊ยบ เธอได้รองอันดับสามในการเข้าประกวดเทพีดอนหินกาบ ซึ่งต่อมาเธอได้หายตัวไป ว่านรักจึงเอาคลิปที่ว่านี้ไปให้ผู้กำกับพนาดูเพื่อขออนุมัติออกหมายจับ (นายกฯ ทวี, หมอสุชาติ, ขตร และเสี่ยจิว) แต่ผู้กำกับพนาก็ยังปฏิเสธ เพราะหลักฐานเพียงแค่คลิปที่ไม่สามารถระบุอะไรได้ยังไม่เพียงพอต่อการออกหมายจับในคดีฆาตกรรม

สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ ผู้กำกับพนาเริ่มมีท่าทีที่เปลี่ยนไปหลังจากสงสัยว่าพวกของนายกเทศมนตรีทวีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของจันทน์ (หรือว่าผู้กำกับพนากับจันทน์จะมีความสัมพันธ์บางอย่างกันในอดีต ?)

หมอดินงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อว่านรักชวนเขาไปที่บ้านกลางป่าของเสี่ยจิว เพื่อไปดูห้องเชือดที่อยู่ในคลิป โดยเมื่อหมอดินไปถึงก็มีกองกำลังตำรวจชุดจู่โจมจำนวนมากสนธิกำลังเตรียมบุกค้นบ้านเสี่ยจิวในข้อหายาเสพติด … หมอดินถามว่าทำไมถึงใช้ข้อหาเรื่องยาเสพติดในการบุกค้น หมวดตรีชัยจึงบอกว่า “ก็เมื่อหาเหตุให้ขอหมายค้นไม่ได้ก็ต้องสร้างเรื่องขึ้นมาไงครับ” หมอดินได้แต่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดกับคำตอบ

ว่านรักพาหมอดินมาด้วยเพราะเธอต้องการให้หมอดินเก็บดีเอ็นเอจากห้องเชือด โดยเธอมั่นใจว่าถ้าพบดีเอ็นเอในห้องนั้นก็ใช้เป็นหลักฐานในการจับพวกนายกทวีได้

นายกเทศมนตรีทวีเดินทางมาที่โรงพักดอนหอนกาบ เพื่อจัดงานแถลงข่าวกดดันให้ตำรวจตามล่าตัวฆาตกรดอกไม้จันทน์มาลงโทษให้ได้โดยเร็ว แต่ปรากฏว่าว่านรักโพร่งขึ้นมากลางงานแถลงข่าว ว่าเธอได้เข้าไปค้นหาดีเอ็นเอภายในห้องเชือดที่อยู่ในบ้านกลางป่าของเสี่ยจิว แล้วท่าทางดูว่านรักจะมั่นใจว่าจะต้องเจอหลักฐานที่เธอต้องการ

ในระหว่างที่ว่านรักกำลังหมกมุ่นอยู่กับคดีที่ดอนหินกาบจนละเลยความสัมพันธ์กับทศ แฟนหนุ่มของตัวเอง ด้วยความบกพร่องของว่านรักนี้เองทำให้ทศเริ่มคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา เมื่อนักการเมืองใหญ่เปิดทางให้ทศได้แต่งงานกับลูกสาวของเขา ซึ่งหญิงสาวคนนั้นก็คือหวาน (รุ่นน้องที่แอบชอบหมอดินมาตั้งแต่เด็ก) ทศจึงรีบคว้าโอกาสนั้นเอาไว้

ความตึงเครียดปกคลุมดอนหินกาบอย่างไม่เคยมีมาก่อน นายกทวีสั่งให้ผู้กำกับพนาทำอะไรบางอย่างเพื่อเปิดเกมรุก !!?

ว่านรักไปหาหมอดินที่โรงพยาบาล เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของหมอดิน ซึ่งเธอเชื่อว่านายกทวีต้องหาทางกำจัดหลักฐานเหล่านั้น ระหว่างที่ว่านรักกับหมอดินกำลังเดินคุยกันอยู่ที่โถงทางเดินของโรงพยาบาล หมอดินสังเกตเห็นว่าประตูห้องของเขาถูกเปิดออก และเงาคล้ายเงาคนก็แวบผ่านไป ว่านรักจึงคว้าปืนออกมา !

EP.11 ใช้สัญชาตญาณนำความจริง

ว่านรักคว้าปืนขึ้นมาพร้อมกับเดินย่องไปหาผู้บุกรุกที่ห้องทำงานของหมอดิน แต่กลายเป็นว่าผู้บุกรุกคนนั้นคือทางไทนั่นเอง

ทางไทเอ่ยปากชมฆาตกรดอกไม้จันทน์ที่ฆ่าพวกคนเลวที่ตำรวจจับไม่ได้ แต่ว่านรักไม่เห็นด้วย เพราะฆาตกรยังไงก็ย่อมเป็นฆาตกร ระหว่างที่กำลังเถียงกันไปมาอยู่นั้น ทางไทบอกว่าแท้จริงแล้วแผลที่ข้อมือของคุณเวไม่ได้เกิดจากใครทำทั้งนั้น แต่เป็นแผลที่เธอทำตัวเอง … แล้วก็ให้บังเอิญว่าผู้กำกับพนามาได้ยินพอดี ทำให้ท่าทีของผู้กำกับพนาเปลี่ยนไป โดยเขาเอ่ยกับว่านรักว่า “ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยเรื่องคนร้ายสวมหน้ากากก็บอกได้เลยนะ”

ผลตรวจดีเอ็นเอออกมาแล้ว ปรากฏว่าดีเอ็นเอที่หน้ากากตรงกับนายกทวี นายขจร หมอสุชาติ และเสี่ยจิว ทำให้ว่านรักรีบร้อนที่จะขอศาลออกหมายจับทันที เป็นเพียงแต่ว่าหมอดินไม่เห็นด้วยกับว่านรัก เพราะควรรอผลตรวจดีเอ็นเอของเจี๊ยบเสียก่อน แต่ไม่ว่าจะทัดทานอย่างไร ว่านรักก็ดื้อดึงไม่ฟังเสียง คิดเองเออเองตามสัญชาตญาณว่าพวกนายกทวีคือฆาตกรที่ฆ่าเจี๊ยบ

ว่านรักบุกจับตัวนายกทวีกลางงานแถลงข่าว โดยตั้งข้อหาฆาตกรรม จากนั้นก็เปิดคลิปชายสวมหน้ากากที่ทำร้ายหญิงสาวที่ชื่อเจี๊ยบจนตายให้นักข่าวดู แต่เรื่องหักมุมสุดเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อเจี๊ยบ ผู้หญิงที่อยู่ในคลิปปรากฏตัวขึ้น !!!

ว่านรักอึ้งไป 18 ตลบ หน้าเหลือแค่ 2 นิ้ว ผู้หญิงที่อยู่ในคลิปที่เห็นว่าถูกฆาตกรรมไปแล้ว แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงแค่การแสดงเท่านั้น

หมอดินเดินทางมาหาว่านรักที่สถานีตำรวจ เพื่อเอาผลตรวจเลือดมาแสดงว่าเลือดที่พบในห้องเชือดห้องนั้นไม่ใช่เลือดคน

ทีนี้ แอดมินเพจจันทน์กะพ้อ (หรือฆาตกรดอกไม้จันทน์) เข้าแฮ็กข้อมูลของตำรวจเพื่อค้นข้อมูลของหญิงสาวที่หายตัวไป แล้วส่งหมายจับที่ออกในต่างประเทศของผู้หญิงที่หายไปให้ว่านรัก นั่นเท่ากับเป็นการตอบคำถามว่าผู้หญิงที่ว่านรักคิดว่าถูกพวกนายกทวีฆ่าตาย แท้จริงแล้วพวกเธอไปทำงานค้าบริการที่ต่างแดน

ท่าทีของผู้กำกับพนาเปลี่ยนไป แม้ความผิดของว่านรักจะร้ายแรงแต่เขาก็ยังให้โอกาสว่านรักทำคดีของจันทน์อีก 7 วัน

เมื่อโดนบีบด้วยเวลา ว่านรักกับหมวดตรีชัยจึงรีบเดินทางไปหาเจี๊ยบเพื่อสอบปากคำ เจี๊ยบให้การว่า ที่แท้แล้วจันทน์เป็นคนเสนอตัวให้นายกทวีกับพวก เพื่อให้ตัวเองได้ก้าวขึ้นมาเป็นเทพีดอนหินกาบ นั่นหมายความว่าสิ่งที่ว่านรักสงสัยพวกนายกทวีมาโดยตลอดนั้น ผิดทาง !

ฆาตกรดอกไม้จันทน์โทร. หานายกทวีเพื่อแบล็กเมลเงิน 10 ล้านเพื่อแลกกับข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ที่สามารถเอาผิดพวกนายกทวีได้ ทีนี้นายกทวีจึงซ้อนแผนโดยการจัดมือปืนให้ตามไปเก็บฆาตกรดอกไม้จันทน์ตามเวลาและสถานที่นัดหมาย

มือปืนลูกน้องนายกทวีลั่นไกสังหารชายปริศนาคนนั้นที่คิดว่าเป็นฆาตกรดอกไม้จันทน์จากทางด้านหลัง แต่เมื่อพลิกศพขึ้นมาปรากฏว่าคนคนนั้นคือหมอสุชาติ !!!

ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งหมดเป็นแผนของฆาตกรดอกไม้จันทน์ที่ทำไปเพื่อลวงลูกน้องของนายกทวีให้ออกไปจากบ้าน … มันปล่อยแก๊สให้อบอวลอยู่ภายในบ้านของนายกทวี แล้วล็อกประตูเพื่อไม่ให้นายกทวี คุณเว และนายขจรหนีออกไปได้ จากนั้นก็จุดไฟ !!!

EP.12 ไดอารี่ปริศนา

เกิดเหตุระเบิดที่บ้านนายกทวี พบผู้เสียชีวิต 4 รายภายในบ้าน นายกทวี, นายกขจร และคนรับใช้ ส่วนคุณเวอาการบาดเจ็บสาหัส และมีคนพบศพหมอสุชาติอยู่ที่โกดังร้าง

ว่านรักสงสัยว่าอาจเป็นฝีมือของฆาตกรดอกไม้จันทน์ เพราะพบดอกไม้จันทน์ตกอยู่ภายในบ้านของนายกทวี ส่วนหมอดินดูหลักฐานแล้วสันนิษฐานได้ชัดเจนว่าไม่ใช่เกิดจากอุบัติเหตุ แต่เขาไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร

คุณเวฟื้นขึ้นมาด้วยอาการคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นใบหน้าของตัวเองเสียโฉมไปครึ่งซีก … ในเวลาเดียวกันนั้น ตำรวจได้ออกหมายจับแอดมินเพจจันทน์กะพ้อซึ่งเชื่อว่าเป็นฆาตกรดอกไม้จันทน์

ว่านรักได้รับไอพีแอดเดรสของแอดมินเพจจันทน์กะพ้อ ซึ่งระบุว่าอยู่ที่แสงทองแมนชัน ซึ่งเป็นที่อยู่เดียวกันกับจันทน์ เมื่อรู้เช่นนั้น ว่านรักและหมวดตรีชัยพร้อมด้วยกำลังตำรวจจึงบุกไปที่นั่นพร้อมด้วยหมายค้น

กำลังตำรวจพร้อมด้วยอาวุธครบมือบุกไปจนพบห้องห้องนั้น แต่ปรากฏว่าแอดมินเพจจันทน์กะพ้อทิ้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือที่ถูกราดด้วยน้ำกรดเอาไว้ให้ว่านรักดูต่างหน้า … แท้ที่จริงแล้ว แอดมินเพจจันทน์กะพ้อก็ติดตามไอพีแอดเดรสของว่านรักเช่นกัน จึงทำให้รู้ความเคลื่อนไหวของเธอและตำรวจ

ต่อมาแอดมินเพจจันทน์กะพ้อซึ่งก็คือฆาตกรดอกไม้จันทน์ออกมาปฏิเสธว่าตัวเขาไม่ได้เป็นคนฆ่าพวกนายกทวีและหมอสุชาติ และประกาศปิดเพจจันทน์กะพ้อ

ความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าของว่านรัก ทำให้ผู้กำกับพนาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสั่งพักงานว่านรัก ในคืนนั้นเองระหว่างว่านรักดื่มจนเมามายในงานเลี้ยงส่ง เสียงโทรศัพท์จากทศก็ดังขึ้น ว่านรักรับสายทศด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “เป็นไงบ้างทศ กำลังคิดถึงอยู่พอดีเลย ?” แต่ปลายสายน้ำเสียงดูเย็นชาเอ่ยออกมาว่า “ทศว่าเราเลิกกันเถอะ !!! ไม่ใช่เพราะเราไม่รักกันนะ แต่เป็นเพราะเรามีเป้าหมายต่างกัน ว่านอยากเป็นตำรวจที่ดี ส่วนทศก็แค่อยากมีครอบครัวที่อบอุ่นก็เท่านั้น” ทุกคนรวมไปถึงว่านรักตกไปอยู่ในความเงียบงันหลังจากคำพูดนั้น

ว่านรักพยายามทำตัวให้เข้มแข็งในสายตาเพื่อน ๆ และลูกน้องตำรวจที่อยู่ในงานเลี้ยง แล้วจู่ ๆ เพลงคาราโอเกะก็ดังขึ้นมาซะอย่างนั้น ไม่เท่านั้น แทนที่ว่ารักจะร้องไห้แต่เธอเลือกที่จะคว้าไมค์ขึ้นมาร้องเพลงแทน แถมยังร้องด้วยเสียงของ “นักร้องเสียงเพี้ยน” อีกต่างหาก !!!

เมื่อเพลงจบ ว่านรักจึงออกมาเดินคนเดียว หมอดินเป็นห่วงจึงเดินตามออกมา ว่านรักมานั่งที่ม้านั่งข้างทาง ในเวลานั้นเองหมอดินจึงเผยความในใจของตัวเองที่เก็บงำเอาไว้ออกมา “ฉันชอบเธอนะ” แต่เหมือนฟ้าฟาดด้วยคำว่าหักมุมอีกครั้ง ว่านรักเมาหลับไปซะก่อนที่จะได้ยินคำกล่าวจากใจนั้นของหมอดิน … ซ้ำหนัก หมอดินต้องแบกว่านรักกลับไปส่งบ้านซะอีก แถมยังโดนอ้วกใส่เป็นของรางวัลอีกด้วย อึ๋ยยยส์

วันต่อมา ว่านรักพบไดอารี่ของจันทน์วางไว้ภายในบ้าน และข้อความที่เขียนใส่ในกระดาษจากแอดมินเพจจันทน์กะพ้อ (ฆาตกรดอกไม้จันทน์) … จากไดอารี่เล่มนี้เองทำให้ว่านรักไปขอผู้กำกับพนาเริ่มต้นการสืบสวนคดีจันทน์ใหม่อีกครั้ง

แต่หมวดตรีชัยเห็นต่าง เขาสงสัยว่าทำไมฆาตกรดอกไม้จันทน์ถึงมีไดอารี่ของจันทน์ได้ ?

ว่านรักกับหมวดตรีชัยจึงไปหาพ่อเลี้ยงของจันทน์เพื่อถามว่าลายมือที่อยู่ในไดอารี่เล่มนี้ใช่ลายมือของจันทน์หรือเปล่า แต่ดูเหมือนว่าคำตอบที่ได้คือไม่มีอะไรนอกจากคำว่า “ไม่รู้” แต่อย่างไรก็ตามว่านรักสังเกตเห็นปฏิกิริยาที่มีพิรุธของพ่อเลี้ยงเมื่อได้เห็นไดอารี่ของจันทน์ เมื่อเป็นเช่นนั้น ว่านรักจึงคิดว่าคำตอบทุกอย่างน่าจะอยู่ในไดอารี่เล่มนี้

EP.13 ฆาตกรดอกไม้จันทน์ตัวจริง ?

หมวดตรีชัยพบเบาะแสของฆาตกรดอกไม้จันทน์ เขากับว่านรักจึงไปตรวจที่แมนชันเดิมอีกครั้ง ซึ่งก็ได้พบตัวฆาตกรจริง ๆ แต่มันหนีไปได้เสียก่อน หมวดตรีชัยจึงพังประตูห้องต้องสงสัยซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องของจันทน์ ซึ่งภายในพบหลักฐานเป็นจำนวนมาก

จากฮาร์ดดิสก์ที่บันทึกจากกล้องวงจรปิดทำให้หมวดตรีชัยสงสัยว่านายพิพัฒน์เป็นผู้ต้องสงสัย เพราะเขาไปปรากฏตัวที่หน้าห้องของจันทน์เพื่อเอาดอกไม้ไปแขวนไว้ เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันเกิดของจันทน์ (ตามทฤษฎีอาชญวิทยาที่ว่า “คนร้ายจะกลับไปที่เกิดเหตุเสมอ”) ทีนี้เมื่อหมอดินรู้ เขาจึงมองว่านายพิพัฒน์จะเป็นเหยื่อรายต่อไปของฆาตกรดอกไม้จันทน์ก็เป็นได้

ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เมื่อฆาตกรดอกไม้จันทน์บุกเข้าไปที่บ้านของนายพิพัฒน์เพื่อหมายสังหารเขาจริง ๆ แต่สุดท้ายนายพิพัฒน์ก็จัดการกับฆาตกรดอกไม้จันทน์จนมันต้องหนีออกไปได้อย่างน่าเหลือเชื่ออีกครั้ง !

ว่านรักกับหมวดตรีชัยตามไปที่บ้านนายพิพัฒน์ สุดท้ายก็เข้าไปค้นในห้องของจันทน์จนพบกล่องอะไรบางอย่างของจันทน์ที่ซ่อนเอาไว้ในเบาะเก้าอี้โซฟา ซึ่งเป็นตั๋วหนัง 2 ใบ ว่านรักจึงตั้งข้อสมมติฐานขึ้นมาว่า “นายพิพัฒน์อาจจะข่มขืนจันทน์ จนทำให้เธอต้องหนีออกมาเช่าห้องอยู่คนเดียว ?”

ต่อจากนั้นว่านรักก็เพิ่มผู้สงสัยที่เป็นเจ้าของผับที่ชื่อคม โดยอาศัยข่าวเม้าท์มอยที่ว่ากันว่า คมมีพฤติกรรมชอบวางยาผู้หญิงที่มาเที่ยว ก็เลยคิดไปเองว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวกับการตายของจันทน์ เพราะจันทน์ทำงานอยู่ที่ผับแห่งนั้น อีกทั้งทั้งสองยังเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันอีกด้วย

หลังจากว่านรักไปสอบปากคำคมที่ผับ ขากลับเกิดถูกกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งรุมทำร้าย จึงกลายเป็นเหตุให้ว่านรักควบคุมตัวคม แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้นเมื่อคมมีเพื่อเป็นทนายฝีมือดีชื่อทนายโอฬารมาคอยช่วย

คืนนั้น หลังคมได้รับการปล่อยตัว ฆาตกรดอกไม้จันทน์บุกเข้าไปที่บ้านของคม แต่ก็เช่นเคย คมจัดการฆาตกรดอกไม้จันทน์ได้ แต่มันก็สามารถหนีไปได้อย่างเหลือเชื่ออีกเช่นเคย

ว่านรักพบข้อความที่ระบุไว้ในไดอารี่ของจันทน์ว่าผู้ชายที่จันทน์ชอบพออยู่คือผู้กำกับพนา !

และก็เวลาเดียวกันนั้นเอง คุณเวก็ถูกฆาตกรดอกไม้จันทน์ฆ่าตายไปอีกคนโดยใช้สารพิษ แต่เมื่อหมอดินทำการชันสูตรก็พบว่าสารพิษอาจจะอยู่ในขวดน้ำเกลือ และคนคนนั้นน่าจะเป็นคนที่สามารถเข้าไปห้องคุณเวได้โดยที่ไม่มีใครสงสัย !

ผู้กำกับพนานั่งดื่มเหล้าอยู่คนเดียว เหมือนเขากำลังจมอยู่ในความคิดกับอะไรบางอย่าง แล้วเมื่อนึกถึงคำด่าที่ว่า “ไอ้ขี้ขลาด” ผู้กำกับพนาก็ถึงกับของขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ว่านรักกับหมวดตรีชัยตามมาที่บ้านผู้กำกับพนาเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด ว่านรักคิดว่าผู้กำกับพนาอาจจะเป็นคนเก็บงำความจริงทุกอย่างไว้ แต่เมื่อมาถึง ผู้กำกับพนาไม่อยู่แล้ว ทิ้งไว้แค่เพียงกองสิ่งของที่หลงเหลือเพียงขี้เถ้า แต่เมื่อหมวดตรีชัยเขี่ยดูก็เกิดคิดไปว่าเป็นเสื้อแบบเดียวกับที่ฆาตกรดอกไม้จันทน์ใส่ เพราะเขาจำได้เป็นอย่างดี … เมื่อนำหลักฐานต่าง ๆ มาประกอบกันทำให้เกิดความเป็นไปได้ที่ว่า ผู้กำกับพนาเป็นฆาตกรดอกไม้จันทน์ !!?

แท้จริงแล้ว นายผาดเป็นคนข่มขืนจันทน์ หมวดตรีชัยจึงสันนิษฐานว่า ผู้กำกับพนาดึงคดีของนายผาดที่ข่มขืนจันทน์ออกจากสารบบ เพื่อที่ตัวเองจะเป็นคนลงมือฆ่านายผาดด้วยตัวเอง

ในขณะที่ไม่มีใครหาตัวผู้กำกับพนาพบ ว่านรักจึงคิดขึ้นมาได้ว่าผู้กำกับน่าจะไปอยู่ที่นั่น เมื่อว่านรักไปถึงก็พบเขาอยู่ที่นั่นจริง ๆ เมื่อผู้กำกับพนารู้ว่าว่านรักมาหาเขา คำแรกที่เอ่ยออกไปคือ “คุณรู้เรื่องผมกับจันทน์แล้วใช่มั้ย ?”

EP.14 อ้างความถูกต้องเพื่อทำสิ่งที่ผิด

ว่านรักไปพบผู้กำกับพนา แต่อยู่ดี ๆ ผู้กำกับพนาก็สารภาพว่าตัวเองคือฆาตกรดอกไม้จันทน์ !!!

ผู้กำกับพนาเล่าว่า เขาเจอจันทน์อยู่ข้างทางระหว่างขับรถกลับบ้านในสภาพที่เพิ่งโดนข่มขืน นับแต่วันนั้นเขาก็ให้จันทน์เข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านตามคำขอของเธอ แต่เมื่อคุณเวรู้เข้าก็ทำให้เกิดเรื่องขึ้นมา จากนั้น เขาก็เลือกที่จะล้างแค้นพวกนายกทวีด้วยการเป็นฆาตกรดอกไม้จันทน์

แม้ว่านรักจะควบคุมตัวผู้กำกับพนาเข้าห้องขัง แต่เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวก็พบความขัดกันของเหตุผลที่ผู้กำกับจะเป็นฆาตกรดอกไม้จันทน์ตัวจริง

ว่านรักจึงวางแผนใช้คมเป็นเหยื่อล่อฆาตกรดอกไม้จันทน์ตัวจริงให้ออกมา โดยว่านรักเปิดแถลงข่าวว่าคมคือฆาตกรที่ฆ่าจันทน์ เพื่อล่อให้ฆาตกรดอกไม้จันทน์ตัวจริงปรากฏตัวออกมา โดยขอความร่วมมือกับคม แม้ความเป็นจริงผลตรวจดีเอ็นเอจะออกมาแล้วว่าคมไม่ได้เป็นคนฆ่าจันทน์

แต่คมวางแผนซ้อนกลลึกไปกว่านั้น เขาต้องการเก็บฆาตกรดอกไม้จันทน์ด้วยตัวเอง แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คมกับทนายโอฬารต้องการ … ฆาตกรดอกไม้จันทน์บุกเข้าไปหมายสังหารคม แต่มันไม่รู้เลยว่าทั้งหมดเป็นแผนลวง และฆาตกรดอกไม้จันทน์ตัวจริงมันคือ “ทางไท” !!!

คมร่วมมือกับโอฬารจัดการทางไท แล้วนำร่างเขาไปทิ้งไว้ที่กลางป่า วันรุ่งขึ้นมีคนพบร่างของทางไทนอนอยู่ แต่เมื่อหมอดินมาถึงก็พบสิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือทางไทยังไม่ตาย !

หมอดินฟิวส์ขาดเมื่อรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนของว่านรัก เขาโวยวายลั่นโรงพยาบาลต่อหน้าว่านรักที่เลือกใช้วิธีปั้นหลักฐานขึ้นมาเพื่อใช้คนเป็นเหยื่อล่อ “อ้างความถูกต้องเพื่อทำสิ่งที่ผิด … ถ้าตำรวจยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะจับคนร้ายโดยไม่สนใจวิธีการ ตำรวจก็ไม่ต่างอะไรกับฆาตกร” !!!

หมวดตรีชัยกับว่านรักไปค้นห้อง แล้วจู่ ๆ หมวดตรีชัยก็เกิดสงสัยหมอดินว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับทางไทขึ้นมาซะอย่างนั้น โดยอ้างว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่เด็กอายุ 17 ปีอย่างทางไทจะฆ่าคนด้วยตัวเองคนเดียว

ทางไทฟื้นขึ้นมา เขาเอ่ยปากรับสารภาพว่าตัวเองคือฆาตกรดอกไม้จันทน์จริง ๆ และเขาก็ยืนยันว่าคมกับทนายโอฬารคือคนที่ฆ่าจันทน์ แม้ว่าว่านรักจะอ้างถึงผลตรวจดีเอ็นเอที่ไม่ตรงกับคมก็ตาม เพราะในคืนนั้น ทางไทเห็นคมกับโอฬารและใครอีกคนหนึ่งเอาศพจันทน์มาทิ้ง

ระหว่างนั้น คมกับโอฬารก็กลัวว่าถ้าทางไทฟื้นขึ้นมาตัวเองจะโดนจับติดคุก ทั้งสองจึงติดต่อไปหานายพิพัฒน์ !

หรือว่าคนที่ฆ่าจันทน์คือนายพิพัฒน์ ?

EP.15 นิติวิทยาศาสตร์ vs ลมปาก

ทางไทรับสารภาพว่าเป็นฆาตกรดอกไม้จันทน์ และยังยืนยันว่าคมกับโอฬารเป็นคนที่ร่วมมือกันฆ่าจันทน์ แต่ด้วยความที่ผลตรวจดีเอ็นเอไม่ตรงกับคนทั้งสองทำให้ยังออกหมายจับไม่ได้ หมอดินจึงบอกกับว่านรักในคืนที่มีการเอาศพจันทน์มาทิ้งมีผู้ร่วมลงมือ 3 คน ดังนั้น ถ้าหาอีกผู้ต้องสงสัยอีกคนหนึ่งเจอก็อาจจะเป็นคนที่ฆ่าจันทน์

เมื่อเป็นเช่นนั้น ว่านรักจึงสั่งให้ลูกน้องตามประกบดูพฤติกรรมของนสนพิพัฒน์ เพราะในอดีต เขาเคยเป็นลูกความของโอฬาร และเป็นคนที่น่าสงสัยมากที่สุด

ทีนี้ เรื่องราวมันเพิ่มความซับซ้อนเข้าไปอีกเมื่อว่านรักพบว่ามีคนที่สวมรอยเป็นทางไท (ฆาตกรดอกไม้จันทน์) ลงมือฆ่าพวกนายกทวี !

ในขณะที่ผู้กำกับพนาไปค้นดูภาพจากกล้องวงจรปิด แล้วจู่ ๆ เขาก็บอกให้ว่านรักมาพบ แต่ด้วยความที่ว่านรักไม่ว่างจึงให้หมวดตรีชัยไปที่บ้านผู้กำกับพนาก่อน เมื่อว่านรักกับหมอดินตามมาปรากฏว่าผู้กำกับพนากลายเป็นศพไปซะแล้ว ส่วนหมวดตรีชัยก็นอนจมกองเลือดห่างออกไปประมาณ 3 เมตร !!!

หมวดตรีชัยให้การว่าผู้กำกับพนาเป็นคนฆ่าจันทน์ แล้วเรื่องภาพจากกล้องวงจรปิดก็ไม่มีอยู่จริง ผู้กำกับพนาจึงล่อว่านรักให้ไปที่บ้านเพื่อทำการฆ่าปิดปาก แต่ดูเหมือนว่าผลชันสูตรทางด้านนิติเวชจะออกมาสวนทางกับคำให้การของหมวดตรีชัย หมอดินพบความผิดปรกติเรื่องบาดแผลของหมวดตรีชัยที่อยู่ในระยะประชิด ซึ่งสวนทางกับสถานที่เกิดเหตุและคำให้การของหมวดตรีชัย … แต่

ว่านรักไม่เชื่อ !

หมอดินเอาเรื่องการตายของผู้กำกับพนาไปบอกกับทางไท และยังบอกความลับเรื่องที่ว่า “ผู้กำกับพนาเป็นพ่อของทางไท” !!!

หมอดินอธิบายว่า ผู้กำกับพนาไม่สามารถรักกับจันทน์ได้ ก็เพราะเขาไม่สามารถรักผู้หญิงคนเดียวกับที่ลูกชายของเขารักได้ ส่วนที่เขาปกปิดเรื่องที่ตัวเองเป็นพ่อก็เพราะความรู้สึกละอายที่ไม่สามารถมีครอบครัวที่สมบูรณ์ให้ลูกได้

ต่อมาหมอดินพาทางไทไปงานศพของผู้กำกับพนา ระหว่างเดินทางกลับทางไทแกล้งหายใจไม่ออก (หอบกำเริบ) เมื่อจ่าสุถอดกุญแจมือให้ ทางไทจึงอาศัยจังหวะนั้นแย่งปืนจากจ่าสุและหนีไปได้ เขาบอกกับหมอดินว่า “ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะไปฆ่าไอ้นั่นให้ได้”

EP.16 กลับตาลปัตร

ว่านรักสงสัยนายพิพัฒน์จึงหาเรื่องไปถามเรื่องเสื้อเชิ้ตที่จันทน์ใส่ตอนเสียชีวิต แต่ที่แท้แล้วเธอต้องการดีเอ็นเอที่ได้จากรูปภาพที่เขาจับ เธอจึงนำดีเอ็นเอที่ได้ไปตรวจ เพื่อหาความเชื่อมโยงกับดีเอ็นเอที่พบในซอกเล็บของจันทน์

ว่านรักไปที่บ้านผู้กำกับ และได้ดูคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด (คลิปเดียวกับที่ผู้กำกับพนาได้ดู) แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ทำอะไรต่อ ชายปริศนาที่ปิดบังใบหน้าและสวมเสื้อฮูดก็เข้ามาวางยาสลบเธอ มันจับตัวเธอเอาไว้ จากนั้นก็ฉีดยาบางอย่างเข้าตัวเธอ แต่ก่อนที่จะหมดสติไป ว่านรักแสดงท่าทางตกใจเมื่อได้เห็นโฉมหน้าของมัน แล้วสุดท้ายมันก็เอาตัวสารวัตรสืบสวนแห่งดอนหินกาบมาทิ้งไว้ข้างถนนในตอนสายของอีกวัน

ใช้เวลาไม่นานนักหลังจากถึงมือหมอ ว่านรักก็ฟื้นขึ้นมาแทบทุกอย่างเป็นปกติ มีเพียงความทรงจำเมื่อคืนเท่านั้นที่เลือนหายไป (ว่านรักจำเรื่องคลิปวงจรปิดที่ได้ดูเมื่อคืนไม่ได้แล้ว) !

หมอดินบอกว่านั่นเป็นการออกฤทธิ์ของยากล่อมประสาทชนิดหนึ่ง ที่มีผลทำให้ความทรงจำระยะสั้นลบเลือนไป หมายความว่ามันไม่ต้องการฆ่าหรือทำร้ายว่านรัก เป็นเพียงแค่ต้องการให้เธอจำเหตุการณ์บางอย่างไม่ได้ก็เท่านั้น … แล้วใครล่ะ ที่ต้องการเช่นนั้น ?

ว่านรักชวนหมวดตรีชัยกลับไปที่บ้านผู้กำกับพนาอีกครั้ง ณ จุดนี้ ว่านรักจำได้ว่าเธอพบคลิปบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดที่แสงทองแมนชัน (ห้องพักของจันทน์) ที่อยู่ในแท็บเล็ตของผู้กำกับพนาแต่จำไม่ได้ว่าเห็นอะไร และแท็บเล็ตเครื่องนั้นมันได้หายไปแล้ว จังหวะนั้นเองหมวดตรีชัยก็โพล่งขึ้นมาว่า ทางไทเป็นคนที่น่าสงสัยมากที่สุด … แต่จะใช่หรือเปล่านะ ?

ในคืนนั้น เรื่องยิ่งพิสดารเข้าไปอีก เมื่อจู่ ๆ นายคมดันผูกคอตาย พร้อมกับเขียนจดหมายสารภาพว่าตัวเองเป็นคนฆ่าจันทน์ โดยอ้างเหตุที่ว่าวิญญาณของจันทน์ตามมาหลอกหลอนเขา ทำให้เขาต้องดื่มเหล้าจนเมามายทุกคืน จนสุดท้ายทนไม่ไหวจึงเลือกหาทางออกด้วยวิธีการฆ่าตัวตาย

ทนายโอฬารยืนยันกับว่านรักว่าลายมือในจดหมายลาตายเป็นคนนายคมจริง ๆ แต่ผลการชันสูตรของหมอดินกลับตรงกันข้าม เพราะบาดแผลและรอยช้ำที่คอไม่เป็นธรรมชาติของคนที่ผู้คอตาย นั่นเท่ากับว่า “นายคมไม่ได้ฆ่าตัวตาย” !!!

หมวดตรีชัยชี้เป้าให้ว่านรักมุ่งไปที่ตัวของนายพิพัฒน์ โดยใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เผยให้เห็นรถของนายพิพัฒน์ขับตามว่านรักในคืนที่เธอโดนจับตัวไป อย่างไรก็ตามมันก็ไม่สามารถบอกได้ว่านายพิพัฒน์เป็นคนทำร้ายว่านรัก แต่ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง หมอดินแจ้งว่านรักเรื่องผลตรวจดีเอ็นเอของนายพิพัฒน์ตรงกับในซอกเล็บของจันทน์ ว่านรักก็สั่งจับนายพิพัฒน์ทันที !

ว่านรักดูเหมือนจะเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยใด ๆ ว่านายพิพัฒน์คือฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าจันทน์ แต่ทว่า คำพูดที่ออกจากปากของนายพิพัฒน์มันกลับตาลปัตรจากสิ่งที่ว่านรักเชื่อทั้งสิ้น นายพิพัฒน์เล่าว่าจันทน์เป็นคนมาชอบเธอเอง (ซึ่งว่านรักเชื่อว่านายพิพัฒน์ชอบจันทน์และทำการบังคับขืนใจเธอ) และหนึ่งวันหลังจากที่แม่เธอเสียไปด้วยโรคมะเร็งตับ จันทน์ก็เข้ามาเสนอตัวเธอให้กับเขาแต่เขาโกรธจึงได้ไล่จันทน์ออกไปจากบ้านในคืนนั้นเอง …

มาถึงจุดนี้ว่านรักก็ยังจับประเด็นเรื่องขัดกันของคำให้การของนายพิพัฒน์ ที่ว่าเขาเป็นคนไล่เธอไปแต่ผลดีเอ็นเอในซอกเล็บของจันทน์ก็ระบุชัดเจนว่าวันนั้นเขาอยู่กับจันทน์ นายพิพัฒน์นิ่งไปพักหนึ่งแล้วตอบออกมาว่า “ใช่ คืนนั้นผมอยู่กับเธอ” !!?

EP.17 คดีพลิก

นายพิพัฒน์สารภาพว่าเขาไปหาจันทน์ในคืนวันที่เธอเสียชีวิตจริง แต่ก็เป็นเพราะจันทน์บอกกับเขาว่าจะฆ่าตัวตายถ้าเขาไม่มาหา และเขายังบอกกับว่านรักกับความลับที่ไม่มีใครรู้ก็คือ จันทน์คือลูกสาวแท้ ๆ ของเขาเอง !!!

ย้อนกลับไปสมัยยังเป็นวัยรุ่น นายพิพัฒน์คบกับแม่ของจันทน์แต่มีเหตุให้ต้องเลิกกัน โดยที่เขาไม่รู้มาก่อนว่าตอนนั้นเธอตั้งท้องอยู่กับเขาอยู่ก่อนแล้ว … ว่านรักจึงปล่อยตัวนายพิพัฒน์ไปโดยไม่แจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ

จากคำให้การของนายพิพัฒน์ทำให้ว่านรักเชื่อแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า สถานที่ใช้สังหารจันทน์ก็คือห้องของเธอเอง หมอดินกับว่านรักไปตรวจสารเรืองแสงที่เกิดจากคราบเลือด และด้วยสกิลระดับเทพของหมอดินทำให้พบคราบเลือดจำนวนมากในห้องน้ำ และเขายังเชื่อด้วยว่าคนร้ายต้องมีไม่ต่ำกว่าสองคน เพราะเขาเชื่อว่าหนึ่งในคนร้ายมีความรู้เรื่องการพิสูจน์หลักฐานของตำรวจ จึงทำให้สามารถลบรอยคราบเลือดจากพื้นและกำแพงห้องได้ทั้งหมด

ระหว่างนั้นเอง ว่านรักหันเหความสนใจมาที่ทนายโอฬาร แต่ก่อนที่เธอจะได้อะไรมากไปกว่านั้น จดหมายราชการจากส่วนกลางออกคำสั่งให้ว่านรักหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยทันที !

ว่านรักกลับบ้านที่กรุงเทพฯ แล้วให้หมวดตรีชัยดูแลคดีชั่วคราว ระหว่างนั้นเขาก็ไปพบว่าจันทน์ได้ทำแหวนคู่ขึ้นมา โดยสลักเป็นอักษรภาษาอังกฤษตัว S และตัว P ซึ่งตัวเอสก็แทนชื่อจริงของเธอ ส่วนตัว P นั้น หมวดตรีชัยคิดว่ามาจากคำว่าปฐพี ซึ่งเป็นชื่อจริงของหมอดิน !

และในคืนนั้นเอง หมอดินก็ซื้ออาหารมาให้หมวดตรีชัย แต่เมื่อหมวดตรีชัยกินเข้าไปไม่ถึงนาทีเขาก็สลบล้มพับไป หมอดินวางยาหมวดรีชัย ! ไม่เพียงแค่นั้น ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้น ชายปริศนาในเสื้อฮูดได้ลงมือฆ่านายพิพัฒน์ โดยใช้มีดจ้วงแทงนับครั้งไม่ถ้วน … หรือว่าหมอดินจะเป็นฆาตกร !!!!?

เมื่อหมวดตรีชัยยกกำลังตำรวจไปล้อมจับหมอดิน ณ จุดนี้เอง หมอดินโดนหมวดตรีชัยยิง แล้วก็พบแหวนที่สลักเป็นรูปตัวอักษรตัวพีตกอยู่ พร้อมกับพบมีดที่ใช้เป็นอาวุธสังหารนายพิพัฒน์ที่บ้านของหมอดิน

ณ จุดนี้ หลักฐานทุกสิ่งอย่างล้วนแล้วแต่ชี้ไปที่หมอดินทั้งสิ้น ในขณะที่ว่านรักก็ขับรถมุ่งตรงมาที่ดอนหินกาบด้วยความร้อนใจเพื่อไปดูอาการหมอดิน ที่นอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาลในสภาพถูกใส่กุญแจมือ … ขณะที่หมวดตรีชัยมีสีหน้าที่ใช้ความคิดเป็นอย่างมาก หรือเป็นเพราะตัวหมวดตรีชัยเองที่เป็นคนสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาเองทั้งหมด ?

ในตอนท้าย ทางไทแอบเข้ามาหาหมอดิน เขาเอามีดจ่อไปที่คอหอยของคนที่เขานับถือเหมือนพี่ชาย แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความโกรธ …

“แหวนของพี่จันทน์ไปอยู่กับพี่ได้ยังไง !!?”

EP.18 ตอนจบ

ที่แท้แล้วก็เป็นไปตามคาด หมวดตรีชัยคือฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าจันทน์ โดยมีเพื่อนรักเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดคือคมและทนายโอฬาร

หมวดตรีชัยหลอกว่านรักให้ไปที่โกดังร้าง จากนั้นก็จับว่านรักมัดเอาไว้ ที่นั่นเองทางไทก็โดนหมวดตรีชัยฉีดมอร์ฟีนจนร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ นอนแน่นิ่งใกล้ ๆ กับว่านรัก แล้วอยู่ดี ๆ เขาก็สารภาพพร้อมกับเล่าความจริงทุกอย่างออกมาให้ว่านรักฟัง สิ่งที่เขาทำลงไปก็ด้วยเหตุผลเดีบวกับทางไท นั่นก็คือความรัก …

ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อหมวดตรีชัยหลงรักจันทน์ตั้งแต่แรกเห็น ทำให้คมและทนายโอฬาร ซึ่งเป็นเพื่อนที่รักกันมากของหมวดตรีชัยต้องการให้เพื่อนมีความสุข พวกเขาจึงจ้างจันทน์ให้ไปหาหมวดตรีชัยที่เชียงใหม่ มันทำให้หมวดตรีชัยคิดเองเออเองมาตลอดว่าจันทน์รักเขา ทั้งที่มันไม่ใช่ความรัก

หมวดตรีชัยไปหาจันทน์ที่แสงทองแมนชันเพื่อถามความถึงความรู้สึกจริง ๆ ที่จันทน์มีต่อเขา แต่คำตอบที่ได้มันหักมุมและทำร้ายจิตใจเขาเกินจะทานทน …

“นี่แกยังไม่รู้อีกเหรอว่าฉันขยะแขยงแกเต็มที แกจะมารักฉันทำไม ฉันเป็นกะหรี่ !” คำพูดของจันทน์กระแทกใส่หน้าของหมวดตรีชัย “แล้วแกยังจะรักฉันอยู่หรือเปล่า ถ้าแกรู้ว่าฉันนอนกับพี่ชายของแกในวันนั้น !!!”

หมวดตรีชัยสติแตกขึ้นมา ในเวลานั้นเอง เขาก็คว้าเอามีดปอกผลไม้กะซวกแทงจันทน์นับครั้งไม่ถ้วนเพื่อให้สาสมแกความปวดใจที่เขาได้รับ … จากนั้น เขาก็โทร. ตามคมและโอฬารมาช่วย แล้วแผนการอำพรางศพก็เกิดขึ้น ซึ่งรวมไปถึงการติดสินบนสารวัตรนิติเป็นเงิน 2 ล้านบาท เพื่อให้ปิดคดีและทำลายหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ได้จากแสงทองแมนชัน

หมวดตรีชัยและพวกคิดว่าทุกอย่างมันจะจบได้ง่าย ๆ หากเป็นแต่เพียงว่า “คนร้ายมักจะกลับไปยังที่เกิดเหตุเสมอ” เป็นความจริงที่แม้แต่ตัวหมวดตรีชัยที่เป็นตำรวจก็ยังยอมรับว่าเป็นความจริง เพราะการที่เขาขอย้ายจากเชียงใหม่มาดอนหินกาบเนื่องจากเขาไม่มั่นใจว่าหลักฐานทุกอย่างโดนเก็บกวาดไปจนหมดสิ้นแล้วจริง ๆ

จังหวะนั้นเอง ว่านรักได้แก้เชือกที่พันธนาการเธอเอาไว้สำเร็จ วินาทีนั้นเธอตัดสินใจใช้วัตถุแข็งบางอย่างที่อยู่ใกล้ตัวทุ่มไปที่หัวของหมวดตรีชัย แต่ทุกอย่างเหมือนจะไม่เป็นไปตามที่คิด สุดท้ายแล้ว หมวดตรีชัยจึงคว้าปืนขึ้นมาลั่นกระสุนใส่เธอไปหลายนัด จนเลือดไหลท่วมตัวสารวัตรสาว ก่อนที่หมวดตรีชัยจะลั่นไกระเบิดสมองตัวเองตายไปง่าย ๆ ซะอย่างนั้น

แล้วภาพก็ตัดลงตรงที่หมอดิน (ที่หนีออกมาจากโรงพยาบาล) ตามมาพอดี และประคองหญิงที่เขารักไว้ในอ้อมกอดจนกระทั่งเธอหมดสติไปต่อหน้าต่อตา !

หมอดินเปิดถุงซิปที่ใช้เก็บศพ ในนั้นมีร่างของว่านรักนอนอยู่ แต่ … ทันใดนั้นเอง หมอดินก็สะดุ้งตื่นขึ้น มันเป็นเพียงแค่ความฝัน ว่านรักยังไม่ตาย เธอนอนรักษาตัวอยู่บนเตียง ไม่นานนักเธอก็ฟื้นขึ้นมา

หมอดินตัดสินใจไปอเมริกาเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับงานนิติเวช เมื่อผ่านไป 1 ปี ทั้งสองก็กลับมาเจอกันอีกครั้งในรายการห้องสืบสวนหมายเลข 7 เพื่อร่วมกันทำคดีปริศนาคดีต่อไป

จบบริบูรณ์

รีแคปสรุปละคร หลงกลิ่นจันทน์ (2021)
เรื่องย่อละคร หลงกลิ่นจันทน์ (2021)

Photos: ภาพหน้าจอจาก Ch7HD Thailand