รีแคปซีรีส์ Taxi Driver EP.15 : ไซโคปาธตัวจริง !

รีแคปซีรีส์ Taxi Driver EP.15 : ไซโคปาธตัวจริง !

Taxi Driver EP.15 : ศึกระหว่างประธานแบคกับเรนโบว์แท็กซี่ดูเหมือนจะจบสิ้นแล้ว เมื่อคังฮานาจับประธานแบคพร้อมด้วยลูกน้องเอาไว้ได้ หากทว่ามีความจริงที่น่าตกใจผุดขึ้นมาอีก !

ประธานแบคโดนอัยการคังฮานาจับเข้าซังเต … แต่ประเด็นสำคัญของเรื่องอยู่ที่การยอมเอ่ยปากสารภาพของกูยองแท และหลักฐานสำคัญนั่นคือมีดที่ใช้ในการสังหารผู้ช่วยวัง ไม่เท่านั้น กูยองแทยังให้การซัดทอดกูซอกแท แฝดผู้พี่ของเขาอีกด้วย

ณ ห้องสอบสวน กูซอกแทให้การปฏิเสธ เรื่องมีดที่ใช้สังหารผู้ช่วยวังเขาอ้างว่า “มันเป็นมีดของผมจริง แต่ผมไม่ได้พกติดตัวตลอดเวลา ที่จริงผมมักจะวางมันเอาไว้บนโต๊ะทำงาน ซึ่งใครจะหยิบมันเอาไปทำอะไรผมก็ไม่รู้”

ส่วนกูยองแทก็โบ้ยว่ากูซอกแทเป็นคนฆ่าผู้ช่วยวัง และเขาก็ยังอ้างอีกว่าตัวเองโดนบังคับให้ฆ่าชิมอูซอบ เมื่อเถียงกันไปมา คังฮานาเลยสรุปให้ว่า “ไม่เป็นไร เอาเป็นว่าตั้งข้อหาร่วมกันฆาตกรรมผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะถึงยังไงคุณทั้งคู่ก็สมคบคิดกันไม่ว่าใครจะเป็นคนแทงก็ตาม”

คิมโดกีฟื้นขึ้นมาโดยมีชเวคยองกูกับอันโกอึนเฝ้าอยู่อย่างใกล้ชิด คำถามแรกที่เขาถามก็คืออาการของพัคจินออนที่ถูกรถบรรทุกพุ่งเข้าชน ชเวคยองกูจึงบอกว่าพัคจินออนยังอยู่ในห้อง ICU และยังไม่ได้สติ ส่วนอันโกอึนก็ร้องไห้ออกมาไม่หยุดเพราะสงสารพัคจินออน

ในขณะเดียวกัน จางซองชอลก็แซะประธานแบคขณะที่เข้าไปเยี่ยม “ชุดนักโทษดูแล้วเข้ากับคุณดีนะ” แต่ประธานแบคตอกกลับ “ฉันคิดว่าคุณก็น่าจะได้ใส่มันอีกไม่นานนี้”

แม้ประธานแบคและลูกน้องจะโดนจับไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเรนโบว์แท็กซี่วีไอพีคงจะไปต่อไม่ได้เช่นกัน ทีมเรนโบว์แท็กซี่วีไอพีมารวมกันยกเว้นพัคจินออนที่ยังนอนอยู่ใน ICU จางซองชอลประกาศว่า “ไม่ช้าก็เร็วพวกเราคงจะต้องถูกหมายเรียกไปสอบสวน … ทุกคนต้องมาลำบากกับสิ่งที่ไม่จำเป็น ซึ่งทั้งหมดมันเป็นความผิดของผมเอง” อันโกอึนมองต่าง “ทำไมผอ. จางถึงโทษตัวเองล่ะ เราทำแบบนี้เพราะมีพวกคนชั่วที่ทำผิดต่างหาก”

จางซองชอลกล่าวว่า “ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะถึงเวลาที่ต้องสะสางเรื่องนี้แล้ว … ความรุนแรงหนึ่งที่เกิดขึ้นนำไปสู่อีกความรุนแรงหนึ่ง และการแก้แค้นก็นำไปสู่การแก้แค้นอีกครั้ง เป็นแบบนี้ไม่จบสิ้น …”

คิมโดจีพาคังฮานาไปที่คุกลับ อัยการสาวเดินดูรอบ ๆ ด้วยความประหลาดใจ เธอนึกถึงคำพูดของอาชญากรคนหนึ่งที่พูดว่า “เราไม่ใช่มนุษย์ที่นั่น (ในคุกลับ)”

คิมโดกียอมรับว่าเขาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการกระทำความผิดกับประธานแบค “พวกเขา (อาชญากร) ทำในสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรทำ … การที่เราขังพวกเขาเอาไว้ที่นี่ จริง ๆ แล้วเราหวังให้พวกเขากลับตัวกลับใจแม้มันจะเกิดจากความกลัวก็ตาม แต่ในท้ายที่สุด เราก็รู้ว่าสิ่งที่เราตั้งใจทำมาทั้งหมดมันล้มเหลว” คือคิมโดกีพยายามจะอธิบายว่าไอเดียของคุกลับมันเริ่มต้นจากความคิดที่ดีที่จะทำให้อาชญากรเหล่านั้นกลับตัว โดยใช้ความกลัวแต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้ผล

คังฮานารีบออกจากคุกลับไปหลังจากคิมโดกีเอ่ยปากขอให้เขาเป็นคนรับผิดทั้งหมดเอง “ตามที่ให้สัญญาไว้ ผมจะชดใช้ความผิดที่ได้ก่อเอาไว้ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผมทำ ได้โปรดปล่อยเพื่อน ๆ ของผมด้วย พวกเขาไม่เกี่ยวอะไร” แต่อัยการสาวปฏิเสธ “ฉันขอทำการสืบสวนเรื่องนี้โดยละเอียดเสียก่อน”

แต่ระหว่างนั้นได้เกิดเรื่องประหลาดขึ้น เมื่อโอชอลยอง (ไซโคปาธที่คังฮานาเคยเข้าไปสัมภาษณ์ในคุก) ได้เขียนจดหมายรับสารภาพความผิดที่เขาได้ก่อขึ้นถึงคังฮานาและจางซองชอล โดยเนื้อหาในจดหมายระบุว่า เขาเป็นคนฆ่าเด็กมัธยมต้นและผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งผู้หญิงคนดังกล่าวคือแม่ของคิมโดกี !!!

ถ้าสิ่งที่โอชอลยองรับสารภาพในจดหมายเป็นจริงนั่นก็หมายความว่า มีการจับผิดตัวเกิดขึ้น !!!

เมื่อตรวจดีเอ็นเอก็พบว่าสิ่งที่โอชอลยองรับสารภาพเป็นความจริง เขาเป็นฆาตกรที่ฆ่าเด็กสาวมัธยมคนนั้นเมื่อ 20 ปีก่อน … ทีนี้ปัญหามันอยู่ตรงที่ คิมชอลจิน แพะรับบาปที่ต้องโทษในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำมาอย่างยาวนานถึง 20 ปี ! ซึ่งโจจินอูกับคังฮานาได้เดินทางไปหาเขา พร้อมทั้งก้มหัวขอโทษแทบจะถึงพื้นด้วยความรู้สึกผิดที่เขาถูกกระบวนการยุติธรรมพิพากษาโดยไม่เป็นธรรม พร้อมกับพูดว่าจะมีการรื้อคดีขึ้นมาใหม่

คิมชอลจินได้รับการปล่อยตัวออกมา สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้คือการแก้แค้น เขารู้สึกว่ากฎหมายไม่ควรสำคัญกว่าความเป็นมนุษย์ ! คิมชอลจินโทร. ไปหาเรนโบว์แท็กซี่วีไอพี และคิมโดกีเป็นผู้รับสาย จางซองชอลยืนยันว่าจะไม่รับงานแก้แค้นอีก แต่คิมโดกีขอร้องและบอกว่า “งานนี้จะเป็นงานสุดท้าย”

คิมชอลจินขึ้นรถแท็กซี่วีไอพี จากนั้นขาก็ได้เล่าเรื่องของตัวเอง เมื่อ 20 ปีเขาเป็นแพะรับบาปของกระบวนการยุติธรรม แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแต่ชีวิตเขาได้พังทลายลงไป เมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร ครอบครัวที่อยู่กันอย่างมีความสุขก็ต้องล่มสลายแยกกันไปคนละทิศละทาง เพราะเขาถูกตำรวจซ้อมให้รับสารภาพ ส่วนอัยการก็ไม่ได้สนใจอะไร ตำรวจว่ายังไงก็ว่าอย่างนั้น

คิมโดกีกล่าวว่า “ตอนนี้โอชอลยองติดคุกอยู่และคงจะเท่าตายในคุก และตอนนี้คุณก็เป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว คุณก็สามารถกลับไปหาครอบครัวได้ แต่ถ้าคุณเลือกที่จะแก้แค้นคุณก็จะกลายเป็นอาชญากรขึ้นมาจริง ๆ” เมื่อคิมชอลจินได้ฟังก็ตอบกลับไปว่า “ผมสูญเสียครอบครัวไปแล้ว ผมต้องการให้โอชอลยองสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเหมือนผมบ้าง โปรดแก้แค้นให้ผมด้วย”

คังฮานาเข้าไปสอบสวนโอชอลยองในคุกอีกครั้ง คำพูดที่น่าตกตะลึงที่เขากล่าวอ้างก็คือคำพูดที่แม่ของคิมโดกีคุยกับเขาผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งแน่นอนว่ามีแต่คิมโดกีเท่านั้นที่รู้ “แม่ทำสตูว์โดเก็นจังที่ลูกชอบเอาไว้ ค่อย ๆ มา ไม่ต้องรีบล่ะ” ( สตูว์โดเก็นจัง เป็นสตูว์เต้าเจี้ยวเกาหลี ซึ่งเป็นเต้าเจี้ยวหมัก)

เมื่อความจริงเรื่องฆาตกรที่ฆ่าแม่รู้ถึงหูคิมโดกี ความเจ็บปวดที่ไม่สามารถบรรยายได้ก็เข้าเกาะกุมจิตใจของเขา ความโกรธที่คูณด้วยความเสียใจ แต่สุดท้ายเขาก็ทำอะไรกับมันไม่ได้ คิมโดกีคุกเข่าลง ณ จุดนั้นและหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมา

Photos: ภาพหน้าจอ SBS Korea