c-26960-the-penthoue-3-2021-kdrama-spoiler

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ The Penthouse 3 (2021)

The Penthouse 3 : ดราม่าระทึกขวัญเหวี่ยงวีนของไฮโซระดับสูงของเกาหลี กับความปรารถนาความยิ่งใหญ่ที่โนลิมิตอันบิดเบี้ยวของชีวิต และการร่วมมือกันเพื่อแก้แค้นของผู้หญิงเพื่อปกป้องลูก ๆ ของพวกเธอ …

EP.1 ยินดีต้อนรับสู่คุกคนคลั่ง

เริ่มต้นด้วยดันแทต้องนอนอยู่ในห้องขังที่เต็มไปด้วยแมลงนานาชนิด เนื่องจากความสกปรกและความแออัด เขาได้รับการบอกเล่าจากเพื่อนคนคุกว่า ในคุกก็มีสิ่งที่เรียกว่าเพนต์เฮาส์เช่นเดียวกัน ห้องที่นั่นนอนสบายกว่า สะอาดกว่า เขาเพียงแค่ต้องจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ก็เท่านั้น ดันแทตาลุกวาวขึ้นมาทันที … ส่วนคยูจินที่อยู่ในห้องเพนต์เฮาส์ที่ว่าก็ต้องก้มหน้าก้มตาขัดส้วมล้างห้องน้ำไป ด้วยความจำยอมเพราะกลัวโดนซามู (หมายถึงพวกคนคุกที่เป็นมือปืนรับจ้าง) ในคุกกระทืบเอา

ในขณะที่มารีก็ทำตัวอยู่เป็น ยอมเอาอกเอาใจขาใหญ่ด้วยการนวดเพื่อแลกกับขนมห่อ 5 บาท ในขณะที่ซอจินก็ได้ทำตัวเยี่ยงราชินีในคุก โดยใช้ช่องว่างการเข้าเยี่ยมของทนายและการติดสินบน แต่เมื่อรู้ว่ามูลนิธิชองอากำลังถูกขายออกไป ซึ่งมีซูรยอนอยู่เบื้องหลัง ซออินก็ปรี๊ดแตกขึ้นมาด้วยความโกรธ แต่หลังจากนั้นไม่นานนัก ก็มีคนร้องเรียนเรื่องที่ซอจินมีอภิสิทธิ์ ทำให้ซอจินถูกตัดสินการเข้าพบทนาย ดังนั้นชีวิตดั่งราชินีในคุกของเธอจึงจบลง แถมยังถูกผู้คุมบางคนเหม็นขี้หน้าเอาซะอีก

ภาพตัดมาที่ยุนชอลที่กำลังลับคมแปรงสีฟัน โดยความมุ่งหมายของเขายังคงชัดเจนที่จะเอาชีวิตดันแทให้จงได้ … และดันแทก็ถูกพาตัวมาในที่ที่เรียกว่าเพนต์เฮาส์ ซึ่งมันก็คือห้องขังเดียวกับที่คยูจินกับยุนชอลอยู่นั่นแหละ โดยมีบังชีซุนเป็นขาใหญ่

เมื่อยุนชอลเห็นหน้าดันแทเท่านั้นแหละความเดือดดาลก็พลุ่งพล่านทันที ยุนชอลกำแปรงสีฟันลับคมเอาไว้ในมือ หมายจะเอาชีวิตดันแทให้สิ้นไปตรงหน้า แต่ดันแทก็เอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ทั้งสองเกิดต่อสู้กัน ในที่สุดผู้คุมก็มาห้ามและขาใหญ่บังชีซุนก็เคลียร์กับผู้คุมให้ จากนั้นบังชีซุนก็บอกกับยุนชอลว่าให้เก็บความโกรธเอาไว้รอใช้ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม และเขาจะเป็นคนสั่งสอนดันแทให้เอง

ในขณะที่ดันแทและนักโทษคนอื่น ๆ กำลังอาบน้ำด้วยความสุขใจสบายตัว บังชีซุนก็โผล่เข้ามาด้านหลังดันแท เขาจัดการดันแทจนไปนอนกองอยู่บนพื้นห้องน้ำอยู่อย่างนั้น สักพักใหญ่เลขาโจก็มาเยี่ยมดันแทเพื่อรายงานเรื่องโลแกนลี และดูเหมือนว่าดันแทได้วางแผนการใหญ่เอาไว้แล้ว

แล้ววันสำคัญของดันแทก็มาถึง เมื่อนักโทษถูกปล่อยตัวให้ออกมาเดินเล่นที่สนาม ยุนชอลกับดันแทเกิดการต่อสู้กัน ทันใดนั้นเอง ดันแทก็เอาแปรงสีฟันลับคมแทงใส่ท้องตัวเองแบบเนียน ๆ ให้ทุกคนเห็นว่ายุนชอลเป็นคนแทงเขา จากนั้นดันแทก็ถูกตัวนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วนในสภาพอาการสาหัสเพราะเสียเลือดมาก

ตัดภาพมาที่ซอจินบ้าง เธอยังคงใช้ชีวิตด้วยความเย่อหยิ่งยโสแม้จะอยู่ในคุกก็ตาม แต่ด้วยความเย่อหยิ่งของเธอนี้เอง เมื่อโดนขาใหญ่สั่งให้ร้องเพลงเธอก็ปฏิเสธ จนโดนขาใหญ่สั่งสอนโดยการตบหน้าจนน้ำหูน้ำตาไหล สุดท้ายซอจินก็ต้องร้องเพลงให้เพื่อนคนคุกในห้องขังฟังด้วยสภาพใบหน้าที่ยับเยิน

ทุกวัน ๆ ซอจินต้องอยู่ในสภาพกดดันทั้งเรื่องอาหารการกินที่ต้องแย่งกัน เรื่องที่หลับที่นอน หรือแม้แต่ความจริงที่ว่าเธอต้องเป็นเบ๊คนอื่นเมื่อต้องอยู่ในคุก กระทั่งวันหนึ่งสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น ซอจินรั่ว !!!

คืนหนึ่ง ซอจินลุกขึ้นมาร้องเพลงกลางดึก ร้องอยู่อย่างนั้นไม่หยุด แล้วก็เพ้อถึงเรื่องความชีวิตของเธอเมื่อครั้งที่อยู่นอกคุกนู่นนี่นั่น อนิจจังอนิจจาซอจินหลุดโลกไปจริง ๆ ซะแล้วหรือว่านี่มันเป็นแผนการแสดงระดับรางวัลออสการ์ของเธอกันแน่นะ ?

ทีนี้ก็มาถึงบทของไฮโซคนหน้ามนโลแกนลีที่เดินทางมาถึงเกาหลีเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ดันแทถูกนำตัวมาที่โรงพยาบาล ซึ่งทุกอย่างได้ถูกวางแผนเอาไว้ทั้งหมดแล้ว แม้แต่จ่ายเงินอุดปากหมอแผนกฉุกเฉินที่ทำการรักษาดันแท จึงทำให้เขาลากสังขารตัวเองทั้ง ๆ ที่บาดเจ็บหนักสามารถออกมาจากโรงพยาบาลได้ โดยมีเลขาโจรอรับอยู่ด้านนอกพร้อมกับระเบิดที่เตรียมเอาไว้ ในขณะที่ดงพิลก็แอบก๊อปปี้ข้อมูลคีย์การ์ดเพนต์เฮาส์ของซูรยอน

ดันแทปลอมตัวแบบเฟสออฟเป็นคุณลุงเข็นของขายเดินวนไปวนมาที่รถของโลแกนลี ขณะที่เขากำลังมาพบกับซูรยอนด้วยดอกไม้ช่อโต ในตอนนั้นซูรยอนกำลังเดินมาหาโลแกนที่ลานจอดรถ ระเบิดก็เกิดระเบิดขึ้นที่รถของโลแกนดังลั่นสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณ หนุ่มไฮโซคนหน้ามนดับอนาถอยู่ตรงนั้นด้วยแรงระเบิด ในขณะที่ดันแทยืนยิ้มเยาะด้วยความสะใจอยู่บริเวณใกล้ ๆ นั้นเอง ส่วนซูรยอนก็หลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเสียใจ

หลังจากนั้น ดันแทก็ใช้รถแบ็กโฮบุกไปตะลุยบ้านพักตากอากาศสุดหรูของประธานผู้พิพากษาจอง ในขณะที่ท่านผู้พิพากษาหัวงูกำลังกุ๊กกิ๊กอยู่กับอีหนูอยู่ ดันแทข่มขู่ให้ตัดสินพิพากษาลดโทษให้กับเขา

เมื่อเสร็จภารกิจที่วางเอาไว้ทั้งหมด ดันแทก็ให้เลขาโจพาตัวเขากลับไปที่โรงพยาบาลโดยเร็ว แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน เมื่อเขาบาดเจ็บหนักและมีพยานยืนยันที่อยู่เขาที่โรงพยาบาล ทำให้เขารอดจากการเป็นผู้ต้องสงสัยในการวางระเบิดโลแกนไปได้แบบชิล ๆ ซึ่งต่อมาเราก็ได้รู้ว่า คยูจินก็เป็นหนึ่งในคนหนึ่งที่ช่วยดันแทในการดำเนินแผนนี้จนสำเร็จ

เรื่องราวดำเนินต่อไป ดันแทได้ขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดีอีกครั้ง ครั้งนี้เขามีสีหน้าที่มั่นใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาโบ้ยความผิดไปให้โลแกนลีซึ่งแน่นอนว่าโลแกนลีไม่มีทางที่จะมาโต้ข้อกล่าวหานี้ได้เพราะเขาตายไปแล้ว อีกทั้งยังซัดความผิดไปให้ยุนชอลอีกด้วย

ระหว่างนั้น ซอจินได้เข้ารับการรักษาอาการทางจิต ซึ่งเราได้รู้จากผู้คุมว่าซอจินพยายามฆ่าตัวตายมาแล้วถึง 3 ครั้งด้วยกันแต่ก็ไม่ตายสักที สุดท้ายแล้วแผนของซอจินดูเหมือนจะได้ผล เมื่อเธอติดคุกเพียงแค่ 2 ปี หลังจากนั้นก็ได้คุมประพฤติ 4 ปี

ซอจินได้รับอิสรภาพแล้ว แต่เธอได้สูดกลิ่นของโลกกว้างได้เพียงไม่กี่นาที คนปริศนาก็ลากตัวเธอขึ้นรถไป แล้วพาเธอไปที่หน้าผาแห่งหนึ่ง และคนที่จับตัวซอจินมาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ ยุนฮีกับซูรยอนนั่นเอง …

ซูรยอนตวาดใส่ซอจินไม่หยุด ถามว่าทำไมต้องฆ่าโลแกนลีด้วย แต่ซอจินก็ยืนยันกระต่ายขาเดียวว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าซูรยอนจะเค้นถามเท่าไรก็ไม่ตอบ สุดท้ายซูรยอนจึงถีบซอจินตกหน้าผาไป ร่างของซอจินกระแทกผืนน้ำด้านล่างแล้วตัวเธอก็จมหายไป

EP.2 ตีสองหน้าออกสื่อ

ซูรยอนถามซอจินด้วยความเดือดดาล “แกฆ่าโลแกนทำไม !!? แกคิดเหรอว่าฉันไม่รู้” แต่ซอจินยืนยันว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น เมื่อเห็นว่าซอจินยังปากแข็ง ซูรยอนและยุนฮีจึงช่วยกันถีบซอจินตกหน้าผาไป ร่างของซอจินกระแทกผิวน้ำเบื้องล่างและหายไป

จริง ๆ แล้วที่นั่นซูรยอนได้เตรียมนักประดาน้ำเอาไว้คอยช่วยซอจินอยู่แล้ว ซอจินเมื่อถูกช่วยขึ้นมาได้ก็โวยวายเป็นการใหญ่ “นี่กำลังทำบ้าอะไรกัน ทำไมพวกแกถึงทำกับฉันแบบนี้” ซูรยอนที่ตอนนี้ไม่เชื่อในระบบยุติธรรมอีกต่อไปตั้งแต่ดันแทได้รับอิสรภาพ จึงตอบกลับไปว่า “ยังไงซะ เราต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันไม่ใช่เหรอ นั่นคือต้องการกำจัดดันแท เพราะฉะนั้นฉันพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกคนที่จะทำให้มันเป็นจริง เรามาร่วมมือกันเถอะ เราต้องหาหลักฐานให้ได้ว่าดันแทเป็นคนลงมือฆ่าโลแกน”

ซอจินทำท่าปฏิเสธ แต่สุดท้ายเธอก็พูดออกมาว่า “ฉันไม่ยอมให้พวกเธอสองคนแตะต้องจูดันแท เพราะคนที่จัดการมันต้องเป็นฉันคนเดียวเท่านั้น”

หลังจากนั้น ซอจินก็ไปหาอึนบยอลที่ร้านบิงซู ซึ่งครูจินกำลังป้อนบิงซูให้อึนบยอลด้วยท่าทางมีความสุข แต่เมื่ออึนบยอลเห็นแม่ของเธอ คำพูดแย่ ๆ ต่าง ๆ นานาก็พรั่งพรูออกมาจากปาก เธอคิดว่าแม่เป็นคนที่ทำให้ชีวิตของเธอพัง แถมยังขี้คุก สุดท้ายอึนบยอลจึงขอให้แม่เลิกยุ่งกับชีวิตของเธอ เพราะตอนนี้เธอมีครูจินคอยดูแลอยู่แล้ว ส่วนซอจินก็คิดว่าเธอต้องทวงคืนทุกอย่างกลับมาเป็นของเธอเสียก่อนเพื่อให้ลูกสาวกลับมายอมรับเธออีกครั้ง

ระหว่างนั้น ดันแทเตรียมเข้าควบคุมชองอากรุ๊ปและจัดงานแถลงข่าว ระหว่างนั้นเอง ซอจินก็โผล่เข้ามากลางวงและตีสองหน้า แสดงออกต่อหน้าสื่อว่าเธอกับดันแทยังรักกันดี อย่างไรก็ตาม ข่าวถูกนำเสนอไปว่าซอจินกับดันแทรักกันดี และมันทำให้หุ้นของชองอากรุ๊ปกลับพุ่งขึ้น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ

ซอจินกับดันแทไปคุยกันบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนชั้นดาดฟ้าของตึก เห็นได้ชัดว่าดันแทไม่พอใจการมาของซอจิน และเขาก็ไม่คิดจะร่วมมือกับซอจินอีกต่อไป แต่ซอจินยิ้มเยาะพร้อมกับเผยหลักฐานที่เป็นรูปถ่ายของลุงขายข้าวโพดคั่ว (ซึ่งก็คือดันแทที่ปลอมตัว) ที่อยู่ในเหตุการณ์วางระเบิดโลแกน ซอจินรู้ว่าลุงคนนั้นคือดันแท … เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ดันแทจึงต้องยอมจำใจตกเป็นเบี้ยล่างของซอจินอย่างไม่มีทางเลือก

ทีนี้เรื่องมันวุ่นวายหนักขึ้นไปอีก เมื่ออเล็กซ์ (พี่ชายโลแกน) บุกเข้าไปหาซูรยอนเพื่อสอบถามถึงเรื่องการตายของโลแกน และเงิน 1 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 280 ล้านบาท) ที่หายไปในวันเดียวกับที่โลแกนตาย อเล็กซ์เชื่อว่าซูรยอนมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขู่ว่าจะล้างแค้นคนที่ก่อเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างแน่นอน

ต่อมาไม่นานนัก คยูจินกับยุนชอลก็ได้รับปล่อยตัวออกมาเช่นกัน และสำหรับยุนชอลแล้วการออกมาครั้งนี้คือการแก้แค้น

ช่วงค่ำของวันหนึ่ง ดันแทกำลังพูดคุยอยู่กับซอกคยองที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จังหวะนั้นเองแบคจุนกิเตรียมจะสังหารดันแทให้ตายไปเสีย แต่ซูรยอนก็โผล่ขึ้นมาและหยุดเขาไว้ ในขณะที่ดันแทรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น

EP.3 แม่ที่แท้จริงของเด็กแฝด

ขณะที่จูดันแทกำลังคุยอยู่กับซอกคยองในร้านอาหารเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโซลอยู่นั้น แบคจุนกิได้จับจ้องมองเขาอยู่ด้วยความโกรธแค้นอยู่หลังบาร์ ทันใดนั้นเองเขาก็หยิบปืนออกมาเล็งไปที่จูดันแท แต่วินาทีเหนี่ยวไก ซูรยอนได้เข้ามาขัดขวางพอดี ทำให้กระสุนพลาดเป้าไป จากนั้นซูรยอนก็พาแบคจุนกิหนีไปทางบันไดหนีไฟ และทุกอย่างก็เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แม้ซูรยอนจะอยากให้จูดันแทตายมากแค่ไหน แต่เธอก็ยอมให้ซอกคยอง ลูกสาวของเธอเห็นพ่อตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้

ซูรยอนได้ถามเรื่องราวทั้งหมดจากแบคจุนกิ ซึ่งได้ความว่า “ผมมาเกาหลีเพราะโลแกน ชื่อจริงของผมคือจูดันแท !” ซูรยอนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ

จากนั้นชายผู้อ้างว่าตัวเองคือจูดันแทตัวจริงก็ได้เล่าว่า เมื่อ 27 ปีก่อน แบคจุนกิ (จูดันแทในปัจจุบัน) เป็นคนสนิทของครอบครัวเขา และเขาเองก็นับถือเหมือนพี่ชายเพราะเป็นคนทำงานให้กับพ่อตั้งแต่เมื่อพ่อเขาเริ่มทำธุรกิจใหม่ ๆ ต่อมาครอบครัวของเขาได้ย้ายไปอยู่ญี่ปุ่น ไม่นานหลังจากนั้น แบคจุนกิก็มาที่บ้านกลางดึกโดยต้องการทรัพย์สินที่อยู่ในตู้เซฟ แต่เมื่อพ่อกับแม่เขาไม่ยอมบอกรหัสตู้เซฟ แบคจุนกิจึงฆ่าพ่อกับแม่เขาอย่างโหดเหี้ยมด้วยดาบซามูไร ด้วยความกล้วเขาจึงบอกรหัสผ่านให้กับแบคจุนกิ และเมื่อเขาฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในแผนกปิดในโรงพยาบาลจิตเวช หลังจากนั้นแบคจุนกิก็สวมรอยเป็นเขาในชื่อจูดันแทตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“ในวันที่โลแกนโดนลอบวางระเบิด ผมเห็นชายแก่คนหนึ่งอยู่ใกล้ ๆ ที่เกิดเหตุ แม้จะผ่านไป 27 ปีแล้วแต่ผมก็จำสายตาชั่วช้าของมันได้ มันคือแบคจุนกิ ไอ้สารเลวนั่นฆ่าโลแกน !!!” แบคจุนกิระบายความเดือดดาลออกมากับซูรยอน จากนั้นเขาก็มอบแหวนให้ซูรยอน ซึ่งเป็นแหวนที่โลแกนเตรียมเอาไว้ขอเธอแต่งงาน

ต่อมา เจนนี่ได้รับไฟล์เสียงจากซอกคยองซึ่งระบุว่า ดงพิล พ่อของเธอเป็นฆาตกร เมื่อเจนนี่ได้รู้ความจริงที่พ่อกับแม่ปิดบังเอาไว้ยาวนานกว่า 6 ปี และเธอก็โดนหลอกมาตลอดว่าพ่อไปทำงานที่ดูไบ เจนนี่เสียใจเป็นอย่างมาก “แม่เป็นอดีตคนทำงานในห้องอาบน้ำ แถมพ่อยังเป็นฆาตกรอีก แบบนี้หนูจะใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนต่อได้ยังไง” มารีโกรธมากขนาดที่จะไปฆ่าจูดันแทในทันที แต่ดงพิลห้ามเอาไว้ เขาบอกว่าให้รอก่อน รอจนกว่าเขาจะหาหลักฐานได้ว่าตัวเขาไม่ได้เป็นคนฆ่าผู้หญิงคนนั้น แล้วหลักฐานที่ว่าก็ถูกฝังเอาไว้อยู่ใต้น้ำพุของเฮราพาเลซ

ซูรยอนสงสัยยุนฮีเกี่ยวกับเงินหมื่นล้านดอลลาร์ (สิบล้านล้านวอน) ของโลแกนที่หายไป ยุนฮีพยายามบ่ายเบี่ยงว่าเธอไม่รู้ไม่เห็นอะไร โดยอ้างว่าเธอไม่ได้สนิทกับโลแกนขนาดนั้น แต่ในความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ …

ในตอนนั้น โลแกนบอกกับยุนฮีว่า “พอผมกลับจากอเมริกา ผมจะได้รับมรดกในชื่อของซอลอา ผมกำลังคิดจะใช้เงินก้อนนั้นก่อตั้งมูลนิธิสนับสนุนเด็กที่มีความสามารถแบบซอลอา” โดยเขาขอให้ยุนฮีเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และห้ามบอกซูรยอนเป็นเด็ดขาด

ขณะที่จูดันแทกำลังเลี้ยงฉลอง อยู่ดี ๆ แบคจุนกิก็โผล่มาทักทายจูดันแท แถมยังทำตัวสนิทสนมถึงขั้นเป็นพี่น้อง แต่ก่อนที่แบคจุนกิจะเล่าเรื่องในอดีตมากไปกว่านี้ ดันแทจึงดึงแบคจุนกิมาคุยกันเป็นการส่วนตัว … จากการสนทนาทำให้เราได้รู้ว่า โลแกนเป็นคนช่วยแบคจุนกิออกมาจากโรงพยาบาลจิตเวช

การปรากฏตัวของแบคจุนกิทำเอาจูดันแทถึงกับประสาทกลับ เขาสั่งให้เลขาโจตามหาที่อยู่ของแบคจุนกิ แต่ไม่ทันไรแบคจุนกิก็ปรากฏตัวขึ้นที่บ้านของดันแทพร้อมกับรอยยิ้มปลอม ๆ “ผมขอนอนพักที่นี่ซักสองสามวันได้ไหม ?” ซึ่งแน่นอนว่าจูดันแทมิอาจปฏิเสธได้

ทีนี้ก็มาถึงคีย์พอยต์ของตอนนี้ เราได้รู้ว่าแท้จริงแล้วซูรยอนไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิดเด็กแฝด ซอกฮุนและซอกคยอง โดยในตอนที่ซูรยอนคลอดมีการสับเปลี่ยนเด็ก … ยุนฮีตามสืบเรื่องนี้จนเธอได้รู้ว่า แม่ของเด็กแฝดได้ถูกฆาตกรรมตายไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นคดีฆาตกรรมไร้ศพที่มีดงพิลเป็นฆาตกรนั่นเอง

ในตอนท้าย ดงพิลแอบเข้าไปที่น้ำพุของเฮราพาเลซพร้อมกับค้อนปอนด์ เขาทุบไปที่อิฐจนได้พบศพที่ซ่อนอยู่ ในขณะที่ดันแทก็เฝ้ามองดูอยู่ด้วยสายตาที่ซ่อนเล่ห์เหลี่ยม เหมือนกับกำลังคิดแผนการบางอย่างเอาไว้ …

EP.4 ศพใครอยู่ใต้น้ำพุ ?

ซอจินแอบเข้าไปในห้องของแบคจุนกิแล้วทำการค้นกระเป๋าเสื้อผ้าของเขา จนไปพบเข้ากับใบปลิวประกาศจับที่เป็นหน้าของจูดันแทสมัยยังหนุ่ม ๆ แต่ข้อความกลับระบุว่าเขาชื่อแบคจุนกิ เมื่อเห็นเช่นนั้น ซอจินจึงพึมพำออกมาว่า “คนที่ต้องการตัวคือแบคจุนกิแต่หน้าคือจูดันแท ?”

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง แบคจุนกิก็เดินเข้ามาในห้องแสดงท่าทางไม่พอใจที่โดนค้นข้าวของ ซอจินจึงถามออกไปด้วยความสงสัย “จูดันแทโดนประกาศจับเหรอ นี่มันเรื่องอะไรกัน ?” ซึ่งแบคจุนกิก็ทำเป็นตอบเลี่ยง ๆ ไปว่า “คนในรูปไม่ใช่พี่จูดันแท แล้วทีหลังอย่ามาค้นห้องผมอีก”

ซอจินถามจูดันแทถึงเรื่องใบประกาศจับที่เป็นหน้าเขาแต่ระบุชื่อแบคจุนกิ ซึ่งจูดันแทขึ้นเสียงใส่ตอบกลับไปว่า “อย่าโง่สิ ! ผู้ชายคนนั้นเป็นนักต้มตุ๋น” เมื่อจูดันแทเดินจากไปแล้ว ซอจินจึงยิ้มขึ้นมาแล้วเอ่ยออกมากับตัวเองว่า “คนที่จะทำลายจูดันแทได้ก็คือตัวจูดันแทเอง”

ซอกคยองโดนซูรยอนจับได้ว่าขโมยบัตรประชาชนและตราประทับไปให้จูดันแท ซูรยอนจึงขู่ว่าจะเอาเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจ ซอกคยองตอบกลับไปด้วยความเดือดดาล “ก็แจ้งเลยสิ จับหนูโยนเข้าคุกเหมือนที่พ่อเคยโดนเลยสิ ไม่ใช่แม่แท้ ๆ อยู่แล้วนี่ ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ !” แล้วเธอก็ทิ้งบัตรประชาชนของซูรยอนเอาไว้บนพื้นแล้วเหยียบขยี้มันด้วยเท้า ก่อนที่จะเดินจากไปอย่างไม่ไยดี

ยุนฮีจ้างนักสืบสืบจนได้รู้ความจริงว่าดงพิลเป็นคนฆ่าคิมมีซุก แต่นักสืบตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนที่ดงพิลจะเข้ามอบตัว ตำรวจสงสัยคนอื่นว่าเป็นฆาตกร คนคนนั้นคือจูดันแท

ยุนฮีเข้าไปถามดงพิลตรง ๆ ว่า “ทำไมคุณถึงฆ่าคิมมีซุกเมื่อ 6 ปีก่อน ผู้หญิงคนนั้นคือแม่แท้ ๆ ของลูกสาวซูรยอน คุณรู้เรื่องทั้งหมดใช่มั้ย ? … ตำรวจไม่พบศพเธอ คุณไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยด้วยซ้ำ ทำไมคุณถึงเข้ามอบตัวล่ะ ?” ดงพิลตวาดลั่นออกมาใส่หน้ายุนฮี “ทางที่ดี คุณหุบปากไปเสียดีกว่า ก่อนที่คุณจะตายตามเธอไปอีกคน” … จูดันแทเห็นท่าทางผิดสังเกต เขาจึงสั่งให้เลขาโจตามดงพิลทุกฝีก้าว และให้ตรวจค้นบริเวณน้ำพุอย่างละเอียด

จูดันแทอึดอัดเต็มทีที่แบคจุนกิมาอาศัยอยู่ที่บ้าน แบคจุนกิจึงยื่นข้อเสนอให้จูดันแทแบ่งหุ้นชองอากรุ๊ปให้เขา 50 เปอร์เซ็นต์ เขาอ้างว่าจูดันแทใช้เงินของพ่อแม่เขาสร้างบริษัทนี้ขึ้นมาเขาจึงมีสิทธิ์ที่จะได้ส่วนแบ่ง … แล้วเราก็ได้รู้อีกว่า เมื่อสมัยเด็กซูรยอนเป็นรักแรกของแบคจุนกิ เป็นเพียงแต่ตอนนี้เธอจำเขาไม่ได้ ! จูดันแทโดนยั่วจนเดือดปุด ๆ ยั้งใจไม่อยู่เหวี่ยงหมัดเข้าใจแบคจุนกิไปหนึ่งกำปั้นจนเลือดกบปาก

ยุนฮีเดินทางไปงานเปิดศูนย์ศิลปะชองอา แถมยังเผยว่าตัวเธอถือหุ้นอยู่ 20 เปอร์เซ็นต์และจะสมัครชิงตำแหน่งผอ. ศูนย์แห่งนี้ ซอจินที่มีหุ้นอยู่เพียงแค่ 15 เปอร์เซ็นต์จึงไม่พอใจเป็นอย่างมาก และรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนหักหลัง เธอจึงไปหาซูรยอนและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ซูรยอนยังไม่เชื่อว่ายุนฮีจะเป็นคนเอาเงินโลแกนสิบล้านล้านวอนไปตามที่ซอจินบอก “ไร้สาระ อย่าไปเชื่อข่าวลือที่ไม่มีมูล จับตาดูจูดันแทต่อไปเถอะ”

จูดันแทต้องการรู้ว่าเงินสิบล้านล้านวอนที่ยุนฮีเอาไปตอนนี้ถูกเก็บเอาไว้ที่ไหน เขาจึงไปพบยุนฮีที่ร้านของเธอ ยุนฮีพูดต้องน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ “อยากรู้ใช่ไหมว่าเงินอยู่ที่ไหน ตอบคำถามฉันมาก่อนสิแล้วฉันจะบอก … หนึ่งในลูกแฝดที่ซูรยอนคลอดที่อเมริกาคุณทำอะไรกับเธอ ?” จูดันแทหัวเราะแทนการปฏิเสธ “ไม่ใช่ซอลอาที่คุณสลับตัวกับฮเยอิน แต่ยังมีอีกคนนึง คนที่ซูรยอนตายหลังจากคลอด … แกฆ่าเด็กไปแล้วเหรอ เหมือนที่ทำกับซอลอา ???” จูดันแทโกรธจัดจนเกือบจะบีบคอยุนฮีให้ตายไปตรงนั้น แต่เขาก็สะกดอารมณ์เอาไว้แล้วเดินจากไป

ภาพตัดกลับไปตอนที่โลแกนบอกความจริงกับยุนฮี เรื่องลูกแฝดอีกคนหนึ่งของซูรยอน เขาสืบมาจนรู้ว่าเด็กคนนั้นคลอดออกได้โดยสมบูรณ์ โลแกนจึงขอให้ยุนฮีตามหาลูกคนนี้ของซูรยอน โดยใช้เงินสิบล้านล้านวอนที่เขาให้ไปตามหาเด็กคนนั้นให้เจอ โดยโลแกนกำชับว่าห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกซูรยอน เพราะกลัวว่าเธอจะต้องเจ็บปวดถ้าความจริงเด็กคนนั้นได้ตายไปแล้ว

ซึ่งเราก็ได้รู้ว่า เด็กคนนั้นยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ !

ยุนฮีแอบเอาเส้นผมของซอกคยองกับซูรยอนไปตรวจดีเอ็นเอ เมื่อได้ผลตรวจมายุนฮีถึงกับตกใจ เธอรีบโทร. บอกให้ซูรยอนรออยู่ที่บ้าน เพราะมีเรื่องสำคัญจะบอก จากนั้นยุนฮีก็รีบขับรถกลับไปที่เฮราพาเลซ

ในระหว่างนั้น โรนากับซอกฮุนก็วางแผนช่วยอึนบยอลออกมาจากครูจิน แล้วพามาอยู่ที่บ้านเธอ ระหว่างที่โรนากับซอกฮุนออกไปซื้อของกินและของใช้ให้อึนบยอล ครูจินได้แอบเข้าไปหลอกล่อให้อึนบยอลเปิดประตูออกมา จากนั้นครูจินก็โปะยาสลบใส่อึนบยอล … แต่ระหว่างที่ครูจินกำลังพาตัวอึนบยอลที่หมดสติขึ้นรถ ยุนฮีเกิดกลับมาเจอพอดี จึงกลายเป็นฉากขับรถไล่ล่าของยุนฮีที่พยายามขับรถไล่ตามเพื่อไปช่วยอึนบยอล

ระหว่างที่ครูจินขับรถหนียุนฮีก็ได้โทร. ไปขอความช่วยเหลือจากจูดันแท เมื่อจูดันแทรู้เช่นนั้นจึงออกไปช่วยทันที ครูจินสลัดยุนฮีจนหลุดแล้วขับรถมาที่จุดนัดพบ จูดันแทจึงสั่งลูกน้องให้จัดการกับครูจิน ทันใดนั้นเอง ยุนฮีที่ขับตามมายังไงไม่ทราบได้ก็เอารถของตัวเองมาขวาง แล้วกระโดดขึ้นรถของครูจิน (ซึ่งอึนบยอลอยู่เบาะหลังของรถ) พร้อมกับขับหนีไปทันที

ทีนี้ก็เกิดฉากขับรถไล่ล่าอีกหนึ่งยก เป็นจูดันแทที่ไล่ตามยุนฮีบ้าง แต่ขับไปขับมายุนฮีเกิดไปเจอทางตัน ด้านขวาเป็นภูเขา ด้านซ้ายเป็นเหว ด้านล่างเป็นทะเล จูดันแทยิ้มเยาะพร้อมกับเหยียบคันเร่งจนมิดด้ามดันรถของยุนฮีไปจ่ออยู่ปากเหว ยุนฮีพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะช่วยอึนบยอลที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่บนรถ เธอลงจากรถแล้วเอาตัวเองไปดันรถเอาไว้ไม่ให้ตกเหว

แต่เหมือนโชคจะช่วยที่ตำรวจกำลังจะมาถึงพอดี จูดันแทจึงเอาหินไปวางไว้ที่คันเร่งแล้วตัวเองก็เดินไปหยิบผลตรวจดีเอ็นเอจากกระเป๋ายุนฮีที่ระบุว่า “ซอกคยองเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของซูรยอน” จากนั้นจูดันแทก็เดินจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะของผู้ได้รับชัยชนะ ปล่อยให้อึนบยอลกับยุนฮีรอความตายอยู่อย่างนั้น

ภาพตัดกลับมาที่น้ำพุเฮราพาเลซ ดงพิลยังไม่ละความพยายามที่จะหาศพของคิมมีซุก เขาใช้ค้อนปอนด์ทุบแล้วทุกอีก กระทั่งไปเจอศพหญิงสาวคนหนึ่งโผล่ออกมา “โอยุนฮี !!!” ดงพิลตกใจแทบสิ้นสติ ในขณะที่จูดันแทก็โผล่ออกมาด้วยรอบยิ้มกวนประสาทพร้อมกับกล่าวว่า “เป็นยังไงล่ะ ฆาตกรยูดงพิล”

EP.5 ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ

ยุนฮีพยายามขับรถหนีการไล่ล่าของจูดันแทที่ขับรถไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด เพื่อปกป้องอึนบยอลที่นอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่ที่เบาะหลังรถ

ยุนฮีขับรถหนีอย่างไม่คิดชีวิตและไม่คิดถึงเส้นทางที่กำลังมุ่งหน้าไป ในท้ายที่สุดก็ขับไปเจอทางตันตรงบริเวณหน้าผาที่ด้านล่างเป็นทะเล เมื่อมาถึงจุดนี้ จูดันแทจึงอาศัยจังหวะที่ตัวเองได้เปรียบ เหยียบคันเร่งสุดกำลังเพื่อดันรถของยุนฮีให้ตกหน้าผา

ยุนฮีพยายามปลุกอึนบยอลให้ฟื้นขึ้นมามีสติ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล ยุนฮีจึงออกมานอกรถเพื่อที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้รถตกหน้าผาไป ในเวลาเดียวกันนั้น จูดันแทได้ใช้ก้อนหินกดคันเร่งเอาไว้ แล้วตัวเขาก็เดินไปหยิบผลตรวจดีเอ็นเอในกระเป๋าของยุนฮี แล้วเขาก็เดินจากไปด้วยสีหน้าของผู้มีชัยชนะ

ผ่านไปพักใหญ่ ซอจินที่เดินทางมาถึงก่อนก็เอาแต่ร้องไห้เมื่อเห็นอึนบยอลนอนไม่ได้สติอยู่ ส่วนซูรยอนตามมาทีหลังก็พยายามตามหาตัวยุนฮีแต่ก็ไม่พบ เหลือทิ้งไว้เพียงรอยเท้าที่เปื้อนเลือดของเธอเท่านั้น ซูรยอนจึงถามซอจินก็ได้รับคำตอบว่า “ตอนนั้นหมอกลงจัดมากทำให้มองไม่เห็นอะไร ฉันมาถึงก็เห็นเพียงอึนบยอลนอนอยู่คนเดียว” ต่อมาก็มีการยืนยันว่ามีรถยนต์สองคันตกลงไปในทะเล แต่การค้นหาหยุดลงเนื่องจากปัญหาด้านสภาพอากาศ

จูดันแทตรวจดูผลตรวจที่ได้มาจากยุนฮี แต่ปรากฏว่ามันเป็นของปลอม เขาจึงสั่งให้เลขาโจไปหาเอกสารนั้นมาให้ได้ โดยใช้นักประดาน้ำงมไปหา สุดท้ายเลขาโจก็ได้ผลตรวจดีเอ็นเอที่ยืนยันว่าซอกคยองเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของซูรยอน แถมยังได้กุญแจห้องนิรภัยที่เก็บทรัพย์สินของโลแกนติดมือมาให้จูดันแทอีกด้วย

ที่น้ำพุของเฮราพาเลซ ดงพิลตกใจเป็นอย่างมากเมื่อได้เห็นร่างไร้วิญญาณของยุนฮีที่ถูกห่อพลาสติกเอาไว้ !!!

จากนั้น จูดันแทก็ปรากฏตัวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามสไตล์ “จะตกใจอะไรขนาดนั้น ฆาตกรยูดงพิล ซ่อนศพคิมมีซุกเอาไว้ในน้ำพุยังไม่พอ ยังจะฆ่าและอำพรางศพโอยุนฮีอีกคนนึงเหรอ ?” เมื่อได้ยินเช่นนั้นว่าตัวเองกำลังจะโดนใส่ร้ายอีกครั้ง ดงพิลจึงเกิดบันดาลโทสะวิ่งเข้าไปบีบคอจูดันแทเพื่อหวังจะฆ่าเขาให้ตายคามือให้สาสมกับความชั่ว “ตายซะไอ้ปีศาจ” ในขณะที่เลขาโจก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาไว้ ก่อนที่เลขาโจก็เอาท่อนเหล็กฟาดไปที่ดงพิลเพื่อช่วยจูดันแท

“ฉันสงสัยมาตั้งนานว่าทำไมศพของคิมมีซุกที่ถูกทิ้งไว้ที่เขื่อนชองพยองถึงหายไป มันเป็นเพราะแกนี่เองที่เก็บหลักฐานเอาผิดฉันเอาไว้ (คลิปเสียงที่บันทึกเอาไว้ในโทรศัพท์ของคิมมีซุก) แกกำลังหักหลังฉันใช่มั้ย !!?” จูดันแทตั้งคำถาม

“เป็นเพราะแกหักหลังฉันก่อน แกสัญญาว่าจะปกป้องครอบครัวฉัน แต่แกกลับไปรังควานเจนนี่ ฉันตั้งใจจะปิดปากเงียบ แกนั่นแหละที่เป็นคนบีบบังคับฉันเอง แกและซอกคยองต้องชดใช้สิ่งที่ทำเอาไว้” ดงพิลพูดจบประโยค ดันแทจึงสวนกลับมาทันที “แกก็เลยฆ่าซอกคยองไปด้วยอีกคนน่ะเหรอ !!?”

ที่แท้แล้ว จูดันแทจัดฉากและสร้างหลักฐานปลอมขึ้นมาเพื่อให้ดูเหมือนว่า ดงพิลฆ่าซอกคยอง (แต่จริง ๆ แล้วซอกคยองยังมีชีวิตอยู่) ไม่เท่านั้นยังโยนความผิดเรื่องครูจินกับฆ่าโอยุนฮีอีกด้วย “แล้วโลกจะตกตะลึกกับฆาตกรโรคจิตนามว่ายูดงพิล … อีกไม่นานตำรวจจะมาจับตัวคุณต่อหน้าลูกสาว”

เมื่อมาถึง ณ จุดนี้ ดงพิลจึงยอมจำนนแทบเท้าของจูดันแทอีกครั้ง “ผมผิดไปแล้วครับท่านประธานจู ไว้ชีวิตครอบครัวผมด้วย ผมมันบ้าไปเองที่ทำแบบนั้น ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างที่ท่านสั่งครับ” แล้วจูดันแทก็เอ่ยปากว่าเขายอมใจอ่อน และให้โอกาสดงพิลเป็นครั้งสุดท้าย “จัดการเอาศพของโอยุนฮีไปไว้ในที่ที่คนเจอให้เร็วที่สุด”

จากนั้น จูดันแทไปที่ห้องนิรภัยที่เก็บทรัพย์สินของโลแกนลีมูลค่า 10 ล้านล้านวอนเอาไว้ แต่ปรากฏว่าทรัพย์สินที่มีอยู่มีทองคำเหลือเพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่นกรู้อย่างคยูจินก็โผล่ขึ้นมาขอแบ่งทองคำครึ่งหนึ่งเพื่อเป็นค่าปิดปาก ซึ่งจูดันแทจำยอมไปอย่างไม่มีทางเลือก

ต่อมา ครูจินจัดงานแถลงข่าวด่วนกรณีการลักพาตัวอึนบยอล “ฉันชื่อจินบุนฮง วันนี้ฉันต้องการมาเปิดเผยความจริงที่อยู่เบื้องหลังการลักพาตัวฮาอึนบยอลค่ะ … โอยุนฮีคือคนที่ลักพาตัวอึนบยอลไป โดยหลอกใช้ลูกสาวตัวเอง (แบโรนา) ให้ขังอึนบยอลไว้ที่บ้าน” จากนั้นครูจืนก็เปิดภาพวงจรปิดให้นักข่าวดู

จากนั้น ครูจินก็ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จต่อ “ฉันพยายามช่วยอึนบยอลแต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ เพราะถูกโอยุนฮีจับได้เสียก่อน โอยุนฮีขับรถไล่ตามมาไม่หยุด สุดท้ายก็มาถึงคิมโพ แล้วเธอก็พยายามขับรถดันรถที่มีฉันกับอึนบยอลให้ตกหน้าผา แต่โชคเีที่ฉันช่วยอึนบยอลออกมาจากรถได้สำเร็จ แล้วฉันกับโอยุนฮีก็ต่อสู้กัน กระทั่งเธอได้ตกหน้าผาไปค่ะ” ไม่เพียงเท่านั้น ครูจินยังเล่าถึงความสัมพันธ์ของโลแกนลีกับโอยุนฮีเมื่อตอนที่เธอยังเป็นแม่บ้านให้กับเขา รวมถึงโชว์สมุดบัญชีเงินฝากที่มีการโอนเงินจากโอยุนฮีเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันคำพูดของตัวเองอีกด้วย

ท่ามกลางความสงสัยในตัวของโอยุนฮี สุดท้ายเธอก็ถูกพบเป็นศพ โรนามาดูศพของแม่ที่ห้องเก็บศพ เมื่อเห็นว่าเป็นแม่ของเธอจริง ๆ ก็ถึงกับเข่าทรุดแล้วร้องไห้ออกมาไม่หยุด เป็นภาพที่น่าเศร้าใจยิ่งนัก

จูดันแทสังเกตเห็นความผิดปรกติบางอย่าง เมื่อหุ้นของโอยุนฮีในศูนย์ศิลปะชองอากลับถูกโอนให้เป็นของซอจินอย่างน่าสงสัย ทำให้เธอถือหุ้นในอัตราส่วนสูงถึง 35% นั่นหมายความว่าซอจินคือว่าที่ ผอ. คนใหม่ของศูนย์ศิลปะชองอาทันที

แบคจุนกิยังไม่เลิกล้มที่จะขอหุ้น 50% จากจูดันแท แถมยังขู่ที่จะเปิดโปงเรื่องตัวตนที่แท้จริงของเขา ทำให้จูดันแทสั่งให้ดงพิลกำจัดแบคจุนกิซะ !

ซอกคยองกลับมาที่บ้าน และล้อเลียนเรื่องการตายของโอยุนฮีจนทำให้ซูรยอนโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ตบหน้าซอกคยองไปหนึ่งฉาด จากนั้นก็ไล่ซอกคยองให้เก็บข้าวของออกจากบ้านไป !

แบคจุนกิมาหาซูรยอนโดยมีท่าทีที่เป็นมิตร แต่เป้าหมายที่แท้จริงกลับตรงข้าม เขาแกล้งทำแก้วชาหกเพื่อขอเข้าห้องน้ำ เขาใช้จังหวะนั้นหาเช็คเงินสดมูลค่า 10 ล้านล้านวอนของโลแกนลี ในขณะที่กำลังหาด้วยความร้อนรนอยู่นั้น หนังสือชื่อ “Paradise Lost” ที่โอยุนฮีซื้อให้กับซูรยอนก็เกิดหล่นลงมา แล้วเช็คถูกซ่อนเอาไว้อยู่ในนั้น

แต่เหมือนดั่งสวรรค์แกล้ง ซูรยอนเข้ามาพอดี ทำให้แบคจุนกิเก็บเช็คมูลค่ามหาศาลฉบับนั้นกลับไปไว้ในหนังสือเช่นเดิม … นั่นหมายความว่าเช็คมูลค่ามหาศาลอยู่ในมือของซูรยอนโดยที่ตัวเธอเองไม่รู้ !

ในที่สุด ซอจินก็ได้ดำรงตำแหน่ง ผอ. ศูนย์ศิลปะชองอาตามที่วาดหวังเอาไว้ แล้วภาพก็ย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในคืนนั้นที่หน้าผา …

เมื่อซอจินขับรถไปถึงเธออุ้มอึนบยอลออกมานอกรถได้อย่างปลอดภัย ในขณะที่โอยุนฮีพยายามตะโกนร้องให้ซอจินช่วยเธอ แต่ตรงกันข้าม ซอจินกลับผลักให้โอยุนฮีร่วงหล่นตกหน้าผาไป !

“ความสัมพันธ์อันอาภัพของเราคงต้องจบลงตรงนี้ ทั้งชีวิตของเธอพยายามสู้กับฉันมาตลอด แต่เสียใจด้วยนะที่ท้ายที่สุดฉันคือผู้ชนะ” ซอจินพูดสั่งลาโอยุนฮี

EP.6 เกิดใหม่อีกครั้ง

ในพิธีเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการคนแรกของศูนย์ศิลปะชองอา และการแสดงคัมแบ็กบนเวทีอันยิ่งใหญ่ ซอจินได้ตอบคำถามนักข่าวที่ว่า โอยุนฮีเป็นคนลักพาตัวอึนบยอลไปจริงตามข่าวที่ออกไปก่อนหน้านี้หรือไม่ ? ซอจินกล่าวว่า “ฉันเข้าใจถึงความเป็นแม่ที่ต้องการส่งลูกสาว (แบโรนา) ที่ไร้ความสามารถของเธอ (โอยุนฮี) เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล แต่ฉันจะไม่ยกโทษให้กับการลักพาตัวที่เกิดขึ้น”

จูดันแทได้ตั้งข้อสังเกตกับซอจินว่า “คุณนี่โชคดีจริง ๆ ที่คู่แข่งคนสำคัญดันมาตายพอดี แถมยังได้หุ้นมาทั้งหมดอีก” ซอจินตาถลนใส่จูดันแทพร้อมกับกล่าวออกไปว่า เธอรู้เรื่องที่เขาอยู่เบื้องหลังการลักพาตัวอึนบยอลโดยใช้ครูจินเป็นนางนกต่อ “ฉันจะไม่มีวันยกโทษในสิ่งที่คุณทำ” แต่จูดันแทก็หัวเราะแหะ ๆ ตามสไตล์ แล้วพ่นน้ำลายใส่ซอจินว่า “อย่าลืมสิ เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว”

จากนั้น สิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่ออึนบยอลเผยกับซอจินว่าเธอรู้และเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนั้น ! “ทำไมแม่ต้องทำแบบนั้นด้วย คุณป้า (โอยุนฮี) พยายามปลุกหนูตลอดทาง และอยู่กับหนูตลอด ทำไมแม่ต้องฆ่าป้าด้วย !” อึนบยอลตวาดใส่ซอจินด้วยความโกรธ แต่ซอจินตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมอารมณ์ “โลกนี้มันไม่มีอะไรเข้าใจยาก เมื่อเราได้บางสิ่งมาก็ต้องมีบางสิ่งที่สูญเสียไป … แกคิดว่าฉันมายืนอยู่จุดนี้อีกครั้งได้ยังไง หลังจากติดคุก โดนคนดูถูกเหมือนขยะ ฉันก็แค่ใช้ชีวิตอยู่ให้ได้ แกก็ต้องทำได้เช่นกัน หยุดทำตัวอ่อนแอซะ”

อึนบยอลร้องไห้โฮออกมาด้วยความปวดใจ “หนูอยากใช้ชีวิตต่อ หนูอยากเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล หนูอยากมีครอบครัวและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แม่หายาลบความจำให้หนูทีสิ หนูจะได้ลบความทรงจำบ้า ๆ ที่แม่สร้างเอาไว้ในหัวของหนู” ซอจินปลอบประโลมลูกสาวสุดที่รักว่า “แกต้องเอาชนะมันด้วยตัวเอง แกมีทุกอย่างรออยู่แล้ว” แต่ท้ายที่สุดอึนบยอลก็ตวาดลั่นออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ “แม่เป็นฆาตกร !”

ซูรยอนเห็นตุ๊กตาที่โอยุนฮีซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดก็ถึงกับน้ำตาร่วง จังหวะนั้นแบโรนาได้บอกซูรยอนถึงสิ่งที่โอยุนฮีได้แอบทำการสืบอย่างลับ ๆ ทำให้ซูรยอนได้รู้ความจริงเรื่องเด็กแฝดและดงพิลเป็นคนฆ่าคิมมีซุก (แม่ของจูฮเยอิน)

ระหว่างนั้น ดงพิลพยายามหยุดเจนนี่ไม่ให้ไปยุ่งกับแบโรนา แต่เจนนี่กลับขึ้นเสียงใส่พ่อ “โรนาเป็นคนช่วยชีวิตหนูตอนที่หนูกำลังคิดสิ้น เพราะโดนเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนล้อว่ามีพ่อเป็นฆาตกร”

จากนั้น คังมารีก็บีบให้ดงพิลพูดความจริงออกมาว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้เขาต้องเผยความจริงทั้งน้ำตา “ผมถูกจูดันแทบังคับให้เอาศพไปทิ้ง” เขาพยายามหยุดคังมารีที่หุนหันพลันแล่นออกไป “ถ้าเราทำอะไร ประธานจูจะทำร้ายเจนนี่”

อย่างไรก็ตาม คังมารีไม่ยอมที่จะตกเป็นทาสของจูดันแทอีกต่อไป เธอไปพบซูรยอนเพื่อเล่าความจริงที่ได้รู้มาว่า การตายของคิมมีซุกและโอยุนฮีเป็นฝีมือของจูดันแทกับดงพิล

ซอกคยองเสนอหน้าไปที่ออฟฟิศของซูรยอนพร้อมกับประกาศว่าที่นี่เป็นของเธอ แต่ก็ถึงกับหน้าแหกไปเมื่อพบความจริงที่ว่า ชื่อเจ้าของเพนต์เฮาส์กลับเป็นชื่อของจูดันแทกับซอกฮุน เมื่อซอกคยองรู้สึกตัวว่าโดนหลอกก็สายไปเสียแล้ว

ขณะที่คังมารีไปหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่เผยให้เห็นจูดันแทอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ดูเหมือนว่าซูรยอนจะไม่เชื่อการบังคับใช้กฎหมายอีกต่อไป “การลงโทษทางกฎหมายมันไม่มีความหมายอีกแล้ว หลังจากที่มัน (จูดันแท) ได้รับการปล่อยตัวออกมาจากคุก เพราะฉันเชื่อในกฎหมายนี่แหละถึงทำให้ฉันเสียคนที่รักไป” แล้วซูรยอนก็ให้ดูบอร์ดที่โอยุนฮีทำแผนผังการสืบสวนเอาไว้ มันเผยให้เห็นสัญลักษณ์จุดสีแดงที่หน้าของแบคจุนกิ !?

ซูรยอนสงสัยซอจินที่ได้ขึ้นเป็นผู้อำนวยการศูนย์ศิลปะชองอา ซึ่งประจวบเหมาะกับที่อึนบยอลได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล

แล้วจู่ ๆ เราก็ได้รู้ว่า แบคจุนกิผีพนันเข้าสิง เขาติดการเล่นพนันอย่างหนัก

ด้านแบโรนาก็ไปเยี่ยมอึนบยอลที่โรงพยาบาลเพื่อขอให้เธอออกแถลงการณ์ยืนยันว่าโอยุนฮีเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่สิ่งไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นเมื่ออึนบยอลบอกว่าเธอสูญเสียความทรงจำ และทำตัวร้ายใส่แบโรนาเหมือนเมื่อก่อน “แม่แกนั่นแหละที่ลักพาตัวฉันและพยายามฆ่าฉันด้วย” แบโรนาแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน “ไม่จริง ฉันไม่น่าช่วยเธอไว้ตอนนั้นเลย ฉันจะกู้ศักดิ์ศรีของแม่คืนมา และจะเอาเธอออกจากมหาวิทยาลัยโซลให้ได้ เธอพลาดแล้วล่ะ” … ที่อึนบยอลสูญเสียความทรงจำก็เป็นเพราะครูจินแอบเอายาบางอย่างมาใส่ไว้ในถุงน้ำเกลือ

ความเป็นจริงที่หักมุมอีกอย่างหนึ่งคือ แท้จริงแล้วซอจินเป็นคนที่พาแบคจุนกิมาเกาหลี ไม่ใช่โลแกน ! และตลอดเวลาที่ผ่านมาแบคจุนกิแกล้งทำเป็นอยู่ข้างเดียวกับโลแกน แต่สุดท้ายก็หักหลังเขาตามคำบงการของซอจิน และคนที่ให้เงินแบคจุนกิไปถลุงที่บ่อนที่คือซอจินนั่นเอง

ขณะที่ซูรยอนพุ่งเป้าแบคจุนกิเป็นผู้ต้องสงสัยที่ฆ่าโลแกน ระหว่างนั้นเธอก็มองไปที่ตุ๊กตาตัวเดิมและนึกถึงคำพูดของโอยุนฮีที่ว่า “มันเจ๋งมากเลยตอนที่พี่เป็นนาแอกโย” และสักผีเสื้อไว้ที่บริเวณไหล่ด้านหลัง

6 เดือนต่อมา คังมารีหย่ากับดงพิล เจนนี่อยู่ด้วยกันกับแบโรนา ส่วนแบโรนาก็ไม่ได้โอกาสร้องเพลงอีกเลยเพราะได้ชื่อว่าเป็นลูกสาวของฆาตกร อีกทั้งยังโดนกดดันโดยซอจิน

ส่วนดงพิลได้ขึ้นเป็น CEO ของชองอาพัฒนาการลงทุน

อึนบยอลสูญเสียความทรงจำไปอย่างแท้จริง และตอนนี้กำลังถูกปลุกปั้นให้เกิดใหม่อีกครั้งโดยซอจิน … แบโรนามาสมัครเข้าศูนย์ศิลปะชองอา เมื่อซอจินเห็นแทบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เธอฉีกใบสมัครของแบโรนาทิ้งอย่างไร้เยื่อใยใด ๆ

ณ บาร์แห่งหนึ่ง ยุนชอลสังเกตเห็นซูรยอนในรูปลักษณ์ของนาแอกโย แต่ซูรยอนก็แกล้งเดินผ่านโดยแกล้งทำเป็นไม่รู้จัก

แล้วภาพก็ตัดมาให้เห็นยุนชอลกำลังมองใครบางคนที่นอนอยู่โดยมีผ้าพันแผลพันทั้งตัวไม่ต่างกับมัมมี่ ในขณะที่ซอจินเป็นคนสั่งให้ยุนชอลทำการล้างแผลให้โลแกนลี !!!!!!

ความจริงที่เกิดขึ้นเมื่อ 7 เดือนที่แล้ว …

ขณะที่โลแกนลีกับแบคจุนกิเดินทางมาเกาหลี หลังจากที่ซอจินได้รู้แผนการฆ่าโลแกนลีของจูดันแท ซอจินได้ติดต่อกับแบคจุนกิอย่างลับ ๆ โดยซอจินบอกให้แบคจุนกิเตรียมกระดูกเอาไว้เพื่ออำพราง และเมื่อถึงตอนที่จูดันแทวางระเบิดก็ให้เขาออกมาจากรถ เมื่อเกิดระเบิดแล้วก็ให้แบคจุนกินำร่างของโลแกนลีออกมา จากนั้นซอจินก็ช่วยให้ยุนชอลออกมาจากคุกเพื่อที่จะมาดูแลโลแกนลีให้มีลมหายใจ !!!

EP.7 เบิกเนตรโลแกนลี

ซูรยอนมาในฟอร์มของนาแอกโย โดยมีคังมารีที่ตอนนี้ปลอมตัวเป็นเจสสิก้า เข้าพบกับผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยุนคยองอึน เพื่อเปิดโปงการรับสินบนของรัฐมนตรีคัง ทั้งหมดนั้นก็เพื่อขัดขวางแผนการปั่นราคาที่ดินของจูดันแทในนามของบริษัทชองอาการก่อสร้าง

“รัฐมนตรีคังรับสินบนจากบริษัทชองอาการก่อสร้างเพื่อย้ายโรงเรียนดังในย่านกังนัมเขต 8 ไปเขตชอนซู เพราะถ้าโรงเรียนชั้นนำเหล่านั้นย้ายไปอยู่เขตชอนซูหมด พ่อแม่ของเด็ก ๆ ก็ต้องไปซื้อบ้านที่นั่น ราคาบ้านก็จะพุ่งขึ้นทะลุเพดาน พวกเขาใช้การศึกษาเพื่อสร้างผลกำไรให้กับตัวเอง แบบนี้ท่านผู้ช่วยรัฐมนตรียุนจะยอมได้หรือคะ ในฐานะที่ท่านมีชื่อเสียงว่าเป็นนักวิชาการด้านการศึกษาที่มีจิตใจดี” ซูรยอนในฟอร์มของนาแอกโยพยายามโน้มน้าวจนในที่สุดก็สำเร็จ

ซอจินเชิญคลาร์กลี วาทยกรระดับโลก ซึ่งเป็นเพื่อนของเธอตอนที่เรียนอยู่ต่างประเทศมาเปิดการแสดงคอนเสิร์ตที่ศูนย์ศิลปะชองอา โดยซอจินได้วางแผนจัดฉากเพื่อดันอึนบยอลให้เข้าตาคลาร์กลีเพื่อหวังให้เป็นบันไดก้าวแรกสู่เส้นทางเฉิดฉายเป็นพรีมาดอนนา

ในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ตเวียนนาฟิลฮาร์โมนิก ซอจินได้นัดแนะกับอึนบยอลให้เธอส่งเสียงร้องเพลงออกมาจากหลังเวทีเพื่อสร้างความประทับใจให้คลาร์กลี แต่ว่าผิดคาด เมื่อแบโรนาแอบมาตัดหน้าอึนบยอลไปซะอย่างนั้น เมื่อคลาร์กลีได้ยินเสียงของแบโรนาก็ถึงกับตกตะลึงในคุณภาพเสียงที่ทรงพลัง จึงขอร้องซอจินให้แบโรนาได้เข้าออดิชัน

ภายหลัง ด้วยความที่ซอจินโกรธมากจึงเข้าไปด่าแบโรนาว่าหน้าด้าน แต่แบโรนาตอกกลับไปด้วยคำที่เจ็บแสบยิ่งกว่า “หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ และหนูคงเอาชนะป้าไม่ได้หรอกค่ะถ้าไม่หน้าด้าน !” และก็อีกเช่นเคยที่เบื้องหลังของเรื่องราวทั้งหมดเกิดจากการวางแผนการของซูรยอน

ทีนี้ก็มาถึงฉากปวดตับ … อึนบยอลโทร. หาครูจินเพื่อขอยาบางอย่าง ให้บังเอิญว่าระหว่างรอขึ้นลิฟต์แบโรนาได้มาเจอครูจิน ทั้งสองจึงทำสงครามน้ำลายอยู่พักใหญ่ ระหว่างนั้นเองยาที่ครูจินเตรียมเอาไว้ให้อึนบยอลเกิดตกลงบนพื้น ซึ่งแบโรนาก็เก็บเอาไปให้ซูรยอนเพื่อตรวจสอบว่ายานี้มันคืออะไร

อยู่ดี ๆ อึนบยอลที่ได้รับยาจากมือของครูจินเกิดวูบไปประมาณ 2 วินาที หลังจากฟื้นขึ้นมาความทรงจำก่อนหน้านี้ประมาณ 10 นาทีก็หายไป (เป็นที่มึนงงกับคนดูอย่างยิ่งว่ายาที่อึนบยอลกินมันคือยาอะไร ?) เมื่ออนบยอลฟื้นขึ้นมาก็ออกอาการ ปสด. ขึ้นมาทันที โวยวายใส่ครูจินเหมือนของขาด จากนั้นเธอก็กรอกยาใส่ปากแล้วก็ไล่ครูจินให้ไปหายามาเพิ่มอีก

คุณย่าและครอบครัวของโลแกนลีเดินทางมาพบกับแบคจุนกิ เพื่อมาสอบถามเรื่องความคืบหน้าในการตามหาตัวโลแกนลี ซึ่งถ้าหากพบตัวก็จะให้ทรัพย์สิน 10 ล้านล้านวอนเป็นการตอบแทน แบคจุนกิถึงกับยิ้มกับโชคก้อนใหญ่ที่กำลังลอยมา เขาจึงรีบเอาเรื่องนี้ไปบอกกับซอจินทันที

ซูรยอนเอาคลิปที่รัฐมนตรีคังติดสินบนไปมอบให้ตำรวจ ข่าวการรับสินบนของรัฐมนตรีคังสร้างกระแสรุนแรงเมื่อรับรู้สู่สาธารณชน มันทำให้แผนการย้ายโรงเรียนถูกตีตกไปตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม ในวันเดียวกันนั้นเอง ความซวยระลอกสองก็เข้าใส่จูดันแท เมื่อบริษัทชองอาการก่อสร้างของเขาแพ้การประมูลการพัฒนาเขตชอนซู

บริษัทโดแฮการก่อสร้างเป็นผู้ชนะการประมูลไปได้อย่างปาฏิหาริย์ เหตุการณ์นี้ทำให้จูดันแทตกที่นั่งลำบาก เพราะเงินทั้งหมดถูกลงไปเพื่องานพัฒนาเขตชอนซู จูดันแทจึงแบกหน้าไปขอเงิน 1 แสนล้านวอนกับประธานซง แห่งกลุ่มแฮยอน แลกกับเอาเพนต์เฮาส์ค้ำประกัน ซึ่งอีกเช่นเคย ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือซูรยอน

แล้วยังไงไม่ทราบได้ อยู่ดี ๆ ซูรยอนก็เปิดเผยตัวตนออกมาซะอย่างนั้นว่าเธอคือผู้ที่วางแผนทั้งหมด นับตั้งแต่ข่าวการรับสินบนของรัฐมนตรีคังเรื่อยมา เมื่อได้รู้เท่านั้นแหละ จูดันแทก็ปรี๊ดแตกขึ้นมาทันที เข้าไปบีบคอซูรยอนเพื่อหวังฆ่าให้ตายไปตรงนั้น แต่ด้วยสกิลการป้องกันตัวของซูรยอนทำให้เธอเอาชีวิตมาได้ ก่อนที่จะคว้าขวดเหล้าตีเข้าไปที่กบาลของจูดันแทจนสลบเหมือดไปกับพื้น

ระหว่างที่จูดันแทสลบไปนั้น เราจึงได้รู้ว่าอดีตในวัยเด็กของเขาซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ ในตอนนั้น แม่ พี่ชาย และตัวเขากำลังนอนอยู่ในบ้านหลังซอมซ่อ พวกบริษัทพัฒนาที่ดินก็เอารถแบ็กโฮมาทำลายบ้านของเขาที่ใช้เป็นที่ซุกหัวนอน เดชะบุญที่เขารอดมาได้ ในขณะที่พี่ชายของเขานอนตายคาที่นอนอยู่อย่างนั้น ส่วนแม่ของเขาได้พูดกับจูดันแทก่อนตายว่า “ลูกต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ หาเงินให้ได้เยอะ ๆ เป็นใหญ่เป็นโต และสร้างบ้านดี ๆ ให้ตัวเองอยู่นะ ลูกต้องเป็นเศรษฐีให้ได้นะ”

เมื่อจูดันแทฟื้นขึ้นมา เขาก็ถูกจับนอนอยู่กลางลานจอดรถ โดยซูรยอนได้เลือกวิธีฆ่าจูดันแทอย่างสุดพิสดารเอาไว้แล้ว นั่นคือการขับรถพุ่งเข้าชน แต่อย่างว่า วิธีฆ่าคนมีอยู่มากมายแต่กลับเลือกวิธีที่ไร้ประสิทธิภาพแบบนี้ ซูรยอนเหยียบคันเร่งจนสุดแรงแต่จูดันแทก็หลบไปได้ทุกที สุดท้ายซอกฮุนก็ควบ 4 สูบมาช่วยพ่อเอาไว้ได้อย่างงงงวย

ภายหลัง ซอกฮุนบอกกับจูดันแทว่า แท้จริงแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจจะช่วยพ่อ แต่เขาไม่ต้องการให้แม่ฆ่าพ่อต่างหาก และเขาก็กล่าวประโยคที่จูดันแทอยากได้ยินมาทั้งชีวิต “ถ้าพ่อสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายแม่ ผมจะใช้ชีวิตตามที่พ่อต้องการ” จูดันแทตกลง

เรื่องราวดำเนินไป จู่ ๆ ก็มีคนพบนาฬิกาข้อมือของยุนฮีตกอยู่บริเวณหน้าผา ซูรยอนจึงนำเอานาฬิกาเรือนนั้นไปกู้ข้อมูล ซึ่งก็พบว่ามีไฟล์เสียงของยุนฮีอยู่ เมื่อเธอได้ฟังแล้วก็ถึงกับช็อก “ลูกสาวของพี่ยังมีชีวิตอยู่ ซอกคยองเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพี่ ซอกคยองเป็นน้องสาวฝาแฝดของซอลอา”

แล้วภาพก็ตัดมาให้เราได้รู้ว่า จริง ๆ แล้วซอกคยองไม่ได้ถูกส่งไปเรียนต่อที่อิตาลี แต่กลับถูกส่งไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นผู้หญิงกำลังรุมกระทืบซอกคยองซะจมบาทา

ในตอนท้ายยุนชอลได้ให้ยาบางอย่างกับโลแกนลี พักใหญ่โลแกนลีก็ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับเอ่ยออกไปว่า “พาคุณซูรยอนมาหาผมที”

EP.8 ฟื้นจากความตาย

ซูรยอนเผยความจริงกับซอกฮุนว่า แท้จริงแล้วซอกคยองคือลูกสาวแท้ ๆ ของเธอและเป็นฝาแฝดผู้น้องของซอลอา “ตอนนั้น แม่คลอดลูกแฝดที่อเมริกา ทางนั้นแจ้งว่ามีเด็กคนหนึ่งเสียชีวิตทันทีหลังคลอด ส่วนคนที่รอดก็คือซอลอา”

ก่อนหน้านี้ ซอกคยองบอกกับซอกฮุนว่าจะไปเรียนต่อที่อิตาลี แต่จริง ๆ แล้วเธอไปอยู่ในสถานที่กักกันเด็กเหลือขอที่พ่อแม่ไม่ต้องการ ซึ่งซอกคยองพยายามจะพังประตูห้องที่ถูกขังรวมกับเด็กหญิงหลายสิบคน เธอพยายามทำมันอยู่อย่างนั้นทั้งคืน จนเพื่อนร่วมห้องต้องบอกว่า “เธอหนีไปไหนไม่ได้หรอก ไม่มีใครตามหาเราเพราะพวกเราเป็นเด็กที่พ่อแม่ไม่ต้องการ และถึงอยากจะตามหาก็ไม่มีทางเจอ เพราะที่แห่งนี้มันไม่มีอยู่ในแผนที่ด้วยซ้ำ”

ซอกฮุนทำเนียนตีสองหน้าสองหน้าเข้าหาจูดันแท “ผมอยากเป็นในสิ่งที่พ่ออยากให้เป็น ผมเบื่อชีวิตที่เป็นอยู่เต็มทีแล้ว” แน่นอนว่าจูดันแทอ้าแขนรับซอกฮุนด้วยความดีใจ แต่หารู้ไม่ว่า ที่ซอกฮุนทำแบบนี้เพราะต้องการตามหาซอกคยองและช่วยเธอออกมาจากเงื้อมมือของจูดันแท

ตัดภาพมาที่โลแกนลีที่ตอนนี้เรารู้สึกตัวแล้ว หลังจากหมดสติไปนับตั้งแต่เหตุระเบิดนาน 7 เดือนเต็ม ภายใต้การดูแลของยุนชอล โดยมีซอจินเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และเมื่อฟื้นขึ้นประโยคแรกที่เขาเอ่ยออกมากับยุนชอลก็คือ “ผมต้องออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ คุณซูรยอนกำลังตกอยู่ในอันตราย ผมต้องการโทร. หาอเล็กซ์ ผมต้องโทร. หาพี่ชายของผมเพื่อให้เขารู้ว่าผมยังไม่ตาย” ในขณะที่ซอจินซึ่งเฝ้ามองโลแกนลีอยู่ สายตาของเธอบ่งบอกว่ากำลังคิดแผนการบางอย่างเอาไว้

ซูรยอนพบว่ายาที่ได้จากแบโรนา ที่เก็บได้จากกระเป๋าของครูจินขณะกำลังเอาไปให้อึนบยอล เป็นยาที่ใช้สำหรับผู้ป่วยที่รับการกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจอย่างรุนแรง ยาตัวนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยศูนย์การแพทย์ชองอา แต่มันมีผลข้างเคียงทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม

ตัดภาพมาที่งานออดิชันที่ศูนย์ศิลปะชองอา แม้ซอจินพยายามจะใช้เล่ห์กลต่าง ๆ นานา เพื่อช่วยให้อึนบยอลได้เปรียบแบโรนา แต่ดูเหมือนว่าแผนการจะไม่ได้ผล คลาร์กลีชื่นชมในความสามารถและไหวพริบของแบโรนาเป็นอย่างมาก

แบโรนาพยายามเตือนอึนบยอลเรื่องยาที่มีผลข้างเคียงทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม

ซอกฮุนแอบติด AirTag (จีพีเอส) ราคา 999 บาท เอาไว้ที่รถของจูดันแทเพื่อติดตามตำแหน่งไปหาซอกคยอง ซึ่งจูดันแทก็ไปหาซอกคยองจริง ๆ …

ที่สถานกักกัน ซอกคยองแทบเป็นบ้า เธออาละวาดออกอาการไม่ต่างอะไรกับคนสิ้นสติ ก่อนที่จะทำร้ายผู้ดูแลและวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ซอกคยองวิ่งไปเรื่อยจนพบกับจูดันแท ณ จุดนี้ ซอกคยองยิ้มกว้างเท่าชามตราไก่ด้วยความดีใจที่เจอพ่อ แต่ผลลัพธ์มันหักมุมเมื่อเธอโดนจูดันแทจับไปขังอีกครั้ง พร้อมกับบอกความจริงที่ว่า เธอไม่ใช่ลูกสาวของเขา แต่เป็นแฝดผู้น้องของซอลอา

ซอกฮุนตามจีพีเอสไปจนพบสถานกักกัน พร้อมกับโทร. ตามซูรยอนทันที แต่ดูเหมือนว่าเธอจะพบแค่ข้อความที่ซอกคยองเขียนทิ้งไว้ที่หน้าต่าง “แม่อย่าตามหาหนู”

ต่อมา ซอจินได้เดินเกมตามแผนต่อไป เธอให้แบคจุนกินำเอารูปถ่ายของโลแกนลีที่นอนติดเตียง ร่างกายห่อหุ้มไปด้วยผ้าพันแผลให้กับอเล็กซ์ โดยให้ย้ำกับอเล็กซ์ว่า “จูดันแทเป็นคนซ่อนโลแกนลีเอาไว้”

ระหว่างนั้นซอจินฉีดยาบางอย่างให้โลแกนลี และพูดว่า “ใน 24 ชั่วโมงนับจากนี้ คุณจะสบายตัว” หลังจากนั้น ซอจินก็ไปตกลงบางอย่างกับจูดันแท “ปล่อยให้ฉันจัดการกับซูรยอนเอง ถ้าคุณช่วยฉัน ฉันจะทำลายหลักฐานเรื่องที่คุณวางระเบิดโลแกนลีให้ ฉันจะกำจัดแบคจุนกิให้คุณเอง”

ยุนชอลมาหาอึนบยอลเพื่อเตือนเรื่องที่เธอกินยาที่ทำให้สมองเสื่อม อย่างไรก็ตาม อึนบยอลไม่พอใจที่พ่อของเธอย้ายฝั่งไปอยู่กับแบโรนา และปฏิเสธความต้องการของเธอ

แบคจุนกิไปหาครอบครัวของโลแกนลีตามคำสั่งของซอจิน เขาชี้เป้าไปที่จูดันแทว่าเป็นคนวางระเบิดโลแกนลี แต่จูดันแทก็โบ้ยไปให้ซูรยอน แถมยังยกแม่น้ำทั้งห้ามาเป็นข้ออ้าง และดูเหมือนคุณย่าของโลแกนจะเชื่อจูดันแทซะด้วย

ในขณะที่ทุกคนกำลังประสาทกลับหัวหมุนกับเรื่องโลแกนลี แต่ซอจินก็แสยะยิ้มออกมาเมื่อทุกอย่างดำเนินไปตามแผนทุกประการ

ในตอนท้าย ซูรยอนถูกชายฉกรรจ์พาตัวไปยังบ้านหลังหนึ่ง ขณะที่เธอตะโกนออกมาไม่หยุดว่า “ฉันไม่ได้ฆ่าโลแกน ฉันรักโลแกน” ทันใดนั้นเอง สิ่งเหลือเชื่อก็ปรากฏตรงหน้าของเธอ …

โลแกนลีฟื้นคืนชีพขึ้นมาและลุกขึ้นจากรถเข็นแทบไม่เหมือนคนที่เคยโดนระเบิดจนเกือบตาย ทุกอย่างแทบเป็นปรกติ มีเพียงรอยไหม้บนใบหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วทั้งสองก็จูบด้วยความโหยหากันและกัน ก่อนโลแกนจะเอ่ยออกมาว่า “ฉันคิดถึงเธอ”

EP.9 ศีลเสมอกัน เลวเสมอกัน

ซอจินและจูดันแทร่วมมือกัน และคิดว่าสามารถกำจัดโลแกนลีไปได้เรียบร้อยแล้วด้วยการฉีดสารพิษเข้าเส้นเลือด พร้อมกันนั้นยังได้เตรียมแผนป้ายสีความผิดไปให้ซูรยอน, ยุนชอล และแบคจุนกิ ในคราวเดียวกันอีกด้วย

ระหว่างที่ทั้งสองยิ้มกันอย่างหน้าระรื่น ชนแก้วจิบไวน์ด้วยท่าทางของผู้ชนะ หากแต่ในใจของพวกเขาต่างก็คือแผนที่จะแทงข้างหลังกันเอาไว้แล้ว ซอจินคิดในใจว่า “ถึงตาแกแล้วล่ะ จูดันแท ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในช่วงเวลาสุดท้ายที่มีไปเถอะ เพราะอีกไม่นานฉันจะยึดของแกทั้งหมดเอามาเป็นของฉัน” ส่วนจูดันแทก็ไม่ต่างกัน “อีผู้หญิงบ้า แกเสร็จฉันแน่ 555”

ในขณะที่ซูรยอนร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจแทบบ้าที่ได้เห็นโลแกนลี คนรักของเธอที่ตายไปแล้วมายืนอยู่ตรงหน้า ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึง และแบ่งปันรอยจูบซึ่งกันและกัน จากนั้นโลแกนลีก็เล่าว่า ยุนชอลเป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ละบอกว่าซอจินคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด แล้วเขาก็สาบานว่าจะแก้แค้นจูดันแทและซอจินให้ได้ ด้านซูรยอนก็ตั้งใจจะแก้แค้นให้ยุนฮีเช่นกัน

จูดันแทกับซอจินเข้ามาพบกับคุณย่าของโลแกนลี ซึ่งให้ทั้งสองได้รับสิทธิ์ในงานก่อสร้างในเขตพัฒนาเมืองใหม่ชอนซู จากนั้นทั้งสองก็เฮฮาปาร์ตี้กับความสำเร็จและเงินก้อนโตที่ได้รับ ส่วนยูดงพิลก็ได้รับเงินก้อนโตเป็นรางวัลเช่นกัน ด้วยเงินก้อนนี้เขาคิดว่าจะพาคังมารีไปเที่ยวต่างประเทศเสพสุขกันอย่างเต็มที่

แต่ตอนนี้คนที่ท่าจะแย่คงไม่พ้นแบคจุนกิ ซึ่งโดนโลแกนลีจับส่งกลับเข้าไปอยู่ที่โรงพยาบาลบ้าอีกครั้ง

ส่วนจูดันแทก็มาเติมเต็มความฝันของตัวเองในวัยเด็ก (จูดันแทมีชีวิตอันน่ารันทดในวัยเด็ก เขาอาศัยอยู่ในเขตชอนซู กระทั่งโดนพวกบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาไล่ที่จนเป็นเหตุให้แม่กับพี่ชายของเขาต้องตาย และคำสั่งเสียสุดท้ายของแม่ก็คือ ขอให้เขาโตขึ้นมาเป็นคนรวย ที่สามารถสร้างบ้านหลังใหญ่โตให้ตัวเองอยู่อย่างสุขสบาย) และวันนี้ดูเหมือนฝันของเขามันกำลังจะกลายเป็นความจริงแล้ว เขาพูดกับซอกฮุนว่า “นี่เป็นบ้านที่ฉันเคยอยู่ เป็นบ้านที่ย่าของแกเคยอยู่ และยังเป็นที่ฝังศพอีกด้วย ฉันจะสร้างตึกที่สูงที่สุดในโลกที่สามารถมองเห็นได้จากทุกที่ และทั้งหมดนี้มันจะเป็นของแก”

ครูจินเห็นโลแกนลียืนอยู่เบื้องหน้าก็ตกใจแทบสิ้นสติ โลแกนลีอยากจะขยี้ครูจินให้แหลกเหลวตายคามือในทันทีให้สาสมกับการทรยศ แต่แล้วเธอก็ร้องอ้อนวอนขอโอกาสอีกครั้ง และเธอก็ได้มอบหลักฐานอันล้ำค่าที่จะเฉลยความจริงว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตายของยุนฮีกันแน่ ด้วยภาพบันทึกวิดีโอจากกล้องหน้ารถ …

ความจริงที่ปรากฏในภาพบ่งบอกชัดเจนว่าซอจินเป็นคนฆ่ายุนฮี ! เมื่อซูรยอนได้เห็นคลิปนั้นก็ถึงกับร้องออกมาว่า “แล้วแกจะได้รู้ว่านรกที่แท้จริงมันเป็นยังไง”

วันเวลาผ่านไปหัวใจโลเลของยูดงพิลก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง สุดท้ายเขาก็ยอมย้ายฝั่งกลับมาอยู่กับคังมารี ซึ่งนั่นก็คือฝั่งเดียวกับซูรยอน

ในระหว่างนั้นเอง ผลข้างเคียงจากยาที่อึนบยอลกินเริ่มทำให้เธอไม่ต่างอะไรกับคนเพี้ยนที่สติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะเธอเริ่มเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อมโดยสมบูรณ์แล้ว

อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุด ซอจินก็สามารถถีบซูรยอนให้พ้นจากตำแหน่งประธานมูลนิธิชองอาแล้วพาตัวเองขึ้นไปนั่งตำแหน่งนั้นเองได้สำเร็จ ส่วนจูดันแทก็มุ่งหน้าพัฒนาเมืองใหม่ในเขตชอนซูอย่างจริงจัง ในขณะที่จังหวะชีวิตของคนทั้งคู่กำลังพุ่งแรงกลับต้องมาประสบกับความวุ่นวายอีกครั้ง …

ในงานพิธีวางศิลาฤกษ์ที่เขตพัฒนาเมืองใหม่ชอนซู ได้มีข้อความแสดงความยินดีจากซอจินระบุว่า “คนที่ฆ่าโลแกนลีคือ จูดันแท” ในเวลาเดียวกันนั้น ในพิธีเปิดงานของซอจินก็ปรากฏของขวัญเป็นภาพเขียนขนาดใหญ่ที่ถูกส่งจากจูดันแท แต่เมื่อเปิดออกมากลับมีข้อความว่า”คนที่ฆ่าประธานชอนมยองซูก็คือ ชอนซอจิน” !!!

ในตอนท้าย จูดันแทกับซอจินนัดพบกันที่โกดังร้างแห่งหนึ่ง ทั้งสองต่อสู้กันด้วยความโกรธ ในขณะที่โลแกนลีและซูรยอนแอบเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ ด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก …

EP.10 สูญเสียจนหมดสิ้น

ในงานพิธีวางศิลาฤกษ์ที่เขตพัฒนาเมืองใหม่ชอนซูของจูดันแท ได้มีการเปิดวิดีโอที่เผยให้เห็นการกระทำอันชั่วร้ายของจูดันแท ผู้วางระเบิดรถยนต์ของโลแกนลี เวลาเดียวกันนั้น ในพิธีเปิดงานของซอจินก็ปรากฏของขวัญเป็นภาพเขียนขนาดใหญ่ เมื่อเปิดออกมากลับมีข้อความว่า”คนที่ฆ่าประธานชอนมยองซูก็คือ ชอนซอจิน”

จูดันแทกับซอจินนัดพบกันที่โกดังร้างแห่งหนึ่ง ทั้งสองต่อสู้กันด้วยความโกรธ เพราะต่างก็สงสัยกันและกัน ซอจินตวาดออกมาว่า “ความร่วมมือของเราจบลงแล้ว” ในขณะที่ชูรยอนมองทั้งสองแตกคอกันด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก นั่นเป็นเพราะทั้งหมดเป็นแผนที่เธอวางเอาให้ทั้งสองเข้าห้ำหั่นกันเอง โดยความช่วยเหลือของ ยุนชอล คังมารี และยูดงพิล

ซูรยอนได้เอ่ยความจริงกับแบโรนาทั้งน้ำตาเกี่ยวกับการตายขแงโอยุนฮี ผู้เป็นแม่ของเธอ จากเดิมที่เธอเข้าใจมาตลอดว่าจูดันแทเป็นคนลงมือฆ่าแม่ของเธอ แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ “คนที่ผลักแม่ของเธอตกหน้าผาก็คือชอนซอจิน !”

แต่อย่างไรก็ตาม แบโรนาก็ได้แต่โทษตัวเองว่าการเสียชีวิตของแม่เป็นความผิดของเธอ “เป็นเพราะหนูเองที่ไปช่วยเด็กบ้าอึนบยอล หนูพาอึนบยอลมาซ่อนเอาไว้ที่บ้าน ถ้าหนูไม่ช่วยเธอ แม่ก็คงไม่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้” แบโรนาร้องไห้ออกมาด้วยความเศร้า แล้วซูรยอนก็เข้าโอบกอดเธอเพื่อเป็นการปลอบโยนกันและกัน

ทีนี้ ยุนชอลก็ปฏิบัติตามคำสั่งของซูรยอน โดยการใช้แบคจุนกิเป็นตัวล่อให้จูดันแทหลงกล … แบคจุนกิเข้าไปพบซอจินพร้อมกับหลักฐานไฟล์บันทึกเสียงที่เขาแอบบันทึกเอาไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าซอจินเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการทำร้ายโลแกนลี เขาขู่ว่าจะส่งคลิปเสียงนี้ไปให้ครอบครัวโลแกนลี ถ้าเขาไม่ให้เงิน 2 แสนล้านวอน

หลังจากนั้น แบคจุนกิก็ไปหาจูดันแทพร้อมกับรูปที่เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนวางระเบิดรถยนต์ของโลแกนลี พร้อมกับขู่แบล็กเมลเป็นเงิน 2 แสนล้านวอน แต่จูดันแทกลับยื่นข้อเสนอที่น่าเหลือเชื่อให้แบคจุนกิ “ถ้าคุณมอบหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าชอนซอจินเป็นคนลักพาตัวโลแกนลี ผมจะจ่ายให้คุณ 4 แสนล้านวอน” ในท้ายที่สุดแผนการทำให้แตกคอกันเองก็สำเร็จ

แต่ยิ่งไปกว่านั้น ครูจินมาพบกับจูดันแทพร้อมกับบอกเรื่องคลิปที่ได้จากกล้องบันทึกหน้ารถในเหตุการณ์การตายของโอยุนฮี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าซอจินเป็นคนฆ่าเธอ ในตอนแรกจูดันแทก็ไม่เชื่อถึงการมีอยู่ของคลิปดังกล่าว แต่ครูจินก็เปิดคลิปจากโทรศัพท์ของเธอให้ดู พร้อมยื่นข้อเสนอ 5 แสนล้านวอนเพื่อแลกกับคลิปดังกล่าว “ฉันต้องการเงิน 5 แสนล้านวอนภายในหนึ่งอาทิตย์ ฉันคิดว่าคลิปนี้น่าจะมีค่าสำหรับคุณมากกว่า 5 แสนล้านวอนนะ ถ้ามันเอาไปใช้โค่นซอจิน เมื่อถึงตอนนั้นกลุ่มชองอาจะทำให้เงินให้กับคุณได้มากกว่านั้นเยอะ”

ระหว่างนั้น ซอกฮุนที่รับรู้ความเคลื่อนไหวของจูดันแท ก็บอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ซูรยอนได้รู้

ยังไม่จบ ครูจินก็ไปหาซอจินเช่นกัน เพื่อเอาหลักฐานจากคลิปหน้ารถ (แต่เป็นคนละช่วงเวลา) ที่แสดงให้เห็นว่าจูดันแทกำลังขับรถไล่ล่ารถของโอยุนฮี พร้อมกับเรียกเงิน 5 แสนล้านวอนเช่นกัน งานนี้ซอจินจ่ายให้กับครูจินแบบชิล ๆ เพราะเธอคิดว่าได้หลักฐานสำคัญที่จะใช้เล่นงานจูดันแทในคดีฆาตกรรมโอยุนฮี

หลังจากนั้น จูดันแทก็โดนซูรยอนเล่นงานอย่างหนัก เพราะตอนนี้เขาได้สูญเสียทุกสิ่งอย่างไปหมดสิ้นแล้ว

เมื่อถึงคราวที่จูดันแทสิ้นไร้ไม้ตอกหนีหัวซุกหัวซุน ยูดงพิลพาจูดันแทหนีไปกับเรือลักลอบขนส่งสินค้าหนีภาษี ณ จุดนั้นเอง จูดันแทก็หมดสติลง และเมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาลบ้าที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีป้ายชื่อคนไข้ที่ติดอยู่ระบุชื่อ “แบคจุนกิ”

ส่วนยูดงพิลเมื่อทำภารกิจเสร็จเรียบร้อยก็เดินทางไปหาลูกสาวเพื่อบอกลา ก่อนที่จะไปยอมรับความผิดที่ตัวเองได้ก่อเอาไว้กับตำรวจ

ในอีกด้านหนึ่ง ซอจินมีความสุขมาก ๆ ที่สามารถเขี่ยจูดันแททิ้งไปได้อย่างชิล ๆ เธอใช้ช่วงเวลาของชีวิตมีความสุขกับอึนบยอล เธอเชื่อมั่นว่าในตอนนี้เธอคือผู้ชนะตัวจริง

แต่ในตอนท้ายสิ่งที่น่าตกตะลึกก็ปรากฏขึ้น เมื่ออึนบยอลเกิดความคิดพิเรนทร์ขึ้นมา “ฉันไม่ได้กินยาของฉันเลย เพราะฉันตั้งใจจะเก็บยาเอาไว้ให้แม่ ฉันคิดว่าแม่ของฉันจะมีความสุขมากกว่านี้ ถ้าความจำอันเลวร้ายของแม่ถูกลบออกไป” แล้วอึนบยอลก็เอายาใส่ลงไปในแก้วไวน์ของซอจิน

อึนบยอลกล่าวในตอนท้ายว่า “หนูคิดว่าวันนี้จะเป็นวันที่แม่มีความสุขมากที่สุดในชีวิตค่ะ”

EP.11 การล้างแค้นอันโหดร้าย

ซอกคยองแอบตามจูดันแทขึ้นเรือจนไปถึงโรงพยาบาลบ้าที่ประเทศญี่ปุ่น จูดันแทเมื่อเห็นซอกคยองก็เปลี่ยนท่าทีแบบหลังมือเป็นหลังเท้า ทำเป็นพูดดีขึ้นมาทันที “พาฉันออกไปจากที่นี่” แต่ซอกคยองกลับทำหน้าตาสะใจตอบกลับไปว่า “ใช้ชีวิตที่เหลือของคุณในชื่อของแบคจุนกิไปเถอะ”

โลแกนลีก็ยังให้โอกาสแบคจุนกิอีกครั้ง ด้วยความสงสารที่ตกเป็นเหยื่อของจูดันแท ส่วนครูจินก็โอดครวญถึงอึนบยอลไม่เลิก โลแกนลีจึงจัดให้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจิตเวช และสั่งห้ามเข้าใกล้อึนบยอล

อึนบยอลใส่ยาลบความทรงจำในไวน์ให้ซอจินดื่ม เพราะเธอเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้แม่ของเธอมีความสุขมากที่สุดในชีวิต ซอจินดื่มไวน์แก้วนั้นอย่างมีความสุขระหว่างปาร์ตี้กับลูกสาว โดยที่ไม่รู้เลยว่าเคราะห์กรรมของเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้นนับจากนี้ “วันนี้จะเป็นวันที่แม่ฉันมีความสุขมากที่สุดในชีวิต” อึนบยอลคาดหวังให้มันเป็นแบบนั้น

ข่าวลือเรื่องบริษัทชองอาการก่อสร้างกำลังล้มละลายสะพัดไปทั่ว ในตอนนั้นเอง ซอจินเสนอขายชองอาการก่อสร้างให้กับอเล็กซ์ที่มูลค่า 3 ล้านล้านวอน (ประมาณ 85 ล้านบาท) อเล็กซ์ยอมรับข้อเสนออย่างง่ายดาย แต่มีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวคือ “ถ้าคุณเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม สัญญาจะถือเป็นโมฆะ”

ต่อมา อเล็กซ์ขอยกเลิกสัญญาซื้อชองอาการก่อสร้าง โดยให้เหตุผลว่าซอจินเป็นตัวการที่ลักพาตัวและทรมานโลแกนลี เมื่อรู้เช่นนั้น ซอจินจึงเร่งรีบออกไปแต่ก็โดนคังมารีมาขวางเอาไว้ และซอจินก็ถูกนำตัวไปที่ห้องลับที่ใช้ขังโลแกนลี

ซูรยอนปรากฏตัวขึ้น พร้อมยิงคำถามใส่ซอจินว่าทำไมถึงต้องฆ่าโอยุนฮี “เธอคิดว่าจะได้ครองโลกเหรอ ถ้าฆ่าทุกคนจนหมด” แต่ซอจินก็ยังแก้ตัวไปว่าคนที่ฆ่าโอยุนฮีคือจูดันแท และยังเป็นคนวางระเบิดรถโลแกนลี ทีนี้ซูรยอนจึงเอาคลิปบันทึกจากกล้องหน้ารถมาแสดงเป็นหลักฐานว่าซอจินนั่นแหละคือคนฆ่าโอยุนฮี “เธอจะเสียเงินทั้งหมดที่มี ทั้งมูลนิธิชองอา และศูนย์ศิลปะชองอาอันยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่ลูกสาวของเธอ อึนบยอลที่เธอรักที่สุด ทั้งหมดเป็นการลงโทษทั้งหมดที่เธอต้องได้รับ” จากนั้นซูรยอนก็ฉีดยาบางอย่างเข้ากระแสเลือดซอจิน

โกซังอา, อีมินฮยอก และอีคยูจิน โดยตำรวจรวบในข้อหายักยอกเงินจากกลุ่มชองอา ในขณะที่จูดันแทซึ่งถูกขังอยู่ในโรงพยาบาลบ้ากำลังอยู่ในภาวะจิตตกอย่างหนัก เขาพยายามหาจังหวะจะหนีแต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ

ตอนนี้ อึนบยอลรู้แล้วว่ายุนชอลเป็นพ่อแท้ ๆ ของแบโรนา ความทรงจำของอึนบยอลกลับมาแล้วเธอจำได้ว่าโอยุนฮีเคยบอกเอาไว้

ซอจินหนีออกมาได้ และเธอก็พบว่าตัวเองถูกไล่ออก โดยโลแกนลีขึ้นเป็นประธานศูนย์ศิลปะชองอาแทน จากนั้นเจ้าหนี้รายใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อทวงเงินก้อนโต 5 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 1,400 ล้านบาท) ที่จูดันแทเคยยืมไป (ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นเงินของซูรยอน ที่เธอวางแผนเอาไว้ก่อนหน้านี้) ยิ่งไปกว่านั้นซอจินยังโดนตำรวจมองในฐานะผู้ต้องสงสัยกับการหายตัวไปของจูดันแท

ซอจินชอนถูกบังคับให้ใช้หนี้ก้อนโต ซูรยอนใช้คำพูดกระแทกเข้าไปในหัวใจของซอจิน “ถ้าเธอตาย หนี้ทั้งหมดจะตกทอดไปยังอึนบยอล ชีวิตนับจากนี้ของเธอจะต้องอยู่อย่างยากจน”

จากการสืบสวนของตำรวจทำให้ซอจินรู้ว่า จูดันแทได้ทำการยักยอกเงินออกจากมูลนิธิชองอาเป็นจำนวนเงินมากถึง 5 แสนล้านวอน ทำให้มีหนี้สินรวม 1 ล้านล้านวอน เธอพยายามจะโต้แย้งว่าเธอได้ยื่นฟ้องหย่ากับจูดันแทไปแล้ว แต่ทว่าซูรยอนได้คัดค้านการหย่าร้างนั้นเอาไว้แล้ว ในท้ายที่สุดชองอาการก่อสร้างก็ล้มละลาย

และแล้วสิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็เกิดขึ้น เมื่อยาที่อึนบยอลใส่ไว้ในไวน์เริ่มออกฤทธิ์ ซอจินเริ่มเพ้อออกมา “ความฝันของฉันคือการทำให้อึนบยอลประสบความสำเร็จ” เธอพยายามหาเงินจากการขายเครื่องเพชรและเครื่องประดับต่าง ๆ ระหว่างนั้นความทรงจำของเธอก็เริ่มมีปัญหามากขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อมาถึงเฮราพาเลซ ซอจินในตอนนี้อาการก็รุนแรงจนถึงขั้นเสียสติ

ซอจินเพี้ยนหนักจากฤทธิ์ของยาจนเข้าใจผิดคิดไปว่าแบโรนาเป็นลูกสาวของตัวเอง ซึ่งจังหวะนั้นยุนชอลก็พยายามเข้ามาพาแบโรนาไป ทำให้เกิดการยื้อยุดกับซอจินที่ตอนนี้กลายเป็นคนบ้าโดยสมบูรณ์แล้ว เธอคว้าเอาโคมไฟตั้งพื้นฟาดใส่ยุนชอลอย่างแรงจนเขาได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าอย่างรุนแรง หลังจากนั้นซอจินก็พยายามดึงมือของแบโรนาเอาไว้ และซอจินก็เกิดพลาดท่าตกจากชั้นสอง …

ซอจินเอามือคว้าไปที่โคมไฟห้อยเพดานเอาไว้ได้ แต่สุดท้ายก็จับเอาไว้ไม่ไหวล่วงลงไปนอนนิ่งอยู่บนพื้นชั้นล่าง และโคมไฟก็ร่วงลงมา ทำให้ปลายแหลมของโคมไฟกะซวกใส่ช่วงท้องของซอจินจนเลือดกระอักออกมาจากปาก ไม่นานนักเธอก็แน่นิ่งไป

EP.12 โจ๊กเกอร์แท !!!

ซอจินโดนโคมไฟระย้าหล่นใส่กลางลำตัว เลือดพุ่งออกจากปากไปทั่วบริเวณ แต่ทว่า เธอตื่นขึ้นอย่างปลอดภัยที่โรงพยาบาล ซอจินยังไม่ตาย !

หลังได้รับบาดเจ็บเจียนตายแต่ก็ยังไม่ตาย เพราะได้รับการผ่าตัดอย่างทันท่วงที ซอจินฟื้นขึ้นมาด้วยสภาพที่แทบเป็นปรกติ โดยมีอึนบยอลอยู่เคียงข้างแม่ของเธอ เป็นเพียงแต่ว่า ซอจินกลับจำลูกสาวของตัวเองไม่ได้เสียแล้ว อันเป็นผลมาจากผลข้างเคียงของยาลบความที่อึนบยอลให้กิน และผลกระทบจากอาการช็อก อึนบยอลได้แต่กอดแม่ที่ตัวสั่นด้วยความกล้ว แล้วร้องไห้ออกมาอยู่อย่างนั้น

ซูรยอนตามมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล แม้จะเห็นซอจินในสภาพความจำเสื่อม แต่ด้วยความโกรธที่ฝังแน่น เธอประกาศออกไปว่า การล้างแค้นมันยังไม่จบอยู่แค่ตรงนี้ !

ในขณะนั้นเอง เจ้าหนี้เงินกู้ก็เข้ามาทวงเงินซอจิน “แกต้องจ่ายเงินที่พวกแกมีจนกว่าจะตายจากโลกนี้ไปทั้งแม่ทั้งลูก” ซอจินที่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับลูกแมวตัวน้อยตากฝน ตัวสั่นและร้องไห้ออกมาไม่หยุด

แบโรนาเองก็ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจที่ยุนชอลได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการที่เข้าไปช่วยชีวิตเธอ

ซอกคยองคุกเข่าขอโทษเบื้องหน้าแบโรนาด้วยความสำนึกผิด ต่อมาเมื่อได้พบกับซูรยอน ผู้เป็นแม่ผู้ให้กำเนิดจริง ๆ เธอก็ถึงกับร่ำไห้พร้อมกับกล่าวขอโทษในสิ่งแย่ ๆ ที่ได้ทำลงไป

ตัดภาพมาที่โรงพยาบาลบ้าที่ประเทศญี่ปุ่น จูดันแทจัดการหมอและพยาบาลด้วยเข็มฉีดยา จากนั้นก็เอาเสื้อผ้าใส่พรางตัวหนีออกมาได้สำเร็จ พร้อมกับลั่นวาจาออกมาว่า “ชิมซูรยอน โลแกนลี ฉันจะจัดการพวกแกให้ตายคามือ”

เมื่อข่าวการหนีของจูดันแทถึงหู ซูรยอนก็แสดงความโกรธออกมา พร้อมกับบอกโลแกนลีว่า “มันหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว จุดจบของจูดันแทคือความตาย”

ซุรยอนเรียกซอกฮุนให้มาพบ เพราะเธอวิเคราะห์แล้วว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จูดันแทจะเดินทางมาเกาหลีได้ด้วยตัวเอง เพราะไม่มีทั้งเงินและหนังสือเดินทาง คนเดียวที่จูดันแทจะติดต่อมาเพื่อขอความช่วยเหลือคือซอกฮุน เมื่อเป็นเช่นนั้นเธอจึงให้ซอกฮุนช่วยจูดันแทให้กลับมาเกาหลี

แล้วมันก็เป็นอย่างที่โลแกนลีคาดเอาไว้จริง ๆ จูดันแทติดต่อซอกฮุนเพื่อขอความช่วยเหลือ ซอกฮุนจึงบอกไปว่าเขามีเพื่อนอยู่ที่ฟุกุโอกะ ให้จูดันแทเดินทางไปที่ท่าเรือฮากาตะทันที (เพื่อขึ้นเรือมาปูซาน) แล้วเขาจะเตรียมเงินและหนังสือเดินทางไปให้ … แต่ทุกอย่างมันเป็นกับดัก

เมื่อจูดันแทมาถึง เขาก็หนีไปได้อย่างสบาย ๆ เพราะนั่นเป็นแผนที่ซูรยอนวางเอาไว้ … ซูรยอนปล่อยข่าวออกสื่อว่า จูดันแทเป็นฆาตกรฆ่าสองสามีภรรยาเมื่อหลายปีก่อน และตั้งรางวัลนำจับ 2 พันล้านวอน (ประมาณ 56 ล้านบาท) รูปของจูดันแทถูกแจกจ่ายไปทั่ว ทำให้จูดันแทต้องหนีอย่างหัวซุกหัวซุน

จูดันแทหนีหัวซุกหัวซุน เขาบอกกับตัวเองจะไม่มีทางที่จะตายอยู่ข้างถนนแบบนี้ จากนั้นเขาก็ตีขวดเซจูจนแตก แล้วทำปากตัวเองให้ฉีกกว้างแบบโจ๊กเกอร์เพื่ออำพรางใบหน้าที่แท้จริง… ตอนนี้เขากลายเป็น “โจ๊กเกอร์แท” โดยสมบูรณ์แล้ว ! จากนั้นเขาก็สั่งเลขาโจให้ไปเตรียมระเบิดเอาไว้ เพื่อเตรียมไปถล่มซูรยอน

ตัดมาที่แบโรนา ซึ่งกำลังมองไปที่ยุนชอลที่ยังไม่ฟื้นจากอาการบาดเจ็บที่สมองอย่างรุนแรง “พ่อไปแบบนี้ไม่ได้นะ”

ทีนี้ ซูรยอนก็ทำการซื้อบ้านในเฮราพาเลซ ไม่ว่าจะเป็นบ้านของกยูจิน เพราะเธอรู้ว่ายังไง ๆ จูดันแทก็ต้องกลับมาที่เฮราพาเลซ และเพื่อเป็นการดึงดูด ซูรยอนจึงตัดสินใจจัดพิธีหมั้นกับโลแกนลี ซึ่งแน่นอนว่าโลแกนลีกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ซูรยอนก็พูดว่า “จูดันแทต้องการจะฆ่าฉัน ซึ่งฉันไม่มีทางต้องมาตายด้วยน้ำมือของจูดันแทอย่างแน่นอน”

เซอร์ไพรส์ ! เลขโจหักหลังจูดันแท แต่อย่างไรก็ตาม เลขาโจผู้อ่อนด๋อยก็โดนจูดันแทฆ่าตายอย่างอนาจ

ภายในงานหมั้นของซูรยอนกับโลแกนลี ที่นั่นเอง จูดันแทได้แอบอยู่พร้อมด้วยระเบิด โลแกนลีเห็นแต่ก็แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น จากนั้นโลแกนลีจูบซูรยอนอย่างดูดดื่ม

จังหวังนั้นเอง จูดันแทได้ปรากฏออกมา พร้อมกับประกาศออกมาว่า “ฉันวางระเบิดในเฮราพาเลซเอาไว้หมดแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า” โลแกนลีประกาศให้คนที่อาศัยอยู่ในตึกอพยพออกไป

ในเวลานั้นเอง ซูรยอนออกมาเผชิญหน้ากับจูดันแทเพียงลำพัง เธอเล็งปลายกระบอกปืนไปที่จูดันแท “ในที่สุดฉันก็ต้องฆ่าแกด้วยมือของฉันเองได้” แต่จูดันแทก็ขู่ด้วยรีโมทระเบิดที่อยู่ในมือ “พ่อของเธอเป็นคนฆ่าแม่และพี่ชายของฉัน” ซูรยอนกล่าวว่า “อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดของพ่อแบคจุนกิ ไม่ใช่พ่อของฉัน”

ซูรยอนลั่นกระสุนจากปลายกระบอกปืนด้วยความโกรธ แต่อย่างไรก็ตาม จูดันแทก็เอาคืนด้วยการใช้ขวดไวน์ที่แตกเข้าที่ขาของซูรยอน จากนั้นทั้งสองก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ก่อนที่จูดันแทจะกำรีโมทจุดระเบิด พร้อมกับลั่นออกมาว่า “มาลงนรกไปด้วยกันเถอะ” แต่ …

ทันใดนั้นเอง ซูรยอนก็ลั่นไกปล่อยกระสุนเข้าสู่กบาล ร่างของจูดันแทร่วงตกลงไปที่น้ำพุของเฮราพาเลซ … ตายอนาถ !?

EP.13 ความจำเสื่อมทิพย์

จูดันแทโดนลูกตะกั่วจากปากกระบอกปืนของซูรยอนเข้าที่กลางกบาล ตายอนาถ … ร่างของเขาตกลงไปที่น้ำพุของเฮราพาเลซ ก่อนที่ระเบิดจะเกิดระเบิดขึ้นดังสนั่น เพนต์เฮาส์เฮราพาเลซซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวยหรูหรา สัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่และทรงพลังที่ใคร ๆ ต้องการไขว่คว้า มาบัดนี้มันได้พังทลายลงไป เป็นแค่เศษอิฐเศษดินที่ไร้ค่า

ซูรยอนกับโลแกนลีหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย หลังจากนั้นทั้งสองก็แถลงข่าวประกาศจะจ่ายค่าชดเชยด้วยเงินส่วนตัวมูลค่า 10 ล้านล้านวอน (ประมาณ 280,000 ล้านบาท) พร้อมทั้งจะซื้อกิจการของชองอากรุปที่อยู่ในสภาวะล้มละลาย เพื่อช่วยเหลือผู้ถือหุ้นที่ได้รับผลกระทบภายใต้การบริหารงานของจูดันแท … ส่วนเรื่องคดีซูรยอนก็ให้การกับตำรวจว่า จูดันแทตายเพราะระเบิดที่ตัวเองวางเอาไว้

ตัดภาพมาที่ซอจิน ซึ่งตอนนี้กำลังดูข่าวทางทีวีอย่างอารมณ์ดีที่รู้ว่าจูดันแทเสียชีวิต และดูเหมือนว่าความทรงจำของเธอจะเป็นปกติ เพราะแท้จริงแล้วเธอแกล้งความจำเสื่อมเพื่อหนีความผิดในคดีฆาตกรรมโอยุนฮี “ในที่สุดแกก็ตาย การตายมันเหมาะสมกับแกมากที่สุดแล้ว”

ความจริงก็คือ ซอจินรู้ก่อนแล้วว่าอึนบยอลจะวางยาเธอ ซอจินตีเนียนดื่มไวน์ที่อึนบยอลแอบใส่ยาเอาไว้ หลังจากนั้นก็เข้าห้องน้ำไปอ้วกไวน์ที่ดื่มเข้าไปออกมาจนหมด นับแต่นั้นก็แสดงละครว่าตัวเองความจำเสื่อม

ยุนชอลฟื้นได้สติขึ้นมาก็พบโลแกนลีอยู่เบื้องหน้า ทำให้รู้เรื่องการตายของจูดันแท และซอจินกลายเป็นคนความจำเสื่อมจากภาวะสมองเสื่อมเฉียบพลัน แต่ยุนชอลไม่เชื่อ เขาคิดว่าซอจินกำลังแกล้งเป็นความจำเสื่อม เพื่อเป็นข้ออ้างให้ตัวเองพ้นผิดจากคดีฆาตกรรมโอยุนฮี

ส่วนอึนบยอลพยายามหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วยการทำงานพาร์ตไทม์เป็น MC แต่ก็โดนเจ้าของร้านไล่ออกเพราะไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลยสักคน แต่บังเอิญอาจารย์ที่เคยสอนเธอมาเจอเข้าจึงจ้างเธอให้ไปร้องเพลงทร็อต โดยให้ค่าจ้างวันละ 1 ล้านวอน (ประมาณ 28,000 บาท)

หลังจากนั้น เมื่อรู้ว่ายุนชอบฟื้นแล้ว อึนบยอลจึงไปหาที่โรงพยาบาล ประโยคแรกที่ยุนชอลถามคืออาการความจำเสื่อมของซอจิน อึนบยอลเลยสารภาพกับยุนชอลว่า “แม่ความจำเสื่อมก็เพราะหนู หนูเป็นคนวางยาแม่เอง หนูเอายาที่ได้จากครูจินให้แม่กิน เพื่อช่วยให้แม่ลืม เพราะหนูทนให้แม่ก่ออาชญากรรมเพื่อหนูอีกไม่ได้แล้ว หนูรู้สึกผิดต่อแม่มาก ๆ ตอนนี้แม้แต่ตัวเองแม่ยังจำไม่ได้เลย … ขอร้องนะคะพ่อ อย่ารังแกแม่อีกเลย”

ยุนชอลปฏิเสธที่จะปล่อยซอจินไปเฉย ๆ แบบนี้ ทำเอาอึนบยอลโกรธจัด โวยวายใส่พ่อเป็นการใหญ่ “ยังมีการลงโทษอะไรที่ร้ายแรงกว่าการที่แม่จำหนูไม่ได้อีกเหรอ ต่อจากนี้หนูจะไม่มาเจอหน้าพ่ออีก หนูกับแม่จะเริ่มต้นกันใหม่จากศูนย์โดยไม่ต้องมีพ่อช่วย”

อย่างไรก็ตาม ยุนชอลยังตามสืบอาการป่วยของซอจินต่อไป โดยขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหมอด้วยกัน ซึ่งเขาพบว่าผลการสแกนสมองปัจจุบันเมื่อเทียบกับผลสแกนสมองเมื่อตอนที่เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อ 5 ปีก่อน ต่างกันสิ้นเชิง นั่นหมายความว่า ผลตรวจ MRI ที่ระบุว่าซอจินมีภาวะสมองเสื่อมเป็นของปลอม !

ซูรยอนและโลแกนลีพบว่า ยารักษาโรคสมองเสื่อมของซอจินทั้งหมดถูกทิ้งเอาไว้ในถุงขยะ ทำให้รู้ว่าซอจินเล่นละครตบตามาตลอดว่าความจำเสื่อม เมื่อรู้เช่นนั้น ทั้งสองจึงตัดสินใจปล่อยคลิปบันทึกจากกล้องหน้ารถที่เป็นหลักฐานว่า ซอจินคือฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าโอยุนฮี

ต่อมาเราจึงได้รู้ความจริงว่า ยุนชอลสูญเสียการมองเห็นไปแล้ว จากการที่เส้นประสาทตาเสียหาย อีกทั้งเขายังได้รับผลข้างเคียงหลังจากการผ่าตัด คือจะมีอาการปวดหัวระดับรุนแรง ซึ่งหมอได้ให้ยาแก้ปวดที่แรงที่สุดเพื่อระงับอาการปวด เมื่อรู้เช่นนั้น เขาจึงให้โลแกนลีพาเขาไปพบกับแบโรนาก่อนที่เธอจะเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ โดยแสร้งว่าตัวเองแข็งแรงดี เขากล่าวกับโลแกนลีว่า “ผมอยากให้โรนามีภาพของผมตอนที่ยังแข็งแรง”

ยุนชอลได้พบกับแบโรนา เขาได้มอบปากกาที่พิมพ์ข้อความ “ศัลยแพทย์ระบบประสาท ดร. ฮายุนชอล” หลังจากยุนชอลกลับไปแล้ว แบโรนาได้หลั่งน้ำตาออกมา แล้วเอ่ยกับตัวเองว่า “ลาก่อนนะคะ พ่อ”

โลแกนลีเข้าประชุมผู้บริหารในฐานะประธานคนใหม่ของชองอากรุป ที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็นชึมุนกรุป (ซึ่งเป็นชื่อเดิมของบริษัทพ่อซูรยอน) เขาประกาศว่าจะให้ผู้บริหารพนักงานทุกคนได้ทำงานต่อโดยไม่มีเงื่อนไข ทำให้ผู้บริหารต่างปรบมือแสดงความชื่นชมเสียงดังกึกก้อง อีกทั้งเขายังประกาศว่าจะทำให้เขตชอนซูเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุด “ผมขอให้ทุกคนลืมอดีตไปให้หมด และทำงานอย่างเต็มที่เพื่อบริษัทนี้ต่อไปครับ”

ระหว่างนั้นเอง ยุนชอลไปที่อพาร์ตเมนต์ของซอจินเพื่อช่วยอึนบยอล (ทั้ง ๆ ที่ตัวเองตาบอดมองไม่เห็น) แต่แทนที่จะได้ช่วยอึนบยอล ตัวเองกลับพลัดตกลงมาจากตึกจนกระอักเลือดนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นซะอย่างนั้น … ซอจินตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นยุนชอลนอนจมกองเลือดอยู่อย่างนั้น เธอรีบวิ่งไปหาเขาเพื่อฟังคำจากปากของเขาเป็นครั้งสุดท้าย “ผมต้องไปแล้วนะ ผมไม่เคยลืมคุณเลย ผมรักคุณนะ … ยุนฮี” !!! (แม้ในวาระสุดท้ายของชีวิตก็ยังทำร้ายจิตใจซอจิน)

อึนบยอลไปดูร่างไร้วิญญาณของพ่อที่ห้องดับจิต เธอร้องไห้ออกมาไม่หยุด “หนูขอโทษสำหรับทุกอย่างที่หนูทำไป ตื่นขึ้นมาสิพ่อ ตื่นขึ้นมาสิ” จากนั้นซูรยอนก็อึนบยอลว่าซอจินเป็นคนฆ่ายุนชอล แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรอึนบยอลก็ไม่เชื่อ เพราะเธอเป็นคนใส่ยาในไวน์ให้แม่กินกับมือตัวเอง “หนูไม่มีวันเชื่อที่ป้าพูดหรอก ยกเว้นว่าหนูจะเห็นด้วยตาของตัวเอง”

แผนการหลบหนีออกนอกประเทศของเธอต้องสะดุดลง เมื่อซูรยอนแกล้งทำเป็นจับอึนบยอลเอาไว้เป็นตัวประกัน แล้วให้ซอจินมาหาที่ที่โอยุนฮีตาย “ถ้าไม่มาภายในหนึ่งชั่วโมง เธอจะไม่ได้เห็นอึนบยอลอีกเลยตลอดชีวิต”

ซอจินแทบสติแตก แม้เลขาโดจะพยายามห้ามไม่ให้ไป แต่สุดท้ายซอจินก็ขับรถไปช่วยอึนบยอลที่หน้าผาคิมโพ ที่เดียวกับที่โอยุนฮีตาย … ระหว่างนั้นซอจินก็ติดกับดักของซูรยอนที่วางเอาไว้ ซอจินเผยความจริงเรื่องที่ไม่ได้ความจำเสื่อม และยังหลุดปากออกว่าเป็นคนฆ่าโอยุนฮีและยุนชอล โดยที่ไม่รู้เลยว่าโลแกนลีกับอึนบยอลได้ยินและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจากหน้าผาด้านบน

อึนบยอลเสียใจมากที่แม่ของเธอเป็นคนฆ่าพ่อ และยังโกหกว่าความจำเสื่อม เธอจึงคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทร. แจ้งตำรวจให้จับแม่ของตัวเอง

ซอจินโกรธจัดจนทำะไรไม่ถูก ได้แต่โทษว่าที่ชีวิตของเธอต้องมาเป็นแบบนี้ก็เพราะซูรยอน “ถ้าไม่มีเธอชีวิตฉันคงสมบูรณ์แบบ เพราะยังไงฉันก็ไม่มีวันไปยุ่งกับคนอย่างจูดันแทอยู่แล้ว” ทันใดนั้นเอง ซอจินก็ผลักซูรยอนตกหน้าผา !!!

EP.14 ตอนจบ

จากตอนที่แล้ว อึนบยอลได้รู้ความจริงเรื่องที่แม่ของเธอแกล้งความจำเสื่อม เธอจึงตัดสินใจโทร. แจ้งตำรวจให้มาจับแม่ ขณะเดียวกันนั้น ซอจินผลักซูรยอนตกหน้าผาไป …

หลังจากนั้น ซอจินถูกนำตัวขึ้นศาลในฐานะจำเลยในคดีฆาตกรรมโอยุนฮีและซูรยอน แต่ซอจินก็ยังแกล้งทำเป็นความจำเสื่อมต่อไปเพื่อเอาตัวรอด อึนบยอลมาขึ้นให้การแย้งโดยให้การต่อศาลว่า “ไม่จริง แม่แกล้งความจำเสื่อม แม่หลอกแม้กระทั่งลูกสาวของตัวเอง ทั้งหมดมันเป็นเพียงแค่การแสดงของแม่เท่านั้น แม่จำได้ทุกอย่าง ฉันเห็นกับตาตัวเองตั้งแต่ต้นว่าแม่เป็นคนผลักชิมซูรยอนตกหน้าผา”

ไม่เท่านั้น อึนบยอลยังกล่าวว่า แม่ฆ่าปู่และโอยุนฮี “แม่ของฉันเป็นฆาตกร” ก่อนที่จะหันไปพูดกับซอจิน “แม่คะ หนูทนอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว แม่อย่าทำบาปเพื่อหนูต่อไปอีกเลย หนูเองก็สมควรได้รับการลงโทษด้วยเช่นกัน”

ทันใดนั้นเอง อึนบยอลก็พยายามฆ่าตัวตาย ด้วยการเอาวัตถุทรงแหลมแทงเข้าที่คอตัวเอง ก่อนที่จะล้มลงไปกองอยู่กับพื้นเนื่องจากเสียเลือดไปมาก แต่อย่างไรก็ตามอึนบยอลก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและรอดชีวิตในที่สุด ในขณะที่ซอจินมองดูลูกสาวจมกองเลือดทั้งน้ำตา ก่อนจะถูกตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต

เรื่องราวผ่านไป แบโรนาจบการศึกษาจากอิตาลี และกลายเป็นนักร้องโซปราโนที่ได้รับการชื่นชมว่าเสียงดีที่สุดในโลก ส่วนอีกยูจินโดนตำรวจจับในข้อหาฉ้อโกง คังมารีได้ทำงานกับประธานซง ด้านซอกคยองทำงานพาร์ตไทม์เป็นครูสอนเด็กก่อนวัยเรียน และใช้ชีวิตธรรมดาเหมือนคนทั่วไป ที่สำคัญเธอเปลี่ยนจากคนที่มีนิสัยเหวี่ยงวีนกลายเป็นคนอ่อนโยนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

หลังจากซอจินใช้ชีวิตในคุกมานาน 3 ปี เธอก็เข้ารับการรักษามะเร็งกล่องเสียง และได้รับอนุญาตเป็นพิเศษให้ออกไปใช้ชีวิตนอกคุกเป็นเวลา 3 วัน ซอจินแอบมองอึนบยอลที่กำลังร้องนำในวงประสานเสียง ณ โบสถ์แห่งหนึ่ง

ส่วนครูจินก็ยังคงหมกมุ่นอยู่กับอึนบยอลไม่เลิก ขณะกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวช

พรีมาดอนนาแบโรนาและซอกฮุนกลับมาพบกันอีกครั้งที่ร้านอาหารสุดหรูแห่งหนึ่ง หวนคืนวันให้นึกถึงสมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย แบโรนาเอ่ยกับซอกฮุนว่า “คุณอยากกินพาสตามั้ย ? คุณเคยบอกว่าเราจะกินพาสตาด้วยกัน” ซอกฮุนยิ้มให้แบโรนา พร้อมกับสารภาพความรู้สึกออกมา “ฉันคิดถึงเธอนะ โรนา”

แบโรนาตอบกลับไปว่า “ฉันก็คิดถึงเหมือนกัน” ซอกฮุนโน้มตัวไปจูบแบโรนาเพื่อยืนยันความรู้สึกที่มีต่อกันและกัน

อึนบยอลอาสาเข้าไปร้องเพลงในเรือนจำ เพราะเธอต้องการเข้าไปเจอแม่หลังจากไม่เจอกันเลยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ซอจินแอบเฝ้ามองดูลูกของเธออยู่บนดาดฟ้าของโรงแรม ก่อนที่จะกินยาฆ่าตัวตายและล้มฟุบหมดสติลงไปตรงนั้น “แม่ขอโทษสำหรับทุกอย่าง แม่จะไม่เป็นภาระของลูกอีก อึนบยอลอย่าไว้ชีวิตตามรอยแม่นะ แม่รักลูกมากที่สุด” จดหมายลาตายที่เขียนความรู้สึกสุดท้ายของซอจิน “การเดินทางสู่สรวงสวรรค์”

จู่ ๆ ซูรยอนก็ขับรถสปอร์ตเปิดประทุนสีน้ำเงินมาจอดอยู่เบื้องหน้าโลแกนลี พร้อมกับเอ่ยว่า “คุณจะไปกับฉันมั้ย ?”

ในตอนนี้เอง ภาพแฟลชแบ็กย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เมื่อตอนที่ยุนชอลเสียชีวิต เขาได้เขียนความประสงค์ก่อนตายเอาไว้ “ได้โปรดอย่าฆ่าซอจิน ยังไงเธอก็เป็นแม่ของอึนบยอล” ส่วนซูรยอนก็รู้สึกผิด เธอรู้สึกว่าการแก้แค้นของเธอนำมาซึ่งความตายของโอยุนฮีและยุนชอล และเด็ก ๆ ก็ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า

อย่างไรก็ตาม โลแกนลียังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้การแก้แค้นเป็นไปตามแผน ในวันนั้น โลแกนลีได้ยื่นเสื้อชูชีพติด GPS ให้กับซูรยอน เพราะเขาคิดว่าซอจินอาจจผลักซูรยอนตกหน้าผา แต่ซูรยอนกลับเลือกที่ตายแบบนี้ ซูรยอนไม่ใส่เสื้อชูชีพตัวนั้น !!!

“ฉันเคยคิดฝันว่าจะใช้ชีวิตกับคุณอย่างมีความสุข แต่ฉันสูญเสียคนที่ฉันรักมากเกินไปแล้ว มันทำให้ฉันรู้สึกต้องรับผิดชอบกับการตายของนาแอกโย โอยุนฮี ยุนชอล และคนอื่น ๆ” แท้จริงแล้ว ซูรยอนเลือกการตายในแบบของเธอเอง

สามปีต่อมาหลังจากซูรยอนจากไป โลแกนลีก็ตัดสินใจตายตามเธอไปจากโรคมะเร็งไขกระดูกที่เขาตั้งใจหยุดการรักษา ในท้ายที่สุด เขาก็ได้พบกับเธออีกครั้งในโลกอีกมิติหนึ่ง ทั้งสองมีความสุขด้วยกันที่นั่นโดยที่ไม่ทีการล้างแค้นอีกต่อไป

จบบริบูรณ์

รีแคปสรุปซีรีส์ The Penthouse 3 (2021)
เรื่องย่อซีรีส์ The Penthouse 3 (2021)

Photos: SBS Korea