รีแคปซีรีส์ Voice 4 EP.6 : สายตาไม่สามารถปลอมได้

รีแคปซีรีส์ Voice 4 EP.6 : สายตาไม่สามารถปลอมได้

ซีรีส์ Voice 4 EP.6 : ควอนจูพบความจริงที่ว่าเซอร์คัสแมนเป็นผู้ชาย และเป็นโรคหลายบุคลิก ! ทำให้ต้องเริ่มการสอบสวนผู้โดยสารบนเครื่องใหม่อีกครั้ง …

ณ ห้องที่ถูกตกแต่งแบบหลอนประสาท เซอร์คัสแมนนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย มันนั่งมองดูตัวเองที่มีใบหน้าคล้ายควอนจูอย่างกับแกะในกระจกอยู่อย่างนั้น ผ่านไปพักหนึ่ง เจ้าฆาตกรโรคจิตจึงค่อย ๆ เอื้อมมือลอกบางสิ่งเหนือบริเวณหน้าอกของตัวเองออก มันคือหน้ากากซิลิโคน !

เซอร์คัสแมนเข้าไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายที่หลังม่าน เสียงของมันเดี๋ยวเป็นชายเดี๋ยวเป็นหญิงส่งเสียงทะเลาะกัน นี่มันบ้านอะไรกัน ! ที่น่าตกใจไปกว่านั้น ดูเหมือนว่าเซอร์คัสแมนจะไม่ได้มีแค่สองบุคลิก แต่มีบุคลิกที่สามที่มีความเป็นผู้นำ … มันกลับมานั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งที่เดิม คราวนี้มันก็นั่งมองหน้าตัวเองอยู่เช่นเดิม ผิดแปลกไปเพียงมันคือผู้ชาย !

เมื่อนำเอาหลักฐานต่าง ๆ มาประกอบ ทำให้เดเร็กโจสันนิษฐานได้ว่า เซอร์คัสแมนเป็นโรคจิตเภทชนิดรุนแรงที่เรียกว่า “โรคหลายบุคลิก” ซึ่งน่าจะเกิดจากการถูกกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจอย่างรุนแรงเมื่อวัยเด็ก ทำให้จิตใจสร้างตัวตนที่หลากหลายเพื่อมาปกป้องตัวเอง เดเร็กโจยังเชื่ออีกด้วยว่า เซอร์คัสแมนสามารถใช้เสียงต่างเพศได้ และเมื่อบุคลิกเปลี่ยนฮอร์โมนเพศก็จะผกผันเปลี่ยนตามไปด้วย

เมื่อเป็นเช่นนี้ ควอนจูจึงประเมินว่าเซอร์คัสแมนน่าจะเป็นผู้โดยสารชายที่เดินทางมาเกาะบีโมด้วยเที่ยวบินลำนั้น ทีนี้เมื่อตีวงแคบลง ทำให้เหลือผู้โดยสารที่อยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยเพียง 2 รายเท่านั้น ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเอง แดชิกได้กลับเข้ามาร่วมทีมโกลเดนไทม์อีกครั้ง เพื่อหวังช่วยจับฆาตกรโรคจิตที่ปลอมตัวเป็นควอนจู

ในอีกด้านหนึ่ง อัยการกง (พ่อของกงซูจี) ได้เดินทางไปหาพ่อปู่เพื่อให้ช่วยหาร่างทรงที่สามารถตามหากงซูจีให้ได้ โดยร่างทรงได้บอกว่า “หายนะครั้งใหญ่จากภายนอกกำลังมาเยือนเกาะแห่งนี้”

กวางซูและแจชิกไปดักรอหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่มีชื่อว่าจางซูชอล ซึ่งเป็นช่างหินที่หมู่บ้านโซนัง เมื่อนำตัวมาสอบปากคำที่สถานีตำรวจ หัวหน้าบ๊กมันไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดกระทบกระทั่งกับเดเร็กโจ เพราะจางซูชอลคือลูกเขยของหัวหน้าบ๊กมัน ยิ่งไปกว่านั้น ในคืนวันเกิดเหตุเขาก็มีพยานยืนยันถิ่นที่อยู่ชัดเจน ในท้ายที่สุดตำรวจจึงต้องปล่อยตัวเขาไป

ต่อมา เดเร็กโจทำการสอบปากคำดงบังมิน อดีตช่างแต่งหน้าเทคนิคพิเศษ (special effects) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้โดยสารเที่ยวบินนั้น ดงบังมินให้การว่าเขาไปงานปาร์ตี้และดื่มจนเมามายทำให้เขานอนหลับบนเครื่องตลอดทาง จากนั้น เขาได้แนะนำเดเร็กโจว่า เทคนิคการแต่งหน้าพิเศษผู้ที่จะทำได้ต้องมีความรู้เรื่องกายวิภาคเป็นอย่างดีมันถึงจะออกมาละเอียด ดงบังมินจึงคิดว่าผู้ต้องสงสัยอาจจะเรียนหมอมาก็ได้ อีกทั้งถ้าเจอผู้ต้องสงสัยปลอมตัว ต้องสังเกตดูจากสายตาไม่ใช่ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก เพราะสายตาจะไม่สามารถหลอกได้

แน่นอนว่าเดเร็กโจไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วดงบังมินคือเซอร์คัสแมน แต่เซนส์ความเป็นตำรวจของเขาบอกว่าดงบังมินมีบางอย่างที่ดูผิดปกติ แม้จะดูเป็นมิตรและมีพยานระบุถิ่นที่อยู่ของเขาได้อย่างชัดเจนก็ตาม ทำให้เดเร็กโจสั่งให้ลูกน้องสืบหาประวัติดงบังมินเพิ่มเติม

ระหว่างนั้นก็มีคดีแปลกประหลาดที่ดูเหมือนผู้เป็นลูกจะฆ่าอำพรางพ่อแม่ตัวเองเพื่อเอาเงินประกัน เรื่องราวการสืบหาตัวฆาตกรก็ดำเนินไป

การสืบสวนดำเนินไปท่ามกลางความไม่ลงรอยกันของควอนจูกับเดเร็กโจ ทำให้เซอร์คัสแมนซึ่งตัวตนที่แท้จริงของเขาก็คือดงบังมินฮัม ได้ฮัมเพลงขึ้นมาอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เมื่อได้เห็นควอนจูกับเดเร็กโจทะเลาะกัน เพราะเป้าหมายของเขาคือต้องการให้ทั้งสองห้ำหั่นกันเอง

Photos: ภาพหน้าจอจาก tvN Korea