สรุปเนื้อเรื่องละคร Dare to Love ให้รักพิพากษา (2021)

สรุปเนื้อเรื่องละคร Dare to Love ให้รักพิพากษา (2021)

Dare to Love ให้รักพิพากษา สปอยล์ : ทนายความสาวที่พยายามปกปิดความลับที่มีกับเด็กหนุ่ม แต่เด็กหนุ่มคนนั้นกลับโผล่มาเป็นเด็กฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายเดียวกับเธอนี่สิ …

EP.1 ความลับที่ไม่อยากให้ใครรู้

ณ บริษัทรอสแอนด์ฮาร์วีย์ สาขาประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษากฎหมายชื่อดังสัญชาติอเมริกัน กำลังมีการแสดงความยินดีให้กับทนายความสาวทิชา (รับบทโดย เบลล่า ราณี) ที่เพิ่งชนะคดีภรรยาฟ้องหย่าสามีมีชู้ ในขณะที่ทิชากำลังปลื้มปริ่มจนตัวลอยอยู่นั้น ก็ปรากฏร่างของหญิงสาวที่มีบุคลิกท่าทางกอร์เจียส เปล่งประกายงามแบบอินเตอร์เนชันแนลด้วยแบรนด์เนมที่ประดับตั้งแต่ปลายเล็บยันปลายเท้า เธอคือคามิเลีย (รับบทโดย พิ้งกี้ สาวิกา) ทนายความสาวตัวท็อปที่เพิ่งปิดดีลการควบรวมกิจการระดับบิ๊กที่เจนีวา (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) ได้สำเร็จ

เสียงโห่ร้องต้อนรับการกลับมาของคามิเลียดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริษัท ที่ดังพร้อมกับเสียงตบมือด้วยความชื่นชมยินดี ณ จุดนี้ ทิชาเหมือนโดนแย่งซีนไปเห็น ๆ เธอได้แต่มองตาปริบ ๆ ไปที่คามิเลีย คู่แข่งคนสำคัญของเธอ

ในวันเดียวกันนั้นเอง เบนจามิน หรือคนในบริษัทมักจะเรียกเขาว่าบอสเบน (รับบทโดย อู๋ ธนากร) ได้เรียกทิชาและคามิเลียเข้าไปพบ โดยแจ้งให้ทราบว่าทางสำนักงานใหญ่ที่อเมริกาต้องการแต่งตั้งพาร์ตเนอร์หญิงคนแรก โดยผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจะได้รับการ์ดเชิญไปร่วมงานประจำปีของบริษัท อีกทั้งยังได้พบกับทนายที่เป็นตำนานของบริษัท แล้วคนคนนั้นยังจะมีชื่อติดอยู่ที่บอร์ดฮอลออฟเฟรมอีกด้วย แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าบอสเบนยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครระหว่างทิชากับคามิเลีย เขาจึงกำหนดกติกาขึ้นมาว่าให้ทั้งคู่พิสูจน์ตัวเองจนถึงสิ้นปี พอถึงเวลานั้นจะมีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ได้รับการ์ดเชิญ

การแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้ เกมออน …

ระหว่างที่ทิชากำลังมุ่งมั่นอย่างสุดกำลังเพื่อที่จะได้ก้าวขึ้นเป็นพาร์ตเนอร์หญิงคนแรกให้ได้ แม่ของเธอก็มุ่งมั่นเช่นกัน มุ่งมั่นในการเชียร์ให้ลูกสาวมีแฟน ถึงขนาดใช้คำว่า “มีผัวเพื่อแม่นะลูก” กันเลยทีเดียว

วันรุ่งขึ้น ทิชามาทำงานตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือวันนี้แม่ของเธอขับรถมาส่ง ด้วยความเร่งรีบเธอเกิดลืมผ้าพันคอไว้บนรถ แม่ของเธอจึงฝากเด็กหนุ่มคนหนึ่งเอาไปให้ แล้วฉากการพบกันของทิชากับเด็กหนุ่มที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เจอก็เกิดขึ้น หลังจากที่เธอสั่งกาแฟ “อเมริกาโน่ร้อนใส่วานิลาไซรับปั๊มเดียวเพิ่มวิปครีมครึ่งนึงของที่ใส่ในมอคคา”

นานกว่า 7 ปีแล้วที่ทั้งสองไม่ได้เจอกัน มันทำให้ทิชาถึงกับอึ้งนิ่งไปหลายวินาทีเมื่อได้เห็นคิว (รับบทโดย กองทัพ พีค) ยืนอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะร้องโวยวายให้เขาเอาผ้าพันคอคืนมา แต่ด้วยความที่มือของทั้งคู่ไม่ว่าง ไม่นับข้าวของที่พะรุงพะรังยังมีกาแฟอยู่ในมือ คิวจึงวางแก้วกาแฟไว้บนหัวของทิชาซะอย่างนั้น จากนั้นเขาก็เอาผ้าพันคอไปพันคืนไว้ที่คอของทิชา ในขณะที่หญิงสาวได้แต่หลับตาปี๋เพราะกลัวกาแฟจะหกใส่ตัว แต่ …

สุดท้าย คิวก็เฉลยว่าแก้วกาแฟที่เขาวางเอาไว้เป็นแก้วเปล่า เมื่อรู้ความจริงเท่านั้นแหละ ถึงกับลั่นออกมาว่า “ไอ้เด็กบ้า ชั้นเป็นเพื่อนเล่นเหรอ อย่าให้เจออีกนะ !” แต่คิวก็ตอบกลับไป “พี่ยังเป็นคนตลกเหมือนเดิมเลยนะครับ”

คิวเคยโดนทิชาสบประมาทเอาไว้เมื่อ 7 ปีก่อน เขาจึงมุมานะตั้งใจเรียนในคณะนิติศาสตร์เพื่อที่จะมาฝึกงานในบริษัทที่ทิชาทำงาน แล้ววันนี้ก็มาถึง คิวมาสัมภาษณ์งานเพื่อเข้าอยู่ในทีมของเธอ แต่หลังจากพูดคุยกันได้เพียงไม่กี่คำ เธอก็ปฏิเสธเขาไปเฉยเลย ทำให้คิวได้ไปฝึกงานในทีมของทนายศักดิ์แทน

ระหว่างนั้นมีคดีของทิชาคดีหนึ่งที่เกิดปัญหาว่าพยานปากเอกที่มีผลต่อการแพ้ชนะเกิดเบี้ยวนัด แต่ด้วยความช่วยเหลือของคิวไปช่วยพูดให้ ทำให้พยานคนนั้นยอมมาขึ้นศาล และส่งผลให้ทิชาชนะคดีในที่สุด และจากคดีนี้เองก็ทำให้คิวไปเข้าตาบอสเบนเข้า จนคิวได้รับมอบหมายงานสำคัญที่ได้อยู่ทีมเดียวกับทิชา ในตอนแรกทิชาก็ปฏิเสธเสียงแข็งที่จะให้คิวมาร่วมทีมกับเธอ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมอย่างเสียไม่ได้

ลูกค้าคนสำคัญที่ทิชากับคิวต้องทำงานร่วมกันเป็นสาวใหญ่ที่ชอบกินเด็ก แต่มีอคติกับทนายความผู้หญิง บอสเบนจึงมองว่าคิวจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำคดีนี้ให้ราบรื่นไปได้

แต่ดูเหมือนว่าทิชาอยากปิดบังความสัมพันธ์ในอดีตของเธอกับคิวเอาไว้ไม่ให้ใครในบริษัทรู้ …
“ถ้านายอยากฝึกงานอยู่ที่นี่ไปได้ตลอดรอดฝั่ง อย่ามาทำสนิทกับชั้น เพราะเราไม่รู้จักกัน”
“หรือว่าพี่กลัวว่าคนอื่นจะรู้เรื่องของเรา ?”
ทิชาเน้นน้ำเสียงเพื่อแสดงความจริงจังในคำพูดของเธอ “ไม่มีเรื่องของเรา มีแต่เรื่องของงานเท่านั้น” หลังพูดจบเธอก็เบ้ปากแล้วสะบัดก้นเดินจากไป …

EP.2 ความรู้สึกทางใจ

ข่าวลือเรื่องที่คามิเลียแย่งลูกค้ารายใหญ่ของทิชาเพื่อหวังได้ตำแหน่งพาร์ตเนอร์หญิงคนแรกกระจายไปทั่วทั้งบริษัท ทำให้คามิเลียตกเป็นขี้ปากคนในบริษัทที่ต่างพากันซุบซิบนินทาเธอไปในทางเสียหาย ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว บอสเบนเป็นคนจัดการโอนลูกค้าของทิชามาให้คามิเลียด้วยเหตุผลเรื่องความเหมาะสม

ทิชาหนีบคิวไปเล่น “โยคะฟลาย” เพื่อตีสนิทกับคุณแอมมี่ ซึ่งเป็นลูกค้ารายสำคัญที่ได้รับมอบหมายจากบอสเบนโดยตรง แต่ผลลัพธ์ก็คือโยคะฟลายทำให้ทิชาขาสั่นหมดเรี่ยวหมดแรงจนแทบเดินไม่ไหว ในจังหวะนั้นเองบอสเบนก็ได้นัดเธอไปไดนิ่งดินเนอร์ที่ร้านอาหารสุดหรู คิวจึงเสนอตัวเป็นคนขับรถให้ ทิชาเองก็ต้องยอมเออออไปอย่างไม่เต็มใจนัก

ทีนี้ เรื่องราวมันซับซ้อนเข้าไปอีกเมื่อคามิเลียตามมาสตอกเกอร์อยู่ที่ร้านอาหารที่บอสเบนกับทิชานัดไดนิ่งกัน ภาพที่เห็นก็คือ บอสเบนกำลังจับมือทิชาพร้อมเอื้อนเอ่ยขอเป็นผู้ชายในหัวใจของเธอ จังหวะนั้นทำเอาทิชายิ้มจนแก้มปริ คามิเลียจึงได้แชะภาพของทั้งคู่เก็บเอาไว้ ส่วนคิวที่ยังไม่ยอมกลับบ้านเมื่อได้เห็นพี่ทิชาและบอสเบนแสดงความสนิทสนมกันอย่างออกหน้าออกตา ก็ถึงกับเฟลขึ้นมาในทันที

แม้ทิชาเองจะชอบบอสเบนอยู่ไม่น้อย แต่เธอก็เลือกที่จะปฏิเสธที่จะคบเป็นแฟนกับบอสเบน ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากตกเป็นที่ครหาของคนในบริษัท เพราะถ้าออกตัวว่าคบกับเจ้านายตัวเองตอนนี้ ก็ไม่พ้นต้องตกเป็นขี้ปากของทนายผู้ชายปากสุนัขในบริษัทอย่างแน่นอน ที่สำคัญเธอกำลังห้ำหั่นชิงตำแหน่งพาร์ตเนอร์หญิงคนแรกกับคามิเลีย ดังนั้น เรื่องความก้าวหน้าทางอาชีพเป็นสิ่งที่เธอให้ความสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด

แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันซะแล้ว เพราะมีมือดีเอารูปของทิชากับบอสเบน (ที่ถ่ายจากโทรศัพท์ของคามิเลีย) ไปส่งต่อให้ทุก ๆ คนในบริษัท เมื่อทิชารู้ก็พุ่งเป้าสงสัยคามิเลียทันที …
“ฝีมือของเธอใช่มั้ยล่ะ เธออยากเอาชนะฉัน อยากเป็นพาร์ตเนอร์หญิงคนแรกของบริษัท จึงปล่อยข่าวใส่ร้ายฉัน” ทิชาพ่นไฟใส่คามิเลียรัว ๆ
“น่าจะเป็นเธอมากกว่านะที่ใช้การปล่อยข่าวทำร้ายฉัน เธอก็รู้ดีนี่ว่าลูกค้าของเธอบอสเบนเป็นคนจัดแจงมาให้ฉันเอง เพราะมันเป็นการจัดตั้งโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันถนัด … จะไม่มีใครไปปล่อยข่าวใส่ร้ายเธอหรอกถ้าเธอไม่ไปเข้าโรงแรมกับบอสเบน และจำไว้เลยนะ คนที่ใช้วิธีสกปรกเอาชนะผู้อื่นไม่ใช่วิธีของฉัน”

ดูท่าคามิเลียจะไม่ใช่คนปล่อยรูปปล่อยข่าวนั้นจริง ๆ เธอจึงพยายามมองหาว่าใครที่เป็นคนทำ ซึ่งคนคนนั้นก็คือผู้ช่วยของเธอเอง ที่เป็นคนแอบปลดล็อกโทรศัพท์ของเธอแล้วเอารูปไปส่งให้กับคนอื่น ๆ เพราะเธอเป็นเดือดเป็นแค้นแทนเจ้านายที่โดนทิชาปล่อยข่าวเรื่องขโมยลูกค้า

เมื่อตามิเลียรู้ว่าผู้ช่วยของเธอก่อเรื่องก็เอาเรื่องนี้ไปบอกกับบอสเบน สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องโอคนละพ่อ เพราะคนที่ปล่อยข่าวให้ร้ายคามิเลียก็ไม่ใช่ทิชา แต่เป็นคนในออฟฟิศประเภทลูกอีช่างเม้าท์ สุดท้ายบอสเบนก็จบเรื่องอย่างเด็ดขาดโดยให้คนที่ก่อเรื่องเลือกว่าจะลาออกเองหรือว่าจะให้ไล่ออก !

ระหว่างนั้น ความที่ทิชากับคิวต้องทำงานร่วมกัน ก็ทำให้ทั้งสองได้มีเวลาพูดคุยกันและย้อนอดีตคุยกันเรื่องความหลังมากขึ้น ความสัมพันธ์แม้จะไม่ได้พัฒนาไปมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ก็ทำให้เราได้รู้ว่าลึก ๆ แล้วทิชาเองก็ยังมีความรู้สึกดี ๆ กับคิว

จนมาถึงในตอนท้ายของเรื่อง บอสเบนได้มีโอกาสเปิดใจคุยกับคามิเลีย “ผมมีเรื่องอยากจะบอกกับคุณคามิเลียว่า แม้ว่าผมจะมีความรู้สึกที่เป็นส่วนตัว แต่ผมจะไม่เอาความรู้สึกที่ว่ามาใช้ในการเลือกพาร์ตเนอร์อย่างแน่นอน ขอให้เชื่อใจผมได้”

คามิเลียเมื่อได้ยินคำพูดประโยคนั้นก็ถึงกับอึ้งไปในทันที เพราะบอสเบนเพิ่งจะบอกกับเธอว่าเขาชอบทิชา !

EP.3 ผู้หญิงอย่างเธอเป็นทนายไม่ได้

ทิชาโดนคุณแอมมี่ ซึ่งเป็นลูกความคนสำคัญของบริษัทบุกมาต่อว่าถึงออฟฟิศ เนื่องจากคดีที่เธอรับผิดชอบไม่มีความคืบหน้า แม้บอสเบนจะพยายามเป็นกันชนรับแรงกระแทกให้ แต่คำพูดที่ออกจากปากคุณแอมมี่ทำเอาทิชาถึงสตั๊นหน้าชา “ชีวิตพี่ ความสุขพี่ พี่อยากฝากไว้กับทนายที่เขาเก่งจริง ทนายที่เขามีความสามารถ ว่าความได้สำเร็จ พี่ไม่อยากฝากชีวิตไว้กับทนายที่เก่งแต่ปาก ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ถ้าฉันต้องจ้างเธอ (ทิชา) นะ ฉันจ้างลูกชุบ (สุนัข) ยังดีซะกว่า”

หลังจากนั้น บอสเบนเรียกทิชามาคุย โดยจะให้ทนายศักดิ์เข้ามาช่วยทิชาในคดีของคุณแอมมี่อีกแรง แต่กลายเป็นว่าความหวังดีของบอสเบนไปขุดเอาปมในใจของเธอขึ้นมา ว่าที่จริงจากเหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ว่า จริง ๆ ภายนอกที่ดูเป็นผู้หญิงสตรองของทิชานั้น ภายในของเธอช่างอ่อนไหวยิ่งนัก

ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีก่อน …

ในตอนนั้น ทิชาเพิ่งเป็นทนายได้ใหม่ ๆ หมาด ๆ และยังคบหาอยู่กับอัยการนารา ด้วยความที่อ่อนประสบการณ์ทำให้เธอแพ้คดี เธอยังคงจำภาพติดตา ภาพที่ผู้เป็นแม่ต้องเสียสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตร ภาพหญิงผู้เป็นแม่ทรุดลงไปนั่งร้องไห้บนพื้นศาล ทิชาเองก็ร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดเช่นกัน แต่ที่เจ็บแสบยิ่งกว่าคือการโดนซ้ำเติมด้วยคำพูดจากแฟนหนุ่มของเธอ ตอกย้ำให้ความเจ็บปวดมันลึกลงไปอีก

“ไงล่ะ พี่บอกแล้วว่าคดีนี้มันอาจจะง่ายแต่ก็อย่าประมาท ทนายอีกฝ่ายเขาโชกโชน แล้วก็รอบจัดมาก” อัยการนาราพูดด้วยท่าทางจริงจัง
“แต่มันไม่ยุติธรรมค่ะ สามีไม่เคยดูแลลูก แล้วเอาสิทธิ์อะไรไปเลี้ยงดูบุตรแต่เพียงผู้เดียวคะ ?”
“สิทธิ์ของความเป็นผู้ชนะไง ถ้าอยากได้ความยุติธรรมก็ต้องชนะ ตรรกะง่าย ๆ ที่ทิชาไม่เคยเข้าใจ คนเป็นทนายเนี่ย ต้องรู้จักจังหวะ รู้ว่าช่วงไหนควรรุกช่วงไหนควรรับ ต้องรอบจัด ต้องมีไหวพริบ แต่ที่พี่พูดมาเนี่ยไม่มีในตัวทิชาเลย ทิชาอาจจะเก่งในการเรียน ได้เกียรตินิยม แต่ในชีวิตจริงทิชาเป็นได้แค่นี้ (ปลายเล็บ)” นาราทำมือออกไปพร้อมกับแสดงท่าปลายเล็บนิ้วก้อย
“แต่น้องอยากเป็นทนาย”
“ความอยากกับความจริงมันต่างกัน ทิชาต้องยอมรับว่าตัวเองไม่เหมาะที่จะเป็นทนาย อาชีพทนายมันโหดมากนะ ผู้หญิงอย่างทิชาเป็นทนายไม่รอดหรอก ทิชาควรจะยอมรับได้แล้ว”
“พอแล้วไม่ต้องพูดแล้ว ทิชาเพิ่งว่าความแพ้มาเนี่ย คนเป็นแฟนมันควรจะให้กำลังใจกันมั้ย !?”
“ทำไมพี่ต้องทำอย่างนั้นด้วย อะไรที่ไม่ดีไม่ใช่ก็ควรจะพูดตรง ๆ แล้วที่พี่ต้องพูดตอนนี้เพราะทิชาอวดดี พี่ก็รอวันนี้แหละ วันที่ทิชาแพ้ ทิชาจะได้ยอมรับซะทีว่าทุกคำที่พี่พูดมันถูกต้อง !!!”

แล้วเรื่องหลังจากนั้น ทิชาไปหานาราที่ห้อง แล้วเธอก็พบว่าเขานอกใจให้ผู้หญิงอื่นมาที่ห้อง แต่คำพูดที่เขาพูดกับเธอกลับพีคกว่า เพราะแทนที่จะรู้สึกผิดกลับโยนความผิดไปให้ทิชาซะอย่างนั้น “มันเป็นความผิดของทิชานะ ขอโทษพี่มาซะ พี่เคยบอกแล้วว่าพี่ชอบผู้หญิงเก่ง ทิชาทำให้พี่เชื่อว่าทิชาเก่งเพราะได้เกียรตินิยม แต่พอออกมาในโลกของความเป็นจริงมันไม่ใช่ ทิชาเก่งแต่ในทฤษฎีแต่พอเจอของจริงก็ว่าความแพ้ อย่าลืมนะที่ทิชาได้เป็นทนายก็เพราะพี่สนับสนุน เพราะผู้หญิงอย่างเธอเป็นทนายไม่ได้ !!!”

ตัดกลับมาปัจจุบัน ด้วยความไม่ยอมแพ้ของทิชาและประกอบกับโชคช่วย ทำให้จู่ ๆ ทิชาก็ได้หลักฐานสำคัญที่นำมาใช้ในการตั้งเรื่องฟ้องในคดีของคุณแอมมี่ได้แบบแทบไม่ต้องทำอะไร โดยมีคิวคอยช่วยเหลืออยู่ไม่ห่าง

ระหว่างนั้นเอง คามิเลียก็แสดงออกด้วยสายตาว่าชอบบอสเบน แต่เธอก็ยังคงสงวนท่าทีไม่เผยความในใจออกไปตรง ๆ เพราะเธอรู้ดีว่าบอสเบนชอบทิชา …

EP.4 ทะเบียนสมรสคือทุกสิ่ง

บอสเบนเดินหน้าสานสัมพันธ์กับทิชาโดยชวนไปออกเดตที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันท่ามกลางบรรยากาศสีชมพูอ่อน ๆ อยู่ดี ๆ คิวก็ตามมาขัดจังหวะและทำตัวเป็น “กขค” ซะอย่างนั้น โดยใช้ลูกตีมึนแล้วอ้างว่าทิชาเป็นคนชวนเขามาเพื่อจะได้ไม่ตกเป็นขี้ปากคนอื่นเหมือนครั้งก่อน แม้ทิชาจะยืนยันว่าไม่ได้ชวน แต่คิวก็ตีมึนไปอย่างนั้น จนสุดท้ายบอสเบนจึงปล่อยผ่านให้คิวนั่งร่วมโต๊ะด้วย

วันถัดมา บอสเบนเจอกับคิวในห้องน้ำ เขาจึงเอ่ยปากออกไปว่า “ผมอยากจะมาขอบคุณคุณ ที่เมื่อวานไปเป็นคนกลางระหว่างผมกับทิชา … คุณเป็นคนมีน้ำใจมากนะ แต่ไม่มีมารยาท ! เมื่อวานผมถือว่าผมปล่อยผ่านเพราะผมเห็นแก่ทิชา ผมไม่อยากให้เสียบรรยากาศ แต่ผมไม่พอใจมาก ผมไม่รู้ว่าคุณมีเจตนาอะไร แต่จะทำอะไรคิดให้ดี ๆ ในที่ทำงานผมอาจจะเป็นคนใจดีนะ แต่ตัวผมไม่ใช่ อย่าล้ำเส้นให้มันมาก !” เมื่อได้ฟังเช่นนั้น คิวก็ได้แต่ทำหน้าจ๋อย

ระหว่างนั้น เรื่องราวดำเนินไปจนกระทั่งทิชาได้รู้ความจริงที่ว่า คุณแอมมี่กับแจ๊ค สามีเด็กของเธอไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แถมที่หนักไปกว่านั้นก็คือ แจ๊คดันไปจดทะเบียนสมรสกับมะนาวแล้วซะอย่างนั้น นั่นหมายความว่า สถานะทางกฎหมายในตอนนี้ของคุณแอมมี่จึงกลายเป็นเมียน้อย !

ทิชาปวดหัวหนักมาก ยิ่งเมื่อต่อมาได้รู้ว่ามะนาวยื่นเรื่องฟ้องแอมมี่ว่าเป็นเมียน้อย ทิชาบอกกับคุณแอมมี่ว่า “ทะเบียนสมรสคือทุกสิ่งในทางกฎหมาย” ส่วนบอสเบนก็หัวเสียใส่คุณแอมมี่เช่นกัน “ลูกความที่ปิดบังความจริงกับทนายแพ้คดีมาเยอะแล้ว”

ด้วยความที่คดีของคุณแอมมี่พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้ทิชาคิดจะถอนตัว แต่สุดท้ายเธอก็เปลี่ยนใจกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง หลังจากนั้นตลอดระยะเวลานับเดือน ทิชาจึงทุ่มสรรพกำลังให้ทุกคนในทีมหาหลักฐานทุกอย่างเพื่อทำให้ชนะคดีให้ได้

เมื่อถึงวันพิจารณาคดี ณ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง สิ่งที่ทิชาเลือกทำก็คือ ฟ้องมะนาวและแจ๊ค อดีตสามีของคุณแอมมี่ในข้อหาฉ้อโกงโดยใช้ข้อมูลเรื่องฟิตเนสที่บอสเบนหามา ซึ่งเป็นเงินที่คุณแอมมี่ออกให้แจ๊ค จากนั้นก็มาที่ศาลอาญา ซึ่งทิชาใช้เทคนิค “ยุให้แยกเพื่อให้แตกกันเอง” สุดท้ายความจริงก็เผยออกมาว่า มะนาวไปหลอกแจ๊คว่าเธอท้องเพื่อใช้เป็นข้ออ้างให้เขาจดทะเบียนสมรสด้วย และก็เป็นคนที่สั่งให้เขาไปหลอกเอาเงินจากคุณแอมมี่

ทิชาชนะคดีไปได้อย่างสวยงาม จบข่าว

EP.5 สภาวะทิ้งตัว

บอสเบนปฏิเสธที่จะให้คิวย้ายทีมไปอยู่กับทิชาตามสัญญา แม้เขาจะเป็นหนึ่งในทีมที่มีส่วนช่วยหาหลักฐานสำคัญจนทำให้ทิชาสามารถชนะในคดีคุณแอมมี่ได้ ความผิดหวังครั้งนี้เล่นเอาคิวตกอยู่ในสภาวะทิ้งตัว

ด้านทิชาเองตอนแรกก็ดูนิ่ง ๆ แต่เมื่อเห็นคิวอยู่กับทีมของทนายศักดิ์แล้วไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเองที่มีอย่างเต็มที่ ได้แต่คอยชงกาแฟบ้าง วิ่งไปซื้อของบ้าง เธอจึงเริ่มเปลี่ยนใจคิดหาวิธีไฟต์เพื่อดึงตัวคิวกลับมาร่วมทีมให้ได้ เป็นเพียงแต่วิธีการที่ทิชาใช้มันไม่ใช่การเข้าไปคุยกับบอสเบนตรง ๆ แต่เธอกลับเลือกใช้ท่ายาก

ทิชารับทำคดีทั้งหมดที่เข้ามา รวมไปนับมาก็ปาเข้าไป 35 คดี ซึ่งคดีส่วนใหญ่เป็นคดีที่ปรกติแล้วเธอจะไม่รับทำ อีกทั้งยังพยายามสร้างเรื่องให้ตัวเองดูยุ่งอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้าบอสเบน แม้กระทั่งเวลานั่งทานข้าวด้วยกัน แต่เหลี่ยมของทิชาก็โดนบอสเบนอ่านออกโดยง่าย …

“ถ้าทิชาอยากได้ตัวคิวมาร่วมทีม บอกพี่ตรง ๆ ก็ได้นะ”
“คะ” ทิชาเสียงสูง พร้อมกับทำหน้าอึ้งเมื่อแผนอันซับซ้อนของเธอโดนจับได้โดยง่าย
“พี่ชอบนะ เวลาทิชาใช้เล่ห์เหลี่ยมในการว่าความให้ชนะคดี แต่อย่ามาใช้กับพี่ได้มั้ย”
“ทิชาขอโทษนะคะ ทิชาแค่เกรงใจน่ะค่ะ ทิชาเห็นว่าคิวเขาทำงานดี” ทิชาทำหน้าเจื่อน
“พี่ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายนะ อย่าเอาความสัมพันธ์ส่วนตัวมำให้งานไม่ใช่เรื่องงาน”

ต่อมาก็เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อมะนาวแค้นทิชาที่ว่าความชนะจนทำให้ชีวิตของเธอพัง ควงปืนบุกเข้ามาที่ออฟฟิศสร้างความตกอกตกใจให้กับทุกคน แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรรุนแรงเกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คิวกับทิชาเริ่มกลับมาใกล้ชิดกันมากขึ้น

หลังจากนั้น บอสเบนก็อนุญาตให้คิวย้ายไปร่วมทีมกับทิชาตามที่เขาต้องการ บอสเบนให้เหตุผลว่าที่เขาให้คิวอยู่กับทีมของทนายศักดิ์ก็เพื่อดูสปิริตของคิว ว่าแท้จริงแล้วเขาตั้งใจทำงานเพื่อตัวเองหรือเพื่อส่วนรวม เพราะถ้าทำงานเพื่อส่วนรวมจริง แม้จะต้องรับผิดชอบงานที่ตัวเองไม่อยากทำก็ต้องพยายามทำให้ดี ซึ่งในท้ายที่สุดคิวก็สอบผ่าน และได้รับการการันตีจากทนายศักดิ์ว่าคิวมีความขยันขันแข็ง แม้ว่าวัน ๆ เขาจะสั่งให้คิวทำแค่ชงกาแฟกับวิ่งไปรับของกินจากแกร๊บไบค์ก็ตาม

ในตอนท้าย ระหว่างที่คามิเลียกำลังเวิ่นเว้ออยู่กับบอสเบนที่ด้านล่างคอนโด จู่ ๆ หญิงสาวปริศนาก็โผล่เขามา ภรรยาของบอสเบน !

คามิเลียตกใจจนตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อโดนขอร้องจากบอสเบนให้เป็นทนายให้กับเขาในการเจรจาเรื่องทรัพย์สินหลังการหย่า

EP.6 เงาะไร้ขน

ภรรยาของบอสเบนยื่นข้อเสนอค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร รวมเบ็ดเสร็จเป็นเงิน 70 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนที่เขาได้รับ ยังไม่นับทรัพย์สินอื่น ๆ ทั้งในและต่างประเทศที่ต้องโอนให้เป็นชื่อของลูก 70 เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน และแม้ว่าข้อเสนอนี้จะเป็นข้อเสนอที่สูบเลือดสูบเนื้อ แต่บอสเบนก็ยอมรับมัน ด้วยเหตุผลเพียงเหตุผลเดียว คือเขาไม่ต้องการให้ลูกสาววัย 7 ขวบต้องมารับรู้เรื่องราวที่พ่อแม่ต้องฟาดฟันกันในศาลเพื่อเงิน

ว่าที่จริงภรรยากับบอสเบนยังไม่ได้หย่ากันในทางกฎหมาย แต่เลิกรากันในเชิงพฤตินัย ณ จุดนี้ คามิเลียเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นคนที่คอยให้คำปรึกษา โดยที่บอสเบนขอร้องเธอไว้ไม่ให้เอาเรื่องนี้ไปบอกกับใคร เพราะเขาไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูทิชา

ระหว่างที่ทิชากำลังนั่งทำงานอยู่ภายในห้อง คิวก็เข้ามาพร้อมกับผลไม้สุดยูนีกที่หากินที่ไหนไม่ได้มาให้ “เงาะไร้ขน” เงาะธรรมดา ๆ ที่คิวตั้งใจตัดขนออกพร้อมกับผ่าเปลือก มันสร้างความประทับใจให้กับทิชาเป็นอย่างมาก เพราะคิวยังจำเรื่องที่เธอกลัวขนเงาะได้ แม้เรื่องราวจะผ่านมานานกว่า 7 ปีแล้ว

ในตอนนั้น ทิชาไม่กล้าจับเงาะที่คิวยื่นให้ เพราะแท้จริงแม้เธอจะชอบกินเงาะมากแต่ก็กลัวขนเงาะมากเช่นกัน เขาจึงจัดการตัดขนเงาะซะเหี้ยนเต้ ทิชาเมื่อเห็นนั้นก็งงงวยเป็นการใหญ่ว่าทำไมเขาถึงไม่ปอกเปลือกให้ ซึ่งมันเป็นวิธีที่น่าจะง่ายกว่า แต่คิวตอบกลับไปว่า “ถ้าทำแค่ปอกเปลือกมันก็ไม่น่าจดจำสิครับ”

ทีนี้ปัญหาเก่าที่มาพร้อมกับแฟนเก่าก็โผล่มาอีกครั้ง การที่ทิชาได้พบกับนาราอีกครั้งที่ศาลโดยบังเอิญมันทำให้ทิชาเสียการทรงตัว เธอเอ่ยปากยอมรับกับคิวว่า “ฉันไม่โอเคทุกครั้งที่เจอหน้าแฟนเก่า … ไม่ได้รัก ไม่ได้เกลียด แต่มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวฉันมันกระจอก ห่วย ไม่มีความสามารถในการเป็นทนายที่ดี นี่แหละคือปัญหาของฉัน แล้วฉันต้องทำยังไงต่อ ?” คิวก็ตอบกลับไป “ผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไง แต่ผมจะอยู่เคียงข้างและช่วยพี่เท่าที่ทำได้”

จูน หลานสาวของคุณแอมมี่ใช้เส้นสายเพื่อเข้ามาทำงานที่รอสแอนด์ฮาร์วีย์ พร้อมกับเปิดเผยเหตุผลที่เธอเลือกทำงานที่นี่เพราะผู้ชาย และผู้ชายคนที่ว่าก็คือคิว ! ทั้งสองสนิทกันรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ จนกลายเป็นที่จับตาของขาเม้าท์ในออฟฟิศ

แต่ปัญหามันเกิดขึ้นตรงที่ว่า ป้อน (เพื่อนสนิทของคิว) เกิดชอบจูนเช่นเดียวกัน จูนจึงเอ่ยปากบอกกับป้อนตรง ๆ และแรงขนาดทำเอาหน้าชา “จูนชอบคิว เพราะที่ต้องบอกคุณตรง ๆ เนี่ย ก็เพราะจูนเห็นคุณออกตัวแรง จูนไม่อยากให้คุณทำให้คิวเขาอึดอัด รับทราบไว้ด้วยนะคะ”

EP.7 มีเมียแล้วไม่เอา ?

คุณแม่ของทิชาแอบนัดบอสเบนให้มาไดนิ่งกับทิชาที่ร้านอาหารภายในออฟฟิศ ระหว่างที่ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความหวานชื่น ถึงขนาดที่ว่าบอสเบนตกปากรับคำจะไปเที่ยวสวนส้มที่จังหวัดชุมพรของแม่ทิชา แต่ทันใดนั้นเองเหมือนสวรรค์ล่มลงกลางคัน เมื่อภรรยาของบอสเบนโผล่ขึ้นมากลางวงภายในร้านอาหารแห่งนั้น เธอประกาศเป็นคำพูดในทำนองแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในฐานะภรรยา

มันเหมือนเป็นความสะใจของภรรยาบอสเบน ที่ไม่รู้จะทำไปทำไม เพราะวันรุ่งขึ้นเธอกับบอสเบนก็กลายเป็นอดีตสามีภรรยากันแล้ว

แต่ความจริงก่อนหน้านี้ คามิเลียคือคนที่เอาเรื่องทิชาไปบอกภรรยาของบอสเบนเพื่อต้องการเอาคืนทิชา แต่เธอลืมคิดไปว่าสิ่งที่เธอทำไปนั้นมันกระทบชิ่งไปทำร้ายบอสเบน คนที่เธอแอบรักมาตลอดด้วยเช่นกัน แต่เมื่อคิดได้ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว …

“ผมไม่คิดว่าคุณเป็นคนทำนะ เพราะคุณเป็นเพื่อนที่ผมไว้ใจมากที่สุด แล้วคุณพอรู้มั้ยว่ามันเป็นใคร ?” บอสเบนถามคามิเลีย
“ถ้าบอสรู้แล้วจะทำยังไงคะ ?”
“ผมก็จะต่อยปากมันไง” บอสเบนลั่นออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความโกรธ จนคามิเลียถึงกับสะดุ้งโหยงเอามือกุมปากของตัวเองทันที

ระหว่างนั้น ทิชาชวนคิวไปตรวจดูโกดังที่เธอกำลังจะทำคดีฟ้องขับไล่ แต่ไม่รู้ทำอีท่าไหน จึงโดนหมาไล่กัด ทิชาร้องไห้ออกมาโฮใหญ่จนต้องเข้าไปหลบอยู่ด้านใน ทั้งสองหลบอยู่อย่างนั้นนานเท่านานจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป แต่ประเด็นก็คือ มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ทั้งสองได้มีเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง และได้คุยนู่นนี่นั่นพัฒนาความสัมพันธ์กันไป …

“ตอนที่รู้ว่าบอสเบนมีภรรยาแล้ว เหมือนหัวมัน blank ไปหมด มันรู้สึกผิดหวัง เสียดาย เสียใจ ก็มันโดนหลอกอะเนอะ” ทิชาสารภาพความรู้สึกตอนที่รู้ว่าบอสเบนมีภรรยาแล้วให้คิวฟัง
“ไม่ใช่ทุกคนจะหลอกพี่นะ คนที่จริงใจกับพี่ก็มี”

สุดท้ายคิวก็ไล่หมาออกไปได้ แล้วโชคชะตาก็นำพาอีกครั้ง เมื่อฝนได้เทกระหน่ำลงมา เลยกลายเป็นช็อตโรแมนซ์ขึ้นมาซะอย่างนั้น อิอิ

คิวขี่มอเตอร์ไซค์คันจิ๋วฝ่าสายฝนที่โปรยปรายลงมาไปส่งทิชาที่คอนโด ทั้งความสนิทแนบชิด มันเหมือนกับว่าในความคิดของคิวในตอนนั้นอยากจะให้เส้นทางไปส่งพี่ทิชายาวไกลไปจนถึงเชียงใหม่

เรื่องราวไปกันใหญ่เมื่อเรื่องบอสเบนมีครอบครัวแล้วถูกกระจายกลายเป็นเรื่องสนุกปากของขาเม้าท์ในออฟฟิศ บางคนก็เม้าท์ไกลถึงขนาดที่ว่าทิชาเป็นมือที่สาม และรู้เรื่องที่บอสเบนมีภรรยาอยู่ก่อนแล้ว

ต่อมาบอสเบนนัดคุยกับทิชา … “ขอโอกาสผมอีกสักครั้งได้มั้ย ?”
“ทิชาขอโทษจริง ๆ ค่ะ ทิชาไม่เคยมีปัญหากับคนที่มีครอบครัวแล้ว แต่ทิชามีปัญหากับคนหลอกลวง” ทิชาลุกออกจากเก้าอี้ไปอย่างไม่เหลียวหลังกลับไปมอง ในขณะที่บอสเบนรับเดินตามไปอย่างกระชั้นชิด
“แล้วคุณคิดว่าผมไม่เคยโดนหลอกเหรอ ทิชา ผมก็เคยโดนหลอกมาเหมือนกัน ภรรยาผมเค้านอกใจผม ผมเข้าใจนะเวลาเราไว้ใจใครสักคนจนหมดหัวใจ มันเหมือนทุกอย่างพังทลาย”

ในตอนท้าย คิวตั้งใจเล็มขนเงาะที่เขาซื้อมาเป็นจำนวนหลายกิโลฯ เพื่อเอาไปให้ทิชา เขาไปดักรอทิชาอยู่ด้านหน้าคอนโดเพื่อเอาเงาะไร้ขนไปให้ แต่ภาพที่เห็นเหมือนฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ทิชาลงมาจากแท็กซี่พร้อมด้วยบอสเบน

คิวรีบบึ่งมอเตอร์ไซค์กลับบ้านทันที แต่เหมือนเป็นวันนรกแตก คิวเจอด่านตรวจ ซึ่งมันก็ไม่น่ามีอะไร แต่จู่ ๆ ตำรวจก็เจอวัตถุผิดกฎหมายบางอย่างที่ซุกซ่อนเอาไว้ คิวถึงกับหน้าเหวอ ก่อนที่ตำรวจจะจับเขาไพล่หลังพร้อมใส่กุญแจมือ !!!

EP.8 เธอไม่ได้สู้อยู่เพียงลำพัง

“ทิชาไม่เคยรังเกียจคนที่ผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว แต่ทิชาไม่โอเคที่ต้องก้าวข้ามไปอยู่ในจุดที่ทิชาไม่โอเค จุดที่ทำให้เกิดข้อครหา ทิชาไม่ได้โกรธบอสเบนนะคะ แต่ทิชาคงให้คำตอบบอสเบนได้เท่านี้จริง ๆ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” หลังทิชาพูดจบ บอสเบนก็เดินหน้าหงอยกลับไป

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น คิวโดนตำรวจจับยาไอซ์คาด่าน โดนตั้งข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และคนที่คิวเลือกที่จะโทร. เพื่อขอให้มาช่วยประกันตัวก็คือแม่

อย่างไรก็ตาม แม้คิวจะพยายามปิด แต่พ่อก็รู้จนได้ พ่อตามมาที่สถานีตำรวจโวยวายดรามาใส่ตำรวจ ยืนยันความบริสุทธิ์ของคิว และขอให้ตำรวจจับเขาไปขังแทนซะอย่างนั้น แต่แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้ ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมไม่ทำเรื่องประกันตัว

เรื่องราวดำเนินไป ทิชารู้ข่าวก็มาที่สถานีตำรวจเพื่อทำเรื่องประกันตัวคิว แต่ก็ติดปัญหาบางอย่าง จังหวะนั้นเองที่แม่ของคิวมาพอดี เธอยื่นนามบัตรแนะนำตัวให้ตำรวจที่แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นภรรยาของนักธุรกิจใหญ่ ตำรวจจึงทำเรื่องประกันให้ผ่านได้แบบชิล ๆ เล่นเอาทิชางงเป็นไก่ตาแตก

วันต่อมา คิวกลับมาทำงานตามปรกติ แต่ก็เหมือนโดนสายฟ้าฟาดลงกลางกบาล เมื่อบอสเบนแจ้งข่าวที่ทำให้ความตั้งใจตลอด 7 ปีของเขาพังลงชั่วพริบตา …

“ผมเชื่อว่าคุณไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่มันเป็นนโยบายของบริษัทฯ ที่ไม่ให้พนักงานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และตามกฎของบริษัทฯ พนักงานที่โดนไล่ออกจะไม่สามารถกลับเข้ามาทำงานได้อีก” บอสเบนยื่นคำขาดโดยอ้างกฎบริษัทฯ

ทีนี้เลยกลายเป็นดรามาใหญ่โตขึ้นมาถึงขั้นต้องเสียน้ำตากันไป เมื่อคิวหอบข้าวของเผชิญหน้ากับทิชา

ทิชาพยายามไฟต์กับบอสเบน แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง … เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น ทิชาเลยยื่นมือเข้าไปช่วยโดยการเสนอตัวเป็นทนายให้คิว

ระหว่างนั้น คามิเลียก็เข้ามาปั่นประสาททิชา “คดียาเสพติดเป็นคดีพิเศษ ถ้าทนายไม่มีความสามารถในการทำคดี คนบริสุทธิ์ก็ติดคุกได้นะ ฉันเห็นมาเยอะแล้ว” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทิชาก็เกิดอาการเป๋ไม่น้อย แต่คิวก็เป็นคนที่เรียกความมั่นใจของเธอกลับมาได้

ทิชาให้ลูกน้องที่บริษัทฯ มาช่วยทำคดีคิวหลังเลิกงาน ทิชามุ่งประเด็นไปที่การยืนยันความบริสุทธิ์ โดยสั่งให้ทำการตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของคิวตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งหาข้อมูลคนที่คิวติดต่อด้วย รวมไปถึงสเตทเมนต์การเดินบัญชีของคิวและพ่อ

อีกส่วนหนึ่งก็คือ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ายาไอซ์ที่พบไม่ใช่ของคิว โดยการให้ไปหาภาพจากกล้องวงจรปิดเส้นทางที่คิวไปในโดยการให้ไปหาภาพจากกล้องวงจรปิดเส้นทางที่คิวไปในช่วง 3 วันก่อนโดนจับให้ได้มากที่สุด

แล้วก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เมื่อภาพวงจรปิดปรากฏภาพมอเตอร์ไซค์ปริศนาคันหนึ่งที่สะกดรอยตามคิวมาตลอด … สรุปสุดท้าย ทิชาฟันธงว่าแจ๊ค (อดีตสามีคุณแอมมี่ ที่โดนเธอฟ้องคดีฉ้อโกง) ว่าเป็นคนยัดยาคิว แต่อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงคงามเชื่อที่ยังไม่มีหลักฐาน

แต่สิ่งที่แย่ยิ่งกว่าเมื่อทิชารู้ว่า อัยการที่ทำคดีคืออัยการนารา แฟนเก่าของเธอ !!!

EP.9 คิดเอาเอง vs หลักฐาน

ทิชาทำคดีของคิวจนเหน็ดเหนื่อยไม่ได้หลับไม่ได้นอน แถมยังต้องทำงานเต็มเวลาที่บริษัท คืนนั้นเอง ทิชาจึงหมดสติล้มพับไประหว่างที่คุยสายอยู่กับคิว ด้วยความเป็นห่วงสุดขีด เขาจึงรีบไปหาทิชาที่คอนโด เขาเข้าไปดูแลพี่ทิชาจนถึงเช้า

แต่เรื่องราวไม่มีแค่นั้น เมื่อสองสาวเพื่อนซี้ของทิชามาหาพอดี เลยกลายเป็นว่าทิชาโดนข้อหากินเด็กกรุบ ๆ กันไป อิอิ

ตัดภาพมาที่คามิเลีย ที่ตอนนี้รู้สึกอึดอัดกับบอสเบนแบบสุด ๆ ที่ชอบมาปรึกษาเรื่องทิชาไม่หยุดไม่หย่อน ท้ายที่สุด เธอจึงเผยความจริงที่เก็บงำเอาไว้ “บอสอยากรู้ใช่ไหมคะว่าใครเป็นคนเล่าเรื่องทิชาให้ภรรยาของบอสฟัง คามี่เองค่ะ คามี่เป็นคนเล่าเองแหละค่ะ เพราะคามี่อิจฉาที่บอสเบนสนใจแต่ทิชา” บอสเบนเมื่อได้รู้ความจริงก็ถึงกับหน้าถอดสี … หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็กลายเป็นมีท่าทีที่เฉยชาต่อกัน

เรื่องราวนับจากนี้ก็จะโฟกัสไปที่การตามล่าหาหลักฐานที่จะนำมาใช้แก้ต่างในคดีของคิว ซึ่งทิชาให้ทุกคนโฟกัสไปที่สองจุด จุดแรกคือต้องนำตัวนายบวรมาเป็นพยานในชั้นศาลให้ได้ เพราะเขาเป็นคนที่มีลายนิ้วมือติดอยู่ที่ถุงบรรจุยาเสพติด และทิชาเชื่อว่าเขาเป็นคนเอายาไปซ่อนไว้ในรถมอเตอร์ไซค์ของคิว แต่ปัญหามันยากตรงที่จะทำยังไงเพื่อให้นายบวรมาขึ้นเป็นพยานเพื่อให้การปรักปรำตัวเอง !?

ในส่วนที่สองคือ การตามล่าหากล้องหน้ารถคันหนึ่ง ซึ่งจอดอยู่ในจังหวะเวลาเดียวกับที่นายบวรเอายาไปยัดไว้ ปัญหาคือต้องไปหารถคันนั้น และต้องภาวนาให้รถคันนั้นมีกล้องหน้ารถ ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องภาวนาให้เจ้าของรถเก็บภาพที่บันทึกเอาไว้ ซึ่งมันผ่านมานานมากแล้ว !?

นั่นหมายความว่าการนำเอาหลักฐานที่ชี้เป็นชี้ตายอนาคตของคิวมาเสนอต่อศาลมันแทบเป็นไปไม่ได้เลย แต่อะไรมันก็เกิดขึ้นได้เมื่อเป็นคดีของทนายทิชา

ระหว่างนั้น ทิชาที่โดนอัยการนารา แฟนเก่าปั่นประสาทไม่เลิกก็ถึงกลับกลัวว่าจะแพ้คดีขึ้นมา แต่คิวก็ยังคงเชื่อมั่นพี่ทิชาของเขาอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู จนทำให้เธอเริ่มรู้สึกมั่นใจในตัวเองอีกครั้ง

เมื่อวันพิจารณาคดีมาถึง บรรยากาศนำพาให้ฝ่ายจำเลยดำดิ่งลงไปจมอยู่กับความเครียด เมื่อรอแล้วรออีก นายบวรผู้ซึ่งเป็นพยานก็ไม่โผล่หัวมาสักที กระทั่งมีชายสวมชุดเมสเซนเจอร์เข้ามาภายในห้องพิจารณาคดี แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า “ผมเอาเอกสารมาส่งให้คุณตีช่าครับ” คนคนนั้นคือนายบวร !!!

ทิชาหน้าเปลี่ยนสี จากหน้าหงอยกลายเป็นยิ้มหน้าบานทันที เธอเชิญให้นายบวรขึ้นมาเป็นพยาน ด้านนายบวรเองก็งงเป็นไก่ตาแตกตาแตกว่ามันเกิดอะไรขึ้น … ที่แท้แล้ว ก่อนหน้านี้ทิชาได้ไปจ้างนายบวรที่คิวมอเตอร์ไซค์ให้มาส่งเอกสารที่นี่ เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เขามาเป็นพยานให้ แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม

สุดท้ายทุกอย่างก็จบ เมื่อทิชาเผยภาพวิดีโอที่บันทึกจากกล้องหน้ารถ ซึ่งเผยให้เห็นชัดเจนว่านายบวรเป็นคนเอาถุงที่บรรจุยาเสพติดซ่อนในรถมอเตอร์ไซค์ของคิว งานนี้เล่นเอาอัยการนาราถึงกับไปไม่เป็น

ในตอนท้าย คิวกล่าวขอบคุณพี่ทิชาแล้วก็อวยเธอให้เป็นทนายความที่เก่งที่สุดในประเทศ ก่อนที่เขาจะหลุดปากพูดออกไปว่า “ผมรักคนไม่ผิดจริง ๆ”

EP.10 ความรู้สึกจริง ๆ ลึก ๆ ในหัวใจ

คิวถึงกับดีใจจนถึงขั้นเต้นแร้งเต้นกาเป็นการใหญ่ เมื่อเขาเผลอหลุดปากพูดกับทิชาว่า “ผมรักคนไม่ผิดจริง ๆ” ด้านทิชาเองก็ไม่ต่างกัน คำพูดของคิววนเวียนอยู่ในหัวจนไม่สามารถลบออกไปได้เลย

อย่างไรก็ตาม ทิชาก็ยังคงปากแข็งกับสองสาวเพื่อนซี้และกับตัวเองว่า ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคิว

ด้านบอสเบนเองก็ยังคงใช้ลูกตื๊อ ตามง้อทิชาไม่เลิก จนดูท่าทางของทิชาเองก็เริ่มมีท่าทีอ่อนลงไปมาก ในที่สุดเธอยอมรับนัดไปไดนิ่งดินเนอร์กับบอสเบน

ระหว่างนั้นก็้กิดดรามาขึ้นมาเฉย เมื่อพ่อของคิวจับได้คาเครื่องว่าคิวแอบไปเจอกับแม่ …

“โกหกพ่อทำไม ! แล้วมึงน่ะมาทำไม กูถามว่ามึงมาทำไม !” พ่อคิวโมโหเลือดขึ้นหน้าอย่างที่คิวไม่เคยเห็นมาก่อน และยิ่งโมโหมากขึ้นเมื่อเห็นเงินในมือของคิว
“ฉันแค่อยากให้ลูกเอาไว้ใช้จ่าย เพราะฉันคิดว่าพี่จ่ายค่าคดีความไปจนหมดตัวแล้ว” แม่คิวพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงปรกติ
“เอาเงินของมึงคืนไป แม่ที่ทิ้งลูกไปหาชู้ ไปอยู่กับผัวใหม่ ยังกล้ามาบอกว่าช่วยลูก แม่ที่เอาบ้านไปจำนองแล้วไปทำธุรกิจกับผัวใหม่จนมีชีวิตสุขสบาย”
“เพราะนิสัยแบบนี้ไงที่ทำให้ฉันทนไม่ได้ นิสัยโยนความผิดให้คนอื่น ใครกันที่เอาเงินเก็บของฉันไปลงทุนบ้าบอจนหมดตัว ใครกัน !!?”

พ่อคิวฟิวขาดปรี่เข้าไปจะทำร้ายแม่ แต่คิวและเพื่อน ๆ ช่วยกันห้ามเอาไว้

เรื่องราวดรามากระทบจิตใจของเด็กน้อยอย่างคิวจนเสียอาการ จังหวะเดียวกันนั้น ทิชามาที่บ้านคิวเพื่อมาบอกข่าวเรื่องที่บริษัทฯ อนุมัติให้คิวกลับไปทำงานได้ตามปรกติ ก็เลยทำหน้าที่เป็นพี่สาวคอยปลอบโยนเด็กน้อยอย่างเสียไม่ได้ …

“ชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละ ใคร ๆ ก็มีปัญหาของตัวเองทั้งนั้น แต่ถ้าเธอไม่ไหว พี่อยู่ตรงนี้นะ” แล้วคิวก็กุมมือทิชาเอาไว้อย่างนั้น กุมเอาไว้อย่างนั้นจริง ๆ ในขณะที่คิวร้องไห้ออกมาไม่หยุด

แต่การที่ทิชาคอยปลอบคิวอยู่นั้น ทำให้เธอลืมนัดของบอสเบนไปเลย เมื่อนึกขึ้นได้ทิชาจึงรีบดิ่งไปหาบอสเบนทันที แต่สิ่งที่เธอเอ่ยออกมานั้นก็ทำเอาบอสเบนถึงกับสตั๊นไปสิบแปดตลบ “ทิชาไม่ได้รักบอสเบนค่ะ มันไม่เกี่ยวกับที่บอสเบนมีครอบครัวนะคะ แต่มันเป็นความรู้สึกของทิชาจริง ๆ”

ณ จุดนี้ สองสาวเพื่อนซี้ของทิชาก็ทำตัวเป็นแม่สื่อ จับทิชากับคิวให้ไปทริปกระบี่เพื่อไปสานสัมพันธ์รักด้วยกันเฉยเลย โดยอ้างกับคิวว่าไปทำงาน

เรื่องราวบนเกาะพีพีของคิวกับพี่ทิชาดำเนินไปด้วยดี จนมาถึงช่วงเย็นในวันนั้นเอง คิวทำเป็นงอนที่ทิชาไม่ยอมเผยความรู้สึกจริง ๆ ของตัวเองออกมาสักที แต่ในท้ายที่สุดคิวก็บิ๊วให้ทิชายอมพูดความรู้สึกจริง ๆ ลึก ๆ จากหัวใจออกมา …

“ฉันไม่ได้รักบอสเบน แต่ฉันรักเด็กบ้าชื่อคิว”

EP.11 ความลับของคนสองคู่

หลังจากทิชาหนีบคิวหนีไปเที่ยวกันสองต่อสองที่เกาะพีพี จนความรักของทั้งสองเบ่งบานเต็มที่ เพราะได้มีโอกาสสารภาพความรู้สึกจากใจที่มีให้กัน ไม่ต้องกั๊กเพราะเรื่องอายุและการวางตัวในสังคม บลา ๆ ๆ อีกต่อไป

ในคืนนั้นเอง คิวคว้ากีตาร์มาแอ๊วทิชาที่ริมทะเลเกาะพีพี ท่ามกลางบรรยากาศที่เหมือนถูกเซตเอาไว้สำหรับทั้งสองคน ทิชาฟังเพลงเคล้ากีตาร์ของคิวไปก็ม้วนตัวงอเป็นกุ้งด้วยความขวยเขิน

ณ จุดนี้ ทิชาก็ยอมตกลงเป็นแฟนกับคิวอย่างไม่มีอะไรมาปิดกั้นหัวใจอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคิวกับทิชากลับมาถึงที่พัก ได้เห็นสภาพเตียงตอนที่ทางโรงแรมโปรยเอาไว้ด้วยกลีบกุหลาบ หือ โรแมนติกสุด ๆ …

“พูดก็พูดเถอะนะพี่ ผมขอนอนบนเตียงกับพี่นะ พี่โอเคหรือเปล่า ?”
“ฮะ ! ปกติแล้วนายต้องเสนอตัวนอนบนพื้นไม่ใช่เหรอ ?”
“ก็เราเป็นแฟนกันแล้ว ผมสัญญาว่าจะนอนจับมือเฉย ๆ หรือนอนเฉย ๆ แบบไม่จับมือก็ได้”
“ฮะ !” ทิชาทำหน้าเหวอ
“งั้น ผมนอนบนพื้นก็ได้”
“อ้าว … จะนอนบนพื้นได้ไงล่ะ มันแข็ง”

แหม่ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ชายกับหญิงที่เพิ่งตกลงเป็นแฟนกันใหม่ ๆ ที่ได้มานอนเตียงเดียวกันแล้วจะหลับลงไปได้แบบง่าย ๆ ทั้งคู่นอนกระสับกระส่ายกลิ้งไปกลิ้งมาจนเวลาล่วงไปถึงตีหนึ่ง คิวก็เลยเสนอความคิดออกมาว่าให้ทิชาทำกิจกรรมบางอย่างที่ทำตอนนอนไม่หลับ … เอิ่ม มันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิด เพราะทิชาไปขุดเอาหนังสือพยานพิสดารขึ้นมาอ่าน เป็นการติวกฎหมายให้คิวไปซะอย่างนั้น

และแล้วคืนแรกก็ผ่านไปด้วยดี แม้จะไม่มีอะไรก็เกิดขึ้นแต่ก็เป็นโมเมนต์แห่งความสุขที่ทั้งคู่ไม่เคยได้จากกันและกันมาก่อน

แล้วเรื่องเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อบอสเบนยกทั้งออฟฟิศมา outing & meeting ที่โรงแรมเดียวกับที่คิวและทิชาพัก บังเอิ๊นบังเอิญเสียจนเหมือนกับถูกเขียนบทเอาไว้

ในคืนนั้น สองเพื่อนสาวของทิชาก็พยายามวางแผนให้ทิชาได้รวบหัวรวบหางคิว โดยแนะนำให้ใช้แอลกอฮอล์ แม้ตอนแรกทิชาจะไม่ได้คิดอะไร แค่พอถึงเวลาก็ทำตามที่เพื่อนแนะนำจริง ๆ หนึ่งขวดก็แล้ว สองขวดก็แล้ว สามขวดก็แล้ว

เมื่อแอลกอฮอล์ออกฤทธิ์จนทำให้ทั้งคู่เมามายหน้าแดงก่ำ คืนนั้นเอง บนเตียงนอนในห้องวิลล่าสุดหรูบนภูเขา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อทิชาอนุญาตอย่างเป็นทางการให้คิวจูบเธอได้ …

“ถ้าผมจูบพี่แล้ว พี่จะไม่หนีผมไปอีกใช่มั้ย ?”
“นี่ตื่นเต้นใช่มั้ยเนี่ย” ทิชาเอามือไปสัมผัสแก้มของคิว เพื่อทำให้เขาคลายความตื่นเต้น
“แล้วพี่ล่ะ ?”
“สบาย ๆ”
“ผมเริ่มจริง ๆ แล้วนะ” มือของคิวเริ่มลูบไล้ไปที่แขนอันเปลือยเปล่าของพี่ทิชา ที่กำลังนอนกลับตาพริ้มอยู่บนเตียง จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ เอี้ยวตัวเพื่อจะไปจูบ แต่แล้ว …

ทิชาก็หลับไปซะอย่างนั้น หลับไปจริง ๆ เหตุการณ์ในคืนนั้นจึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น !!!

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้น คามิเลียที่อยู่ในอาการกึ่ม ๆ ก็เดินเข้าไปหาบอสเบนเพื่อสารภาพความในใจ แต่บอสเบนก็พยายามผลักไสไล่ส่งเธอออกไป “ถ้าไม่ใช่เรื่องงานอย่ามายุ่งกับผมอีก เพื่อนไม่ควรทำกับเพื่อนแบบนี้ สิ่งที่คุณทำมันเป็นสิ่งที่แย่มาก !” แล้วบอสเบนก็เดินหนีกลับเข้าห้องพักไป

คามิเลียไม่ยอมลดละ เธอเดินตามบอสเบนไปถึงที่พักของเขา “ฉันฟังคุณมามากแล้ววันนี้คุณต้องฟังฉันบ้าง … คุณผลักความผิดไปให้คนอื่น คุณเลือกที่จะปกปิดเรื่องภรรยา มันเป็นความผิดของคุณเอง”
“สำหรับผมเรื่องการหย่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเปิดเผย คุณเอาเรื่องของผมไปบอกคนอื่น มันเป็นความผิดของผมเองที่เอาเรื่องความรักไปปรึกษากับคนที่ไม่รู้จักความรัก” จังหวะนั้นไม่รู้อีท่าไหน คามิเลียก็ตกลงไปในสระน้ำซะอย่างนั้น ก่อนที่เธอจะขึ้นมาจากสระด้วยตัวเอง ด้วยสีหน้าเศร้า ๆ …

“คุณมองฉันเป็นทนายตัวร้ายที่ไม่รู้จักความรัก คุณยังไม่รู้อีกเหรอว่าฉันรักคุณ เพราะฉันรักคุณไง ฉันถึงไปบอกภรรยาของคุณเรื่องทิชา ฉันต้องมาคอยช่วยคุณเรื่องทิชา ทั้ง ๆ ที่ตัวฉันเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน”
“ผมว่าคุณเมามากแล้วนะ กลับไปเถอะ”

จังหวะนั้นเอง คามิเลียก็โผเข้าไปจูบบอสเบน แม้ในตอนแรกบอสเบนจะผลักเธอออกมา แต่สุดท้ายแล้ว ทั้งสองก็ได้ “กินน้ำซาวข้าว” ด้วยกันในคืนนั้นเอง … เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า คามิเลียที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าก็บอกกับบอสเบนว่าให้มันผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้บอสเบนจะรู้สึกผิดกับเรื่องเมื่อคืนก็ตาม

เรื่องราวดำเนินไป จนในที่สุดความก็แตกขึ้นมาเมื่อตาผักบุ้งของทนายศักดิ์เกิดไปเห็นทิชาเข้า แล้วก็ให้บังเอิญว่าจูนก็ไปเจอกับคิว เมื่อโป๊ะแตกขึ้นมา คิวจึงขอให้จูนช่วยเล่นละครแกล้งเป็นแฟนกับเขา เพื่อปกป้องพี่ทิชาไม่ให้ตกเป็นขี้ปากของคนในออฟฟิศ

เหตุการณ์ก็ผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อทุกคนกลับมากรุงเทพฯ และคิวก็ได้กลับเข้ามาทำงานตามปกติ แต่สิ่งที่ดูจะไม่ปกติก็คือความหึงแรงของพี่ทิชา ที่มักจะเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นจูนทั้งกอดทั้งจับมือทั้งทำหวานใส่คิว

ในตอนท้าย ทั้งแต้วและดาหลาเกิดแอบไปได้ยินความลับของทั้งสองคู่ ทิชาเป็นแฟนกับคิว และบอสเบนได้กับคามิเลีย !!!

EP.12

จูนเซลฟี่กับคิวอย่างหวานแหววอยู่หน้าตึกสิงห์คอมเพล็กซ์ เมื่อทิชามาเห็นเข้าก็เกิดอาการหึงแรง แต่จะเข้าไปโวยวายก็ไม่ได้ เพราะเป็นจังหวะเดียวกับที่คามิเลียเดินมาพอดี จูนเลยแกล้งขอให้ทิชาถ่ายรูปคู่ของเธอกับคิวซะอย่างนั้น งานนี้ทำเอาทิชาหน้ามุ่ยเป็นก้นลิงกันเลยทีเดียว

ระหว่างนั้นเรื่องราวก็ดำเนินไปท่ามกลางความอึดอัดของคิว ที่ไม่สามารถเปิดเผยความสัมพันธ์ของตัวเองกับพี่ทิชาได้ นานวันเข้าจึงกลายเป็นอาการงอนแบบเด็กน้อย ทิชาจึงต้องนัดคิวมาง้อหลังเลิกงาน …

“ผมว่าบางทีถ้าเราเปิดตัวไปมันก็อาจจะไม่ร้ายแรงอย่างที่พี่คิดก็ได้นะ” น้ำเสียงของคิวบ่งบอกชัดว่าอยู่ในอาการน้อยใจ
“เข้าใจหน่อยนะ แต่งานมันก็สำคัญกับฉันมาก”
“ผมอยากใช้ชีวิตปกติครับพี่”
“ฉันก็คิดเหมือนกันแหละ เรารู้สึกไม่ต่างกันหรอก แต่ฉันทุ่มเทกับงานมานานนับสิบปี รอให้ฉันเป็นพาร์ตเนอร์ก่อนนะ แล้วฉันจะซื้อแอบบนรถไฟฟ้าเปิดตัวเป็นแฟนกับเธอเลย”
“ได้ งั้นผมขอกอดหน่อย” คิวยิ้มจนแก้มปริ

อย่างไรก็ตาม ความถึงเนื้อถึงตัวของคิวกับทิชาก็เข้าตาคามิเลียจนได้ เมื่อได้เห็นทั้งคู่กอดกันตัวกลมดิ๊ก แถมยังทำหน้าล้อเลียนใส่ทิชา จนเธอถึงกับหน้าเหวอ “ซวยแล้ว !!!”

ทิชารีบวิ่งตามคามิเลียไปเพื่อขอร้องไม่ให้เอาเรื่องที่เธอคบกับคิวไปบอกคนในออฟฟิศ โดยเฉพาะกับบอสเบน แต่งานนี้คามิเลียถือว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า เลยแกล้งทำเป็นพูดยั่วให้ทิชาโมโห

วันรุ่งขึ้น ทิชารีบมาดักรอคามิเลียเพื่อขอร้องไม่ให้เอาเรื่องที่เธอคบกับคิวไปบอกบอสเบนอีกครั้ง แต่คามิเลียทำท่าทางไม่สนใจ ต่อมาเมื่อเห็นคามิเลียเข้าไปคุยกับทิชาในห้องประชุม ทิชาจึงโพร่งเข้าไปแทรกกลางประชุม และพูดสารภาพเรื่องที่เธอคบกับคิวจนหมดเปลือก แต่ …

ทิชาถึงกับเอ๋อรับประทาน เมื่อได้รู้ว่าแท้จริงแล้วคามิเลียไม่ได้เอาเรื่องของเธอกับคิวไปบอกบอสเบน แต่ตัวเองนั่นแหละที่เป็นคนสารภาพกับบอสเบนเองทั้งหมด ทีนี้ไม่รู้ยังไง จู่ ๆ ดาหลาก็เกิดปากโป้งเรื่องที่บอสเบนกับตามิเลียมีอะไรกันออกมาซะอย่างนั้น เมื่อต่างฝ่ายต่างมีความลับของกันและกัน ทิชาจึงยื่นข้อตกลงให้ทุกคนเก็บเรื่องทั้งหมดเป็นความลับ

ทุกอย่างเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดี ในคืนนั้นเองคิวหอบผักนานาชนิดมาหลายถุงเพื่อจะทำสลัดให้ทิชากิน เกิดเป็นช็อตสวีตหวานแหววจนน่าหยิกขึ้นมา คิวจุ๊บจมูกทิชาจนเธอเขินหนัก ทำน้ำผลไม้หกใส่ตัวของคิวไหลลึกเข้าไปถึงข้างใน (ตรงนั้นนั่นแหละ) คิวจึงขอเข้าห้องน้ำเพื่อไปล้างตัว แล้วจังหวะนรกก็เกิดขึ้น ณ จุดนี้

แม่ของทิชามาหาที่คอนโดโดยไม่ได้นัดหมาย แม่ถึงกับช็อก ร้องกรี๊ดออกมาไม่หยุด เมื่อเห็นคิวในผ้าขนหนูผืนเดียวโชว์หัวนมสีชมพูออกมาจากห้องน้ำ !

EP.13 ความพังพินาศที่เกิดขึ้น

แม่ของทิชามาเจอคิวอยู่ในห้องของลูกสาวด้วยสภาพเนื้อตัวล่อนจ้อนผ้าขนหนูผืนเดียว แทบช็อก ! อย่างไรก็ตาม คิวก็เอาตัวรอดไปได้ด้วยการเอารูปคู่ที่ถ่ายกับจูนมาโชว์ พร้อมขึ้นสเตตัสว่าคบกันเป็นแฟนในเฟสบุ๊กมา เพื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้มีอะไรกับทิชาจริง ๆ

แต่แม่ไม่ได้โง่ ที่จะโดนลูกไม้ตื้น ๆ ของเด็กน้อยมาหลอกได้ และเพื่อเป็นการยืนยันความเชื่อของตัวเอง แม่จึงแอบดูข้อความในโทรศัพท์ของทิชา ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่คิดเอาไว้จริง ๆ เมื่อเป็นเช่นนั้น ทางเดียวที่จะกีดกันความสัมพันธ์ของลูกสาวกับเด็กน้อยคิวได้ นั่นก็คือจับคู่ทิชาให้กับบอสเบน เพราะแม้ว่าบอสเบนจะเคยผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว แต่มันก็ยังดีกว่าปล่อยให้ทิชาคบเด็กสร้างบ้านไปแบบนี้

แม่นัดให้บอสเบนพาทิชาไปงานแต่งงานของเพื่อนแม่ ซึ่งก็เป็นลูกค้าคนสำคัญของรอสแอนด์ฮาร์วี่ย์เช่นกัน ทำให้งานนี้ทั้งออฟฟิศได้รับเชิญให้มาร่วมงานด้วย แต่ปัญหามันติดอยู่ตรงที่ว่า ทิชาดันสัญญากับคิวว่าวันนี้จะเป็นวันที่เธอจะเปิดตัวคิวให้แม่ได้รู้ เมื่อผิดสัญญาแถมยังไปกับบอสเบนอีก คิวเลยโมโหมาก มากขนาดที่ใครก็เอาไม่อยู่ เขาจึงให้ป้อนกับติณพาไปที่งานแต่งทันทีเพื่อที่จะคุยกับพี่ทิชา

เมื่อมาถึง คิวหัวร้อนจัด จนทิชาต้องพามาควบคุมอารมณ์ที่หลังม่านภายในงาน ทิชาให้รอยยิ้มสยบความโกรธจนคิวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ตามใจทุกสิ่งอย่าง ไม่ว่าจะกอดจูบลูบคลำอะไรแบบนั้น แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็บังเกิดขึ้น ณ จุดนี้ …

ม่านที่ปิดกั้นแขกเหรื่อที่มางานกับคิวที่กำลังจูบอยู่กับทิชาได้ร่วงหล่นลงมา ทุกคนต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า ทุกคนจริง ๆ ภาพคิวรอยจูบกับทิชาในงานแต่งของเพื่อนแม่และลูกค้าใหญ่ของบริษัท ไม่มีใครคิดว่าทนายหญิงระดับแนวหน้าของประเทศจะทำเรื่องน่าเกลียดได้ขนาดนี้ในงานแต่งงานของคนอื่น !!!

แต่คนที่ยิ่งกว่าตกตะลึงคือแม่ของทิชา ที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าลูกสาวของตัวเองจะทำเรื่องที่ไร้สาระได้ขนาดนี้ แม่เสียใจมาก เสียใจขนาดที่ว่าทิชาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแม่เสียใจขนาดนี้ได้อย่างไร

เมื่อกลับมาถึงบ้าน แม่ร้องไห้ใส่ทิชา และพร่ำเพ้อถึงความพังพินาศที่เกิดขึ้น “ลูกทำอย่างนี้ได้ยังไงในงานแต่งงานของคนอื่น แม่เสียใจ แต่พ่อจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน พ่อที่ตอนนี้ไม่มีโอกาสมาเห็นลูกทำตัวทุเรศแบบนี้ กลับต้องมาโดนคนอื่นต่อว่าเพราะลูกสาวทำตัวแบบนี้ เพราะตั้งแต่คบกับไอ้เด็กนั่นแหละ ทิชาถึงได้ตกต่ำลงขนาดนี้”

EP.14 คดีที่มีเบื้องหลัง

บอสเบนบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อซี่โครงจากการที่เข้าไปช่วยทิชา แต่ก็ยังฝืนไม่ไปโรงพยาบาล จนในคืนนั้นเองบอสเบนล้มกลิ้งไปกลับพื้น ช่วยตัวเองไม่ได้ ณ จุดนี้ บอสเบนจึงโทร. ไปขอความช่วยเหลือกับคามิเลีย (ที่อาศัยอยู่คอนโดเดียวกัน)

คามิเลียพาบอสเบนไปโรงพยาบาล และก็ให้บังเอิญว่าหมอเจ้าของไข้ของบอสเบนแอบชอบคามิเลียอยู่ก่อนแล้ว ทำให้บอสเบนเกิดอาการที่เรียกว่าหึงเงียบ ส่วนคามิเลียเองที่ยังพยายามทำเป็นวางฟอร์มว่าชอบหมอ แต่ก็เก็บอาการที่เป็นห่วงบอสเบนเอาไว้ไม่อยู่ ทำให้ความสัมพันธ์ของบอสเบนกับคามิเลียเริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะอย่างน้อยทั้งคู่ก็รู้แล้วว่าต่างฝ่ายต่างยังคงรู้สึกดีต่อกัน แม้จะยังมีม่านบาง ๆ กั้นกลางเอาไว้ก็ตาม

แม่นัดคุยกับทิชาเรื่องคิว แต่สุดท้ายมันกลับจบด้วยน้ำตา เมื่อแม่พูดประโยคที่กระแทกใจออกมา “ถ้าอยากจะคบกับคิวต่อไปก็เชิญ แต่แม่ไม่ยอมรับ เอากลับไปคิดให้ดีเถอะว่าชีวิตลูกต้องการอะไร ใครคือคนที่ส่งเสริม ใครคือคนที่ฉุดรั้ง เพราะแม่ไม่อยากพูดว่าคนอย่างลูกเป็นทนายไม่ได้”

พ่อของคิวรู้แล้วว่า แม่ของคิวแอบจ้างให้เขาทำบัญชีมานานนับปี ด้วยความโกรธเขาจึงอาละวาดไม่หยุด พาลกลับมาทะเลาะกับคิว แถมยังพังบ้านจนพังเละเทะไปหมด …

“กูไม่อยากได้เงินจากมัน แกก็รู้ว่าแม่แกมันเลว ทำไมยังมาโกหกพ่ออีก ไม่ต้องมาเรียกกูว่าพ่อ”
“ผมไม่ได้จะปิดบังพ่อ ผมก็แค่หวังว่าพ่อจะกลับไปคืนดีกับแม่”
“รักมันมากก็ไปอยู่กับมัน อย่ามายุ่งกับกู กูอยู่ของกูได้” !!!

แล้วคืนนั้นเอง พ่อของคิวก็หายไปทั้งคืน แล้วเรื่องน่าตกใจก็เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันต่อมามีคนพบศพแม่ของคิวนอนตายอยู่บนรถเมอร์ซีดีส โดยมีปากกาด้ามที่คิวซื้อให้พ่อปักคาอยู่ที่อกของแม่ !!!

และในวันเดียวกันนั้นเอง พ่อของคิวก็โดนตำรวจจับ ท่ามกลางคำปฏิเสธของพ่อที่ยืนกรานว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนฆ่า แต่ไม่ว่าจะปฏิเสธอย่างไร หลักฐานที่ตำรวจมีมันก็มากพอที่จะส่งฟ้อง 288 289 ที่มีโทษสูงสุด คือ ประหารชีวิต

สภาพจิตใจของคิวในตอนนี้ต้องบอกเลยว่าพังยับ แม่มาจากไปอย่างกะทันหัน แถมคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรคือพ่อของตัวเอง ส่วนความสัมพันธ์กับแฟนก็เป็นไปอย่างอึมครึม อะไรมันจะแย่ไปกว่านี้ได้อีก

แต่แค่นั้นดูจะยังดรามาไม่สาแก่ใจ มิสเตอร์รอสจึงมีคำสั่งโดยตรงมาถึงบอสเบนให้จัดทีมเฉพาะกิจขึ้นมาทำหน้าที่เป็นทนายโจทก์ร่วมกับอัยการในคดีฆาตกรรมแม่คิว และคนที่มิสเตอร์รอสเจาะจงมาก็คือทนายทิชา เอาล่ะสิ ทิชาเหมือนโดนมัดมือชกโดยมีตำแหน่งพาร์ตเนอร์เป็นประกัน แถมอัยการที่รับผิดชอบคดีนี้คืออัยการนารา แฟนเก่าของทิชาซะด้วย

แม้คำพูดอัยการนาราดูจะไม่ค่อยเข้าหู แถมยังขี้เก๊กเป็นบ้า แต่สิ่งที่ดีที่อยู่ในตัวเขาคือการเป็นอัยการคือความเที่ยงตรง ทีนี้จู่ ๆ เบื้องบนกลับมีคำสั่งเปลี่ยนตัวอัยการอย่างกะทันหัน เขาจึงมองออกว่ามันต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลัง เพราะคำสั่งเปลี่ยนตัวเกิดขึ้นหลังจากที่เขาสั่งให้พนักงานสอบสวนไปทำสำนวนมาใหม่

ในทางตรงกันข้าม พ่อของคิวกลับต้องใช้ทนายขอแรง พูดง่าย ๆ ก็คือทนายฟรีที่ไม่ให้ความสำคัญอะไรกับการทำคดี นอกจากทำให้จำเลยรับสารภาพเพื่อให้งานจบ ๆ ไป เมื่อเป็นแบบนี้ คิวจึงยื่นลาออกจากบริษัทฯ เพื่อมาช่วยคดีพ่ออย่างเต็มที่

EP.15 ทิ้งความตั้งใจที่มีมานานนับสิบปี

คดีของพ่อคิวเป็นคดีใหญ่ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ทำให้ไม่ว่าป้อนจะไปขอร้องพ่อให้หาทนายมาช่วย แต่ก็ไม่มีใครอยากยื่นมือเข้ามายุ่ง จูนจึงไปหาทิชาเพื่อกระตุ้นเตือนให้เธอทำอะไรเพื่อคิวบ้าง ไม่ใช่คิดจะทำแต่เพื่อตำแหน่งพาร์ตเนอร์ของตัวเอง

เมื่อทิชาถูกกระตุ้น เธอจึงนัดเพื่อนไปทานอาหารที่ร้านของคุณเรวัต (สามีใหม่แม่คิว) เพื่อหาหลักฐาน ทิชาแอบเข้าไปในห้องทำงานของเรวัตทำให้ได้เบาะแสเด็ด เมื่อเธอได้ยินไอ้แจ๊ค (สามีเก่าคุณแอมมี่) ขู่รีดเอาเงินจากเรวัต เพื่อแลกกับการที่มันปิดปากเงียบเรื่องที่มันเห็นว่าใครเป็นคนฆาตกรที่ฆ่าแม่คิวตัวจริง

วันรุ่งขึ้น ทิชาเดินทางมาที่ออฟฟิศพร้อมกับประกาศลาออกจากบริษัทรอสแอนด์ฮาร์วี่ย์ !

บอสเบนพยายามอธิบายโดยใช้หลักการ แต่ทิชาก็ยังยืนยันที่จะลาออกโดยยอมทิ้งตำแหน่งพาร์ตเนอร์ และทุก ๆ อย่างที่ตัวเองอดทนตั้งใจทำมานานเป็นสิบปี

ทิชามาหาคิวที่จุดเกิดเหตุพร้อมกับติณและป้อน แล้วก็ให้บังเอิญอีกแล้วว่าทั้งสี่เจอไอ้แจ๊คอยู่ที่นั่นพอดี ไอ้แจ๊คตกใจวิ่งหนี ทันใดนั้นเองรถกระบะยกสูงก็พุ่งเข้าชนไอ้แจ๊คจนกระเด็นลงไปนอนจมกองเลือด ก่อนสิ้นลมมันได้บอกกับคิวว่าเรวัตเป็นคนฆ่าแม่ของคิว

แล้ววันนัดสืบพยานโจทก์ก็มาถึง บอสเบนใช้ชั้นเชิงระดับเทพตั้งคำถามซักพยาน จนทำเอาคิวเข้ามุมอับโดยไม่รู้ตัว คำให้การของคิวในศาลทำให้จำเลยตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ทิชาที่ดูเหตุการณ์อยู่ในคอกทนายจำเลยถึงกับก้มหน้ารับสภาพ

จากนั้น บอสเบนก็ปล่อยหมัดเด็ดเข้าใส่เบ้าหน้าคิวอย่างจัง หลักฐานคลิปวิดีโอที่จำเลยขู่ฆ่าผู้ตาย “อย่าให้กูรู้นะว่ามึงติดต่อกับลูกกูอีก กูฆ่ามึงแน่ กูฆ่ามึงแน่อีพิม” ทิชาถึงกับหน้าถอดสี

มาถึงตาทนายทิชาซักพยานพนักงานสอบสวน ทิชาใช้ข้อมูลจากอัยการนาราที่เคยสั่งให้พนักงานสอบสวนไปทำสำนวนใหม่ เรื่องที่มีเศษกระจกอยู่ที่ศีรษะของผู้ตาย ซึ่งเป็นข้อพิรุธสำคัญ งานนี้ทำเอาบอสเบนถึงกับหน้าเหวอไปเลย

บอสเบนกับทนายศักดิ์มาสอบถามความจริงกับเรวัต ในท้ายที่สุดเรวัตก็ยอมรับออกมาหน้าตาเฉยว่าเขาเองที่เป็นคนฆ่า เมื่อรู้ความจริง ทนายศักดิ์จึงขอถอนตัวออกจากการทำคดีและยังแนะนำให้บอสเบนบอกมิสเตอร์รอสให้ถอนตัวจากการทำคดีนี้ด้วย แต่บอสเบนก็มีเหตุผลส่วนตัวที่ต้องหาเงินส่งเสียลูก เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำคดีต่อไป

มาถึงวันนัดสืบพยานจำเลย ทนายทิชาใช้ลูกไม้เก่าคือใช้ไอ้แจ๊คขึ้นมาเป็นพยาน เพื่อกลับคำให้การที่ก่อนหน้านี้เคยให้การปรักปรำจำเลย แต่พอถึงเวลาแจ๊คกลับเบี้ยวไม่มาขึ้นศาลตามนัดซะอย่างนั้น แต่ไอ้แจ๊คกลับส่งคลิปมาแทน แต่ทันใดนั้นเอง บอสเบนสบช่องเห็นโอกาส ขอให้ตัดไอ้แจ๊คออกจากการเป็นพยานเพราะไม่มีความน่าเชื่อถือ

ในตอนท้าย จากความช่วยเหลือของอัยการนารา ทำให้มีการสืบสวนหลักฐานบางอย่างที่พบใหม่ และมันเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่อาจจะระบุได้ว่า “พ่อคิวไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง” !

EP.16 ตอนจบ

ทนายทิชาหาหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ให้พ่อของคิวได้สำเร็จ งานนี้ทำเอาเรวัตถึงกับโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เข้าไปจะเอาเรื่องบอสเบน จนท้ายที่สุดก็โดนตำรวจศาลลากตัวออกไปจากศาล …

ความจริงก็คือว่า พ่อคิวนัดเจอกับแม่คิวเพื่อบอกเรื่องที่บัญชีของที่ร้านมีการฟอกเงิน เมื่อกลับมาถึงบ้านแม่คิวก็เจอเรวัตที่ดื่มจนเมามาย ทั้งสองจึงทะเลาะกันด้วยความหึงหวง ท้ายที่สุดเรวัตเกิดพลาดฆ่าแม่คิวโดยไม่ได้ตั้งใจ จึงวางแผนโยนความผิดไปให้พ่อคิว

แม้บอสเบนว่าความแพ้ทนายทิชาแต่ก็ไม่คิดเสียใจ เพราะอะไรรู้ปะ ก็เพราะมีกำลังใจที่ดีงามอย่างคามิเลียคอยอยู่เคียงข้างนั่นเอง

แล้ววันประกาศชื่อผู้ที่ได้เป็นพาร์ตเนอร์ของบริษัทรอสแอนด์ฮาร์วีย์ก็มาถึง โดยงานนี้มิสเตอร์รอสบินมามอบดอกไม้แสดงความยินดีด้วยตัวเอง คามิเลียยิ้มจนแก้มแทบปริ

ส่วนคิวก็คิดที่จะพิสูจน์ตัวเองให้แม่ของได้เห็น และขอห่างจากทิชา “ผมอยากพิสูจน์ให้แม่ของพี่ทิชาเห็น ผมจะสอบตั๋วทนายและเป็นทนายความเต็มตัวให้ได้ ผมมั่นใจว่าผมทำได้ ผมอยากไปใช้ชีวิตของผมด้วยลำแข้งของผมเองโดยที่ไม่มีพี่ทิชาคอยปกป้อง เพื่อพิสูจน์ว่าผมเหมาะสมที่จะอยู่ข้างพี่ … ระหว่างนี้ที่เราห่างกัน ถ้ามีใครเข้ามาในชีวิตพี่ พี่ก็ให้โอกาสเขาได้นะ ผมว่าแบบนี้มันดีที่สุดแล้ว” เมื่อคิวมาบอกลาแบบนี้ ทิชาก็เกิดอาการเตรียมตัวเตรียมใจไม่ทัน

เวลาผ่านไป 1 ปี …

คิวไปอยู่ฝรั่งเศสและตัดการติดต่อทั้งหมด ระหว่างนั้นทิชาก็กระวนกระวายใจแทบเป็นบ้า เพราะกลัวว่าคิวจะไปได้เมียฝรั่ง 555 แต่เรื่องดี ๆ ก็คือ แม่ของทิชายอมเปิดทางให้ทิชาคบกับคิว แต่มีข้อแม้ว่คิวต้องประสบความสำเร็จกลับมา

ด้านจูนเองเมื่อฝึกงานจบก็ได้เข้าทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้บริษัทใหญ่บริษัทหนึ่ง แต่ที่เซอร์ไพรส์ก็คือ ป้อนกลายเป็นผู้บริหารของบริษัทที่จูนทำงานเฉยเลย งานนี้เล่นเอาจูนถึงกับอึ้ง เมื่อป้อนบอกว่า “ก็บอกแล้วไงว่าบ้านผมรวย” แหม่ 555

บอสเบนไม่ได้เป็นผู้บริหารของรอสแอนด์ฮาร์วีย์แล้ว ตอนนี้เขาเป็นเพียงที่ปรึกษากฎหมายอิสระ แล้วจู่ ๆ ก็เพิ่งสำนึกขึ้นมาได้ว่าควรจะเผยความในใจของตัวเองที่มีต่อคามิเลีย และด้วยความที่หมอนพเป็นผู้ชายที่สุภาพบุรุษสุด ๆ แม้เขาจะชอบคามิเลียมากแค่ไหน แต่เมื่อรู้ว่าคามิเลียมีใจให้กับบอสเบน เขาจึงสนับสนุนให้คามิเลียทำตามใจของตัวเอง … แล้วบอสเบนกับคามิเลียก็ลงเอยกันได้ด้วยความช่วยเหลือของหมอนพนั่นเอง

ทิชาเปิดบริษัททนายความของตัวเองโดยมีดาหลาเป็นทนายของบริษัท และในท้ายที่สุด อัยการนาราก็มาแสดงความยินดีกับทนายทิชา

เมื่อคิวกลับมาว่าความครั้งแรกที่ประเทศไทย ทิชารู้ว่าคิวกลับมาก็ดี๊ด๊า แต่กลับกลายเป็นว่าการกลับมาของคิวคราวนี้ เขาทิ้งความเป็นเด็กไปซะหมด จนดูเหมือนว่าจะกลายเป็นผู้ชายชา

เมื่อเป็นเช่นนั้น ทิชาจึงวางแผนรวบหัวรวบหางคิวซะเลย เพราะปล่อยไปนานวันคงไม่ได้ทีแน่ แผนของทิชาคือ “เมาทิพย์”​ เพื่อจะอ่อยคิวให้จูบเธอให้ได้ คือแบบอย่างฮา 555 แหม่ … มาถึงตรงนี้ ทั้งสองก็จูบกันอย่างดูดดื่ม ท่ามกลางความเร่าร้อนอันเกิดจากความคิดถึง ที่มีแบ็กกราวน์เป็นความรักอันละมุนของหนุ่มสาวต่างวัย

คิวอุ้มทิชาเอาไว้ในอ้อมกอดพร้อมกับเอ่ยออกมาว่า “งั้นคืนนี้ขอจัดหนักหน่อยแล้วกัน”

แล้วสองสุดยอดทนายความแห่งยุคก็เดินขึ้นศาลอาญาเพื่อไปว่าความด้วยกันอย่างมีความสุข

จบบริบูรณ์

Photos: Ch3HD Thailand