สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Hometown Cha-Cha-Cha (2021) โฮมทาวน์ ชะชะช่า

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Hometown Cha-Cha-Cha (2021) โฮมทาวน์ ชะชะช่า

สปอยล์ซีรีส์ Hometown Cha-Cha-Cha : ทันตแพทย์สาวมาเปิดคลินิกในชุมชนชายทะเลอันอบอุ่น และได้พบชายหนุ่มที่มีนิสัยตรงข้ามกันทุกอย่าง …

คะแนน 7/10 เรตติ้งเฉลี่ย 8.5
สนุกไหม ? เป็นซีรีส์ที่ดีมาก ๆ ดูแล้วฟีลกู๊ดมาก ๆ ทั้งบททั้งการถ่ายทำ ภาพสวยมาก การแสดงของตัวหลักตัวรองมีเสน่ห์ ในส่วนชินมินอากับคิมซอนโฮนั้นบอกเลยว่าเวรี่กู๊ด

EP.1 หมู่บ้านริมทะเลอันอบอุ่น

ทันตแพทย์หญิงยุนฮเยจิน ทำงานอยู่ที่คลินิกแห่งหนึ่ง แต่ด้วยความที่เธอเป็นหมอประเภทรักษาคนไข้ตามอาการ จึงทำให้มีแนวทางการรักษาที่ขัดกับนโยบายของผู้อำนวยการคลินิก ที่ต้องการให้รักษาคนไข้แบบแอดวานซ์ ซึ่งหมายความว่าคลินิกจะมีรายได้จากคนไข้มากขึ้น

ทีนี้เมื่อถึงจุดจุดหนึ่ง ผู้อำนวยการได้เข้าไปแทรกแซงการทำงานของฮเยจิน ด้วยการดึงคนไข้ของเธอไปทำเอง เมื่อฮเยจินรู้ก็เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมากถึงขั้นมีปากมีเสียงกัน และสุดท้ายเธอก็ลาออก แต่ด้วยความที่เป็นคนปากร้าย ทำให้การลาออกครั้งนี้ฮเยจินได้ทิ้งคำพูดแย่ ๆ ไว้ให้กับผู้อำนวยการ กลายเป็นความบาดหมางขั้นรุนแรง ไม่เท่านั้น ด้วยความโกรธเธอยังได้เอาเรื่องราวต่าง ๆ ไปแฉในชุมชนออนไลน์ของหมอและพยาบาล ปัญหาก็คือ ชื่อของหมอฮเยจินกลายเป็นชื่อที่ไม่มีคลินิกไหนต้องการรับเข้าทำงาน

เมื่อไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ไหนจะค่าบัตรเครดิตที่ตามมาทวงยิก ๆ ฮเยจินจึงพยายามร่อนใบสมัครงานไปตามคลินิกและสถานพยาบาลต่าง ๆ แต่ก็ไม่มีใครรับ ด้วยเหตุผลเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่เธอก่อเอาไว้นั่นแหละ เอาล่ะสิ ค่าบัตรเครดิตก็มา งานก็ไม่มี จังหวะนั้นเองเสียงเตือนจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น “วันเกิดของแม่”

วันนี้ 23 มีนาคม เป็นวันเกิดของแม่ ฮเยจินขับรถเก๋งนำเข้ายี่ห้ออาวดี้มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมทะเลที่มีชื่อว่า หมู่บ้านกงจิน ตั้งอยู่ที่เมืองซองโฮ

ฮเยจินถอดรองเท้าเบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดอีดิชันที่เพิ่งใส่เป็นครั้งแรกเอาไว้บนชายหาด ก่อนจะเดินด้วยเท้าอันเปลือยเปล่า ทอดอารมณ์คิดถึงช่วงเวลาในวัยเด็กที่มีความสุขกับแม่ที่ชายหาดแห่งนี้ เป็นเพียงแต่เธอไม่รู้เลยว่า วันนี้จะเป็นวันอันแปลกประหลาดที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล …

รองเท้ารุ่นลิมิเต็ดอันตรธานหายไปจากที่มันเคยอยู่ ฮเยจินตกใจเป็นอย่างมาก จังหวะเดียวกันนั้น ฮงดูชืก หรือที่คนในละแวกนั้นเรียกเขาว่าหัวหน้าฮง ได้ถือรองเท้าข้างหนึ่งของฮเยจินขึ้นมาจากน้ำยื่นให้เธอ พร้อมกับโวยวายออกมาชุดใหญ่ว่ารองเท้าข้างนี้เกือบทำให้เขาได้รับอันตรายขณะเล่นเซิร์ฟบอร์ด !

ฮเยจินกล่าวขอโทษดูชิก และพยายามร้องขอให้เขาลงน้ำไปหารองเท้าอีกข้างให้เธอ เพราะมันเป็นรองเท้ารุ่นพิเศษที่เธอเพิ่งใส่เป็นครั้งแรก แต่ความช่วยเหลือจากดูชิกกลับเป็น “อีแตะหน้าห้องน้ำ” เพื่อให้ฮเยจินไม่ต้องเดินเท้าเปล่ากลับไปที่รถ ฮเยจินเดินถือรองเท้าราคาแพงระยับที่ตอนนี้เหลืออยู่ข้างเดียว ด้วยสีหน้ายอมรับความซวยที่เกิดขึ้น

เมื่อฮเยจินกลับมาที่รถ เรื่องที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นอีกครั้ง รถสตาร์ทไม่ติด !

ฮเยจินเซ็งกับความโชคร้ายที่เกิดขึ้น และเมื่อจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร. หาช่างซ่อมรถ สัญญาณโทรศัพท์กลับไม่มีขึ้นมาซะอย่างนั้น ระหว่างที่ฮเยจินพยายามเดินหาสัญญาณโทรศัพท์ไปทั่ว อาการ “ข้าศึกบุกโจมตี” ก็เกิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ฮเยจินจึงรีบวิ่งเข้าไปในคาเฟ่แห่งเพื่อขอเข้าห้องน้ำ ซึ่งเธอก็สั่งกาแฟมาหนึ่งแก้วเป็นมารยาท

หลังจากปลดทุกข์เสร็จเรียบร้อย ฮเยจินก็ยื่นบัตรเครดิตเพื่อจ่ายค่ากาแฟ 4 พันวอน (112 บาท) ปรากฏว่าบัตรเครดิตรูดไม่ผ่าน เงินสดก็ไม่มี จะไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม ตู้ก็ดันกดไม่ได้อีก ส่วนเจ้าของร้านก็ดันเป็นคนขี้ตืดจะให้เธอจ่ายค่ากาแฟให้ได้ ระหว่างนั้นก็มีข่าวทางทีวีรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้ที่ฮันกุกเทเลคอม จึงทำให้สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตถูกตัด

ทันใดนั้นเอง ดูชิกก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ฮเยจินพยายามขอยืมเงินดูชิก แต่แทนที่จะให้ยืมเงิน เขากลับพาเธอไปที่สะพานปลา เพื่อทำงานควักไส้ปลาหมึก แหม่ คุณหมอฮเยจินต้องมาควักไส้ปลาหมึกซะงั้น

หลังจากทำงานไป 4 ชั่วโมง ฮเยจินได้เงินมา 3 หมื่นกว่าวอน เธอจึงไปจ่ายค่ากาแฟ และใช้เงินที่เหลือเป็นค่ากินและค่าที่พักสำหรับคืนนี้

ระหว่างนั้น เมื่อชาวบ้านในหมู่บ้านรู้ว่าฮเยจินเป็นหมอฟัน จึงแนะนำให้เธอมาเปิดคลินิกทันตกรรมที่นี่ ตอนแรกฮเยจินก็ไม่ได้สนใจอะไร ได้แต่คิดในใจว่า “ใครเขาจะมาเปิดคลินิกที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ห่างไกลความเจริญแบบนี้กัน”

รุ่งเช้าอีกวัน ทุกอย่างกลับเข้าสู่สถานะปรกติ ฮเยจินโทร. ให้ช่างมาซ่อมรถให้เรียบร้อย เธอกำลังขับรถกลับกรุงโซลอย่างสบายใจ แต่ระหว่างทาง ผอ. คลินิกที่ทำงานเก่าดันโทร. มาแล้วพูดจายั่วโมโหฮเยจิน …

“ดูเหมือนว่าเธอขุดหลุมฝังตัวเองไปเรียบร้อยแล้วนะ ใครจะจ้างเธอล่ะ เพราะอย่างนั้นฉันจึงมีข้อเสนอมาให้เพราะสงสาร มาหาฉันแล้วคุกเข่าขอร้องสิ แล้วฉันจะยอมให้เธอกลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง”
ฮเยจินหัวร้อนขึ้นมาทันที “คุกเข่าเหรอ คิดว่าฉันบ้าหรือไงที่จะกลับไปทำงานกับคุณ คิดว่าฉันต้องเป็นลูกจ้างไปตลอดหรือไง ฉันจะเปิดคลินิกเอง”

หลังจากกดปุ่มวางสาย ฮเยจินเหยียบเบรกรถ Audi A5 ของเธอแล้วหักพวงมาลัยรถกลับไปที่กงจินทันที ฮเยจินกลับไปหาเจ้าของร้านปลาดิบที่แนะนำให้เธอเปิดคลินิกทันตกรรม เธอจึงได้พาไปหานายหน้าอสังหาฯ เพื่อติดต่อเรื่องเช่าที่

และเมื่อฮเยจินไปพบนายหน้าที่ได้รับการแนะนำก็ถึงกับแปลกใจ เมื่อนายหน้าอสังหาฯ คนนั้นก็คือ ดูชิก !

EP.2 การขอโทษด้วยความจริงใจ

การตัดสินใจมาเปิดคลินิกทันตกรรมที่กงจินของฮเยจิน ทำเอาชาวบ้านแตกตื่นกันยกใหญ่ ส่วนหนึ่งก็เพราะแปลกใจที่ว่าทำไมคนสวยเมืองกรุงอย่างเธอ ถึงได้ตัดสินใจมาเปิดคลินิกที่หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้

ในงานเลี้ยงผู้สูงอายุของหมู่บ้าน ฮเยจินได้ถูกรับเชิญให้ไปเป็นแขกภายในงาน ตอนแรกเธอก็ปฏิเสธ (เพราะงานแบบนี้มันไม่ใช่แนว) แต่เมื่อนึกถึงว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้โฆษณาคลินิกของเธอ ทำให้ฮเยจินจำใจไปร่วมงานอย่างเสียไม่ได้

แล้วเรื่องราว “ปลาหมอตายเพราะปาก” ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อฮเยจินเม้าท์มอยทางโทรศัพท์นินทาคนที่มาร่วมงานกับพโยมีซอน เพื่อนสนิทของเธอที่คบกันตั้งแต่สมัยมัธยมต้น แต่ความซวยก็บังเกิดเมื่อเสียงของเธอหลุดเข้ามาทางลำโพงกระจายเสียง ทุกคนต่างนิ่งอึ้งด้วยความตกตะลึง “ที่นี่ไม่มีอะไรถูกใจสักอย่าง รู้งี้อยู่โซลดีกว่า ไม่น่ามาเลย ก็แบบว่ามีตาลุงคนนึงที่เปิดคาเฟ่ คงเป็นนักร้องที่ไม่ดังน่ะ ตาลุงคนนั้นเอาแต่เล่าเรื่องของตัวเองตลอดเลย น่าเบื่อมาก อ้างว่าโดนผู้จัดการโกงเลยทำให้ไม่ได้ออกอัลบั้มสอง เอาจริง ๆ นะ คนที่ใช้ชีวิตจมอยู่กับอดีตมันดูขี้ขลาดมาก ๆ”

หลังจากงานเลี้ยง ความสัมพันธ์ของฮเยจินกับคนในหมู่บ้านก็ดิ่งลงเหว ไม่ว่าจะการแสดงท่าทีรังเกียจการป้อนอาหารของคุณยายคิม ผู้อาวุโส No.1 ของหมู่บ้าน หรือการพูดดูถูกร้านขายของชำในหมู่บ้านขายแต่สินค้าเกรดล่าง ไม่มีสินค้าระดับพรีเมี่ยมที่เธอต้องการ แม้กระทั่งการบูลลี่อาหารที่ชาวบ้านทำมาเลี้ยง โดยหาว่าเป็นอาหารสกปรกเพราะมีฝุ่นเยอะ

ระหว่างนั้น ความเป็นไปของฮเยจินก็อยู่ในสายตาของดูชิกตลอด แม้เขาจะไม่ได้แสดงความรู้สึกออกมา แต่แววตาของเขาแสดงออกถึงความเป็นห่วงเธออย่างชัดเจน แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้พูดสั่งสอนเธอ “คุณคงคิดว่าชีวิตของตัวเองเลิศเลอมากเลยสินะ เรียนเก่งสุดท้ายก็ได้เป็นหมอ ทำไมคุณถึงเอาเรื่องคนอื่นไปพูดตามอำเภอใจแบบนั้นล่ะ ดูเหมือนคุณจะไม่รู้อย่างหนึ่งนะ คนเราน่ะไม่ได้เท่าเทียมกันอย่างที่คุณเข้าใจหรอก บางคนเส้นทางชีวิตเหมือนถนนลูกรัง แม้จะพยายามวิ่งผ่านไปแทบตาย แต่ปลายทางก็ต้องเจอกับหน้าผาอันสูงชัน เข้าใจมั้ย”

แล้ววันเปิด “คลินิกทันตกรรมยุน” ก็มาถึง ฮเยจินได้มีซอนมาเป็นผู้ช่วยแพทย์ ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ไม่มีลูกค้าเลยซ้ากกกคน เวลาผ่านไปหลายวันสถานการณ์ก็ยังเหมือนเดิม ณ จุดนี้ ฮเยจินกับมีซอนทำใจแล้วว่า “เจ๊งแน่นอน” !

อย่างไรก็ตาม ดูชิกก็ยื่นมือเข้ามาช่วยแบบเนียน ๆ โดยการพยายามพาฮเยจินเข้าไปในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เธอได้แสดงความสำนึกผิดต่อคนในหมู่บ้านด้วยความจริงใจ ลดอีโก้ของตัวเองลง และสอนให้เธอรู้จักการปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้าน ในท้ายที่สุด ก็เริ่มมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่คลินิกมากขึ้น

ในตอนท้ายซีรีส์ได้ฉายภาพแฟลชแบ็กในวัยเด็กตอนที่ฮเยจินมาเที่ยวชายทะเลที่กงจินกับแม่และพ่อ คนถ่ายรูปให้เธอกับครอบครัวก็คือดูชิกกับคุณลุงของเขานั่นเอง มันกลายเป็นแรงดึงดูด (หรือจะเรียกว่าพรหมลิขิตก็ไม่ผิด) ทำให้คนทั้งคู่เข้าหากัน แม้ในตอนนี้ทั้งคู่จะจำกันและกันไม่ได้ก็ตาม

EP.3 ซินเดอเรลลาแห่งกงจิน

ฮเยจินต้องเดินทางไปงานแต่งงานของเพื่อนร่วมรุ่นที่โซล เมื่อถึงวันเดินทาง ดูชิกกลับมัดมือชกฮเยจินด้วยการขอร้องให้เธอพาคุณยายทั้งสามแห่งกงจินติดรถไปโซลด้วย ระหว่างทางพฤติกรรมหลายอย่างของคุณยายทำให้ฮเยจินไม่พอใจ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสียงดัง ร้องเพียงเสียงดัง กินอาหารในรถ เข้าห้องน้ำตลอดทาง

แต่ไม่ว่าจะโกรธแค่ไหน ฮเยจินก็พยายามควบคุมอารมณ์จนถึงโซล เธอบอกกับดูชิกว่าที่ไม่ระเบิดลงระหว่างทาง เพราะเธอรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณที่เขาช่วยเธอในหลาย ๆ อย่าง แต่เธอก็ยังรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำในวันนี้เป็นเรื่องไร้มารยาทและล้ำเส้นมากเกินไป ซึ่งดูชิกก็ยอมรับ

ฮเยจินมางานเลี้ยงร่วมโต๊ะกับเพื่อนร่วมรุ่นที่มหาวิทยาลัย ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองโดนด้อยค่าที่ไปเปิดคลินิกอยู่ที่เมืองชนบทอย่างกงจิน ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นของเธอต่างประสบความสำเร็จในการเปิดคลินิกที่โซล ทำให้ฮเยจินต้องแกล้งทำเป็นขิงว่าการเปิดคลินิกที่กงจินทำเงินได้มากกว่าการเปิดคลินิกที่โซลมากนัก เพราะเมืองที่ถูกเรียกว่าชนบท สมัยนี้เจริญไปไกลกว่าสมัยก่อนมาก ตรงกันข้ามกับการแข่งขันที่ต่ำ ทำให้เธอมีคนเข้ามาใช้บริการที่คลินิกเธอมากมายถึงขนาดต้องจองคิวกันเลย … ขิงใหญ่โตอย่างนั้นเลยทีเดียว

ระหว่างนั้นเอง เพื่อนคนหนึ่งได้ถ่ายรูปตอนที่ฮเยจินเดินอยู่กับดูชิกเอาไว้ได้ แล้วโพสต์รูปนั้นลงในกลุ่ม ซึ่งเธอก็แกล้งตีเนียนพิมพ์ตอบกลับไปว่า เป็นคนที่มาตามจีบตามตื๊อแต่เธอไม่ได้สนใจ … แต่ในใจของเธอจริง ๆ แล้วก็แอบคิดกับดูชิกอยู่เหมือนกัน

ในส่วนของดูชิก เมื่อกลับถึงกงจินก็อดคิดถึงฮเยจินไม่ได้เลย

คุณยายคิมกัมรีมีปัญหาเรื่องอาการปวดฟันทำให้กินอาหารไม่ได้เหมือนเดิม ดูชิกพาคุณยายไปที่คลินิกของฮเยจิน แต่เมื่อคุณยายเห็นราคาค่ารักษารากฟันเทียมก็ถึงกับตกใจ คุณยายจึงโวยวายออกมาบอกให้ถอนออกไปเลย เมื่อฮเยจินได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกโมโหที่คุณยายขี้เหนียวเงินที่ใช้เพื่อดูแลตัวเอง แต่กลับทนเจ็บฟันไม่ได้กินสิ่งที่อยากกิน จึงพูดจาไม่ดีใส่คุณยาย

เมื่อเห็นดังนั้น ดูชิกจึงเอาเงินส่วนตัวของเขาไปให้คุณยาย แต่คุณยายก็ปฏิเสธ เขาจึงนัดคุยกับฮเยจินเพื่อขอให้เธอรักษาฟันให้คุณยายคิม โดยที่เขาจะเป็นคนจ่ายเงินให้เอง “ท่านเป็นคนดี อุทิศชีวิตของตัวเองเพื่อดูแลคนรอบข้าง เพราะงั้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องดูแลตัวเองก็เลยทำไม่เป็น ท่านทำทุกอย่างเพื่อลูก ๆ ตั้งแต่สมัยที่ตัวเองยังสาว ๆ ที่ท่านไม่ทำรากฟันเทียมก็เพราะท่านไม่อยากเป็นภาระ”

แต่ฮเยจินมองต่างออกไป เธอมองว่าสิ่งที่พ่อแม่ควรทำเพื่อลูก ๆ คือ … “การใช้ชีวิตให้ยืนยาวโดยที่ไม่ทำให้ตัวเองต้องเจ็บป่วย ไม่ใช่การทนเจ็บป่วย เพื่อประหยัดเงินเพียงเล็กน้อยให้ลูก แต่มันเป็นการดูแลตัวเองต่างหาก รู้เรื่องนี้บ้างไหม” ที่ฮเยจินพูดและรู้สึกออกไปเป็นเพราะเธอรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ มันเป็นเพราะเธอเสียแม่ไปตั้งแต่เธอยังเล็ก อย่างไรก็ตาม ดูชิกก็ได้เข้าใจฮเยจินมากขึ้น

เรื่องราวดำเนินไป ฮเยจินเริ่มคิดถึงคำพูดที่ดูชิกพูด และเธอก็รู้สึกคาใจเรื่องคุณยายคิมกัมรี สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจที่จะทำรากเทียมให้กับคุณยาย โดยลดราคาให้ถูกแบบสุด ๆ เป็นกรณีพิเศษ ทำเอาคุณยายดีใจยกใหญ่

ในตอนท้าย ดูชิกบังเอิญเจอรองเท้าอีกข้างของฮเยจินที่ถูกน้ำซัดหายไปในทะเล เขาจึงจัดการเปิดยูทูบดูวิธีการทำให้รองเท้าหายเปียกน้ำ ก่อนที่จะนำมันไปเซอร์ไพรส์คืนให้เธอ เมื่อฮเยจินได้รองเท้าคู่โปรดคืน หน้าเธอก็ไบรท์ไปด้วยรอยยิ้ม ไม่ต่างอะไรกับซินเดอเรลลาที่ได้รองเท้าแก้วคืน

EP.4 เหตุผลที่มากงจิน

เรื่องราวดำเนินไป ชีวิตประจำวันในทุก ๆ วันของฮเยจินต้องเจอกับดูชิก พร้อมกับรองเท้าแบรนด์เนมระดับลิมิเต็ดที่เพิ่งได้กลับคืนมา พอมาวันหนึ่งไม่ได้เจอก็ทำเอาคิดถึงดูชิกไม่ได้เลย

วันหนึ่ง ฮเยจินถูกเชิญให้ไปงานเลี้ยงชมรมเจ้าของกิจการในกงจิน แต่ด้วยความที่เธอไม่ชอบงานสังสรรค์ประเภทนี้ ฮเยจินเลยใช้เทคนิค “แกล้งนอนฟุบหลับไปบนโต๊ะ” ซะอย่างนั้น แต่ที่น่าตลกก็คือไม่มีใครสนใจเธอเลยแม้แต่นิดเดียว แทนที่จะได้กลับก่อนเลยกลายเป็นต้องกลับบ้านคนสุดท้าย

ดูชิกแบกฮเยจินขี่หลังกลับบ้าน พอมาถึงระหว่างทางเขาก็บอกให้เธอเลิกแสดงละครได้แล้ว … อ้าว ดูชิกรู้อยู่แล้วว่าฮเยจินแกล้งเมา กลายเป็นซีนน่ารัก ๆ ของฮเยจิน

แล้วที่คลินิกก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ เมื่อมีคนไข้โรคจิตเข้ามาทำฟัน มันลวนลามมีซอนโดยการลูบคลำเธอ แต่สุดท้ายดูชิกก็เข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทัน

วันต่อมา ฮเยจินเอาผลไม้และไวน์นำเข้าราคาแพงจากประเทศฝรั่งเศสไปให้ดูชิกที่บ้านเพื่อเป็นการตอบแทน แต่ไม่รู้ยังไง ฮเยจินเกิดเสียดายไวน์ขวดนั้นขึ้นมาซะอย่างนั้น ทำให้เมื่อดูชิกชวนให้อยู่ดื่มไวน์ด้วยกัน เธอจึงตอบตกลงทันที

ฮเยจินกับดูชิกดื่มไวน์ด้วยกันจนหมดขวด แล้วต่อด้วยวิสกี้อีกหนึ่งกษัตริย์ ด้วยความที่เธออยู่ในอาการตึง ๆ จึงให้ดูชิกถามคำถามอะไรก็ได้หนึ่งข้อ แล้วเธอจะตอบให้เป็นกรณีพิเศษ ดูชิกจึงถามว่าเธอมาที่กงจินทำไม ?

ฮเยจินเอามือลูบแก้มตั้งสติก่อนที่จะตอบกลับไปว่า “วันนั้นน่ะ วันที่ฉันเดินทางมากงจิน มันเป็นวันเกิดของแม่ฉัน เวลาคนเราตายไปแล้ววันเกิดก็จะหายไปด้วย ถ้าแม่มีชีวิตอยู่ตอนนี้ท่านจะอายุ 60 ปี ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นฉันคงได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวกับท่านบ่อย ๆ คงซื้อกระเป๋าแพง ๆ ให้ท่านหลาย ๆ ใบ แต่เอาจริง ๆ ฉันขอแค่ได้กินข้าวด้วยกันสักมื้อก็พอแล้ว ก่อนที่แม่ฉันจะเสีย เรามาทริปครอบครัวกันที่กงจิน”

ทันใดนั้นเอง ดูชิกเอามือของเขาที่จับโถน้ำแข็ง เอื้อมไปสัมผัสแก้มของฮเยจิน เพื่อทำให้เธอคลายร้อนที่เกิดจากอาการเมา

EP.5 เรื่องราวในคืนนั้นของเราสองคน

ฮเยจินกับดูชิกดื่มไวน์ต่อด้วยวิสกี้ตบท้ายด้วยเหล้าโสมสามกษัตริย์ ดื่มกันจนเมามายภาพตัด … รุ่งเช้าอีกวัน ฮเยจินตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าตัวเองนอนอยู่บนกับดูชิก เธอรีบย่องออกมาจากบ้านของเขาทันที แต่ …

เมื่อกำแพงมีหูประตูมีตา กงจินก็มีนัมซุก การแอบย่องออกมาจากบ้านของดูชิกตอนเช้าตรู่ของฮเยจินถูกนัมซุกเอาไปปล่อยข่าวในกลุ่มแชต ทุกคนในกงจินคิดกันไปหมดแล้วว่าฮเยจืนมีคืนอันเร่าร้อนกับดูชิก

ณ จุดนี้ เรื่องราวความสัมพันธ์ของฮเยจินกับดงชิกกลายเป็นท็อปปิกติดเทรนด์อันดับหนึ่งของกงจินไปเสียแล้ว … ดูชิกเจอฮเยจินโดยบังเอิญ เขาจึงชวนเธอไปกินซุปแก้แฮงก์ด้วยกัน ระหว่างนั้นเองชาวกงจินก็แอบตามติดความสัมพันธ์ของทั้งสองแทบตาไม่กะพริบ

ที่ร้านซุปเนื้อ ฮเยจินถามดูชิกว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า ? ดูชิกจึงเล่าออกมาเป็นฉาก ๆ ถึงความเมารั่วของเธอ ทั้งโหนเสาไฟ ทั้งหัวเราะเหมือนคนบ้า แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่มีอะไรกัน

จากนั้นฮเยจินก็ถามดูชิกไปตรง ๆ ว่า “หัวหน้าฮงชอบฉันจริง ๆ เหรอ ? … พูดตรง ๆ เลยนะ ฉันว่าเราไม่เหมาะกันเลยสักนิด เพราะสถานะทางสังคมของเราต่างกัน ขอโทษนะที่ต้องพูดตรง ๆ” ดูชิกปฏิเสธทันทีก่อนจะเดินจากไป “ผมว่าตัวเองน่าสงสารแล้ว แต่คุณกลับน่าสงสารกว่า”

ทีนี้มาว่าด้วยเรื่องสถานะทางสังคมของดูชิก ซึ่งมีซอนเล่าให้ฮเยจินฟังว่า จริง ๆ แล้วดูชิกจบวิศวะจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล แถมยังสอบได้เป็นที่หนึ่ง ไม่เท่านั้นเขายังเผยแววฉลาดมาตั้งแต่ยังเด็ก สามารถท่องตัวอักษรจีนหนึ่งพันตัวได้ตั้งแต่ 6 ขวบ สอบได้ที่หนึ่งมาตลอด เคยได้เหรียญทองโอลิมปิกคณิตศาสตร์ แถมยังมีสกิลด้านการต่อสู้อีก สุดท้ายก็ได้เข้าเรียนวิศวะที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล

วันต่อมา ฮเยจินต้องไปบรรยายเรื่องฟันผุที่โรงเรียนประถมชองจิน แต่มีซอนกลับเกิดอาการท้องเสียขึ้นมากะทันหัน เธอจึงให้ดูชิกมาเป็นผู้ช่วยบรรยายแทน

เมื่อทั้งสองมาเจอกันอีกครั้ง ดูชิกก็พูดเหน็บฮเยจิน “โทษทีนะ ผมว่าเราไม่ควรเดินชิดกันเกินไป”
“คุณเป็นอะไรไปเนี่ย ?”
“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่กลัวว่าการกระทำของผมจะทำให้คุณเข้าใจผิดอีกน่ะว่าผมชอบคุณ” ดูชิกหัวเราะแหะ ๆ เป็นการแซะฮเยจินเล็ก ๆ “โลกของเราบางทีก็ใจดำเกินไปนะ แค่มีน้ำใจให้เล็ก ๆ น้อย ๆ กลับถูกตีความว่าชอบซะอย่างนั้น”

การบรรยายดำเนินไปได้ด้วยดี จนถึงตอนท้ายในช่วงตอบคำถาม นักเรียนแต่ละคนก็ยิงคำถามใส่ฮเยจินรัว ๆ ทำเอาเธอถึงกับสตั๊น …

“คบกันอยู่เหรอคะ ?”
“เคยจูจุ๊บกันไหมคะ ?”
“จะแต่งงานกันไหมครับ ?”
“ชอบเขาตรงไหนเหรอคะ ?”
“ตกลงชอบเขาจริง ๆ ใช่ไหมครับ ?”

ระหว่างเดินกลับจากบรรยาย ดูชิกยื่นมือไปให้ฮเยจิน ทำเอาเธออึ้งไปประมาณ 500 มิลลิเซก ก่อนที่ฮเยจินจะยื่นมือไปทำท่าจะจำมือเขา ทันใดนั้นเอง ดูชิกจึงเอ่ยถามถึงค่าแรงที่ให้เขามาเป็นผู้ช่วยบรรยายในวันนี้ แหม่ งานนี้ฮเยจินถึงกับต้องตีหน้าบุ๊ยบุ่ยก่อนจะตอบกลับไปว่าเธอไม่ได้พกเงินสด ดูชิกจึงขอให้เธอเลี้ยงข้าวแทน

ฮเยจินพาดูชิกขับรถออกไปกินร้านอาหารนอกกงจิน เพราะกลัวว่าจะกลายเป็นขี้ปากของชาวบ้านอีก

ที่ร้านอาหาร ฮเยจินให้ดูชิกแก้โจทย์เลขให้เธอดู เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจบวิศวะจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลจริง ๆ ซึ่งเขาก็ทำได้อย่างชิล ๆ งานนี้ทำเอาฮเยจินถึงกับอึ้งไปเลย ไม่ได้อึ้งเรื่องที่เขาตอบโจทย์ถูกนะ แต่อึ้งเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมคนเก่งอย่างเขากลับเลือกที่จะมาใช้ชีวิตแบบนี้ ซึ่งคำตอบของดูชิกเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ เขาตอบกลับไปว่า …

“ในสายตาของคุณ ผมคงจะเป็นคนที่ไร้ประสิทธิภาพมากเลยสินะ ถ้านับที่เงินหรือรายได้ก็อาจจะใช่ เพราะอย่างนั้นคุณถึงเป็นคนที่มีมุมมองคับแคบมาก บนโลกนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่มีค่ามากกว่าเงิน ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ความสงบ ความรัก บลา ๆ ๆ แต่มันจะเป็นอะไรก็เถอะ ที่แน่ ๆ มันไม่สามารถคำนวณออกมาได้แบบสมการทางคณิตศาสตร์ เพราะมันไม่มีคำตอบตายตัวที่ถูกต้องสำหรับทุกคน”

หลังจากทานอาหารเสร็จ ดงชิกจูงมือฮเยจินออกไปเล่นน้ำฝนที่ชายหาด ระหว่างนั้นเธอก็พูดขึ้นมาว่าอาจจะไม่สบาย ดูชิกจึงเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มของฮเยจิน มันทำให้เธอจำภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นได้ … ในคืนนั้น เธอเผลอตัวเผลอใจไปจูบเขา

EP.6 รอยจูบคืนนั้น vs ข่าวลือวันนี้

ฮเยจินจำเหตุการณ์ในคืนนั้นได้แล้ว เธอเป็นคนที่โน้มตัวไปจูบดูชิก เธอจึงถามดูชิกไปตรง ๆ ว่า “เมื่อคืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเราจริง ๆ เหรอ ?” ดูชิกตอบกลับไปทันทีว่าใช่ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เมื่อถึงบ้าน ฮเยจินเอาเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้นไปเล่าให้มีซอนฟัง แม้จะปฏิเสธว่าไม่ได้ชอบดูชิก แต่มีซอนมองเพื่อนสนิทของเธอออกว่าจริง ๆ แล้ว เธอชอบเขา เพราะคนอย่างฮเยจินไม่มีทางจูบใครที่ไม่มีใจให้อย่างแน่นอน

ด้านดูชิกเองก็อยู่ในอาการอึน ๆ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นกันกับสถานะงง ๆ ระหว่างเขากับฮเยจินที่เป็นอยู่ในตอนนี้

ดูชิกตัดสินใจไปเช็กสุขภาพฟันที่คลินิกของฮเยจิน ซึ่งระหว่างนั้นเธอพยายามรักษาระยะห่างกับดูชิก …

“โดยรวมฟันเป็นปรกติดีค่ะ อึดอัดตรงไหนเป็นพิเศษไหมคะ ?”
“มีครับ ความสัมพันธ์ของเราตอนนี้ไง”
“หืม” ฮเยจินอึ้งไปหลายวินาที
“เป็นเพราะจูบเมื่อคืนนี้เหรอ … ที่ผมไม่บอกว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะรู้ว่าถ้าบอกไปแล้วหมอจะเป็นแบบนี้ … ทำพลาดเพราะความเมา มันอึดอัดใจเปล่า ๆ เอาจริง ๆ นะผมว่าอย่าไปคิดมากเลย”

ต่อมาในการประชุมสมาชิกหมู่บ้าน มีคนแซวเรื่องความสัมพันธ์ของฮเยจินกับดูชิก จนทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก “ฉันกับหัวหน้าฮงไม่ได้เป็นอะไรกันค่ะ ถ้ายังจะแพร่ข่าวลือเหลวไหลแบบนี้ต่อไป ฉันจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ … ขอตัวก่อนนะคะ” หลังจากนั้น ฮเยจินก็สะบัดก้นเดินออกจากที่ประชุมทันที

ดูชิกรีบวิ่งตามฮเยจินออกมา “ปล่อยผ่านไปเถอะ ก็แค่พูดกันขำ ๆ เท่านั้นแหละ”
“ทำไมฉันต้องเป็นตัวตลกของคนอื่นด้วย … ฉันไม่พอใจมาก ๆ”
“มันก็แค่เรื่องไม่จริงเรื่องหนึ่งก็เท่านั้น ไม่เห็นต้องเล่นใหญ่เบอร์นี้เลย เราลองมาเปิดตัวเป็นเพื่อนกันให้คนอื่นรับรู้กันก็ได้นี่นา”
“ไม่ทราบว่าใครเป็นเพื่อนกับคุณคะ การที่เรามาเจอกันบ่อย ๆ มันไม่ได้หมายความว่าเราเป็นเพื่อนกัน ฉันไม่ได้เป็นเพื่อนกับใครก็ได้นะ”
“ใครก็ได้อย่างนั้นเหรอ !” ดูชิกออกอาการสีหน้าผิดหวังในคำพูดของหมอฟันสาว
“หัวหน้าฮงทำฉันเหนื่อยใจจริง ๆ ฉันไม่ชอบเลยที่มีข่าวลือแบบนี้ พูดจริง ๆ เลยนะ คือฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคุณอีก ขอบคุณนะคะที่คอยช่วยฉันมาตลอด แต่จากนี้ไปขอร้องนะคะ อย่าล้ำเส้นฉันอีกเลย”
“ผมคิดว่าคุณเปลี่ยนไปแล้วซะอีก แต่ผมคิดผิดไปเอง” ดูชิกหยิบร่มคืนให้กับฮเยจิน ก่อนที่เขาจะเดินจากไปในทันที

ระหว่างนั้น โอจูรี สาวน้อยวัย 14 ปี ที่คลั่งไคล้ในไอดอลวง DOS ก็เกิดอยากทำฟันเขี้ยวของเธอขึ้นมา แต่พ่อเธอไม่เห็นด้วย ทีนี้จากแค่ความไม่พอใจเรื่องที่พ่อไม่ให้ทำฟัน กลับกลายเป็นเรื่องขโมยตู้เซฟของพ่อแล้วหนีออกจากบ้านไปซะอย่างนั้น คืนนั้นเอง โอจูรีจึงไปขออาศัยอยู่ที่บ้านฮเยจิน ในฐานะเป็นแฮกเกอร์เหมือนกัน (แฮกเกอร์คือชื่อเรียกแฟนคลับวง DOS)

เรื่องราวดำเนินไป ขณะที่ความสัมพันธ์ของฮเยจินกับดูชิกอยู่ในสถานะเฉยชา

แล้วงานเทศกาลประภาคาร งานประจำปีอันยิ่งใหญ่ก็มาถึง ดูชิกเดินผ่านฮเยจินไปเฉยเลยเหมือนคนที่ไม่รู้จักกัน คือเฉยชาต่อกันขั้นสุด

แต่แล้วก็เกิดสถานการณ์ที่ทำให้ดูชิกต้องไปคุยกับฮเยจินจนได้ เมื่อสาวน้อยโอจูรีเกิดขาแพลงก่อนที่จะขึ้นทำการประกวดร้องเพลงบนเวทีชิงเงินรางวัล 3 ล้านวอน ดูชิกจึงไปขอร้องให้ฮเยจินมาช่วยดูอาการให้ เธอแนะนำให้โอจูรีไปโรงพยาบาลเพราะขาเธอบวมมาก แต่สาวน้อยโอจูรีปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการเงินรางวัลเพื่อจะเอาไปทำฟัน “หนูมีผู้ชายที่ชอบ แต่หนูไม่กล้ายิ้มต่อหน้าเขาเพราะมันเห็นฟันเขี้ยว หนูเลยต้องหุบยิ้มเอาไว้ มันทำให้ความมั่นใจหนูลดลง”

เมื่อโอจูรี สาวน้อยวัย 14 ยืนยันที่จะขึ้นเวที ดูชิกกับฮเยจินจึงทำบางสิ่งบางอย่างอันน่าตกตะลึง ทั้งสองขึ้นไปเต้นบนเวทีเพื่อช่วยโอจูรี ! คือแบบอย่างฮา เรียกว่าเต้นเส้นฮเยจินถึงกับหอบรับประทานกันเลยทีเดียว

หลังจากลงจากเวที ฮเยจินถึงกับบ่นออกมาไม่หยุด “หมดสิ้นกัน ภาพลักษณ์ของฉันที่สร้างมา หมดกันวันนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะหัวหน้าฮงคนเดียวที่บังคับฉันขึ้นเวที”

อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาประกาศผลรางวัย สาวน้อยโอจูรีได้แค่รางวัลรองชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลไป 1 ล้านวอน ฮเยจินจึงปลอบด้วยการที่รับจัดฟันให้ ส่วนเงินที่เหลือก็ให้ผ่อนใช้เอา

แล้วเซอร์ไพรส์ก็เกิดขึ้น เมื่อวง DOS ได้มาทำการแสดงที่งานเทศกาลประภาคาร ฮเยจินกับโอจูรีจึงเก็บความแฮกเกอร์ของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ จากนั้นโอจูรีก็ได้มีโอกาสคุยกับจุน ที่เป็นไอดอลของเธอ งานนี้ทำเอาโอจูรีปลื้มใจจนแทบสิ้นสติ แถมจุนยังทักเรื่องฟันเขี้ยวของเธออีกด้วยว่ามีเสน่ห์ทำให้เขาจำเธอได้

สรุปคือ เมื่อไอดอลชมเรื่องฟันเขี้ยวของเธอ โอจูรีจึงล้มเลิกความคิดเรื่องทำฟันทันที งานนี้พ่อของเธอถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก พ่อพูดแทบตายไม่ฟัง แต่ทำไมคนไม่รู้จักพูดประโยคเดียวกลับเชื่อเขาซะอย่างนั้น

ในตอนท้าย พีดีซองฮยอนก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าฮเยจิน ทำเอาเธอตกใจที่ได้พบรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยอีกครั้ง “ไม่เจอกันนานเลยนะ ยุนฮเยจิน” ส่วนดูชิกก็ทำสีหน้างง ๆ ที่ทั้งสองรู้จักกัน

EP.7

ออกอากาศ 18 กันยายน 2021

Photos: tvN Korea