รีแคปซีรีส์ Lovers of the Red Sky EP.6 : ความทรงจำที่ไม่อาจลบเลือน

รีแคปซีรีส์ Lovers of the Red Sky EP.6 : ความทรงจำที่ไม่อาจลบเลือน

Lovers of the Red Sky EP.6 : ฮารัมและชอนกีจูบยืนยันความรู้สึกของกันและกัน แต่ดูเหมือนจะมีบางอย่างที่มาขั้นกลางความรู้สึกของพวกเขาทั้งสอง …

ในการประลองรอบสอง ชอนกีได้คะแนนเท่ากับจิตรกรหมวกฟาง ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเต็งของงานประลองครั้งนี้ องค์ชายยังมยองจึงใช้วิธีตัดสินผู้ชนะจากการตอบคำถาม

องค์ชายยังมยองถามชอนกีว่า ทำไมนางถึงระบายสีโขดหินเป็นสีดำ ทั้งที่ปรกติแล้วจิตรกรส่วนใหญ่มักจะไม่ใส่สีลงในส่วนนี้ ชอนกีนิ่งอึ้งไปหลายวินาทีก่อนที่จะตอบออกไปอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก …

“โขดหินสีดำคือสิ่งแรกที่หม่อมฉันเห็นด้วยตาตัวเองเพคะ” จิตรกรสาวหนึ่งเดียวแห่งสมาคมจิตรกรแบคยูเอ่ยสิ่งน่าอัศจรรย์ออกมา “ตอนเด็ก หม่อมฉันตาบอดจึงเห็นรูปและสีสันผ่านเสียง ธารน้ำไหลคือสีขาว เสียงฝีเท้าบนถนนขรุขระคือสีเหลือง สายลมโชยพัดใบไม้คือสีฟ้า แต่อยู่มาวันหนึ่งหม่อมฉันกลับมามองเห็นอีกครั้ง วันนั้นเป็นวันที่ฝนตกครั้งแรกหลังจากบ้านเมืองต้องเผชิญกับภาวะภัยแล้งมานานนับสิบปี เขาอินวังที่หม่อมฉันเห็นเป็นสีดำ เพราะเขาอินวังประกอบไปด้วยหินเป็นส่วนใหญ่และชุ่มฝน ฉะนั้นแล้ว โขดหินในภาพวาดของหม่อมฉันเป็นเหมือนโขดหินแรกที่หม่อมฉันเห็น มันจึงเป็นสีดำเพคะ”

องค์ชายยังมยองถามต่อว่า รูปวาดของชอนกีสื่อความหมายอะไร ซึ่งคำตอบของนางก็ทำเอาฮารัมอึ้งไปไม่น้อย “ตอนที่หม่อมฉันตาบอด มีเด็กชายคนหนึ่งเด็ดลูกท้อให้หม่อมฉัน หม่อมฉันไม่รู้จักหน้าตาของเขา แต่หม่อมฉันคิดถึงเขาเหลือเกิน”

หลังจากตอบคำถามคะแนนโหวตจากคณะกรรมการก็ให้ทั้งคู่เสมอกันอีกครั้ง องค์ชายยังมยองจึงตัดสินให้ผ่านเข้ารอบไปทั้งคู่

ในคืนนั้น ฮันกยอนได้ทูลกับองค์ชายยังมยองว่า พ่อของชอนกีคือฮงอึนโอ จิตรกรผู้เก่งกาจระดับเทพ เป็นผู้วาดภาพเหมือนของกษัตริย์องค์ก่อน ซึ่งถูกไฟไหม้ไปเมื่อ 19 ปีก่อน และฮันกยอนก็มั่นใจว่า ชอนกีเป็นจิตรกรผู้มีจิตวิญญาณพิเศษเช่นเดียวกับพ่อของนาง และเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดในการซ่อมแซมภาพเหมือนของกษัตริย์องค์ก่อนที่เสียหาย

เมื่อองค์ชายยังมยองได้รู้ความเช่นนั้นแล้ว พระองค์จึงไปพูดคุยกับชอนกีเป็นการส่วนตัว เพื่อแนะนำข้อคิดเห็นบางอย่างกับนาง เพราะพระองค์ทรงรู้ว่านางเป็นจิตรกรที่วาดภาพเลียนแบบ ซึ่งแม้จะมีเทคนิคและทักษะที่น่าสนใจ แต่ทว่ามันก็เป็นแค่ภาพเลียนแบบ “ภาพวาดของเจ้าได้แสดงถึงตัวตนของเจ้าบ้างหรือไม่ ผู้คนไม่ได้ประทับใจที่ทักษะในการวาดภาพของจิตรกรหรอก พวกเขาประทับใจในจิตวิญญาณของจิตรกรที่แทรกซึมอยู่ในเนื้อกระดาษต่างหาก”

ชอนกีถึงกับหน้าหงอยเมื่อโดนองค์ชายยังมยองแนะนำเชิงตำหนิเช่นนั้น ก่อนที่จะเผยสาเหตุที่นางต้องวาดภาพเลียนแบบเหล่านั้น “จริง ๆ แล้ว หม่อมฉันทำไปเพียงเพื่อต้องการหาเลี้ยงชีพ มันเป็นความผิดใหญ่หลวงถึงเพียงนั้นเลยเหรอเพคะ”

องค์ชายยังมยองมองไปที่ชอนกีด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าล่ะเสียดายความสามารถของเจ้าจริง ๆ ถึงเจ้าจะคว้าที่หนึ่งมาครองในการประลองครั้งนี้ แต่หากเรื่องที่เจ้าปลอมภาพวาดถูกเปิดเผยออกมา มันจะทำให้ชื่อเสียงของงานประลองเสียหาย”

หลังจากโดนองค์ชายตำหนิ ยังไม่เท่านั้น ชอนกียังมาโดนอาจารย์ชเววอนโฮขอให้นางยอมแพ้ในการประลอง เพราะไม่ต้องการให้นางมีชีวิตเหมือนพ่อของนาง ไม่ต้องการให้นางมีชื่อเสียงในฐานะจิตรกรมือหนึ่งของแผ่นดิน

เมื่อมีแต่เรื่องบั่นทอนจิตใจ ชอนกีจึงไปหลบร้องไห้อยู่คนเดียวในคอกม้า พร้อมกับคำถามที่ไม่เคยได้คำตอบว่า เพราะอะไรถึงได้ทำให้พ่อนางต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ จังหวะนั้นเอง โซมาม้าแสนรู้ของฮารัมก็เดินเข้ามาคลอเคลียเหมือนกับพยายามจะปลอบใจอยู่ข้าง ๆ นาง

ด้านองค์ชายจูฮยางก็ได้ถามกับองค์ชายยังมยองตรง ๆ ว่า ขอให้มาอยู่ฝ่ายเดียวกับเขาในการทำการยึดอำนาจจากองค์รัชทายาท โดยให้เหตุผลเรื่องความสามารถในการปกครอง และอาการประชวรที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ แต่องค์ชายยังมยองปฏิเสธ เพราะพระองค์ไม่อยากทำร้ายพี่น้องด้วยกันเอง

ฮารัมไปหาชอนกีที่คอกม้า ทั้งคู่ก็ออกไปขี่ม้าด้วยกันแล้วไปหยุดอยู่ที่ริมน้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทั้งสองเคยมาเล่นด้วยกันเมื่อ 19 ปีก่อน ณ จุดนี้ ชอนกีมั่นใจแล้วว่าชายหนุ่มตาบอดที่อยู่เบื้องหน้าคือฮารัมที่เธอเฝ้าคิดถึงมาตลอด

ชอนกีเอ่ยชื่อฮารัมและจับมือของเขามาสัมผัสที่ใบหน้าของนาง จากนั้นฮารัมก็โน้มตัวไปจูบนาง มันช่างเป็นจูบที่งดงามยิ่งนัก แต่ความสุขผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน เมื่อทั้งสองสัมผัสกัน สัญลักษณ์รูปผีเสื้อที่คอของฮารัมก็เกิดปฏิกิริยาขึ้น เขาเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนหมดสติไป เขาเห็นภาพตัวเองอยู่ใต้น้ำขณะที่พญามารกำลังจะสิงร่างของเขา

เมื่อฮารัมฟื้นขึ้นมา ท่าทีของเขากลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาบอกกับชอนกีว่าเขาไม่ใช่เด็กผู้ชายคนนั้นที่นางกำลังตามหา “ข้าไม่ใช่เด็กชายที่แม่หญิงตามหา ควรจะลืมเขาไปได้แล้ว มันเป็นทางเดียวที่มีชีวิตสงบสุข … ท่านต้องลืมความสัมพันธ์ในอดีตไปเสีย เด็กคนนั้นไม่ได้มาหาแม่หญิงตามสัญญา ถ้าเขาอยากไปหาแม่หญิงจริง ๆ วันอื่นเขาก็ไปหาได้ ที่เขาไม่ไปหาแม่หญิงก็เป็นเพราะเด็กคนนั้นลืมแม่หญิงไปแล้ว”

ชอนกีร้องไห้ด้วยความเสียใจ มันเป็นความเสียใจที่โดนความรู้สึกที่ตัวเองแบกมานานกว่า 20 ปีหล่นทับใส่ตัวเอง แต่สิ่งที่ชอนกีมั่นใจมาก ๆ ก็คือ ฮารัมเป็นเด็กชายคนนั้นอย่างแน่นอน

วันประลองรอบสาม … โจทย์คือการวาดภาพม้า โดยมีเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

เมื่อถึงช่วงของการให้คะแนน ชอนกีทำเอาทุกคนตกตะลึง เพราะเธอไม่ได้วาดภาพม้า แต่วาดเพียงรูปผีเสื้อโบยบินอยู่เต็มไปหมด แต่เมื่อองค์ชายยังมยองได้เพ่งพิจารณาถึงรูปภาพของนางแล้วก็ถึงกลับตกตะลึงยิ่งกว่า เมื่อพระองค์มองออกว่าม้าของชอนกีไม่ได้วาดอยู่ในกระดาษ แต่เป็นม้าที่อยู่นอกเฟรม … ผีเสื้อที่ชอนกีวาดนั้น เป็นผีเสื้อที่โบยบินหลังจากม้าได้วิ่งผ่านไปแล้ว

องค์ชายยังมยองชื่นชมผลงานของชอนกีว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซ และนางก็ชนะเลิศในงานประลองครั้งนี้ หลังจากนั้นก็เป็นช่วงของการประมูลภาพวาด ซึ่งภาพของชอนกีถูกฮารัมประมูลได้ไปในมูลค่าข้าวสาร 300 กระสอบ (เทียบเท่าประมาณบ้าน 1 หลัง)

แต่สิ่งที่ชอนกีต้องการจริง ๆ คือยาชองชิมวอนที่นำมารักษาท่านพ่อ ซึ่งองค์ชายก็รับปากว่าจะหามาให้ และพระองค์ก็ทรงเข้าใจนางมากขึ้นว่า ที่นางวาดภาพเลียนแบบก็เพื่อพ่อของนางนั่นเอง

ตอนท้าย ฮงอึนโอเดินถือพู่กันอย่างไร้สติไปที่แมจุกฮอน เมื่อเห็นองค์ชายจูฮยาง เขาจึงตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่จะสะบัดสีที่พู่กันไปเปรอะหน้าตาขององค์ชายจูฮยาง ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คน ชอนกีรีบวิ่งไปคุกเข่าขออภัยองค์ชายจูฮยาง เนื่องจากพ่อของนางมีสติไม่สมประกอบ

Photos: ภาพหน้าจอจาก SBS Korea