สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ One the Woman (2021)

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ One the Woman (2021)

สปอยล์ซีรีส์ One the Woman : อัยการสาวกลายเป็นทายาทมหาเศรษฐีในชั่วข้ามคืน ! เรื่องราวของอัยการนิสัยเสียปะทะเศรษฐีตัวร้าย มันจะเป็นยังไงนะ ?

EP.1 นี่ฉันเป็นใครกันล่ะเนี่ย ?

อัยการ โจยอนจู (รับบทโดย อีฮานี) เป็นอัยการหญิงที่มีพฤติกรรมตรงข้ามทุกอย่างกับสิ่งที่อัยการที่ดีควรจะมี ไม่ว่าจะเป็นการเลียแข้งเลียขาเจ้านาย การเรียกรับสินบน ใช้ความรุนแรงในการจัดการปัญหา พูดจาไม่มีหางเสียง นั่นอาจเป็นเพราะเธอมีอดีตเป็นทายาทของแก๊งซอพยองนัมมุน

คังมีนา (รับบทโดย อีฮานี) ลูกสะใภ้คนที่สองของกลุ่มบริษัทฮันจู เธอมีใบหน้าเหมือนกับโจยอนจูราวกับพิมพ์มาจากเครื่องพิมพ์สามมิติ แต่นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ทั้งคู่เหมือนกัน เพราะนอกจากนั้น ไม่ว่าจะนิสัยหรือวิถีชีวิตกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

มีนาเป็นเพียงที่รองรับอารมณ์ของซอมยองวอน (ภรรยาของประธานฮันจูกรุ๊ป) แม่สามีที่มักจะตำหนิเธอในทุก ๆ เรื่อง “ลูกชายฉันคงไม่ทำตัวออกนอกลู่นอกทางจนมีข่าวลือต่าง ๆ ออกมาถ้าไม่ใช่เพราะเธอ พ่อของเขากำลังถูกสอบสวนเรื่องบริษัท แล้วลูกชายยังต้องมามีข่าวลือสกปรกว่อนเน็ตไปหมด นี่เธอรู้สึกผิดบ้างหรือเปล่าเนี่ย ?” มีนาได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น แต่กลายเป็นทำให้อารมณ์ของแม่สามีขึ้นปรี๊ด ตบหน้ามีนาอย่างแรง !

ทุกคนในครอบครัวฮันจูไม่มีใครสนใจมีนาแม้แต่นิดเดียว ถึงแม้ว่ามีนาจะเป็นลูกสาวคนเล็กของกลุ่มบริษัทยูมิน แต่เธอก็ถูกมองเป็นเพียงแค่ลูกเมียน้อย ทำให้เธอไม่ได้มีส่วนหรือมีตำแหน่งใด ๆ ในการบริหารบริษัทเหมือนพี่น้องคนอื่น ๆ

ย้อนกลับไปเมื่อ 14 ปีก่อน ยอนจูเสียคุณยายไปจากอุบัติเหตุชนแล้วหนี อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเกิดใกล้ ๆ และเวลาเดียวกับที่โรงงานฮันจูแฟชั่นเกิดไฟไหม้ ทำให้รถพยาบาลทั้งหมดไปให้ความช่วยเหลือเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงาน สุดท้ายคุณยายก็เสียชีวิต … ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน ยอนจูมองดูรูปคุณยายของเธอด้วยความคิดถีง และกล่าวขึ้นมาว่า “อีกไม่นานแล้วล่ะ คุณยาย”

ฮันซองอุน (ลูกชายคนรองของฮันจูกรุ๊ป) สามีของมีนา มีชู้โดยไม่แยแสมีนาเลยแม้แต่นิดเดียว เขาพลอดรักกับหญิงชู้ของเขาอยู่บนรถ มีนาได้แต่ยืนดูอยู่นอกรถ เมื่อซองฮุนลงมาจากรถและเห็นเธอยืนอยู่กลับต่อว่าซะอีก “ไม่มีมารยาทเอาซะเลย มายืนแอบมองคนอื่นเขาเงียบ ๆ แบบนี้” แต่ที่ตลกกว่าก็คือ หญิงชู้ก็ลงมาจากรถแล้วต่อว่ามีนาเช่นกันที่มายืนมองอยู่นอกรถ …

“พวกคุณนี่มันไร้ยางอายกันจริง ๆ เลยนะ” มีนาพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ไร้ยางอายอย่างนั้นเหรอ ไม่รู้นะว่าใครกันแน่ที่ควรจะไร้ยางอายมากกว่ากัน ฉันไม่เคยล้ำเส้นนะคะ ฉันไปส่งสามีคุณที่บ้านตอนดึก ๆ ออกจะบ่อย” เมียน้อยสายเฟียซตอบโต้กลับด้วยแสยะยิ้มเยาะเย้ย
“ผมว่าคุณกลับไปนอนได้แล้วล่ะ เคยมีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนคนอื่น ๆ เขาบ้างไหม บางทีคุณก็ทำให้ผมขนลุกนะ”

ต่อมา มีนาเดินทางเข้าร่วมการประมูลงานศิลปะที่กลุ่มบริษัทฮันจูเป็นสปอนเซอร์ และในงานนี้ยอนจูก็เดินทางมาร่วมงานด้วยเช่นกัน ไม่เท่านั้น ทั้งสองยังแต่งตัวแบบเดียวกันซะอีก เมื่อยอนจูได้เห็นมีนาครั้งแรกก็ถึงกับตกใจที่หน้าตาก็เหมือนกันเด๊ะอย่างกับเป็นคู่แฝดกันยังไงยังงั้น

หลังจากมีนาประมูลภาพวาดด้วยมูลค่า 300 ล้านวอนได้ เธอก็ได้รับสายโทรศัพท์ของใครบางคน และพูดกับปลายสายว่า “เราพร้อมแล้ว ทั้งภาพและฉัน” ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ก็เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดกับยอนจู อยู่ดี ๆ ก็มีรถพุ่งเข้าชนร่างของเธอโดยตั้งใจ !!!

มีนาหายตัวไปโดยที่ไม่มีใครสามารถติดต่อได้ ระหว่างนั้นก็มีข่าวที่น่าตกใจขึ้นมา “ยูมินกรุ๊ปจับมือกับเชนโรงแรมระดับโลกเพื่อเปิดโรงแรมระดับหกดาว แต่ก็เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น เมื่อเครื่องบินส่วนตัวของยูมินกรุ๊ปที่ออกเดินทางเพื่อไปเปิดตัวโรงแรมที่เกาะเซจู ประสบอุบัติเหตุตกลงในทะเลเมื่อ 4 โมงเย็นวันนี้ สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ประธานคังจางซูและสมาชิกในครอบครัวที่อยู่บนเครื่องบินส่วนตัวน่าจะเสียชีวิตทั้งหมด …”

ภายในงานศพของสมาชิกครอบครัวยูมินกรุ๊ป คังอึนฮวา น้องสาวของประธานคังจางซูก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับการเสแสร้งทำเป็นร้องไห้เสียใจจนเป็นลมล้มพับลงไป แต่จริง ๆ แล้วในใจของเธอดีใจเป็นอย่างมาก ที่จะได้มรดกก้อนโต แต่ดูเหมือนว่าเธอจะลืมทายาทโดยธรรมที่จะได้รับมรดกไปอีกหนึ่งคน นั่นก็คือ คังมีนา

ตอนนี้ทุกคนต่างเข้าใจว่า ยอนจูที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลคือมีนา และที่สำคัญเมื่อเธอฟื้นขึ้นมา สิ่งแรงที่ออกจากปากของเธอก็คือ “นี่ฉันเป็นใครกันล่ะเนี่ย !?”

EP.2 ถั่วลิสงและแผลเป็น

ยอนจูฟื้นขึ้นมาอยู่บนเตียงพยาบาลด้วยความงงงวยว่าตัวเองเป็นใคร แพทย์ตรวจโดยละเอียดแล้วลงความเห็นต่ออาการทางสมองของยอนจูว่า “ศีรษะของเธอกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ทำให้เกิดภาวะสูญเสียความทรงจำแบบย้อนหลัง” พูดง่าย ๆ ทุกอย่างเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือจำตัวเองไม่ได้ว่าเป็นใคร

แต่สำหรับตอนนี้มันไม่สำคัญว่ายอนจูจะจำได้หรือไม่ว่าตัวเองเป็นใคร เพราะทุกคนเข้าใจว่าเธอคือคังมีนา ซึ่งหมายความว่าเธอก็เข้าใจไปด้วยว่าตัวเองคือคังมีนา ทายาทที่เหลือรอดอยู่เพียงคนเดียวของยูมินกรุ๊ป พ่วงด้วยตำแหน่งสะใภ้รองของฮันจูกรุ๊ป อย่างไรก็ตามแม้สถานะทางเปลือกของเธอดูจะยิ่งใหญ่ แต่ทว่าความเป็นจริงมันกลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะทุกคนในตระกูลฮันจูกรุ๊ปต้องการหาผลประโยชน์จากเธอกันทั้งสิ้น ทั้งโขกสับ บูลลี่ ทำร้ายร่างกาย ไม่มีใครสนใจความรู้สึกของเธอเลยจริง ๆ แม้แต่นิดเดียว

ในงานศพของครอบครัว ยอนจูไปร่วมงานด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย อย่างที่เธอก็ยังสงสัยตัวเองว่าทำไมถึงไม่รู้สึกเสียใจ แม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่มี ระหว่างที่เธอกำลังนั่งคิดนู่นนี่นั่นพร้อมกับกินถั่วลิสงอยู่เพลิน ๆ จังหวะนั้น ฮันซึงอุค (รับบทโดย อีซังยุน) ที่เดินผ่านมาพอดี ก็รีบเข้ามาพยายามจะแย่งถั่วลิสงไปจากมือของเธอ พร้อมกับเอ่ยปากห้ามเธอกินถั่วลิสง !

ย้อนกลับไปในอดีต ซึงอุคคบอยู่กับมีนา ก่อนที่มีนาจะโดนจับให้แต่งงานกับฮันซองอุน ด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ทำให้ซึงอุคเป็นคนเดียวที่รู้ว่ามีนาแพ้ถั่ว กินไม่ได้แม้แต่เม็ดเดียว ดังนั้น เมื่อซึงอุคเห็นยอนจูกินถั่ว เขาจึงสงสัยขึ้นมาในทันทีว่า ผู้หญิงคนนี้อาจจะไม่ใช่มีนา หญิงสาวที่เป็นรักแรกของเขา

วันแรกที่ยอนจูได้เข้ามาใช้ชีวิตในบ้านของตระกูลฮันจูในนามของมีนา แทนที่เธอจะได้ใช้ชีวิตอย่าง “ทายาท+สะใภ้ตระกูลมหาเศรษฐี” ที่วาดฝันเอาไว้อย่างสวยหรู แต่กลับกลายต้องมาเจอกับหน้าที่รับผิดชอบภายในบ้านอันน่าเหลือเชื่อ คือตารางงานยาวเหยียดแน่นเอี๊ยดเสียยิ่งกว่าไบเดนกับปูตินรวมกันเสียอีก …

หัวหน้าแม่บ้านมาบอกถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากประธานฮันต้องการปิดข่าวเรื่องที่มีนาความจำเสื่อม ทำให้สาวใช้ในบ้านทั้งหมดโดนไล่ออก เหลือสาวใช้ชาวเวียดนามที่ชื่อตรังเอาไว้คนเดียว เพราะเธอไม่เข้าใจภาษาเกาหลี นั่นหมายความว่า ยอนจูต้องทำหน้าที่เป็นแม่บ้านแทนสาวใช้ทั้งหมดที่หายไป งานที่ว่าก็ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อทำกับข้าว เช็ดล้างทำความสะอาดนู่นนี่นั่นลากยาวไปจนถึงค่ำ

แต่การที่ยอนจูต้องทำงานกับตรังทำให้เธอได้เรียนรู้ความสามารถของตัวเองอีกอย่างหนึ่งก็คือ เธอสามารถพูดได้ถึง 4 ภาษา เวียดนาม อังกฤษ ฝรั่งเศส และเกาหลี งานนี้ทำเอาทุกคนในบ้านตกอกตกใจเป็นการใหญ่ ไหง ความจำเสื่อมแต่กลับพูดได้หลายภาษาขึ้นมาเฉยเลย (นั่นเป็นเพราะยอนจูสามารถพูดได้ 4 ภาษาอยู่แล้ว)

ต่อมา ยอนจูเกิดแอบไปได้ยินสิ่งที่คนในครอบครัวฮันจูพูดถึงเธอ …

ฮันซองเฮ (ลูกสาวคนโต) :​ “มันเป็นเรื่องโชคดีแล้วไม่ใช่เหรอที่เธอความจำเสื่อม เธอลืมทุกอย่างที่เราเคยทำไว้กับเธอ เราก็แค่อย่าทำตัวร้ายกับเธออีกก็แค่นั้น”
ฮันซองอุน (ลูกชายคนรอง+สามี) : “เธอทำผมขนลุกตลอดเลย
ประธานฮัน : “หลังเราจัดการเรื่องทรัพย์สินเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าเธอจะเป็นอะไรในบ้านหลังนี้ก็ไม่มีใครสนใจเธอหรอก”

ยอนจูโกรธจัดเมื่อได้ยินสิ่งที่คนพวกนั้นที่เรียกตัวเองว่าเป็นคนในครอบครัวพูดออก จังหวะนั้นเอง ซึงอุคได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเธอ

ซึงอุคบอกกับยอนจูว่า เมื่อก่อนเธอเคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ แต่เมื่อยอนจูแสดงท่าทางว่าจำไม่ได้ เขาจึงบอกไปว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องล้อเล่น ซึ่งมันทำให้ยอนจูไม่พอใจเป็นอย่างมาก “เอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นได้ยังไง รู้มั๊ยว่าการที่ต้องสูญเสียความทรงจำมันเป็นยังไง มันเหมือนต้องลอยอยู่กลางทะเล จำคนที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่ได้ ไม่รู้ว่าเคยเกิดอะไรขึ้นบ้างกับตัวเอง รู้ไหมว่ามันเลวร้ายและน่ากลัวมากแค่ไหน … คุณก็รู้นี่คะว่าคนพวกนั้นเกลียดฉันเข้าไส้ ไม่มีใครรู้หรอกว่าคนพวกนั้นจะทำอะไรกับฉัน แต่ช่างมันเถอะค่ะ คุณไม่ว่าวันเข้าใจชีวิตสุดดรามาของฉันหรอก” พูดจบยูจอนก็สะบัดก้นเดินจากไปทันที

ในตอนท้าย ซึงอุคได้เห็นตอนที่ยอนจูถลกแขนเสื้อตัวเองขึ้นมา ปรากฏว่าเธอไม่มีรอยแผลเป็นช่วงต้นแขนเหนือข้อศอกแบบมีนา ประกอบกับเรื่องถั่วลิสงก่อนหน้านี้ ทำให้ ณ จุดนี้ ซึงอุคมั่นใจแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่มีนาอย่างแน่นอน

ซึงอุคมาดักเจอยอนอู เขาพูดด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมกับน้ำเสียงที่จริงจังว่า “คุณเป็นใครกันแน่ มาทำอะไรที่นี่ มีนาตัวจริงอยู่ไหน !?” เมื่อได้ยินเช่น ยอนจูก็นิ่งอึ้งเหมือนตกอยู่ในภวังค์

EP.3 ประธานหรือแม่บ้าน ?

ซึงอุคมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่า ผู้หญิงที่เขาเห็นอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่มีนาอย่างแน่นอน “คุณเป็นใคร มีนาตัวจริงอยู่ที่ไหน ?” ยอนจูนิ่งอึ้งไปชั่วหลายวินาทีก่อนจะเอ่ยปากออกไปด้วยความงงในงง “นี่คุณกำลังจะบอกว่าฉันไม่ใช่คังมีนาอย่างนั้นเหรอ ?”

อย่างไรก็ตาม เมื่อซึงอุคนึกถึงคำพูดของโนฮักแทที่ว่า ถ้าเขาเปิดเผยเรื่องที่คังมีนาตัวจริงหายตัวไปจะทำให้เธอได้รับอันตราย เขาจึงแกล้งทำเป็นบุ๊ยบุ่ย “นี่คุณจำอะไรไม่ได้จริง ๆ เหรอ … ผมขอโทษครับ เพราะคุณต่างจากมีนาเมื่อก่อนมาก” จากนั้นเขาก็บอกให้เธอพยายามทำตัวเนียน ๆ อยู่ในบ้านของตระกูลฮันจูให้เป็นปรกติมากที่สุด เพราะคนเหล่านั้นจะเป็นผู้สนับสนุนให้เธอได้รับตำแหน่งในยูมินกรุ๊ป (เพราะตระกูลฮันจูก็ได้ประโยชน์จากการที่ยูมินกรุ๊ปตกอยู่ในมือของมีนา) พูดง่าย ๆ ก็คือ ซึงอุคไม่ต้องการให้ใครรู้ว่ามีนาตัวจริงหายตัวไป

หลังจากนั้น ซึงอุคก็ให้โนฮักแทตามหามีนาตัวจริง

เมื่อยอนจูกลับมาที่บ้าน คำพูดของซึงอุคทำให้เธอเริ่มรู้สึกสงสัยว่าตัวเองเป็นมีนาจริงหรือเปล่า ยิ่งเมื่อมาลองใส่รองเท้าที่อยู่ในห้องแต่งตัวไม่ว่ากี่คู่ก็ไซซ์เล็กกว่าเท้าของเธอ ทำให้ยิ่งเพิ่มความสงสัยเข้าไปอีก

วันต่อมา ยอนจูไปหาหมอตามนัด ซึ่งหมอได้ให้เธอลองหลับตาแล้วพยายามคิดถึงเรื่องราวในอดีต จนเธอเห็นภาพย่าโดนรถชน และภาพพ่อของเธอเมื่อตอนยังเป็นวัยรุ่น แต่เธอก็ยังนึกไม่ออกว่าสิ่งที่เห็นมันคืออะไร อย่างไรก็ตามหมอแนะนำให้เธอกลับไปที่เกิดเหตุ เพราะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ความทรงจำกลับมา

ยอนจูกลับมายังจุดที่เกิดเหตุอีกครั้ง ในตอนนั้นเองกลุ่มนักเลงคู่อริจำนวนร่วมสิบคนก็มาดักรอเล่นงานยอนจู ซึ่งในตอนแรกเธอก็ยังคงงง ๆ ว่าทำไมเธอถึงไปมีเรื่องกับพวกนักเลงได้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากพูดอะไรพวกมันก็เข้าทำร้ายเธออย่างไม่รีรอ ยอนจูจับพวกมันเหวี่ยงลงไปนอนกองกับพื้นด้วยสกิลการต่อสู้อันสุดยอดอย่างน่าเหลือเชื่อ ณ จุดนี้เอง ยอนจูรู้ตัวในทันทีว่าเธอไม่มีทางเป็นคังมีนาอย่างแน่นอน !?

ยอนจูจัดการกับพวกนักเลงที่มีอาวุธครบมือได้อย่างชิล ๆ ระหว่างที่กระทืบพวกนั้นเธอก็ถามไปพลางว่า “บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าฉันเป็นใครกันแน่ ทำไมฉันถึงสู้เก่งขนาดนี้ บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” และนั่นเองที่ทำให้เธอได้รู้ความจริงว่า “เธอเป็นทายาทของแก๊งซอพยองนัมมุน” !

ระหว่างนั้น คังอึนฮวา น้าของมีนาผู้หวังฮุบยูมินกรุ๊ป ได้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการฉุกเฉิน เพื่อลงคะแนนเสียงว่าจะให้มีนาได้เป็นทายาทผู้สืบทอดกิจการต่อไปหรือไม่ โดยงานนี้มีฮันซองฮเย (พี่คนโตของตระกูลฮันจู) เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และเป็นคนให้ข้อมูลเรื่องที่มีนาความจำเสื่อมเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการปลดเธอออกจากการเป็นผู้สืบทอดกิจการ …

“เธอเป็นหลานของฉันก็จริง แต่ฉันไม่แน่ใจว่าเธอจะขึ้นมาเป็นผู้นำขององค์กรเราได้หรือเปล่า เธอได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองอย่างรุนแรงจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้เธอทำตัวแปลก ๆ เหมือนคนเสียสติ อีกอย่างเธอมีปัญหาเรื่องความทรงจำ ฉันขอให้ทุกคนตัดสินใจเพื่ออนาคตของยูมินของเราค่ะ” คังอึนฮวากล่าวกับผู้ถือหุ้น

แต่ก่อนที่ผู้ถือหุ้นจะทำการโหวต ซึงอุค พระเอกของเราก็ขี่ม้าขาวมาพอดี เพราะแท้จริงแล้วเขาเป็นหนึ่งในสองของผู้ถือหุ้นที่มีหุ้นอยู่ในมือ 32 เปอร์เซ็นต์ของยูมินกรุ๊ปคือ อเล็กซ์ ชาง (ฮันซึงอุค) ส่วนอีกคนเป็นพ่อเลี้ยงของเขา …

“พ่อเลี้ยงผมกับผมถือหุ้น 32 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้ารวมกับหุ้นของคุณคังมีนาอีก 22 เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับจากมรดกก็จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งผมเชื่อว่าคุณคังมีนามีศักยภาพมากพอที่จะบริหารยูมินกรุ๊ปต่อไป ดังนั้น ผมจึงขอสนับสนุนการสืบทอดกิจการของคุณคังมีนาต่อไปครับ” ซึงอุคประกาศต่อหน้าผู้ถือหุ้น ในขณะที่ซองฮเยสีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าโกรธจัดแค้นจัด

ประธานฮันไม่เข้าใจว่าทำไมซึงอุคถึงได้สนับสนุนมีนาจึงสั่งให้ซองฮเยไปสืบดู ด้านซองฮเยแม้แผนการจะล้มเหลว แต่เธอก็เชื่อว่าเธอก็จะชนะมีนาได้ในที่สุด

ส่วนยอนจูก็กลับบ้านมาล้างหอยแครงเพื่อทำกับข้าวให้คนตระกูลฮ้นจูกินเหมือนเดิม โดยที่ไม่มีใครสนใจแม้แต่นิดเดียวว่า เธอกำลังจะขึ้นเป็นประธานของยูมินกรุ๊ป … แหม่

EP.4 ตัวตนที่แท้จริง

ยอนจูไปพบกับคังอึนฮา อาของเธอด้วยความกระตือรือร้น แต่ทว่าคำพูดที่ออกจากปากของคังอึนฮากลับทำเอายอนจูอึ้งไป “เธอก็รู้นี่ว่าเธอไม่เคยได้อะไรจากครอบครัวเลย เพราะสำหรับครอบครัวแล้วเธอเป็นเพียงแค่เศษฝุ่น ฉันจึงอยากให้เธอจำสถานะของตัวเองในยูมินกรุ๊ปเอาไว้ หวังว่าเธอจะเข้าใจสิ่งที่ฉันพูดนะ”

หลังจากนั้น ซึงอุคก็ได้เอาประวัติของมีนาและข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นเกี่ยวกับยูมินกรุ๊ปไปให้ยอนจู เพื่อทำให้ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นคนอื่นเชื่อใจจากข่าวลือเรื่องที่เธอสูญเสียความทรงจำ

ซึงอุคเล่าเรื่องที่ทำให้เขาต้องกลับมาเกาหลีอีกครั้ง นั่นคือการทำให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมอย่างที่มันควรจะเป็น (ซึ่งก็คือการล้างแค้นประธานฮันยองชิก)

ในตอนนั้นเขาได้รับจดหมายจากมีนาเพื่อบอกเรื่องราวที่สำคัญที่เกิดขึ้น แต่ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจอะไรนัก เป็นเพราะตอนนั้นเธอได้หมั้นกับซองอุนไปแล้ว แต่เมื่อเขาได้มาอ่านข้อความในโทรศัพท์ของแม่ที่ส่งถึงโนฮักแท หลังจากที่ท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว … “ขอบคุณสำหรับความเมตตาตลอดเวลาที่ผ่านมานะคะ พวกเราจะไม่กลับไปเกาหลีแน่นอนค่ะ เพราะประธานฮันยองชิกจะทำกับซึงอุคแบบเดียวที่ทำกับพ่อของเขาโดนกระทำ ซึงอุคอาจจะต้องตาย”

พูดง่าย ๆ ก็คือ แม่ของซึงอุคพาเขาไปที่อยู่ที่อเมริกาก็เพื่อปกป้องเขาจากอันตราย แม้ว่าแม่จะรู้ว่าประธานฮันยองชิกใส่ร้ายพ่อของเขาจนต้องตายก็ตาม ซึ่งมีนาเป็นคนที่รู้เห็นเรื่องนี้ ดังนั้น ที่เขากลับมาก็เพื่อฟังความจริงจากมีนา แต่ก็ให้บังเอิญว่ามีนาได้หายตัวไปเสียก่อน

ยอนจูเริ่มมั่นใจแล้วว่าตัวเองไม่ใช่มีนา เพราะเธอไม่สามารถให้ลายนิ้วมือปลดล็อกหน้าจอแท็บเล็ตของมีนาได้

ตัดภาพมาที่สำนักงานอัยการซึ่งตอนนี้ปวดหัวเป็นการใหญ่กับการหายตัวไปของยอนจู เรียกว่างานการเสียหาย จะติดต่อก็ติดต่อไม่ได้ รองหัวหน้าสำนักงานอัยการกลางต้องเรียกให้อันยูจิน (รับบทโดย อีวอนกึน) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของยอนจูเอาหมายค้นไปที่คอนโดของเธอก็ไม่พบสิ่งผิดปรกติอะไรแม้แต่นิดเดียว

วันนี้เป็นวันเข้ารับตำแหน่งประธานยูมินกรุ๊ปของยอนจูในนามของคังมีนา ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครที่ต้องการให้เธอขึ้นมาเป็นใหญ่ จึงได้พยายามยื่นข้อเสนอให้เธอยอมเป็นเพียงแค่ประธานหุ่นเชิด แต่เพราะจิตใต้สำนึกของยอนจูเป็นคนที่ไม่ยอมตกเป็นรองใคร ทำให้เธออารมณ์ปรี๊ดขึ้นมาทันที แล้วก็จัดหนักใส่ผู้บริหารแต่ละคนด้วยข้อมูลต่าง ๆ ที่เธอได้มาจากซึงอุค เรียกว่างานนี้จัดหนักจนทุกคนหงอจนหน้าเหลือสองนิ้ว โดยเฉพาะคังอึนฮาผู้เป็นอาของเธอถึงกับร้องกรี๊ดลั่นออกมา หลังจากโดนหลานเฟียซใส่รัว ๆ

ในวันเดียวกันนั้นเอง ยอนจูก็โดนเล่นงาน อัยการบุกมาเรียกตัวไปสอบสวนในข้อกล่าวหาเสพยาเสพติด โดยที่ซองฮเยเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้สั่งให้เลขาของเธอเอายาแก้ปวดผสมยาเสพติดให้มีนากิน แต่ปรากฏว่าผลตรวจยาเสพติดออกมากลับไปไม่พบอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว (เพราะยอนจูไม่ใช่มีนานั่นเอง)

ระหว่างที่เธอถูกควบคุมตัวอยู่นั้นเอง ยอนจูได้โชว์สกิลความรู้ทางกฎหมายจนอัยการถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก

ซึงอุคกับโนฮักแท ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายของฮันจูกรุ๊ป ได้มารับยอนจูกลับบ้าน ระหว่างนั้นเองที่ซึงอุคได้รู้ว่า ยอนจูรู้แล้วว่าตัวเองไม่ใช่มีนา ส่วนยอนจูก็รู้แล้วว่าซึงอุคก็รู้เช่นกันว่าเธอไม่ใช่มีนา ทั้งสองจึงตกลงจะร่วมมือกัน (อย่างจำใจ)

เมื่อยอนจูกลับมาถึงบ้าน เธอได้เอาเรื่องราวต่าง ๆ มาประมวล ทำให้เธอคิดได้ว่าเธอน่าจะเป็นอัยการ

ในบทส่งท้าย คังมีนาตัวจริงกำลังใช้ชีวิตชิล ๆ มีความสุขกับการนอนอาบแดดอยู่ที่ทะเลที่ใดที่หนึ่งบนโลก

EP.5 คดีเก่าเมื่อ 14 ปีที่แล้ว

ยอนจูประมวลเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเอามาต่อจิ๊กซอว์กัน จนได้ไอเดียบรรเจิดขึ้นมาว่า “นี่ฉันเคยปลอมตัวเป็นอัยการเหรอ เฮ้อ นี่ฉันเป็นพวกนักเลงต้มตุ๋นหรือเนี่ย !” เมื่อยอนจูเชื่อว่าตัวเองเป็นนักเลงและนักต้มตุ๋น ทำให้เธอถึงกับรู้สึกรันทดในชีวิตของตัวเองขึ้นมาซะอย่างนั้น

ยอนจูมาทำงานในฐานะประธานคนใหม่ของยูมินกรุ๊ปเป็นวันแรก โดยมีโนฮักแทเป็นเลขาส่วนตัว คอยขับรถและคอยจัดแจงดูแลเรื่องทุกอย่างให้ เมื่อยอนจูมาถึงที่บริษัทฯ พนักงานทุกคนต่างพากันโค้งคำนับเธอเพื่อเป็นการต้อนรับประธานคนใหม่ตามธรรมเนียมปฏิบัติ

ความฉลาดและความรอบรู้อย่างกว้างขวางด้านกฎหมาย ทำให้การทำงานตำแหน่งประธานในวันแรกของยอนจูเป็นไปได้ด้วยดีอย่างเหลือเชื่อ … เมื่อถึงเวลาเที่ยง ประธานฮันยองชิกได้ขอนัดทานอาหารกับยองจูเป็นการด่วน ประธานฮันเผยความต้องการของเขาออกไปตรง ๆ ว่า ต้องการให้โรงแรมที่เพิ่งเปิดตัวที่เชจูควบรวมกับธุรกิจโรงแรมของฮันจู แต่ …

ยอนจูตอกกลับพ่อตาของเธอด้วยคำพูดที่เฉียบคมยิ่งนัก “คุณพ่อนัดทานอาหารกับประธานยูมินคนใหม่ แต่กลับพูดเรื่องการตายของครอบครัวหนู ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เป็นมงคล แล้วแบบนี้จะให้หนูยอมควบรวมกิจการได้ง่าย ๆ เหรอคะ อย่างที่รู้ ๆ กัน ครอบครัวไม่เห็นหัวหนูเลย แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีที่หนูสูญเสียความทรงจำพวกนั้นไปหมดแล้ว หนูขอพูดตรง ๆ นะคะ อย่ามาคิดจะชุบมือเปิบกันง่าย ๆ แบบนี้ดีกว่าค่ะ ธุรกิจโรงแรมในเครือของยูมินใหญ่กว่าของฮันจูซะอีก”

ซึงอุคพยายามสืบหามีนาอย่างสุดความสามารถแต่ก็ไร้เบาะแส ทำให้เขาบอกกับยอนจูว่า “บางทีมีนาอาจจะตั้งใจซ่อนตัวอยู่ เพราะถ้ามีใครตั้งใจจะทำร้ายเธออย่างน้อย ๆ เราก็ต้องมีเบาะแสอะไรบ้าง”

ต่อมาซองฮเยได้พบความจริงที่ว่า ในวันที่มีนาเกิดอุบัติเหตุ เธอได้เอาภาพวาดมูลค่า 5,000 กับ 300 ล้านไป ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อถามยอนจู เธอก็ตอบไปว่าไม่รู้เรื่องภาพวาดที่หายไปเลยแม้แต่นิดเดียว

ยอนจูเอาเรื่องภาพวาดมูลค่ารวม 5,300 ล้านวอนที่หายไปพร้อมกับมีนาให้ซึงอุคฟัง มันจึงกลายเป็นเบาะแสสำคัญที่พวกเขาพอจะมีเกี่ยวกับการหายตัวไปของมีนา

ในเวลาเดียวกันนั้น ซึงอุคก็ได้เบาะแสบันทึกการโทรศัพท์ เมื่อเอาไปเชื่อมโยงกับคำบอกเล่าของภรรยาของชายที่ขับรถชนมีนาในวันนั้น ทำให้เขาสงสัยว่า ซองฮเยอาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับยอนจู และอาจมีอะไรบางอย่างที่เชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานฮันจูแฟชั่นเมื่อ 14 ปีก่อน

ซองฮเยคิดไม่ตกว่ามีนาทำอะไรกับภาพวาดที่หายไป และตอนนี้มันไปอยู่ที่ไหน คิดไปคิดมาก็เลยเกิดสงสัยขึ้นมาว่า ยอนจูใช่มีนาตัวจริงหรือเปล่า ซองฮเยจึงสั่งให้แม่บ้านคิมทำอาหารที่ผสมถั่วลิสงให้ยอนจูกิน เพื่อพิสูจน์ว่าความสงสัยของตัวเอง

ยอนจูกินคงกุกซูที่แม่บ้านคิมทำให้กินอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อเธอกลับขึ้นไปบนห้องนอนก็นึกสงสัยขึ้นมาเลยโทร. ไปถามซึงอุค จึงได้ความว่ามีนาแพ้ถั่วลิสง และแนะนำให้ยอนจูแกล้งป่วยในวันรุ่งขึ้น

แต่เรื่องมันกลับตาลปัตร เมื่อเช้าอีกวันยอนจูแกล้งป่วยเพราะกินคงกุกซูเข้าไปเมื่อคืน แต่แม่บ้านคิมบอกกับซองฮเยว่า คงกุกซูที่เธอทำให้ยอนจูกินเมื่อคืนไม่มีส่วนผสมของถั่วลิสง (แม่บ้านคิมไม่ต้องการทำร้ายมีนา) ทำให้แม่บ้านคิมแปลกใจว่า ทำไมยอนจูยังป่วยหลังจากกินคงกุกซูที่ไม่ได้มีส่วนผสมของถั่วลิสงเลยแม้แต่นิดเดียว ?

ในตอนท้าย ซีรีส์เฉลยให้เห็นโฉมหน้าคนร้ายที่วางเพลิงโรงงานฮันจูแฟชั่นเมื่อ 14 ปีก่อน ที่ถูกตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิต แท้จริงแล้วคนร้ายก็คือ พ่อของยอนจู !!!

EP.6 รหัสปลดล็อกหน้าจอแท็บเล็ต

ซึงอุคไปเยี่ยมที่เก็บอัฐิของพ่อ ทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์ในอดีตตอนที่ประธานฮันยองชิกพูดให้ร้ายพ่อของเขา ซึ่งเขาเชื่อมาตลอดว่ามันไม่เป็นความจริงแม้แต่นิดเดียว “ซองฮเยรู้เรื่องที่พ่อของแกโกงบัญชีของบริษัท พ่อแกเลยพยายามเผาหลักฐานทั้งหมด แต่เพราะความโง่ ทำให้พ่อของแกตายเพราะบัญชีพวกนั้น”

ซองฮเยสืบจนรู้แล้วว่า ยอนจูปลอมตัวเป็นมีนา ส่วนมีนาตัวจริงหนีออกนอกประเทศไป แต่เธอเลือกที่จะไม่เอาเรื่องนี้ไปแจ้งความ เพราะไม่ต้องการให้ยูมินกรุ๊ปตกไปอยู่กับมือคนอื่น ซึ่งระหว่างนี้เธอสั่งได้สั่งให้เลขาของเธอออกตามหามีนาตัวจริงให้เจอ หลังจากนั้นถึงค่อยมาวางแผนว่าจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงต่อไป

จากนั้น ซองฮเยได้ดูคลิปจากกล้องวงจรปิดในงานประมูลภาพวาดในวันที่มีนาหายตัวไป เธอได้เห็น “อีบงชิก” มันทำให้ซองฮเยตกใจเป็นอย่างมาก (อีบงชิกเป็นคนที่กุมความลับบางอย่างของซองฮเยเอาไว้ ซึ่งเป็นคนที่ยอนจูพยายามตามล่าตัว แต่ตอนนี้ยอนจูจำเขาไม่ได้แล้ว)

วันนี้เป็นวันเกิดของซึงอุค แต่มันเป็นวันเกิดที่เขาไม่เคยรู้สึกดีเลยแม้แต่นิดเดียว มันเป็นเพราะวันเกิดของเขาเป็นวันเดียวกับวันจากไปของพ่อ ดังนั้น เขาจึงไม่เคยเฉลิมฉลองในวันเกิดของตัวเอง ซึงอุคเล่าเรื่องที่พ่อของเขาต้องมาตายจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานฮันจูแฟชั่นเมื่อ 14 ปีก่อน

ความจริงแล้วซึงอุคเป็นคนที่พบความผิดปรกติทางบัญชีของบริษัท จึงได้เอาเรื่องนี้ไปบอกกับพ่อ ทำให้พ่อของเขาเข้าไปตรวจสอบบัญชีโรงงานฮันจูแฟชั่น แล้วจู่ ๆ ก็เกิดไฟไหม้ขึ้น หลังจากการพ่อของเขาเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น ก็มีคนที่พยายามโยนความผิดเรื่องการปลอมแปลงบัญชีให้กับพ่อของเขา ซึ่งแน่นอนว่าเขารู้ดีว่ามันเป็นเรื่องโกหก แต่ไม่ว่าจะอย่างไร มันก็ทำให้ซึงอุครู้สึกผิดมานับแต่นั้น เขาคิดมาตลอดว่าถ้าเขาไม่เอาเรื่องบัญชีที่ผิดปรกตินั่นไปบอกพ่อ พ่อก็คงไม่ต้องมาตายแบบนี้

เมื่อยอนจูได้ยินเรื่องของซึงอุค เธอจึงปลอบประโลมใจเขา “อาจไม่ใช่ความผิดของคุณทั้งหมดหรอก จริง ๆ ฉันก็ไม่ได้รู้อะไรมากพอที่จะพูดได้เต็มปากได้ขนาดนั้น แต่ฉันมั่นใจว่า พ่อของคุณคงไม่ต้องการให้ลูกชายต้องทรมานด้วยความรู้สึกผิดกับเรื่องนี้ไปตลอดชีวิตหรอกค่ะ” คำพูดของยอนจูมันทำให้ซึงอุคนึกถึงคำพูดของมีนาที่เคยพูดกับเขาในอดีต

ระหว่างนั้นเอง ยอนจูถามซึงอุคถึงข้อมูลต่าง ๆ ของมีนา เพื่อหารหัสเปิดแท็บเล็ตของมีนา ซึ่งรหัสปลดล็อกก็คือวันเกิดของซึงอุคนั่นเอง ในนั้นมีข้อมูลที่เป็นจุดอ่อนของคนในตระกูลฮันจู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคบชู้ของสามีมีนา หรือหลักฐานต่าง ๆ ที่ระบุว่ามีนาโดนทำร้ายร่างกายมาตลอด หรือแม้แต่เรื่องการปลอมแปลงบัญชีที่ประธานฮันยองชิกกับซองฮเยได้ร่วมมือกันกระทำความผิด รวมไปถึงหลักฐานการวางยามีนาอีกด้วย

หลักฐานต่าง ๆ ที่พบในแท็บเล็ตของมีนา ทำให้ซึงอุคเชื่อว่า การหายตัวไปของมีนาเป็นความตั้งใจของเธอเอง และมันทำให้ซึงอุคเริ่มเชื่อแล้วว่า พ่อของเขาไม่ได้เพียงแค่ถูกใส่ร้ายว่าปลอมแปลงบัญชีบริษัท แต่อาจจะโดนคนพวกนั้นฆ่าตาย แล้วจัดฉากเรื่องอุบัติเหตุไฟไหม้ที่โรงงานฮันจูแฟชั่นเมื่อ 14 ปีก่อน

อัยการอันยูจุน (เพื่อนสนิทของยอนจู) โทร. นัดให้ยอนจู (ที่ตอนนี้เขาเข้าใจว่าเป็นคังมีนา) ให้มาให้การที่สำนักงานอัยการ แต่ด้วยความที่ยอนจูไม่อยากไป เธอจึงแกล้งป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารอันเกิดจากภาวะความเครียด แอดมิดเข้าโรงพยาบาลเพื่อใช้เป็นข้ออ้างที่จะไม่ต้องไปให้การตามที่อัยการอันยูจุนนัด

ระหว่างที่ยอนจูอยู่ในโรงพยาบาลยูมิน ด้วยความหิวจัด เธอจึงโทร. ให้ซึงอุคซื้ออาหารมาให้เธอ ทั้งสองได้คุยกัน คำพูดหลายอย่างของยอนจูทำให้ซึงอุคนึกถึงมีนาขึ้นมา

ในบทส่งท้าย ได้มีการเปิดเผยว่า คุณย่าของยอนจูเสียชีวิตวันเดียวกับพ่อของซึงอุค

EP.7 ตัวตนที่แท้จริง

ยอนจูหลบการให้ปากคำอัยการโดยการแกล้งว่าตัวเองท้องเสีย คืนนั้นเองด้วยความหิวจัด เธอจุงโทร. จิกให้ซึงอุคซื้อซูชิให้เธอกิน หลังจากซึงอุคกลับไป ยอนจูก็ยังกินไม่เลิก เธอเดินมาที่หน้าต่างเพื่อมองดูซึงอุคเดินกลับไปที่ด้านล่างของโรงพยาบาล ในขณะที่มือก็ยังใช้ตะเกียบคีบซูชิกินอย่างเอร็ดอร่อย โดยที่เธอไม่รู้เลยว่ากำลังมีนักข่าวแอบถ่ายภาพเธอเอาไว้

เมื่อข่าวออกมาว่า “ประธานคังมีนาแห่งยูมินกรุ๊ปแกล้งท้องเสียเพื่อเลี่ยงการเข้าให้ปากคำกับอัยการ” ทำให้โนฮักแทบ่นกับซึงอุคไม่หยุดปากว่า “มีไอ้โง่ที่ไหนก็ไม่รู้เอาซูชิไปให้เธอกินที่โรงพยาบาล ทั้ง ๆ ที่อ้างว่าตัวเองท้องเสีย ถ้าเอาโจ๊กไปให้ก็ยังพอแก้ตัวได้หน่อย” สุดท้ายซึงอุคซึ่งนั่งฟังอยู่ก็เอ่ยปากออกไปว่า ไอ้โง่ที่ว่าคือตัวเขาเอง … งานนี้โนฮักแทถึงกลับแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กันเลยทีเดียว

ทีนี้เมื่อถึงวันที่ต้องไปให้ปากคำกับอัยการ ประธานฮันยองชิกจึงบอกกับยอนจูว่า ให้ขับรถคันเล็กไปเพื่อจะได้ไม่เป็นจุดสนใจของนักข่าว ยอนจูขับรถไปโดยที่มีซึงอุคมาดักรอที่หน้าบ้านเพื่อนั่งไปกับเธอด้วยความเป็นห่วง เมื่อขับออกมากลางทางก็ปรากฏว่า รถเกิดเบรกแตกขึ้นมาซะอย่างนั้น แต่ด้วยสกิลการขับรถขั้นเทพของซึงอุค ทำให้สามารถพารถไปถึงหน้าสำนักงานอัยการได้อย่างเหลือเชื่อ แถมตอนจอดยังใช้ท่าดริฟต์โดนัท 8 ตลบอีกด้วย แหม่

ซึงอุคได้รับบาดเจ็บระดับเคล็ดขัดยอกฟกช้ำนิดหน่อย ส่วนยอนจูก็เดินเข้าไปที่สำนักงานอัยการอย่างชิล ๆ คนแรกที่เธอเจอคือ อันยูจุน ที่เรียกเธออย่างสนิทสนมว่า “พี่” ยอนจูงงว่าเขาเป็นใคร ถึงกับถามย้ำไปหลายครั้งว่า “รู้จักฉันจริง ๆ เหรอ​​ ?”

เมื่อเข้ามาในห้องสอบสวน ยูจุนจึงได้หยิบเอากระเป๋าสตางค์ของยอนจูที่มีทั้งบัตรอัยการและบัตรประชาชนให้เธอดู ทำให้ตอนนี้ยอนจูได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองสักที

ทีนี้ ยูจุน โนฮักแท ซึงอุค และยอนจู ตกลงว่าจะร่วมมือกันที่จะปกปิดตัวตนที่แท้จริงของยอนจูต่อไป เพราะถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไป คังมีนาตัวจริงจะตกอยู่ในอันตราย ระหว่างนั้นเอง โนฮักแทได้แนะนำให้ซึงอุครีบออกตามหาคังมีนาโดยเร็ว

แต่ปัญหาที่ดูจะงอกขึ้นมาอีกอย่างก็คือ ศึกชิงนางรักสามเส้าระหว่างยูจุนกับซึงอุค ที่กลายเป็นการแย่งชิงกันที่น่ารักอย่างหาที่สุดมิได้จริง ๆ

ยูจุนพายอนจูไปที่อพาร์ตเมนต์ของเธอ (ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องของซึงอุค) จากนั้นเขาก็เล่าเกี่ยวกับวิธีการทำงานของเธอ พร้อมทั้งแนะนำให้กลับเข้าไปที่สำนักงานอัยการ อย่างน้อยก็ไปขอลาหยุดชั่วคราวสัก 2-3 เดือน

ยอนจูกลับมาบ้านด้วยความสงสัยว่าใครกันแน่ที่เป็นคนทำร้ายเธอด้วยการทำให้รถเบรกแตก แต่เมื่อมาดูที่โรงจอดรถก็ปรากฏว่าไม่มีกล้องวงจรปิดเลยแม้แต่ตัวเดียว ระหว่างที่คิดอยู่นั้น หัวหน้าแม่บ้านคิม (หรือเธอชอบให้เรียกว่า ผอ. คิม) ได้มาบอกกับยอนจูว่า ยากที่จะหาตัวคนที่ทำเพราะไม่มีกล้องวงจรปิด และทุกคนในบ้านนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ต้องสงสัยกันทั้งนั้น สุดท้าย แม่บ้านคิมก็แนะนำให้ยอนจูออกไปจากบ้านหลังนี้ซะเพื่อความปลอดภัย

ยอนจูได้รับโทรศัพท์จากอาทั้งสองของเธอ วังพิลกยูและชเวแดจี ทำให้ยอนจูได้รู้เรื่องเกี่ยวกับตัวเองมากขึ้น เธอได้รู้ว่าตัวเองเปลี่ยนนามสกุลก่อนที่จะมาเป็นอัยการ เพราะพ่อเธอติดคุกตลอดชีวิต เธอถูกเลี้ยงมาโดยคุณย่าเพียงคนเดียว หลังจากที่คุณย่าเสีย เธอก็กลายมาเป็นอัยการที่รับสินบนจากพวกเศรษฐีและพวกที่มีเส้นสาย แล้วเธอก็จะเอาเงินที่ได้มาจ้างอาทั้งสองให้ไปจัดการพวกคนร้ายเหล่านั้นด้วยวิธีของตัวเอง (เพราะถ้าเธอไม่รับสินบน ก็จะมีอัยการคนอื่นรับสินบนนั้นแทน แตกต่างกันตรงที่เธอนำเอาสินบนที่เธอได้รับมาลงโทษคนทำผิดที่กระบวนการกฎหมายทำอะไรไม่ได้)

ยอนจูเมื่อได้รู้ว่าตัวเองเป็น “ดาร์กวูแมน” ผู้ผดุงความยุติธรรม ก็ปลื้มปริ่มดีใจเป็นการใหญ่ เมื่อถึงวันที่ต้องกลับไปทำงานที่อัยการ ยอนจูจึงพกความภาคภูมิใจนั้นมาด้วยอย่างเต็มที่

ยอนจูมาพบหัวหน้าอัยการรยูซึงด๊อก ซึ่งเป็นวันที่เขาได้เลื่อนตำแหน่งให้ขึ้นเป็นหัวหน้าสำนักงานอัยการเขตกลาง ยอนจูเล่าถึงเหตุผลที่เธอหายตัวไปก็ว่า “ตอนแรกฉันแค่กะว่าจะไปตกปลาบนเกาะแบบชิล ๆ แต่เพราะความซวยฉันเลยตกลงไปในทะเล จนป่วยไม่สบายไปหลายวัน ที่สำคัญคือข้าวของทั้งหมดของฉันหายไปในทะเลรวมทั้งโทรศัพท์ แล้วเกาะทั้งเกาะก็ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ให้โทร. ติดต่อใครได้เลย”

แหม่ ยอนจูแทบไม่เชื่อตัวเองเลยว่า หัวหน้ารยูซึงด๊อกจะเชื่อเรื่องที่เธอเล่า 555 … แต่แท้จริงแล้วหัวหน้ารยูซึงด๊อกไม่ได้โง่ เป็นเพียงแต่เขากำลังสงสัยว่า ยอนจูกำลังมีแผนการจะทำอะไรต่อไปกันแน่

ในตอนท้าย ยอนจูเดินชนกับอีบงชิก เธอจึงยื่นมือไปเพื่อจะช่วยดึงให้เขาลุกขึ้น แต่ทว่า อีบกชิกตกใจเป็นอย่างมาก ที่ได้เห็นยอนจูมีใบหน้าเหมือนคังมีนา !

EP.8 เป้าหมายที่แท้จริง

อีบงชิกมาดักรอทำร้ายยอนจูหลังเลิกงาน เขาเอาอิฐตัวหนอนทุบเข้าไปที่หัวของยอนจู จังหวะนั้นเอง ยอนจูเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ก่อนที่ความทรงจำทั้งหมดจะพรั่งพรูกลับมา ซึงอุคตามมาทีหลังพยายามเข้ามาช่วยยอนจู แต่ความที่สกิลการต่อสู้ของเขาเท่ากับศูนย์ ทำให้ซึงอุคโดนอีบงชิกถีบจนไปนอนกองอยู่กับพื้น … ยอนจูหายจากอาการปวดหัว ลุกขึ้นมาจัดการอีบงชิกและจับเขาเข้าซังเตไปได้ในที่สุด

จากการที่ยอนจูได้ความทรงจำกลับคืนมา ทำให้เราได้รู้ว่า เหตุจุดประกายที่ทำให้เธออยากจะเป็นอัยการก็เพราะการจากไปของคุณย่า ในตอนนั้นเธอพยายามไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ทำการสืบสวนติดตามคนขับรถชนคุณย่าแล้วหนี แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนสนใจเลยแม้แต่นิดเดียว … เธอมั่นใจว่าคนขับต้องเป็นคนในตระกูลฮันจู และเธอก็เชื่อด้วยว่ามีการใช้เงินใช้ทองจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อให้เรื่องเงียบ

เมื่อยอนจูได้เป็นอัยการ สิ่งที่เธอต้องการคือเข้าถึงก๊วนอัยการกังฉิน โดยเฉพาะรยูซึงด๊อก ซึ่งการที่จะเข้าไปอยู่ในพวกอัยการขี้ฉ้อนั้น เธอก็ต้องรับสินบนเหมือนกัน จากนั้นก็เอาเงินที่ได้รับไปจ้างอาทั้งสองของเธอไปลงโทษคนเหล่านั้นด้วยวิธีการศาลเตี้ย

ทีนี้ อีบงชิกนี่แหละที่กุญแจสำคัญ ที่จะทำให้ยอนจูบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ นั่นก็คือ จัดการอัยการขี้ฉ้ออย่างรยูซึงด๊อก และเอาคนผิดที่ขับรถชนคุณย่าของเธอในวันนั้นมาลงโทษให้จงได้ …​ เป้าหมายของเธอมันใกล้ความเป็นจริงแล้ว

รยูซึงด๊อกเข้าไปหาอีบงชิกในคุก ย้ำให้เขาปิดปากให้สนิท และอย่าได้ซัดทอดใครเป็นเด็ดขาด แต่ทว่ายอนจูมาเหนือกว่า เธอยื่นข้อเสนอให้กับอีบงชิก แลกกับการที่เขาจะได้ไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายที่เวียดนาม “ฉันเป็นอัยการที่รับผิดชอบคดี และเป็นประธานยูมินกรุ๊ป กลุ่มบริษัทที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 22 ของประเทศ ซึ่งแปลว่าฉันมีทั้งเงินและอำนาจที่จะทำให้นายได้เสวยสุข หรือทำให้นายเน่าตายอยู่ในคุก … ถ้าร่วมมือกับฉัน ฉันจะทำให้นายได้สุขสบายกับช่วงชีวิตที่เหลือที่เวียดนาม”

สิ่งที่ยอนจูต้องการให้อีบงชิกเปิดเผยคือ รายชื่อลูกค้างานศิลปะปลอมที่หายไปเมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งมีซองฮเยเป็นหนึ่งในนั้น สุดท้ายอีบงชิกก็ไม่มีทางเลือกที่ดีไปกว่ายอมตกลงกับยอนจู

ระหว่างสอบปากคำ ยอนจูยังได้ถามอีบงชิกว่ามีนาอยู่ที่ไหน ? ซึ่งเขาได้บอกว่า เขาได้ช่วยมีนาออกนอกประเทศไปยังประเทศจีนด้วยหนังสือเดินทางปลอม พร้อมด้วยเงินก้อนโตที่ได้จากการขายภาพวาดมูลค่า 5,300 ล้านวอน แต่ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าเธอไปอยู่ที่ไหน

ยอนจูเอาเรื่องมีนาที่ได้จากอีบงชิกไปบอกกับซึงอุค ที่ตอนนี้แขนข้างหนึ่งของเขาต้องใส่เฝือกอ่อน ก่อนกลับยอนจูเห็นเชือกรองเท้าของเขาหลุด เธอจึงก้มลงไปผูกเชือกรองเท้าให้เขา (มันเป็นฉากที่เท่มาก ๆ เลยล่ะ)

ต่อมายอนจูได้เอาอาหารที่หัวหน้าแม่บ้านคิมฝากให้ซึงอุค เธอช่วยเขาทำนู่นนี่นั่นหลาย ๆ อย่าง เพราะเห็นว่าเขาใช้แขนได้ข้างเดียว แต่เมื่อโนฮักแทเดินทางมาถึง ซึงอุคก็ถึงกับโป๊ะแตก “หมอบอกให้ถอดเฝือกออกตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมยังใส่อยู่อีกล่ะ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นยอนจูถึงกับหน้าเหวอไปเลยทีเดียว

วันถัด ๆ มา เมื่อซึงอุคโทร. ให้ยอนจูมาช่วยเขาทำนู่นนี่นั่นให้ เธอก็ได้แต่วางสายใส่ท่าเดียว (แหม่ อยากอยู่ใกล้เลยหาข้ออ้างแหละดูออก )

ในตอนท้าย ยอนจูเดินทางไปเยี่ยมพ่อของเธอที่เรือนจำเป็นครั้งแรก …

EP.9

ออกอากาศ 15 ตุลาคม 2021

EP.10

ออกอากาศ 16 ตุลาคม 2021

Photos: SBS Korea