สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ The Veil (2021)

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ The Veil (2021)

The Veil (2021) : เมื่อสายลับ No.1 ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ที่หายตัวไปเมื่อหนึ่งปีก่อนกลับมาอีกครั้ง เพื่อหาตัวคนทรยศที่นำพาเขาและเพื่อนร่วมทีมของเขาก้าวข้ามไปสู่ขุมนรก …

EP.1 คนทรยศ

ฮันจีฮยอก (รับบทโดย นัมกุงมิน) สายลับ No.1 สังกัดหน่วยข่าวกรองต่างประเทศ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ถูกทางการเกาหลีใต้พบตัวบนเรือลักลอบขนสินค้าหนีภาษี หลังจากเขาถูกระบุว่าเสียชีวิตไปแล้วจากการปฏิบัติภารกิจเมื่อหนึ่งปีก่อน

ฮันจีฮยอกเคยปฏิบัติภารกิจในลิเบียเป็นเวลา 3 ปี สามารถสังหารหัวหน้ากลุ่มผู้ก่อการร้ายคนสำคัญได้ ทำให้เขาได้รับการยกย่องชื่นชมจากต่างประเทศ จนกลายเป็นดาวเด่นของสำนักข่าวกรองเกาหลีใต้นับแต่นั้น หลังจากนั้น เขาได้รับทำคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ที่เจ้าหน้าที่ที่ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจที่จีนและเกาหลีเหนือเสียชีวิตไป 3 คน โดยเขาสามารถปฏิบัติภารกิจจนลุล่วง แต่ทว่านับแต่นั้น จีฮยอกก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทางการจึงระบุลงในเอกสารว่าเขาเสียชีวิต

ตัดกลับมาปัจจุบัน จีฮยอกถูกนำตัวมาตรวจสภาพร่างกาย ปรากฏว่าพบสารออกฤทธิ์ทางประสาทบางอย่างอยู่ในกระแสเลือด ซึ่งสารตัวนี้จะส่งผลทำให้เขาจะไม่สามารถจำเหตุการณ์หลังจากที่เขาหายตัวไป แพทย์ลงความเห็นว่า “มีใครบางคนต้องการลบความทรงจำของเขา ทำให้ความทรงจำในช่วงปีที่ผ่านมาถูกลบไป”

จากนั้น เจ้าหน้าที่ก็พาตัวจีฮยอกไปทำการสะกดจิตเพื่อดึงความทรงจำของเขาให้กลับมา แต่ดูเหมือนว่าสภาพจิตใจเขายังไม่พร้อมที่จะย้อนกลับไปหาความทรงจำนั้น ที่น่าตกใจคือระหว่างนั้นเขาพยายามจบชีวิตตัวเอง ด้วยการใช้ปากกาแทงที่คอตัวเอง ทั้งที่ตัวเขาอยู่ในสภาวะสะกดจิต อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้รับการประเมินว่าความทรงจำของเขาสามารถกลับคืนมาได้ เป็นเพียงแต่ว่าไม่สามารถระบุได้ว่าเมื่อไร

โดจินซุก (รับบทโดย จางยองนัม) รองผู้อำนวยการฝ่ายการต่างประเทศ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สั่งให้นำจีฮยอกเข้าเครื่องจับเท็จ เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้แกล้งความจำเสื่อม ซึ่งผลก็ออกมาว่าเขาพูดจริง

ระหว่างนั้น รองผอ. โดจินซุก ก็เอ่ยถึงข่าวลือที่เกิดขึ้นในองค์กรที่ว่า มีรายชื่อของเจ้าหน้าที่ภาคสนามรั่วไหลออกไปเมื่อปีที่แล้ว โดยลือกันว่าเป็นฝีมือของจีฮยอก “เจ้าหน้าที่มือดีเป็นนคนร้ายที่ลากทั้งทีมไปตาย” เมื่อเป็นเช่นนั้น รองผู้อำนวยการหญิงจึงได้ออกคำสั่งให้จีฮยอกกลับเข้ามาทำงานทันที เพื่อให้ความทรงจำของเขาฟื้นกลับมาให้เร็วที่สุด แม้ว่าความเห็นของแพทย์ยังมองว่าเขายังไม่พร้อมก็ตาม

ในตอนท้าย จีฮยอกแกะรหัสลับที่ตัวเขาได้ทำเอาไว้ได้สำเร็จ จนพาเขาไปที่ตู้ล็อกเกอร์แห่งหนึ่ง ในนั้นมียูเอสบีไดรฟ์ซึ่งบันทึกคลิปที่ตัวเขาเป็นคนบันทึกเอาไว้ด้วยตัวเอง “ฟังสิ่งที่ฉันพูดให้ดี นายมีเพียงโอกาสเดียวเท่านั้น ไอ้คนทรยศนั่นมันอยู่ในองค์กรเรา และที่ฉันต้องลบความทรงจำก็เพื่อต้องการหาตัวคนทรยศ …”

EP.2 เริ่มต้นหาปริศนาชิ้นสุดท้าย

เริ่มต้นด้วยจีฮยอกนึกถึงคำพูดของเขาในคลิปวิดีโอที่เขาพูดกับตัวเอง “ฟังสิ่งที่ฉันพูดเอาไว้ให้ดี นายมีเพียงโอกาสเดียวเท่านั้น ไอ้คนทรยศนั่นอยู่ในองค์กรของเรา และที่ต้องลบความทรงจำก็เพื่อหาตัวคนทรยศ สถานที่นายเจออยู่ตอนนี้มีคนทรยศอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง นายต้องหาคนตัวทรยศให้เจอ ฉันจะไม่บอกเรื่องที่เจอมาจนถึงตอนนี้เพื่อไม่ให้มีอคติมีผลต่อการตัดสินใจ เพราะมันอาจเป็นอุปสรรคในการหาตัวคนทรยศได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่นายต้องค้นหาก็คือปริศนาชิ้นสุดท้ายที่ฉันยังหาไม่เจอ ถ้าจะไขปริศนาต้องหาชิ้นส่วนนั้นก่อน แต่อย่าลืมนะว่า ความสงสัยจะทำให้นายอยู่รอด นายต้องสงสัยทุกการกระทำและทุกคำพูด แม้กระทั่งลมหายใจของทุกคนที่เข้ามาใกล้นาย สุดท้ายที่ฉันจะบอกก็คือ นายต้องย้อนทุกอย่างกลับไปยังจุดเริ่มต้นและคิดทั้งหมดใหม่อีกครั้ง”

เมื่อจีฮยอกรู้เช่นนั้น ทำให้คนรอบตัวเขาล้วนแล้วแต่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยทั้งสิ้น

ทีนี้ จางกวางชอล รองหัวหน้าแก๊งฮัวหยาง ซึ่งเป็นแก๊งค้ายาเสพติดที่มีส่วนกับการตายของเจ้าหน้าที่ภาคสนามของสำนักข่าวกรองแห่งชาติก่อนหน้านี้ ได้เดินทางมาที่เกาหลีใต้ ทำให้ทางการเข้าทำการจับกุม แต่ทว่าเรื่องราวมันกลับไม่ได้ง่ายอย่างนั้น เพราะแก๊งฮัวหยางประกาศจะฆ่าตำรวจวันละหนึ่งคนถ้ายังไม่ปล่อยตัวลูกพี่ของเขาออกมา

ทางด้านโดจินซุกจึงสั่งให้จีฮยอกไปจัดการเค้นข้อมูลจากจางกวางชอล แต่ดูเหมือนว่าคนในแก๊งฮัวหยางจะรู้จักจีฮยอกเป็นอย่างดี จนทำให้เขาได้รื้อฟื้นความจำบางอย่างของตัวเองขึ้นมา

EP.3 มันคืออะไร ?

จีฮยอกมาขอลาออกจากการทำคดีกับรองผอ. โดจินซุก และขอลาพักร้อน 1 สัปดาห์ ซึ่งโดจินซุกก็อนุญาต โดยที่เธอมีแผนที่จะดูว่าเขาจะทำอะไรระหว่างที่ได้พักร้อน เพราะเธอเชื่อว่าเขาต้องไม่หยุดการสืบสวนเรื่องนี้อย่างแน่นอน

ยูเจอีขอร่วมทีมในการสืบสวนกับจีฮยอกด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือเธออยากก้าวหน้าในอาชีพ เธอจึงขอออกมาทำงานภาคสนาม ซึ่งมันจะมีผลต่อการประเมินมากกว่า จีฮยอกจึงมอบหมายงานให้ยูเจอีในการหาข้อมูลของน้าอีชุนกิล (สายที่เขาเคยติดต่อที่ประเทศจีน)

อีชุนกิลทบทวนความทรงจำให้จีฮยอกโดยเล่าเรื่องคืนเกิดเหตุในประเทศจีนให้เขาฟังว่า มีคนในทีมของเขาเป็นหนอนบ่อนไส้ และยังบอกอีกว่าอีกไม่นานจะมีการขนส่งยาเสพติดล็อตใหญ่

ยูเจอีติดตามจีฮยอกไปที่ท่าเรือโดยที่เขาวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วว่า
จะยอมให้ฮวังโมซุลจับตัวไป โดยเขากลืนแคปซูลจีพีเอสเข้าไปในท้อง เพื่อส่งสัญญาณให้เจอีรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน

จีฮยอกถูกจับตัวไปทรมานและเห็นฮวังโมซุลเพี้ยนจัดถึงขั้นบ้าคลั่งหลังจากเสพยา เขาโกรธแค้นที่จีฮยอกฆ่าลูกชายของเขาตายในลิฟต์ที่ประเทศจีนเมื่อปีกลาย ฮวังโมซุลเปิดห้องลับให้ดูซึ่งเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดสูตรใหม่ ที่สักไว้บนตัวของชาวเกาหลีเหนือที่ถูกเกณฑ์มา

ด้านอีชุนกิลซึ่งถูกจับตัวไปด้วยก็โดนซ้อมอย่างหนัก และโดนมอมยาเสพติดจนไม่รู้สึกตัว จีฮยอกเอาตัวรอได้อย่างเหลือเชื่อ เขาทำการต่อสู้กับลูกน้องของฮวังโมซุล ในขณะที่ฮวังโมซุลรีบหนีไปด้วยความรนรานหลังจากได้รับโทรศัพท์ ในท้ายที่สุด จีฮยอกเข้าไปทำการปั๊มหัวใจให้อีชุนกิล แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

EP.4 หนูเน่า

ก่อนตายอีชุนกิลบอกจีฮยอกว่า เขาโทร. ไปตามเบอร์ฉุกเฉินที่ให้ไว้ขณะที่จีฮยอกหายตัวไป แต่มีคนกลุ่มหนึ่งมาที่จุดนัดพบเพื่อที่จะฆ่าเขา

ระหว่างนั้นจีฮยอกได้รู้ว่า ฮาดงกยอนมีปัญหาทางการเงิน อันเกิดจากภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลูกสาว และหมดตัวไปกับการลงทุนประเภทแชร์ลูกโซ่ ด้านพิลโฮเองก็คิดว่า รองผอ. โดจินซุกกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง เพราะภารกิจที่โดจินซุกสั่งทีมของจีฮยอกนั้นเป็นคำสั่งที่สั่งแบบกะทันหันทั้งสิ้น จนถึงตอนที่ทีมของเขาตาย เธอก็สั่งให้เก็บข้อมูลทั้งหมดเป็นความลับและไม่อนุญาตให้ใครดูเด็ดขาด

ด้านซูยอนให้เจ้าหน้าที่ไอทีติดโปรแกรมเคพีเอ็มไว้ที่โทรศัพท์ของยูเจอีเพื่อดักฟัง จึงทำให้รู้ว่ายูเจอีกำลังจะนัดพบกับซังกยูน ทั้งจีฮยอกและยูเจอีไปรอซังกยูนตามนัด โดยที่ซูยอนและทีมงานเฝ้าดูกล้องวงจรปิดอยู่

เรื่องราวดำเนินไปจนซังกยูนอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เขาต้องการคุยแต่กับจีฮยอกเท่านั้น เมื่อจีฮยอกมาถึงเขาได้ปิดระบบบันทึกเสียงและภาพทั้งหมด แต่ซูยอนแอบโยนปากกาบันทึกเสียงไว้ในถังขยะโดยไม่มีใครรู้ จีฮยอกเล่าความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในซีเรียขณะปฏิบัติภารกิจกับพ่อของเขา จีฮยอกบอกให้อดทนรอเพราะมีหนูเน่า (คนทรยศ) อยู่ในองค์กร

ขณะที่ยูเจอินเข้าไปหาซังกยูนในห้องสอบสวน เขาจึงขอใช้โทรศัพท์ของเธอเพื่อโทร. บอกจีฮยอกว่า คนสุดท้ายที่รับสายด่วนฉุกเฉินในตอนนั้นก็คือ ซูยอน !?

EP.5 อย่าไว้ใจใครทั้งนั้น

จีฮยอกรู้แล้วว่า ซูยอนเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับข้อมูลฉุกเฉินจากอีชุนกิล เมื่อรู้เช่นนั้น จีฮยอกจึงพยายามคาดคั้นเค้นความจริงจากซูยอนว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง แต่ยังไม่ทันได้รู้ความอะไร เขาก็เกิดหมดสติไปอย่างกะทันหัน

เมื่อฟื้นคืนสติขึ้นมา จีฮยอกกลับจำอะไรไม่ได้ ด้านจิตแพทย์แนะนำว่าเขาจำเป็นต้องเข้าทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่แน่นอนว่าจีฮยอกไม่สนใจคำแนะนำของแพทย์เลยแม้แต่นิดเดียว และจากการที่จีฮยอกใช้ความรุนแรงนี้เอง ทำให้เขาโดนสั่งพักงานชั่วคราวแลกกับการที่เขาจำไม่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย

ด้านซูยอนเองก็เคยถูกสั่งพักงานสามเดือนเช่นกัน และถูกประเมินว่ามีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่เธอไม่เคยเข้ารับการบำบัดเลยแม้แต่ครั้งเดียว

จีฮยอกพยายามตามสืบเรื่องของซูยอนเพิ่มเติม จึงได้รู้ว่าเธอเคยคบกับคนในองค์กรเมื่อสี่ปีที่แล้ว และยังได้รู้ด้วยว่าซูยอนรับยาจิตเวชจากแพทย์ที่เป็นญาติสนิทของเธอ เมื่อตามสืบไปเรื่อย ๆ จึงได้รู้ว่า ซูยอนมีภาวะซึมเศร้าและโรคนอนไม่หลับ อันเป็นสาเหตุจากการที่ต้องทำงานเสียสละตัวเองอย่างหนัก อีกทั้งยังสูญเสียเพื่อนร่วมงานอันเป็นที่รักไป

ระหว่างไปที่เก็บอัฐิพ่อแม่ จีฮยอกเกิดภาพหลอนขึ้นมากะทันหัน เขาเห็นเพื่อน ๆ ถูกฆ่าตายตอนที่เขาอายุได้เพียงสิบขวบ … จากรายงานทางการแพทย์ทำให้เราได้รู้ว่า จีฮยอกมีอาการพิการทางสมอง ทำให้เขามีภาวะที่เรียกว่าดิสโซสิเอทีฟ ซึ่งเป็นโรคความจำเสื่อมแบบแยกส่วน นั่นหมายความว่าความทรงจำในส่วนที่พ่อแม่โดนฆ่าโดนลบออกจากความทรงจำของเขาไป

เรื่องราวดำเนินไป จีฮยอกนัดเจอกับซูยอน เธอเล่าเรื่องราวในอดีตตอนที่ฝึกร่วมกับเขา นับแต่นั้นเธอจึงได้รู้ว่า จีฮยอกให้ความสำคัญกับการปฏิบัติภารกิจเหนือสิ่งอื่นใด จากนั้นเธอก็เล่าว่า เธอจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณใครบางคน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเธอควรปฏิเสธ แต่ก่อนที่เธอจะได้เล่าเรื่องราวมากกว่านั้น ซูยอนก็ถูกลอบยิง

ซูยอนบอกกับจีฮยอกเป็นประโยคสุดท้ายก่อนสิ้นสติว่า “อย่าไว้ใจใครเด็ดขาด” จากนั้นเธอก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วน

แต่สิ่งที่น่าตกใจหลังจากนั้นก็คือ ภาพวงจรปิดเผยให้เห็นว่า จีฮยอกเป็นคนชักปืนออกมาจ่อไปที่ซูยอน ทำให้เขาโดนควบคุมตัวไปในที่สุด … จึฮยอกสับสนไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ก่อนที่ภาพในหัวของเขาจะผุดขึ้นมาเป็นช่วงเวลาที่เขาลั่นไกปืน ?

EP.6 Deep Fake

จีฮยอกสับสบเป็นอย่างมากเมื่อได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิด เพราะเขามั่นใจว่าตัวเองเป็นคนวิ่งไปช่วยซูยอนหลังจากที่เธอโดนยิงไปแล้ว

จีฮยอกถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจ ระหว่างทางเขาต่อสู้กับตำรวจที่อยู่ในรถ จนทำให้รถเกิดเสียหลักพุ่งเข้าชนกับรถของคังพิลโฮ ทั้งคู่เผชิญหน้ากัน จีฮยอกเล็งปืนไปที่คังพิลโฮ แต่สิ่งที่เขาทำคือ ยื่นปืนให้กับคังพิลโฮพร้อมกับบอกว่า ถ้าไม่เชื่อใจเขาก็ให้ใช้ปืนกระบอกนี้ยิงเขาได้เลย ก่อนที่จีฮยอกจะเดินจากไป

จีฮยอกได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาจึงไปหาเจอี จากนั้นเธอก็พาเขามารักษาบาดแผลที่บ้าน ระหว่างนั้นจีฮยอกได้เห็นภาพคดีต่าง ๆ ที่เจอีติดเอาไว้ที่ผนัง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีรูปของเขาอยู่ด้วย เขาจึงได้รู้จากปากของเจอีว่า เธอกำลังค้นหาความจริงเรื่องการหายตัวไปของพ่อเธอระหว่างปฏิบัติภารกิจเสิ่นหยาง ทำให้ทั้งคู่ตกลงที่จะร่วมมือเพื่อค้นหามือปืนตัวจริงที่ยิงซูยอน

ด้านโดจินซุกได้รับรายงานผลการพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งระบุว่าจีฮยอกไม่ใช่มือปืนที่ยิงซูยอน เพราะหลักฐานปรากฏชัดเจน ไม่พบเขม่าดินปืนที่มือและเสื้อผ้าของจีฮยอก ส่วนกระสุนที่ใช้ยิงซูยอนก็ไม่ได้มาจากปืนของเขาเช่นกัน แต่โดจินซุกยังเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ

เจอีได้พบโครงการการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ชื่อว่า “Deep Fake” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการปลอมแปลงวิดีโอระดับสูง ที่สามารถใส่ใครก็ได้ลงไปในวิดีโอที่กำหนดขึ้นมา ทำให้เจอีสันนิษฐานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เห็นว่าจีฮยอกเป็นคนยิงซูยอนนั้น ก็คงใช้เทคโนโลยีนี้เช่นเดียวกัน

ระหว่างนั้น จีฮยอกได้ตามหามือปืนตัวจริงจนเจอแต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว เพราะมือปืนได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายไปเสียก่อน

จีฮยอกไปพบกับแบจงซู อดีตผู้ดูแลโครงการ Deep Fake ที่ตอนนี้ได้ถูกยุบโครงการไปแล้ว ทำให้ได้รู้ความจริงว่า แบจงซูเป็นคนคิดค้นวิธีการปลอมแปลงวิดีโอที่เรียกว่า Deep Fake ซึ่งเขาจะทำการปลอมแปลงคลิปวิดีโอที่หัวหน้าคิมฮันซูนำมาให้ แต่ด้วยการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงผ่านกระบวนการอัลกอริทึมที่ซับซ้อน ทำให้การแยกแยะว่าคลิปที่เห็นเป็นคลิปจริงหรือผ่านการ Deep Fake มาเป็นไปไม่ได้เลย ยกเว้นจะสามารถหาคลิปต้นฉบับมายืนยันเท่านั้น

จีฮยอกไปเยี่ยมซูยอนเมื่อรู้ว่าเธอฟื้นแล้ว แต่แล้วมันก็เป็นกับดัก เมื่อไปถึงคังพิลโฮและลูกน้องที่เล็งปืนมาที่เขา พร้อมกับบอกข่าวอันน่าตกตะลึงว่า “ซูยอนตายไปแล้วเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว”

อีกด้านหนึ่ง เจอีพบไฟล์ต้นฉบับของกล้องวงจรปิดที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจีฮยอกบริสุทธิ์ แต่เธอเลือกที่จะลบไฟล์นั้นทิ้งออกจากเซิร์ฟเวอร์

EP.7 รอยแผลเป็น

จีฮยอกอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เขากำลังต่อจิ๊กซอว์เรื่องราวต่าง ๆ ในหัวของเขา สถานที่ต่าง ๆ บุคคลต่าง ๆ ผุดเข้ามาในหัวของเขาเพื่อเชื่อมโยงไปหาตัวการที่น่าสงสัย แต่ไม่ว่าเขาจะเชื่อมโยงอย่างไร ที่แน่ ๆ เรื่องนี้มันซับซ้อนพัวพันกันไปหมด

จีฮยอกออกจากโรงพยาบาลแห่งนั้น หลังรักษาตัวอยู่นานหลายเดือน และก็อีกเช่นเคยเขาไปหาเจอีเพื่อขอให้เธอช่วยสืบเรื่องของชางชอนอู เพราะเขาเชื่อว่าเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่สามารถเชื่อมโยงเข้าไปองค์กรซังมูเฮ

จากนั้น จีฮยอกก็ไปคิมฮันซู ที่เคยอยู่ในโครงการ Deep Fake เพื่อถามว่าหัวหน้าใหญ่ของซังมูเฮเป็นใคร แต่คำตอบที่ได้รับก็คือ คนในองค์กรซังมูเฮมีอยู่ทุกหนแห่ง และแต่ละคนไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ากัน

ด้านเจอีพบข้อมูลว่าชางชอนอูเคยร่วมโครงการทดลองยาที่มีชื่ว่า “ซิป” เป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาโรคอาการป่วยทางจิตชนิดหนึ่ง ซึ่งจีฮยอกจำได้ว่าตัวเขาเองก็รับยาชนิดนี้ในการรักษาเช่นกัน จึงทำให้ความทรงจำของเขาบางช่วงขาดหายไป

จีฮยอกไปสืบหาความจริงจากหมอคิมยอจิน จึงได้รู้ว่าเขาแอบลักลอบนำยา “ซิป” ออกไประหว่างการพัฒนา ซึ่งเขาทำตามคำสั่งของฮาดงกยอง ซึ่งเมื่อไปถามฮาดงกยองก็ได้ความว่า เขาเองก็ทำไปตามคำสั่งของจีฮยอกซึ่งสั่งเอาไปตั้งแต่เมื่อหนึ่งปีก่อน

สรุปรวมความก็คือ ฮาดงกยอนเป็นคนที่คอยช่วยจีฮยอกทุกอย่าง ไม่ได้เป็นหนูเน่าอย่างที่จีฮยอกคิดเอาไว้ตั้งแรก

เรื่องราวยิ่งทวีความเข้มข้นเข้าไปอีก เมื่อจีฮยอกกับเจอีขับรถไล่ล่าแบคโมซา ซึ่งมันได้โยนระเบิดใส่รถของจีฮยอก ทำให้ทั้งคู่ต้องกระโดดหนีออกจากรถ จีฮยอกสลบไป แต่เจอียังมีสติอยู่ แบคโมซาเดินถือปืนตรงมาที่เธอ หลังจากนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้น

EP.8 ความซับซ้อนระดับประเทศ

เจอีหมดสติไปหลังจากถูกแบคโมซายิง ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับรอยแผลเป็นที่ข้อมือของแบคโมซา

ผ่านไปชั่วเวลาหนึ่ง เจอีฟื้นขึ้นมาโดยที่ไม่เป็นอะไรแม้แต่นิดเดียว เพราะกระสุนนัดนั้นถูกยับยั้งเอาไว้ได้ด้วยเสื้อเกราะกันกระสุน ในขณะที่จีฮยอกก็ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำบางส่วนที่กลับคืนมา

รอยแผลเป็นที่ข้อมือของแบคโมซานั้นทำให้เจอีสับสนเป็นอย่างมาก เพราะแม้ว่าแบคโมซาจะทำศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้า แต่เธอจำรอยแผลเป็นของพ่อได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่แน่ใจว่าแบคโมซาคือพ่อของเธอหรือไม่ เพราะถ้าเป็นพ่อของเธอจริงก็ไม่น่าจะยิงเธอได้อย่างเลือดเย็นเช่นนั้น

ส่วนจีฮยอกกลับคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่แบคโมซาจะเป็นพ่อของเจอี ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาไม่ฆ่าเจอีทิ้ง ซึ่งคนที่มีฝีมือระดับนั้นไม่มีทางรู้ว่าตัวเองกำลังลั่นกระสุนใส่เสื้อเกราะ และไม่ยิงซ้ำทั้งที่มีเวลาเหลือเฟือ

โดจินซุกลาออกเนื่องจากงานที่เธอรับปากไว้ไม่สำเร็จตามกรอบเวลา คังพิลโฮขึ้นรับตำแหน่งแทน

คังพิลโฮสั่งย้ายเจอีไปแผนกประสานงานหน่วยภายในประเทศ แต่จีฮยอกไม่ยอมรับคำสั่งย้าย

อีอินฮวานบอกเจอีอีกว่าพ่อของเธอไม่ได้หายตัวไป แต่ถูกขายให้เกาหลีเหนือเพื่อเป็นแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองระเบิดทำลายล้างสูง ต่อมาเจอีจึงรู้ว่าคนที่ขายพ่อของเธอก็คือโดจินซุก

เจอีไปรอโดจินซุกที่หน้าบ้านและจ่อปืนไปที่เธอ โดยที่ไม่รู้ว่าแบคโมซาได้ยินสิ่งที่เจอีกำลังถามโดจินซุกเกี่ยวกับพ่อของเธอ

EP.9 คนที่ฆ่าสมาชิกในทีม !?

เจอีเล็งปืนไปที่โดจินซุกท่ามกลางฝนที่โหมกระหน่ำลงมาไม่หยุด “เป็นคุณใช่มั้ย ที่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดกับพ่อฉัน ?”

โดจินซุกมองไปที่เจอีด้วยสายตาที่มั่นคงอย่างไม่สะทกสะท้านกับปลายกระบอกปืนที่อยู่เบื้องหน้า “อยากได้คำตอบแบบไหนล่ะ ใคร ๆ ก็ต้องการคำตอบที่ตัวเองต้องการฟังกันทั้งนั้น ถ้ายังไม่มั่นใจก็ยังไม่ต้องขอคำตอบ” โดจินซุกก้าวไปเบื้องหน้า หน้าอกของเธอสัมผัสปากกระบอกปืนในมือของเจอีเหมือนเป็นการท้าทาย “ถ้าไม่มั่นใจ มันก็ไม่ต่างอะไรกับปืนของเล่น ครั้งหน้าขอปืนจริงนะ ขอแบบที่ยิงฉันได้จริง ๆ” เจอีได้แต่ยืนร้องไห้ออกมากลางสายฝนอยู่อย่างนั้น

จีฮยอกได้ดูคลิปของตัวเองที่เพิ่งค้นพบ “มีคนในทีมเราแอบติดต่อกับคนนอก คนคนนั้นคือคิมดงอุค ฉันเห็นเขาพอดี ฉันแน่ใจว่าต้องมีใครบางคนสั่งเขา แต่สิ่งที่ฉันยังไม่แน่ใจก็คือใครเป็นคนสั่งกันแน่ วิดีโอสุดท้ายที่ส่งไปให้นายผ่านไปหนึ่งอาทิตย์พอดี มันจะมีทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนนั้น และมีคนฆ่าสมาชิกในทีมเราด้วย แต่จำเอาไว้ให้ดี ก่อนที่จะดูวิดีโอนั้น สิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนก็คือหาหนอนในองค์กรให้เจอ ถ้ายังหาไม่เจอห้ามดูวิดีโอนั้นเด็ดขาด นายมีเวลาไม่มากแล้วนะ”

อีอินฮวานกพาเจอีไปทำงานที่ห้องปฏิบัติการลับซึ่งมีระบบเชื่อมโยงกับแพลนเน็ต

ต่อมาโดจินซุกบอกกับจีฮยอกว่าในตอนนั้นคิมดงอุคคือคนที่เธอไว้ใจที่สุด จึงมอบหมายภารกิจให้ทำ โดจินซุกปฏิเสธอว่าเธอไม่ได้สั่งให้ดงอุคฆ่ารีดงชอล

จีฮยอกเผชิญหน้ากับอีอินฮวานที่แพลนเน็ต เจอีถูกจับมาเป็นตัวประกันต่อหน้าจีฮยอก จีฮยอกตกลงกับคังพิลโฮก่อนหน้านี้ว่าให้เปิดเผยไฟล์สุดท้ายต่อหน้าทุกคน ทุกคนจึงได้เห็นคำสารภาพว่า เขาคือคนที่ฆ่าเพื่อนร่วมทีมของตัวเอง !!!

EP.10 ชดใช้หนี้เลือด

คลิปของจีฮยอกที่เขาสารภาพว่า ตัวเองเป็นคนสังหารเพื่อนร่วมทีมนั้น แท้จริงแล้วเมื่อความทรงจำของจีฮยอกกลับมา ทำให้ได้รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในคลิปเป็นเรื่องความเข้าใจผิด เนื่องจากเพื่อนร่วมทีมทั้งสองนั้นเกิดผิดใจกัน

หลังจากจบคลิป อีอินฮวานสั่งให้จับกุมจีฮยอกและปล่อยตัวเจอีไป เพราะอีอินฮวานหวังว่าอย่างน้อยเธอจะยังมีประโยชน์กับเขาอยู่ไม่มากก็น้อย ต่อมาเจอีไปเยี่ยมจีฮยอกและบอกว่าเธอเชื่อใจเขา

คังพิลโฮขอให้อีอินฮวานปล่อยตัวจีฮยอก หลังจากที่จีฮยอกได้รับการปล่อยตัว คังพิลโฮขอให้จีฮยอกช่วยเขาเพื่อโค่นอีอินฮวานให้ได้ และบอกว่าจีฮยอกไม่ได้ฆ่าพ่อตัวเองในตอนเด็ก เพราะกระสุนที่เขายิงออกไปนั้นไปทะลุฝ้าเพดาน และพ่อของเขาก็ตายจากกระสุนของคนร้าย

จีฮยอกไปคุยกับอีอินฮวาน จึงรู้ว่าคนที่ฆ่ารีดงชอลก็คือแบคโมซา ที่แท้แล้ว แบคโมซายังเคยขอดูประวัติทางจิตเวชของจีฮยอกอีกเพื่อนำมาวิเคราะห์ แบคโมซาคือคนที่จัดฉากทั้งหมด

อีอินฮวานพยายามโน้มน้าวจีฮยอกให้มาเป็นพวกเดียวกับเขา จีฮยอกให้กระสุนหนึ่งนัดให้กับอีอินฮวาน พร้อมทั้งบอกว่า “สักวันเขาก็ต้องใช้หนี้เลือด”

จีฮยอกกลับมาที่ห้องขังของอินฮวานอีกครั้ง และพบว่าเขาถูกแขวนคอตายไปแล้ว

EP.11 ความเจ็บปวดในใจขั้นรุนแรง

จีฮยอกช่วยปั๊มหัวใจให้อีอินฮวาน จากนั้นอีอินฮวานจึงถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แม้ในทางการแพทย์เขาจะยังตาย หากทว่าก็กลายเป็นผักจากการที่สมองได้รับความกระทบกระเทือน

ณ จุดนี้ จีฮยอกรู้แล้วว่า แบคโมซาคือจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่เขากำลังค้นหา ทุกอย่างล้วนแต่เป็นแผนการของแบคโมซาทั้งสิ้น

โดจินซุกและทีมของคังพิลโฮวางแผนร่วมมือกันเพื่อจับแบคโมซาให้ได้ … โดจินซุกยอมรับว่าเธอทำผิดพลาด เพราะถ้าเธอเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้จีฮยอกได้รู้ ทุกอย่างก็คงไม่ต้องมาเป็นแบบนี้

เจอียืนยันกับจีฮยอกว่า เธอต้องการหยุดแบคโมซาให้ได้ ถึงแม้ความเป็นจริงแล้วเขาจะเป็นพ่อของเธอก็ตาม

จีฮยอกพร้อมหน่วยสวาทบุกไปยังที่กบดานของแบคโมซา ขณะที่จีฮยอกและแบคโมซาเผชิญหน้ากันอยู่นั้น เจอีวิ่งเข้ามาเรียกแบคโมซาว่า “พ่อ” แบคโมซาหยุดอึ้งไปชั่วครู่ แต่ท่าทางของเขาเห็นได้ชัดว่าเขาจำอะไรไม่ได้เลย

จากนั้นแบคโมซาก็หันปลายกระบอกปืนไปที่เจอี ทันใดนั้นเอง เจอีตัดสินใจยิงสวนไปทันที่ ลูกกระสุนพุ่งไปกระทบที่หัวไหล่ของผู้เป็นพ่อ แต่แบคโมซายังหนีเอาตัวรอดไปได้โดยการใช้ระเบิดควัน

โดจินซุกใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อแบคโมซาในพิธีกล่าวสุนทรพจน์ กำลังเจ้าหน้าที่ถูกจัดกำลังไว้ทั่วทั้งบริเวณ

หลังจากนั้นเอง เจอีก็ได้รู้ความจริงจากปากของบาทหลวง ที่เล่าเรื่องที่แบคโมซาไปสารภาพบาป ความจริงจากปากของแบคโมซาตอนสารภาพบาป …

ในตอนนั้น แบคโมซากับเพื่อนในทีมถูกทรมานอยู่ในห้องที่มืดมิดและหนาวเหน็บ กระทั่งเพื่อนคนนั้นทรมานจนทนไม่ไหว และขอร้องให้แบคโมซาฆ่าเขาให้ตายเพื่อหนีความทรมาน ทั้งที่ไม่อยากทำแต่แบคโมซาก็ทนเห็นเพื่อนทรมานอย่างนั้นไม่ไหว จึงทำตามความปรารถนาของเพื่อน จากนั้นเขาก็เอากระดูกของเพื่อนคนนั้นมาลับคม เพื่อใช้เป็นอาวุธในการหลบหนี ตราบาปนี้ติดอยู่ในใจเขามาจนถึงทุกวันนี้

หลังจากที่แบคโมซาหนีออกมาได้ เขาก็ปฏิญาณตัวว่ายอมตายเพื่อปกป้องประเทศและประชาชนอันเป็นที่รัก แต่ความตั้งใจของเขากลับพังทลายลง เมื่อเขาถูกครอบงำโดยองค์กรที่มองไม่เห็น แบคโมซาจึงต้องการเปิดเผยความจริงอันเน่าเฟะนี้ให้โลกได้รับรู้

เจอีเอาเรื่องที่ได้รับฟังจากปากของบาทหลวงไปปรึกษากับจิตแพทย์ ทำให้เธอได้รู้ว่า แบคโมซา (พ่อของเธอ) มีอาการเจ็บปวดทางจิตใจระดับรุนแรง ทำให้สับสนว่าตัวเองเป็นคนอื่น

ในขณะที่โดจินซุกกำลังกล่าวสุนทรพจน์ จีฮยอกพบรายชื่อคิมยองชอลซึ่งเป็นบุคคลต้องสงสัยจากรายชื่อที่ตรวจสอบ จีฮยอกจึงยิงแสกหน้าเขาจนล้มลงและเจอระเบิดเวลาที่ติดอยู่กับตัวคิมยองชอล

EP.12 ตอนจบ

จีฮยอกตวาดลั่นว่าแบคโมซาต้องชดใช้สิ่งที่ทำไปทั้งหมด แต่แบคโมซาตอบกลับไปว่า มันหมดเวลาแล้ว เพราะแผนการที่เขาวางเอาไว้กำลังจะเริ่มต้นในในไม่ช้า

แบคโมซาและลูกน้องเข้ายึดตึกธนาคาร และเข้าทำการจับตัวประกันเอาไว้ 33 คน จากนั้นแบคโมซาก็ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลตัดสินใจเลือก ระหว่างข้อมูลทางด้านการเงินทั้งหมด กับชีวิตของตัวประกันทั้งหมด โดยมีเวลาให้ตัดสินใจทั้งหมดสามชั่วโมง โดยสั่งห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาในรัศมี 50 เมตร หากผิดข้อตกลงตัวประกันทุกคนจะต้องถูกฆ่าตายทันที

จุดประสงค์ของแบคโมซาคือ ต้องการทำให้ประชาชนหมดความเชื่อถือรัฐบาล เมื่อรัฐบาลเลือกข้อมูลทางด้านการเงินมากกว่าชีวิตของประชาชน

ในขณะเดียวกันนั้น มีการออกคำสั่งให้โดจินซุกหาวิธีกู้ระเบิด โดยไม่สนใจชีวิตของตัวประกัน

ด้านจีฮยอกและเจอีรีบเข้าไปค้นหาระเบิดตามคำสั่งของโดจินซุก แต่ปรากฏว่าไม่พบระเบิดตามคำขู่ จากนั้นเจอีก็ส่งสัญญาณเป็นรหัสมอร์สเพื่อบอกให้รู้ว่าไม่มีระเบิด

เมื่อโดจินซุกรู้ว่าไม่มีระเบิด เธอจึงเปลี่ยนคำสั่งให้ตามหาตัวประกัน ซึ่งต้องแข่งกับเวลาที่ตอนนี้เหลือเพียง 50 นาที

เจอีวางแผนโดยทำการเปิดเพลงที่พ่อชอบเปิดให้เธอฟังตอนเด็ก ระหว่างนั้นก็ดูตำแหน่งของตัวประกันผ่านกล้องวงจรปิด ทั้งหมดนี้ก็เพื่อล่อให้แบคโมซาออกมา

หลังจากแบคโมซาได้ยินเสียงเพลงทำให้ความทรงจำของเขากับลูกสาวผุดขึ้นมาชั่วเวลาหนึ่ง แต่เพียงแค่ชั่วครู่ เขาก็ยิงลำโพงพังกระจายเพื่อหยุดเสียงเพลงนั้นเสีย

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง จีฮยอกหาทางไปช่วยตัวประกัน แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่สามารถพังประตูเข้าไปได้ เจอีจึงใช้แผนซ้อนแผนด้วยการปลอมตัวเป็นพนักงานในตึกนั้น เพื่อที่จะทำให้ตัวเองถูกจับเอาไปรวมกับตัวประกันเหล่านั้น เพราะเธอเชื่อลึก ๆ ว่า พ่อของเธอจะไม่ฆ่าเธอ ซึ่งเป็นลูกสาวของตัวเอง

แบคโมซาบอกผ่านวิทยุแบบวอร์กกี้ทอร์คกี้กับจีฮยอกว่า ระเบิดอยู่ในห้องที่ใช้ขังตัวประกัน จากนั้นแบคโมซาก็สั่งให้จีฮยอกทิ้งอาวุธ ไม่เช่นนั้นเขาจะกดรีโมตระเบิดที่ถืออยู่ในมือ

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อแบคโมซากำลังจะกดปุ่มรีโมต จีฮยอกจึงพูดถึงเจอีซึ่งเป็นลูกสาวของเขาที่ตอนนี้อยู่รวมกับตัวประกันคนอื่น ๆ เมื่อจีฮยอกเห็นว่า แบคโมซาเสียสมาธิไปแวบหนึ่ง จังหวะนั้นเอง จีฮยอกจึงฉวยโอกาสยิงแบคโมซาทีเผลอ

ในตอนนั้นเอง แบคโมซาได้บอกจีฮยอกว่า ระเบิดตั้งเวลาอัตโนมัติไว้สามชั่วโมง และรีโมตในมือของเขาที่แท้แล้วคือรีโมตที่ใช้หยุดเวลาระเบิด จีฮยอกสับสนไปหมดกับคำพูดนั้น เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่แบคโมซาพูดเป็นจริงหรือไม่ แต่สุดท้ายเขาก็วัดใจโดยการกดปุ่มรีโมต เพราะเชื่อว่ามันจะสามารถหยุดเวลาระเบิดได้

สุดท้ายแบคโมซาก็สิ้นใจก่อนที่จะได้จับมือเจอี ลูกสาวอันเป็นที่รักของตัวเอง ส่วนตัวประกันทุกคนปลอดภัย

จีฮยอกไลฟ์สดถึงประชาชนคนเกาหลีทั้งประเทศถึงเรื่องราวที่เขาต้องเผชิญมา เมื่อปีก่อนเขาได้พบว่ามีหนูปีศาจแอบอยู่ภายในองค์กร ซึ่งคนคนนั้นคือซังมูเฮ …

มันเป็นขบวนการที่จัดให้มีการโกงการเลือกตั้ง เมื่อเขารู้จึงจำเป็นต้องหยุดมันให้ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะต้องฆ่าเพื่อนร่วมงานของตัวเองก็ตาม มาถึงตอนนี้ เขาจะยอมรับทุกบทลงโทษต่อทุกความผิดที่เกิดขึ้น และขอให้ประชาชนช่วยกันทำให้ซังมูเฮได้รับการลงโทษตามกฎหมายด้วย

5 ปีต่อมา …

คังพิลโฮถูกขังอยู่ในเรือนจำ เจอีได้เลื่อนตำแหน่ง โดจินซุกรับตำแหน่งที่ปรึกษาขององค์กร

และในวันนั้นเป็นวันที่จีฮยอกได้ออกจากเรือนจำ หลังจากเขาได้รับโทรศัพท์ปริศนา เขาก็แต่งตัวใส่สูทพร้อมด้วยปืนพกกึ่งอัตโนมัติเพื่อกลับไปปฏิบัติภารกิจอีกครั้ง

จบบริบูรณ์

Photos: MBC Korea