รีแคปซีรีส์ Dr. Brain EP.1 : ซิงก์โครไนซ์สมอง

รีแคปซีรีส์ Dr. Brain EP.1 : ซิงก์โครไนซ์สมอง

Dr. Brain EP.1 : เซวอน นักวิทยาศาสตร์ด้านสมองอัจฉริยะ ได้ใช้สิ่งที่เรียกว่า “ซิงโครไนซ์คลื่นสมอง” คลี่คลายคดีฆาตกรรมปริศนาในครอบครัวของเขา …

เมื่อฤดูใบไม้ร่วงปี 1990 ที่กรุงโซล …

เซวอนเป็นเด็กพิเศษที่ไม่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเลยแม้แต่นิดเดียว แม่เซวอนพาเขาไปรักษาในเด็กที่มีกลุ่มอาการออทิสติก (ASD) แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ขณะที่แม่เซวอนกำลังเดินข้ามถนนไปหาเขา รถบรรทุกก็เกิดวิ่งมาพุ่งชนแม่ไปต่อหน้าต่อตา !

แพทย์รายงานผล MRI สมอง “เซวอนเห็นแม่ตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตา แต่เขาไม่แสดงความเครียดหรืออารมณ์อะไรเลย เมื่อดูจากการเอ็มอาไอ สมองส่วนฮิปโปแคมปัสกับส่วนอมิกดาลาอยู่ห่างกันมาก ความทรงจำของเขาเป็นเลิศ แต่เขาไม่แสดงปฏิกิริยาทางอารมณ์ต่อความทรงจำเหล่านั้น”

เมื่อดูจากผลสแกนจะเห็นว่า สมองส่วนฮิปโปแคมปัสใหญ่กว่าอมิกดาลา เมื่อเทียบกับเด็กทั่วไปแล้วมีขนาดใหญ่กว่าถึงสองเท่า ส่วนอมิกดาลามีขนาดแค่หนึ่งส่วนสี่เท่านั้น

นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องสมองได้เข้าไปพูดคุยกับเซวอน เพื่อถามถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับแม่ของเขา แต่คำตอบที่ได้นั้นสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่ได้ยิน “ผู้ชายคนหนึ่งสวมหมวกสีน้ำเงิน ตาเบิกกว้าง แล้วรถก็ชน กระจกหน้ารถบรรทุกเหมือนใยแมงมุม ทะเบียนรถ โซล 7 จีเอ 1947 ผงสีขาวและเศษกระจกสีขาวกระจายใส่หัวของแม่เหมือนโดนน้ำสาด จากนั้นแม่ก็เผยอปากพูดวว่า เซวอน”

นับแต่นั้น เซวอนก็มีความปรารถนาอันแรงกล้าที่อยากรู้ว่าสมองทำงานอย่างไร มันทำให้เขาหันมาทำการวิจัยเรื่องสมอง เพื่อเข้าไปล่วงรู้ความคิดในสมองของผู้อื่น

ตัดภาพกลับมาปัจจุบัน …

หมอโคเซวอน (รับบทโดย อีซอนคยุน) กำลังนำเสนอผลงานวิจัยของเขาเรื่องการซิงโครไนซ์สมองในห้องประชุม “เราทุกคนต่างต้องการเข้าใจว่าคนอื่นคิดอะไรหรือรู้สึกอย่างไร คำถามแรกเริ่มมาจากความสงสัยล้วน ๆ ไปสู่การพัฒนาถึงสิ่งที่เรียกว่า ซิงโครไนซ์คลื่นสมองผ่านความสัมพันธ์เชิงควอนตัม … ไม่ว่าสมองจะซับซ้อนแค่ไหน เซลล์ประสาทก็ใช้สัญญาณไฟฟ้าในการสื่อสาร เราสามารถวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบสัญญาณไฟฟ้า”

เซวอนบอกถึงประโยชน์ที่ได้หากงานวิจัยนี้สำเร็จ “ในแง่ทางการแพทย์ เราสามารถช่วยผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางสมองที่ไม่สามารถสื่อสารได้ หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคเสื่อมของระบบประสาท เช่น ภาวะสมองเสื่อม เราจะสามารถล่วงรู้ความคิดใต้สำนึกของผู้ป่วยโคม่า เราสามารถวินิจฉัยสาเหตุของอาการโคม่าแล้วหาวิธีรักษาได้ วันนั้นอาจมาถึงเมื่อเราสามารถสื่อสารผ่านความคิดโดยไม่ต้องใช้ภาษา”

จริง ๆ แล้วเซวอนเคยมีภรรยาและลูกชาย เขารู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถเป็นสามีและพ่อเหมือนคนอื่น ๆ ได้ แม้บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าตัวเขาสามารถใช้ชีวิตได้แบบปกติ แต่สุดท้ายแล้วเขาคิดผิด

จองแจอี (รับบทโดย อียูยอง) ภรรยาของเซวอนเลี้ยงแมวเพื่อให้มันอยู่เป็นเพื่อนกับโทยุน (ลูกชาย) เพราะเธอมองว่ามันจะช่วยพัฒนาความเห็นอกเห็นใจ การสื่อสาร และทักษะการเข้าสังคมให้กับลูกชาย ในทางตรงกันข้าม เซวอนกลับมองว่าแมวทำให้ทุกอย่างในบ้านวุ่นวายไปหมด และเขาก็ไม่คิดว่าแมวจะเป็นสิ่งที่จะทำให้โทยุนเป็นปกติ

จากนั้นเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เซวอนเสียลูกชายไปจากเหตุการณ์แก๊สระเบิดในบ้าน หลังจากนั้นภรรยาของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป เธอรับไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ เธอกลับไม่เคยคิดว่าลูกตายไปแล้วเลยแม้สักครั้งเดียว “โทยุนยังไม่ตาย” แจอีเชื่ออย่างนั้นจริง ๆ ว่าลูกของเธอยังไม่ตาย

และหลังจากนั้นไม่นาน แจอีก็นอนเป็นผักของบนเตียงที่โรงพยาบาล (ซึ่งปมนี้จะกลายเป็นแกนกลางการดำเนินเรื่องต่อไป)

ณ ศูนย์วิจัยสมอง Brain Communication เซวอนทำการทดลองซิงโคนไนซ์สมองกับหนูทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า จนในที่สุดก็ประสบผลสำเร็จ แต่ผลการทดลองที่ออกกลับทำให้เขาแปลกใจ เพราะการทดลองสำเร็จเพราะสัตว์ทดลองตาย !

เมื่อผลการทดลองในสัตว์ประสบความสำเร็จ เซวอนจึงต้องการทำการทดลองทางคลินิก ซึ่งหมายความว่าเขาต้องการทดลองกับมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการขอทำการทดลองกับมนุษย์นั้นมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ที่สำคัญต้องใช้เวลานานนับปี เซวอนจึงคิดที่จะใช้ทางลัด นั่นคือการใช้เส้นสายเพื่อเข้าไปทำการทดลองกับศพในห้องดับจิต ซึ่งปรากฏว่าได้ผล

แต่ระหว่างนั้นเอง ก็เกิดเรื่องราวปริศนาเกิดขึ้น เมื่อนักสืบเอกชนที่ชื่อ อีคังมู (รับบทโดย พัคฮีซุน) ได้เข้ามาสอบถามเรื่องราวที่ทำให้เขางงงวยเป็นอย่างมาก …

“ผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับจองแจอี ภรรยาของคุณ”
“อยากรู้ไปทำไม ?”
“อิมจุนกิเป็นลูกค้าของผม เขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับภรรยาของคุณ”
“ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่ที่รู้ ๆ คือตอนนี้คุณยืนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของผม กลับไปซะเถอะ”

ไม่เท่านั้น ผู้หมวดชเวจีอึน ตำรวจแผนกสืบสวนได้เข้ามาสอบปากคำเซวอนถึงที่บ้าน โดยระบุว่า อิมจุนกิมีความสนิทสนมกับแจอี และเขาถูกเพิ่งถูกฆาตกรรม

เซวอนแอบเข้าไปทำการซิงโครไนซ์สมองกับศพของอิมจุนกิเพื่อหาความจริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า

การซิงก์สมองไม่เพียงแค่ถ่ายโอนภาพความทรงจำเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนิสัยและพฤติกรรมด้วย หลังจากทำการซิงก์สมองแล้วยังเกิดเหตุการณ์แปลก ๆ ขึ้นตลอด อีกทั้งยังรู้สึกถึงอารมณ์ที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เซวอนยังได้เห็นสิ่งที่เขาไม่สามารถระบุได้ว่ามันคืออะไร แต่เขาตั้งสมมติฐานว่า อาจเกิดจากผลข้างเคียงของการปะทะกันระหว่างคลื่นสมองของเซวอนกับของผู้เสียชีวิต ผลข้างเคียงที่ว่าคือภาพหลอนที่เกิดจากการซิงก์สมอง เมื่อความทรงจำปะทะกันทำให้เกิดการสร้างภาพหลอนขึ้นมา สิ่งที่เขาต้องทำก็คือการตัดภาพหลอนเหล่านั้นออกไปเพื่อหาความทรงจำที่แท้จริง

ในภาพหลอนที่เขาเห็นนั้นเอง มันทำให้เขาได้รู้ว่า “โทยุนยังไม่ตาย” !

ความทรงจำของอิมจุนกิทำให้เขาได้รู้ว่าโทยุนยังไม่ตาย เมื่อเขารู้เช่นนั้น เซวอนจึงเดินหน้าค้นหาความจริงต่อไป และมีทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้รู้ความจริง นั่นก็คือต้องเข้าไปในสมองของแจอี !?

Photos: ภาพหน้าจอจาก Apple TV+