สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Secret Royal Inspector and Joy (2021)

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Secret Royal Inspector and Joy (2021)

Secret Royal Inspector & Joy : เรื่องราวของผู้ตรวจราชการลับในยุคโซชอนที่นิสัยรักการกินเป็นที่สุด ผู้ซึ่งมีความฝันที่จะเปิดร้านเกี๊ยวเป็นของตัวเอง กับหญิงสาวสามัญชนจอมขบถผู้ตามหาความสุขหลังการหย่า เพื่อตัดขาดจากสามีผีพนัน …

ราอีออน (รับบทโดย แทคยอน) ชายหนุ่มรูปงามในยุคโชซอนที่หลงใหลในเรื่องการทำอาหาร เขาเป็นประเภทชายที่จัดอยู่ในประเภทสุขนิยม โดยเฉพาะความสุขที่ได้จากการกิน

วันหนึ่ง อีออนได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจการลับ และภารกิจแรกคือการต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดชุงชอง

ว่าที่จริงตำแหน่งผู้ตรวจราชการลับเป็นตำแหน่งที่ไม่มีใครต้องการ เพราะต้องรอนแรมเดินทางอย่างยากลำบาก อีออนพร้อมทั้งบ่าวคนสนิทสองคนเลยคิดว่า การเดินทางครั้งนี้จะเป็นการเดินทางไปชิมอาหารตามสถานที่ต่าง ๆ โดยไม่สนใจเรื่องงานราชการ

ระหว่างการเดินทาง อีออนขอเปลี่ยนชุดกับบ่าว ปกปิดตัวตนเพื่อความปลอดภัย

ตัดภาพมาที่จังหวัดชุงชอง … คิมโจอี (รับบทโดย คิมฮเยยุน) ไปร้องเรียนที่ศาลาว่าการ เพราะต้องหย่ากับสามีผีพนันที่เอาเปรียบนางแทบทุกอย่าง ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน แต่แม่สามีตัวร้ายพยายามคัดค้าน เพราะต้องการให้โจอีทำงานบ้านรับใช้เยี่ยงทาสต่อไป สุดท้าย ผู้ว่าการจึงให้โจอีไปหาพยานมายืนยันว่าสามีของเธอเล่นการพนัน

โจอีไปหาโบรี เจ้าของโรงเตี๊ยมซึ่งเป็นเพื่อนรัก เพื่อขอให้เป็นพยาน โจอีได้รู้ว่าโบรีกำลังตั้งท้องกับผู้ว่าการ และนางเต็มใจที่จะเป็นภรรยาน้อย เพื่อหวังความสบายในชีวิต

ในคืนนั้นเอง ผู้ว่าการนำบัญชีลับไปฝากไว้กับโบรี และสั่งให้นางเตรียมตัวย้ายไปอยู่ที่อื่นด้วยกัน พร้อมทั้งบอกว่าบัญชีลับนี้เป็นบัญชีทุจริตจากเรือสินค้า

รุ่งขึ้นอีกวัน อีออนกับบ่าวไพร่ทั้งสองเดินทางมาถึงที่โรงเตี๊ยมของโบรี เพราะต้องการชิมแกงกิมจิที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่เมื่อมาถึงปรากฏว่าร้านปิด ในเวลาเดียวกันนั้นเอง โจอีก็เดินทางมาหาโบรีด้วยความโกรธ ที่นางไม่ยอมไม่เป็นพยานให้ตามที่ตกลงกันไว้ แต่ปรากฏว่าโบรีไม่อยู่ที่ร้าน

โจอีวิ่งตามหาโบรีจนทั่ว สุดท้ายก็พบว่านางกลายเป็นศพอยู่ที่ลำธาร อีออนที่ตามมาดูเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ แต่ดูเหมือนว่าคนของทางการรีบร้อนนำศพของโบรีไป โดยสันนิษฐานลวก ๆ ว่าเป็นการตายจากอุบัติเหตุ แม้ว่าโจอีพยายามจะให้มีการสืบสวนคดี

เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น อีออนที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะมาแค่ชิมอาหารชิล ๆ ก็เกิดเปลี่ยนใจเมื่อเห็นสิ่งที่ผิดสังเกตเกิดขึ้น เขาจึงเดินทางไปที่ศาลากลางเพื่อประกาศตัวว่ามาถึงแล้ว

อีออนวางแผนการที่จะสืบเบื้องหลังการตายของผู้ตรวจการลับคนก่อน ส่วนโจอีตกอยู่ในห้วงของความเศร้าที่สูญเสียเพื่อนรักไปอย่างไม่มีวันกลับ

ต่อมาอีออนกับบ่าวทั้งสองไปที่บ้านของโบรี ซึ่งโจอีอยู่ที่นั่น นางจึงเล่าเรื่องของโบรีให้ฟัง เมื่ออีออนได้ฟังแล้วจึงวิเคราะห์ว่าการตายของโบรีไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาจึงคิดที่จะสืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง

ต่อมา อีออนได้เข้ามาแสดงตัวและสั่งตรวจค้นทุกซอกทุกมุมในจวนผู้ว่าการ ในท้ายที่สุดผู้ว่าการจึงยอมรับว่าตัวเองกระทำการทุจริต แต่ไม่เท่านั้น อีออนยังตั้งข้อหาฆาตกรรมให้อีกหนึ่งข้อหา

“สิ่งที่ข้าให้ความสนใจในตอนนี้ไม่ใช่การทุจริต หรือการปกครองเมืองแบบห่วยแตกของเจ้า แต่สิ่งที่ข้าสนใจคือคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้น” อีออนพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน

ทีนี้ โจอีที่ต้องการให้คำฟ้องหย่าของนางเป็นผลโดยไว นางจึงไปขอร้องกับอีออนพร้อมกับยื่นเอกสารคำร้องขอหย่า แต่ทันใดนั้นเอง แม่สามีตัวร้ายก็เข้ามาฉีกเอกสารฉบับนั้นทิ้งต่อหน้าต่อตา ทำให้อีออนเอาเอกสารอีกฉบับของโจอีขึ้นมา และประทับตราลงไปในเอกสารฉบับนั้น

อีออนยื่นสิ่งที่เรียกว่านาบีให้กับโจอี (นาบีคือหลักฐานการหย่าร้างของสามัญชนในยุคโซชอน)

โจอีได้หนังสือหย่าตามกฎหมาย จากความช่วยเหลือของอีออน เท่ากับว่าตอนนี้เธอเป็นอิสระจากสามีผีพนันและแม่สามีตัวร้ายแล้ว จังหวะนั้นเองที่มือสไนเปอร์ได้ยิงลูกธนูลอบสังหารผู้ว่าการ (จางกีวาน) สิ้นลมหายใจคาที่ต่อหน้าต่อตาอีออน

โจอีเป็นคนพื้นที่จึงมีความชำนาญเส้นทาง เธอจึงอาสานำทางอีออนไปจับมือสังหารรายนั้น สุดท้ายแล้วด้วยสกิลการยิงธนูระดับเทพ อีออนก็สามารถจับคนร้ายได้อย่างง่ายดาย โจอีปลื้มปริ่มในความสามารถของอีออน ประหนึ่งเป็นเทพบุตรวงไอดอลก็ไม่ปาน

อีออนจะทำการสอบสวนมือสังหาร แต่ก็ให้บังเอิญว่ามือสังหารดันเป็นคนใบ้ซะนี้ ทำให้เขาต้องสั่งคุมขังมือสังหารใบ้เอาไว้ เพื่อรอให้ทางการส่งคนมาจัดการต่อไป เพราะเขาเป็นเพียงผู้ตรวจสอบลับเท่านั้น ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง อีออนคิดว่างานของเขาลุล่วงไปได้ด้วยดี ต่อจากนี้จะได้มีเวลาออกตระเวนกินอาหารอร่อย ๆ ตามที่ตั้งใจเอาไว้เสียที

อย่างไรก็ตาม อีออนได้รู้ว่าลูกธนูที่สังหารผู้ว่าการเป็นลูกธนูอาบยาพิษ แถมยังเป็นพิษที่ทำมาจากวัตถุดิบที่มีใช้ในคนระดับเจ้านายชั้นสูง และยังเป็นชนิดเดียวกับที่องค์รัชทายาทเคยเสวยก่อนสิ้นพระชนม์ ทำให้เขาคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความเชื่อมโยงกัน เมื่อเป็นเช่นนั้น เขาจึงไม่สามารถปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้

ตัดภาพมาที่พัคแทซอ ผู้ซึ่งทำงานผิดพลาดจนทำให้ศพอดีตผู้ตรวจการลับถูกพบ และสมุดบัญชีลับก็หายไป พ่อของเขาจึงสั่งให้เขาไปฆ่าปิดปากอีออน ก่อนที่แผนการลับของพวกเขาจะถูกเปิดเผยออกมา

โจอีเป็นอิสระแล้ว แต่ด้วยความที่ไม่ชำนาญทำให้นางหลงทางอยู่กลางป่า เมื่อไปเจอศาลเจ้าแห่งหนึ่งจึงได้อาศัยที่นั่นเป็นที่พักหลับนอนชั่วคราว ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่อีออนเดินทางผ่านเส้นทางนั้นพอดี จะด้วยบุพเพฯ หรือโชคชะตาความบังเอิญก็ไม่ทราบได้ ทำให้ทั้งสองได้มาเจอกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การเจอกันธรรมดา

ว่าด้วยธรรมเนียมอย่างหนึ่งในยุคโชซอนได้ระบุเอาไว้ว่า หญิงหม้ายที่หย่ากับสามีแล้ว พบกับชายใดที่หน้าศาลเจ้า นางจะต้องแต่งงานกับชายคนนั้น แต่หากชายคนนั้นมีภรรยาอยู่ก่อนแล้ว หญิงหม้ายคนนั้นก็ต้องตกเป็นภรรยาน้อยแทน ธรรมเนียมนี้เรียกว่า “ซึบชอบ” (습첩)

ทั้งสี่หัวเราะกันไม่หยุดปากกับกฎอันน่าขบขันนี้ แต่เมื่ออีออนกับโจอีคิดได้ว่าพวกเขาต้องแต่งงานกันตามกฎซึบชอบ เพราะอีออนเป็นคนเห็นโจอีเป็นคนแรก ทำให้อีออนถึงกับหน้าแห้งหัวเราะไม่ออกในทันที ส่วนโจอีก็หันมาต่อว่าอีออนที่ดันเลือกเส้นทางเดินมาทางนี้ ทำให้ต้องเกิดเรื่องนี้ขึ้น

แน่นอนว่าทั้งสองพยายามหาข้ออ้างร้อยแปดพันประการเพื่อที่จะปฏิเสธกฎข้อนี้ แต่ก็กลัวว่าถ้าฝ่าฝืนก็จะต้องถูกลงโทษ ระหว่างที่กำลังถกเถียงกันอยู่นั้นเอง โจอี อีออน และบ่าวคนสนิทอีกสองคน ก็โดนกลุ่มโจรบุกเข้ามาปล้นและเตรียมจะขุดหลุมฝังพวกเขาทั้งเป็น แต่ทว่าไม่ทันที่พวกโจรใจทรามเหล่านั้นจะฝังกลบหลุมนั้น พวกมันก็วิ่งหนีกระเจิงไปด้วยความกลัว

จังหวะนั้นเองที่ทั้งสี่ขึ้นมาจากหลุม ก็ปรากฏสิ่งอัศจรรย์อันน่าตกตะลึงขึ้น ดวงไฟขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาหาพวกนั้น แล้ววิญญาณของหญิงสาวปรากฏขึ้น !

ที่แท้แล้ว ดวงไฟและวิญญาณผีสาวที่ปรากฏขึ้นมาให้ทุกคนเห็นนั้นเป็นเพียงผีหลอก คือเป็นผีที่ทำขึ้นมาหลอกผู้คน เพื่อไล่ไม่ให้เข้ามายังสถานที่แห่งนี้ โดยเป็นฝีมือของเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง

อีออนเห็นเด็ก ๆ เหล่านั้นดวงตาอักเสบ จึงได้ถามหาความจริงกับหญิงสาวที่ทำหน้าที่อุปการะเด็ก ๆ เหล่านั้น คำตอบที่ได้ทำเอาอีออนถึงกับตกใจ เมื่อได้รู้ว่าดวงตาของเด็ก ๆ อักเสบเพราะเอามือไปขยี้ตาหลังจากตากสมุนไพรโหราเดือยไก่ (สมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบอาบยาพิษลูกธนูที่คร่าชีวิตผู้ว่าการ)

หญิงสาวเล่าต่อว่า เด็ก ๆ เหล่านี้เป็นเด็กจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าของทางการ เมื่อพวกเขาอายุครบ 10 ปี บางคนก็จะมีผู้มารับอุปการะ บางคนก็ถูกส่งไปเป็นทาส ส่วนเด็ก ๆ ที่อยู่ที่นี่เป็นเด็กที่ถูกส่งไปเป็นทาสและหนีออกมา เด็ก ๆ ทนความทารุณของนายทาส “ชามัลจง” ไม่ไหว จึงทำให้ต้องหนีออกมา

เป้าหมายของหญิงสาวคือการรอเรือที่จะพาเด็ก ๆ ไปยังเกาะคังฮวา เนื่องจากที่นั่นมีหมู่บ้านสำหรับเด็กกำพร้าและสตรีที่กลับจากสงคราม เมื่อรู้เช่นนั้น อีออนจึงติดตามไปสืบเรื่องราวด้วย

กูพัล (บ่าวคนหนึ่งของอีออน) ปลอมตัวเป็นหญิงสาว เมื่อได้พบกับชามัลจงที่อยู่ในอาการเมามายโดยบังเอิญ ชามัลจงถูกใจในความงามของกูพัลยิ่งนัก (แหม่) อีออนซึ่งถูกแนะนำว่าเป็นพี่ชายของกูพัล จึงได้ถูกเชิญเข้าไปดื่มในบ้านของชามัลจง ทำให้อีออนได้เห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบรรณาการมากมายที่ควรจะถูกส่งไปให้กษัตริย์ แต่กลับมาอยู่ที่นี่

พัคแทซอเดินทางมาพบชามัลจง เมื่อเขาได้เห็นอีออนแวบแรกก็เกิดสงสัย แต่ก็ไม่รู้ว่าอีออนคือผู้ตรวจราชการลับคนใหม่ พัคแทซอจึงสั่งจับตัวพวกอีออนมัดเอาไว้ ระหว่างนั้นเอง โจอีที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจึงแกล้งเข้ามาแสดงตัวว่านางเป็นภรรยาของอีออน โดยแกล้งต่อว่าอีออนนู่นนี่นั่น เหมือนกับภรรยาปากจัดต่อว่าสามี แต่ชามัลจงไม่เชื่อว่าโจอีคือภรรยาของอีออน เขาจึงให้เธอพิสูจน์ด้วยการจูบ !

โจอีไม่ฟังเสียง เธอประกบปากจูบกับอีออนอย่างดูดดื่ม ในขณะที่อีออนตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง พัคแทซอเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงออกปากต่อว่าโจอีหาว่าเป็นหญิงสำส่อน และกล่าวว่าถ้านางจูบกับเขา เขาจะปล่อยคนทั้งหมดไป

เมื่ออีออนเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนั้น เขาจึงประกาศกร้าวท้าพัคแทซอดวลดาบกันตัวต่อตัวเพื่อจบเรื่อง !

อีออนประดาบจนเลือดเดือดกับแทซอจนเป็นฝ่ายชนะ ด้วยการใช้เพลงดาบที่มีแรงบันดาลมาจากสกิลการหั่นผัก

ด้วยความช่วยเหลือของเหล่าเด็กกำพร้า พัคแทซอและชามัลจงจึงถูกจับกุมตัวเองไว้ได้ ทั้งสองถูกส่งไปยังกรมยุติธรรม อย่างไรก็ตาม อีออนเชื่อว่ามีขุนนางใหญ่ในวังหลวงที่คอยชักใยคนทั้งสองอยู่เบื้องหลัง เขาจึงต้องการหลักฐานเพื่อสาวไปให้ถึงตัวการใหญ่ให้จงได้

หลังเสร็จสิ้นเรื่องราว โจอีเปล่งประกายแห่งความสุขออกมาเมื่อได้อยู่กับเด็ก ๆ นางตั้งใจจะตามเด็ก ๆ ไปอยู่ที่เกาะคังฮวา แต่ทว่า อีออนอยากให้นางอยู่ต่อ เพราะเขามองว่านางเป็นหญิงฉลาดที่หลายครั้งช่วยให้เขาทำงานได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะการปลอมตัวเป็นคู่รักทำให้การสืบเรื่องต่าง ๆ เป็นไปอย่างง่ายดายและแนบเนียน แต่โจอีก็ตอบปฏิเสธไปด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงของ “ชมพู่ ก่อนบ่าย”

ระหว่างการคุมตัวพัคแทซอและชามัลจงกลับไปกรมยุติธรรม (ฮันยาง) ได้มีผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือคนทั้งสองเอาไว้ได้ ณ จุดนี้ เหตุการณ์หลายอย่างก็ได้มาบรรจบพบกัน กล่าวคือ …

ชามัลจงตั้งใจจะไปเล่นงานโจอีที่กำลังเดินทางออกจากท่าเรือ ส่วนโจอีเองก็เกิดรู้ว่าสมุดบันทึกของโบรีที่เก็บมาเป็นสมุดบัญชี ซึ่งเป็นหลักฐานที่เอาผิดชามัลจงและคนที่อยู่เบื้องหลังได้ เวลาเดียวกันนั้น อีออนก็ได้บังเอิญมาเจอโจอีที่กำลังหนีจึงได้เข้ามาช่วย ทำให้เกิดเป็นเรื่องชุลมุนวุ่นวายขึ้นมา

สรุปสุดท้าย อีออนจับลูกน้องของชามัลจงเอาไว้ได้หนึ่งคน และกลายเป็นผู้ให้ข้อมูลการทุจริต ทำให้อีออนได้รู้ว่าที่เหมืองถลุงแร่เงินของพัคแทซอที่หุบเขาแพคกวีรยองเป็นแหล่งทุจริตขนาดใหญ่ เขาจึงคิดจะเดินทางไปที่นั่นเพื่อสวบสวนคดี

โจอีนำสมุดบัญชีให้อีออน โดยเล่าถึงที่มาของสมุดบัญชีเล่มนั้นว่า เป็นของโบรี (เพื่อนรักโจอี) ซึ่งผู้ว่าการได้นำมาฝากเธอเอาไว้ ก่อนที่ทั้งสองจะตายอย่างเป็นปริศนา เมื่อประมวลเหตุการณ์ทั้งหมด ทำให้อีออนเชื่อว่าโบรีโดนฆาตกรรม ไม่ใช่ตายเพราะอุบัติเหตุอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ส่วนการตายของผู้ว่าการที่โดนลูกศรอาบยาพิษ ก็เป็นยาพิษชนิดที่มีใช้เฉพาะในวังหลวงเท่านั้น !?

อีออนและพรรคพวกวางแผนปลอมตัวปะปนเป็นนักแสดงพเนจร เพื่อเข้าไปทำการแสดง ณ ที่กบดานของพัคแทซอ

โจอีได้ช่วยแต่งตัวแปลงกายให้อีออนกลายเป็นนักแสดงพเนจร ทำให้ห้วงช่วงเวลานั้นโลกเปลี่ยนเป็นสีชมพู โมเมนต์ตาต้องตาใจต้องใจประกอบกับความใกล้ชิด ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงพัฒนาขึ้นมาอีกขั้น

แต่ดูเหมือนว่าแผนการแฝงตัวไปกลุ่มนักแสดงพเนจรจะโดนจับทางได้อย่างง่ายดาย อีออนกับโจอีโดนกระชากหน้ากากออกมา งานนี้พัคแทซอรู้แต่แรกแล้วว่า อีออกจะใช้วิธีนี้แฝงตัวเข้ามา

แต่แผนย่อมมีซ้อนแผน อีออนได้เตรียมการเอาไว้แล้ว เพราะในกลุ่มนักแสดงพเนจรมีทหารองครักษ์ขององค์รัชทายาทแฝงตัวอยู่ด้วย อีออนสั่งให้โจมตีทันที เป้าหมายของอีออนคือสมุดบัญชีลับ

ด้านพัคแทซอประเมินสถานการณ์ดูก็รู้แล้วว่า ฝ่ายของเขาไม่มีทางที่จะเอาชนะทหาราชองครักษ์ได้เลย เขาจึงสั่งให้ชามัลจงรีบนำสมุดบัญชีลับหนีไปโดยเร็ว เพราะถ้าโดนจับได้พร้อมด้วยสมุดบัญชีลับทุกอย่างต้องจบสิ้นเป็นแน่แท้

อย่างไรก็ตาม สมุดบัญชีลับยังมีอีกมากมายที่ชามัลจงเอาไปไม่หมด อีออนจึงได้เก็บเอาไว้เป็นนหลักฐานเพื่อใช้ในการสืบสวนต่อไป

เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี พวกพัคแทซอหนีไปจนหมดสิ้นแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาที่อีออนจะได้แสดงสกิลระดับเทพของตัวเองเสียที เขาลงมือทำอาหารรสเลิศเพื่อให้ทุกคนได้กินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ แต่สำหรับคนพิเศษอย่างโจดีนั้น อีออนได้เตรียมอาหารจานพิเศษเอาไว้ให้ … ไก่ซีอิ๊วน้ำมันงาพร้อมกับขนมตังเม

ออกอากาศ 29 พฤศจิกายน 2021

Photos: tvN Korea