รีแคปซีรีส์ One Ordinary Day EP.3 : ความโหดร้ายที่เกินจะทานทน

One Ordinary Day EP.3 : ในขณะที่ทุกอย่างดูริบหรี่ ฮยอนซูก็ถูกนำตัวไปฝากขังอยู่ในทัณฑสถาน เขาพยายามปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ด้วยความรู้สึกหวาดกลัว ด้านชินจุงฮันก็พยายามหาหลักฐานที่อาจพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของฮยอนซูให้ได้ …

ทนายชินจุงฮันไปหาพ่อแม่ของฮยอนซู เพื่อนำเอกสารแต่งตั้งทนายไปให้เซ็น โดยตอนแรกเขาตั้งใจจะคิดค่าทนาย 90 ล้านวอน (2.6 ล้านบาท) แต่พ่อแม่ฮยอนซูไม่มีเงินมากขนาดนั้น ชินจุงฮันจึงลดค่าทนายให้ ลดไปลดมาเหลือ 50 ล้านวอน (1.4 ล้าน) แต่สุดท้ายพ่อแม่ฮยอนซูก็ยังไม่ตกลง

หัวหน้าชุดสืบสวนพัคซึงบอมโทร. ให้ทนายชินจุงฮันมาหา เพื่ออธิบายเหตุผลที่ทำให้เชื่อว่าฮยอนซูเป็นฆาตกรโหดเหี้ยม “ในคืนนั้น คิมฮยอนซูมีโอกาสที่จะเผยความจริงถึงสามครั้ง ครั้งแรกตอนที่เจอศพฮงกุกฮวา เขาเลือกจะโทร. แจ้งความก็ได้ แต่เขาเลือกที่จะทำลายหลักฐานและหนีไปจากที่เกิดเหตุ ครั้งที่สองตอนที่เขาถูกจับที่ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ สิ่งที่เขาทำคือถามว่าฮงกุกฮวาตายหรือยัง สุดท้ายคือตอนที่มาที่สถานีตำรวจ”

ชินจุงฮันไม่เห็นด้วยกับหัวหน้าพัคซึงบอม เพราะตอนนั้นฮยอนซูกำลังอยู่ในภาวะสติแตก แต่คำพูดของหัวหน้าพัคซึงบอมถึงกับทำเอาชินจุงฮันพูดไม่ออก “ฉันเป็นตำรวจแผนกคดีอาชญากรรมมา 30 ปี แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าใครเป็นอาชญากร แล้วรู้ไหมว่าอาชญากรแบบไหนที่จับยากที่สุด ก็คนที่มีสายตาแบบคิมฮยอนซูไง คนที่ดูแล้วไม่มีทางที่จะเป็นอาชญากรได้เลยแม้แต่นิดเดียว คนพวกนี้จะยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองจนถึงที่สุด ไอ้พวกนี้มันคือปิศาจที่ใส่หน้ากากเทวดา คิมฮยอนซูอาจไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาอย่างที่นายคิดก็ได้”

หัวหน้าพัคซึงบอมมองไปที่ทนายความตลาดล่างชินจุงฮันด้วยสายตาที่มั่นคงและจริงจัง “ไอ้พวกฆาตกรน่ะ ยิ่งใช้วิธีที่โหดร้ายมากขึ้นเท่าไรหน้ากากที่พวกมันใส่ก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น สายตาใสซื่อ รอยยิ้มที่อ่อนหวาน น้ำเสียงที่สงบนิ่ง หน้าตาที่มีเสน่ห์ แต่เพียงพริบตาเดียวมันก็พร้อมที่จะกลายเป็นปิศาจได้ ในสายตาฉัน คิมฮยอนซูเป็นแบบนั้นแหละ”

ตัดกลับมาที่คุก ฮยอนซูพยายามประครองสติตัวเองให้อยู่เมื่อต้องเข้ามาอยู่ในคุก ที่ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอาชญากรตัวเป้ง ๆ มารวมกัน หนึ่งในนั้นมีขาใหญ่ที่ชื่อ “โดจีแท” เป็นขาใหญ่ในคุกแห่งนี้ เขาเป็นคนคุมการแลกเปลี่ยนมือถือ บุหรี่ หรือแม้แต่ยาเสพติด ใครก็ตามที่แอบลักลอบทำการซื้อขายกันเองโดยไม่ได้รับอนุญาต ความตายของมันผู้นั้นก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

โดจีแทมีฉายาว่าขาใหญ่แห่งคุกเขตเหนือ เขามีความเป็นอยู่ในคุกสุขสบายเหนือนักโทษคนอื่น ๆ

ส่วนพวกแก๊งแบคโฮที่มีอิทธิพลคุมแถบปูซานทั้งหมดก็มีพัคดูชิกเป็นหัวโจกในคุกแห่งนี้ ซึ่งเจ้าพัคดูชิกนี่แหละที่จ้องจะเล่นงานฮยอนซู เพราะไม่พอใจที่ฮยอนซูเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของพวกเขา แต่เดชะบุญที่ชะตาของฮยอนซูยังไม่ถึงขาด เมื่อได้โดจีแทเข้ามาช่วยคุ้มครอง

ระหว่างนั้น อัยการอันแทฮีตัดสินใจที่จะเปิดเผยตัวฮยอนซูให้กับสาธารณชน เพราะมองว่าเป็นอาชญากรรมที่รุนแรง เมื่อฮยอนซูถูกเปิดเผยตัวตนยิ่งทำให้ตัวเขาตกเป็นเป้ามากไปกว่าเดิม และทำให้เขารู้สึกตื่นกลัวขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าทวีคูณ

อย่างไรก็ตาม จากการเปิดเผยตัวตนของเขานี่เอง ทำให้พัคมีกยองแห่งสำนักงานกฎหมายบอมฮันตัดสินใจเรียกพ่อแม่ของฮยอนซูให้มาเข้าพบ เพื่อยื่นข้อเสนอว่าความให้กับฮยอนซูแบบฟรี ๆ ด้วยอ้างว่า ทนายซอซูอิน ผู้ช่วยของเธอเป็นรุ่นพี่ของฮยอนซูที่มหาวิทยาลัย

“ทนายความชินจุงฮันเป็นทนายความตลาดล่างค่ะ ในวงการเรารู้ดีว่าเขาชอบว่าความให้กับพวกโจรกระจอก เขาทำงานเพื่อเงินและเรียกค่าว่าความแพงเกินกว่าความเป็นจริง แต่สำหรับสำนักงานกฎหมายของเรามีทนายที่เคยเป็นอัยการและผู้พิพากษานับสิบคน รวมถึงมีที่ปรึกษาเป็นอดีตสายสืบและผู้เชี่ยวชาญทางด้านนิติเวช … สำหรับคดีของคิมฮยอนซูฉันจะเป็นคนว่าความให้ด้วยตัวเองค่ะ” ทนายความสาวพัคมีกยองออกปากกับพ่อแม่ฮยอนซูว่าจะว่าความให้ฟรี มันเป็นข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธได้จริง ๆ

ต่อมาเมื่อรู้ว่าตัวเองโดนเขี่ยจากการเป็นทนายให้กับฮยอนซู ทำให้ชินจุงฮันรู้สึกว่าตัวเองโดนขโมยคดีไปต่อหน้าต่อตา ก็ต้องยอมจำใจเพราะมันเป็นความต้องการของลูกความ

ตัดภาพกลับมาที่คุก ในคืนหนึ่งขณะที่ทุกคนกำลังหลับใหล เพื่อนร่วมห้องของฮยอนซูที่โดนพวกแก๊งแบคโฮซ้อมจนทนไม่ไหวตัดสินใจผูกคอตาย เหตุการณ์นี้เหมือนกับเป็นฟางเส้นสุดท้ายของฮยอนซู ความเลวร้ายทุกสิ่งอย่างที่ถาโถมเข้าใส่เขาไม่หยุดยั้ง มันทำให้เขาสติแตก ฮยอนซูวิ่งไม่คิดชีวิตเพื่อหนีออกจากคุกอันโหดร้ายแห่งนี้ แต่ทว่าเขาวิ่งไปได้ไม่เท่าไร ผู้คุมก็ใช้กระบองฟาด และเอาเท้าเหยียบตัวเขาเอาไว้เพื่อให้ยอมจำนน

Photos: ภาพหน้าจอจาก VIU Thailand