รีแคปซีรีส์ One Ordinary Day EP.7 : เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

รีแคปซีรีส์ One Ordinary Day EP.7 : เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

One Ordinary Day EP.7 : ขณะที่ชินจุงฮันพยายามหาตัวคนร้าย ฮยอนซูกลับต้องเผชิญกับความโหดร้ายในคุก ทำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างสุดขั้ว …

ความจริงที่อัยการอันแทฮีจี้ถามฮยอนซู มันทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาจริง ๆ เขาจำได้ว่า ตอนนั้นนิ้วมือของฮงกุกฮวาขยับอยู่จริง ๆ นั่นหมายความว่า ถ้าเขาตัดสินใจเรียกรถพยาบาล เธอก็อาจจะมีชีวิตรอด !!?

ณ ห้องเยี่ยมนักโทษในเรือนจำ ทนายชินจุงฮันโต้กลับฮยอนซูทันที “นายคงจะตาฝาดไปเอง คอ หัวใจ ปอด ทุกจุดโดนมีดแทง มันทำให้เหยื่อตายคาที่ ถึงนิ้วมือเธอจะขยับจริง มันก็แค่การเกร็งของกล้ามเนื้อหลังจากตายไปแล้ว เป็นเรื่องปรกติของศพที่ตายด้วยการกระทำที่รุนแรง ก็แค่ทำเป็นลืม ๆ มันไปซะเถอะ” แต่คำพูดเพียงไม่กี่คำคงไม่อาจช่วยให้ความรู้สึกของฮยอนซูดีขึ้นมาได้ เขาจึงขอตัวเดินกลับเข้าห้องขังไปอย่างหน้าละห้อย

ว่าที่จริง ฮยอนซูในตอนนี้ไม่แน่ใจว่าเขาได้ฆ่าเธอจริงหรือเปล่า จากเดิมที่ยืนกรานเสียงแข็งว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนฆ่า

วิกฤติของฮยอนซูไม่จบอยู่แค่เพียงสถานการณ์ทางคดีความเท่านั้น การใช้ชีวิตอยู่ในคุกก็ย่ำแย่ไม่แตกต่างกัน ฮยอนซูยังคงโดนตามรังควานจากพัคดูชิกไม่เลิก จนในที่สุดเขาจำต้องเดินไปหาโดจีแทเพื่อขอความช่วยเหลือ “ช่วยผมด้วยครับ”

โดจีแทเรียกให้ฮยอนซูนั่งลงที่เก้าอี้ที่อยู่เบื้องหน้าเขา พร้อมกับมองไปที่รอยสักสไตล์ยากูซ่าที่ต้นแขนของตัวเอง “นี่เป็นรอยสักแรกตอนที่ฉันอายุยี่สิบ ตอนนั้นฉันเป็นเด็กเรียนที่วัน ๆ เอาแต่อ่านหนังสือ โชคชะตาก็นำพาให้ฉันถูกใส่ความในคดีทำร้ายร่างกาย แต่ไม่มีใครเชื่อฉันเลย ฉันพยายามทำทุกอย่างเหมือนอย่างที่นายทำตอนนี้ ถึงกับเคยคิดที่จะฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ มันทำให้ฉันคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าอยากอยู่รอดก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน” พูดง่าย ๆ ก็คือ โดจีแทสอนให้ฮยอนซูเป็นอย่างเขานั่นเอง

นับแต่นั้น ฮยอนซูก็ออกกำลังกายฝึกความแข็งแกร่งของร่างกาย รวมทั้งจิตใจที่ดูนิ่งขึ้น เรียกว่าโดจีแทเป็นยังไงฮยอนจูก็เป็นอย่างนั้น เหมือนกับฮยอนซูคนใหม่ขึ้นมาเฉยเลย ไม่ใช่แค่เปลี่ยนบางสิ่งแต่คือเปลี่ยนทุกสิ่ง ตั้งแต่มายด์เซตไปจนถึงท่าทางการแสดงออก

ระหว่างนั้น ทนายชินจุงฮันได้ให้อดีตภรรยาของเขาที่ทำงานในสถาบันนิติเวชขึ้นมาเป็นพยาน สรุปรวมความจากบาดแผลต่าง ๆ เธอจึงให้ความเห็นว่า มีความเป็นไปได้ “สูง” ที่คนร้ายจะเป็นคนถนัดขวา ซึ่งทนายชินจุงฮันได้พยายามพิสูจน์ให้คณะลูกขุนเห็นว่า ฮยอนซูเป็นคนถนัดซ้าย !

ตัดภาพกลับมาที่เรือนจำ ฮยอนซูกำลังสักมอตโต้ภาษาละตินที่แขนข้างซ้าย “IN DUBIO PRO REO NEMO PRAESUMITUR MALUS” มีความหมายว่า “ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย”

ฮยอนซูมองดูรอยสักที่แขนซ้ายของเขา ในขณะยังคาบบุหรี่แบบไม่มีก้นกรองอยู่ในปาก ก่อนจะหันหน้าไปถามโดจีแทว่า “พี่เชื่อว่าผมไม่ได้ฆ่าเธอ (ฮงกุกฮวา)​ จริง ๆ เหรอครับ … แล้วถ้าผมเป็นคนฆ่าเธอจริง ๆ ล่ะ !!?”

Photos: ภาพหน้าจอจาก VIU Thailand