Skip to content
สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Kill Heel (2022)

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Kill Heel (2022)

Kill Heel (2022) สปอยล์ : เรื่องราวของผู้หญิงสามคนที่ต้องต่อสู้เพื่อความสำเร็จ ทำให้พวกเธอต้องสูญเสียตัวตน กับการฟาดฟันกันอย่างดุเดือดบนความอิจฉาริษยาที่ไม่รู้จบในธุรกิจโฮมชอปปิง …

EP.1 พิธีกรดาวอับแสง

Uni Home Shopping ผู้นำด้านธุรกิจโฮมชอปปิง ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในเกาหลีใต้ โดยตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา อูฮยอน (รับบทโดย คิมฮานึล) เจ้าของรางวัลพิธีกรรายการโทรทัศน์ยอดเยี่ยม เป็นหนึ่งในพิธีกรสายแฟชั่นคนสำคัญที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ แต่ทว่า ในวงการโทรทัศน์มันมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าวัฏจักร แต่ตอนนี้ อูฮยอนก็อยู่ในช่วงวัฏจักรขาลง

ว่าที่จริง ความตกต่ำทางด้านการงานไม่ใช่สิ่งเดียวที่อูฮยอนต้องเผชิญ การโดนเพื่อนร่วมงานดูถูก และการโดนรุ่นน้องข้ามหัวเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกเสียคุณค่าในตัวเอง ไม่เท่านั้น ปัญหาครอบครัวก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของอูฮยอนดำดิ่ง

คิมโดอิล สามีของอูฮยอนจำต้องออกจากบริษัทขนาดใหญ่ที่มั่นคง เพราะปัญหาที่แม่และพี่ชายของเขาเป็นคนก่อ ปัจจุบันเขาต้องมาทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านอาหารของเพื่อน ซึ่งมีรายได้เพียงน้อยนิด ไม่เท่านั้น แม่สามีที่จ้องจะเอาแต่เงินก็เป็นปัญหาอีกอย่างที่ทำให้อูฮยอนปวดใจ

แม่สามีเดินทางมาที่บ้านเพื่อต้องการขอยืมเงินจำนวน 30 ล้านวอน (ประมาณ 820,000 บาท) แต่คำตอบจากปากของอูฮยอน เป็นคำตอบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอัดอั้น “หนูขอพูดตรง ๆ นะคะ หนูไม่มีเงินจะให้แล้ว … คุณแม่รู้บ้างไหมว่า ที่เขา (คิมโดอิล) เป็นแบบนี้ก็เพราะใคร ก็เป็นเพราะลูกชายคนโตที่ไม่เอาไหนของคุณแม่ ลำพังแค่เงินเดือนของหนูจะเลี้ยงดูลูกให้ดี กับต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเราอีกสองคนก็ลำบากแทบตายอยู่แล้ว”

แม่สามีอูฮยอนโกรธจัดเมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่ให้เกียรติจากลูกสะใภ้ เธอบันดาลโทสะตบหน้าอูฮยอนอย่างแรง ก่อนที่คิมโดอิลจะมาห้ามแม่และพาตัวออกไป !

ต่อมา อูฮยอนตัดสินใจติดต่อขอเข้าทำงานที่บริษัทคู่แข่งของ Uni Home Shopping เนื่องจากสัญญาของเธอกำลังจะหมดลง แต่ดูเหมือนว่าคำตอบที่เธอได้รับกลับเป็นคำดูถูกซะอย่างนั้น “ที่คุณอยากมาทำงานที่บริษัทเราเพราะคุณอยากได้เงินมากขึ้น แต่ฉันคิดว่าคุณคงไม่รู้สถานะในปัจจุบันของตัวเอง ทำไมคุณไม่คิดบ้างล่ะว่า Uni ก็ไม่สนใจที่จะเก็บคุณเอาไว้เลย ขอพูดตรง ๆ เลยนะคะ เราเลือกที่จะลงทุนกับสินค้ามากกว่าที่จะเสียเงินจ้างพิธีกรแพง ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะสามารถสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้หรือเปล่า”

อูฮยอนกับอีโก้ของเธอได้แต่เดินออกมาด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าในใจของเธอต้องเจ็บช้ำกับคำดูถูกนี้สักแค่ไหน

ตัดกลับมาที่ Uni Home Shopping อูฮยอนมองไปที่แบอ๊กซอน พิธีกรสายแฟชั่นที่กำลังมาแรง สินค้าของเธอ Sold Out เพียงไม่กี่นาทีหลังจากออกอากาศ … อูฮยอนหันกลับมามองตัวเองที่ตอนนี้ต้องกลายเป็นพิธีกรขายกระดาษชำระ

ในโลกของโฮมชอปปิ้ง มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะเคยมีชื่อเสียงแค่ไหน มันสำคัญที่ว่าคุณสามารถทำยอดขายได้เท่าไรต่างหาก

แลัววันหนึ่งความกดดันที่สั่งสมมาก็ระเบิดออก ในห้องประชุมอูฮยอนโดนเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเปรียบเทียบกับแบอ๊กซอน อูฮยอนเดินไปเผชิญหน้าพร้อมกับเอ่ยปากออกไปด้วยน้ำเสียงดุดัน “คงคิดว่าตัวเองทำผลงานได้ดีสินะ ถึงได้กล้าแบบนี้” แต่คำพูดตอบกลับมันทำให้อูฮยอนเจ็บช้ำยิ่งกว่า “ก็ใช้สิ เพราะฉันทำผลงานได้ดี แล้วคุณพิธีกรอูฮยอนล่ะ มีอะไรดีบ้าง แถมยังจะมามั่นหน้าอีก” ไม่ทันสิ้นเสียง อูฮยอนกวาดมือตบหน้าคู่กรณีเข้าอย่างแรง !

อูฮยอนเดินออกมาจากห้องประชุมด้วยท่าทางอ่อนแรงเหมือนจะเป็นลม เธอเดินได้เพียงไม่กี่ก้าว ร่างของเธอก็ทรุดลงไป … ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ร่างของหญิงวัย 55 ปีก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของอูฮยอน พร้อมกับยื่นมือไปหาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม หญิงคนนั้นคือโมรัน รองประธาน Uni Home Shopping

EP.2 หาทางพลิกเกม

ภายใต้สายตาที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ โมรันได้ยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลืออูฮยอน ที่ตอนนี้กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก หากทว่า อูฮยอนกลับไม่ไว้ใจโมรัน และแปลกใจที่จู่ ๆ โมรันให้ความช่วยเหลือเธอ ทั้งที่เมื่อก่อน โมรันเป็นคนที่เขี่ยเธอออกจากรายการ และเลือกแบอ๊กซอนขึ้นมาแทน

จากนั้น โมรันใช้ให้อันนาแอบไปสับเปลี่ยนชุดที่อูฮยอนต้องใส่ในรายการ “เซนซิเบลแฟชั่น”

ระหว่างนั้น อูฮยอนรู้สึกแย่กับบรรยากาศภายในออฟฟิศเป็นอย่างมาก นั่นก็เป็นเพราะเธอโดนพนักงานที่บริษัทซุบซิบนินทา เรื่องที่เธอพยายามเจรจาขอย้ายไปทำงานที่บริษัทคู่แข่งแต่โดนปฏิเสธ เนื่องจากมีคนไปปล่อยข่าวเรื่องนี้ลงในเว็บบอร์ดของบริษัท

อูฮยอนพยายามปั้นหน้ายิ้ม และพยายามทำหน้าที่พิธีกรของตัวเองให้ดีที่สุด เบรกแรกผ่านไปได้ด้วยดี ส่วนยอดขายก็อยู่ในระดับกลาง แต่เมื่อถึงเบรกสองปัญหาก็เกิดขึ้น เมื่อกางเกงที่อูฮยอนต้องใส่มีไซซ์เล็กกว่าที่ได้ลองเอาไว้ก่อนหน้า (กางเกงที่อันนาสับเปลี่ยน) ทำให้เมื่อเธอใส่เข้าไปแล้วรัดติ้วไปทุกส่วนสัด ณ จุดนี้ ไม่มีกางเกงสำรอง ไม่มีเวลาให้แก้ไข แต่ถ้าอูฮยอนใส่กางเกงตัวนี้ออกอากาศ ทุกคนต่างก็รู้ดีว่ามันคือหายนะ แต่ …

The show must go on … อูฮยอนพยายามปั้นหน้ายิ้มออกกล้องดำเนินรายการทั้งที่กางเกงที่เธอใส่รัดติ้วจนปริ แต่ทันใดนั้นเอง สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น อูฮยอนยืนนิ่งมองไปทางด้านขวาตัวเอง เธอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นพร้อมกับภาพหลอนที่เธอสร้างขึ้นมา ใครบางคนกำลังพุ่งเข้ามาหาเธอ จังหวะนั้นเอง อูฮยอนทรุดตัวลงไปกองอยู่กับพื้น ตะเข็บกางเกงปริขาดออก ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่อยู่ในสตูดิโอ !

แม้ว่าอีกไม่กี่วินาทีต่อมาภาพการออกอากาศสดจะถูกตัดไป แต่มันก็นานพอที่จะทำให้คนทางบ้านได้เห็น และนานพอที่จะมีการบันทึกเอาไปลงในโซเชียล พร้อมกับแคปชั่นว่า “พิธีกรโดนผีหลอก” มันกลายเป็นหายนะอย่างแท้จริง

อูฮยอนทำรายการพังอย่างไม่เป็นท่า !

เมื่อภาพหลอนหายไป อูฮยอนพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น ก่อนที่จะค่อย ๆ เดินออกไปจากสตูดิโอเหมือนคนบ้า เธอเดินออกไปช้า ๆ ไม่ต่างจากซอมบี้

อูฮยอนกลับมาที่บ้าน เธอเข้าไปหลบอยู่ในห้องนอนเพียงคนเดียว ไม่สนใจลูกสาวตัวน้อย และสามีที่คอยถามว่าเธอเป็นอะไร … มันเหมือนโลกของอูฮยอนได้พังทลายไปจนหมดสิ้นแล้ว

ฮยอนอุก ประธาน Uni Home Shopping ได้เห็นคลิป “พิธีกรโดนผีหลอก” บนยูทูบ ในหัวของเขาคิดอะไรบางอย่าง เขาเรียกโมรันให้มาพบพร้อมกับพูดออกไปว่า “นัดเธอ (อูฮยอน) ให้มาทานข้าวกับผมหน่อย”

EP.3 จุดพลิกเกม

หลังจากซ่อนตัวจมอยู่กับความเศร้าภายในบ้านตัวเองอยู่นานหลายวัน อูฮยอนก็ยอมกดรับสายโทรศัพท์จากโมรัน ซึ่งนัดให้เธอมาทานอาหารกับฮยอนอุก (ประธาน Uni Home Shopping)

อูฮยอนเดินทางไปร้านอาหารตามที่ได้นัดหมาย การได้เจอหน้าอูฮยอนครั้งแรกของฮยอนอุก ทำให้เขาแปลกใจเป็นอย่างมาก แปลกใจที่หน้าตาของอูฮยอนเหมือนกับคนรักเก่าของเขาราวกับ copy and paste กันมาอย่างไงอย่างงั้น

การสนทนาดำเนินไปอย่างเป็นกันเอง ฮยอนอุกพยายามให้กำลังใจอูฮยอนด้วยการบอกว่า “ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวไม่ทำให้อาชีพของเราจบลงไปหรอก ตัวผมเองก็เคยทำอะไรบกพร่องมาตั้งหลายครั้ง” ฮยอนอุกพูดกับอูฮยอนด้วยสายตาที่หวานซึ้ง บวกกับรอยยิ้มที่แสดงความเป็นมิตร แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ทำให้อูฮยอนคลายความอึดอัดไปได้เลย

ณ จุดนี้ เราจึงได้รู้ว่า โมรันรู้ว่าอูฮยอนหน้าตาเหมือนแฮซู หญิงสาวที่ฮยอนอุกรักหมดทั้งหัวใจ หญิงสาวที่ความรักของเขายังคงตราตรึง และนี่แหละที่โมรันใช้เป็นเครื่องมือในแผนการบางอย่างที่เธอได้วางเอาไว้

ในคืนนั้นเอง อูฮยอนจึงได้ตัดสินในไปต่อที่โรงแรมกับฮยอนอุก เธอยินยอมพร้อมเอาตัวเข้าแลกเพื่อความก้าวหน้าของตัวเอง โดยไม่สนใจเลยว่าเขาจะมีภรรยาอยู่แล้ว หรือแม้แต่ตัวเธอเองจะมีสามีและลูกอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ความรักของฮยอนอุกที่มีต่ออูฮยอน (ซึ่งเขาคิดว่าเธอเป็นตัวแทนของแฮซู) นั้นมันบริสุทธิ์ยิ่งนัก สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่เรื่องเซ็กส์ แต่สิ่งที่เขาต้องการคือการได้เห็นอูฮยอนมีความสุข

ระหว่างนั้น ซีรีส์ได้แสดงให้เราได้เห็นภาพของสังคมการทำงาน และความสัมพันธ์ของตัวละครทุกตัวที่ยืนอยู่บนความเสแสร้งหลวงลวง สังคมที่ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องใส่หน้ากากของตัวเองเพื่อแสดงภาพลักษณ์ในทางที่ดีให้คนอื่นเห็น ทั้งที่เบื้องหลังความเป็นจริงนั้น แต่ละคนล้วนแล้วแต่มีมุมมืดของตัวเอง …

  • โมรัน แอบกินกับเด็กหนุ่มหล่อ ซึ่งเป็นพีดีในบริษัท แถมยังวางแผนทำลายคนอื่นอย่างเลือดเย็นภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
  • ภรรยาของฮยอนอุก ที่ใคร ๆ ต่างมองว่าเป็นไฮโซ พูดจาดีมารยาทดี แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนเฟียซแรง ดูถูกคน แถมยังเป็นผู้หญิงไร้สมอง
  • อูฮยอน ก็ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อความก้าวหน้า
  • หรือแม้แต่แบอ๊กซอนที่มีภาพลักษณ์เป็นผู้หญิงแสนดีเพอร์เฟกต์ ก็ยังใช้ความเป็นเพื่อนสนิทกับโมรันเพื่อให้ตัวเองก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

อูฮยอนนำเงินจำนวน 30 ล้านวอนวางต่อหน้าคิมโดอิล ซึ่งเป็นเงินจำนวนที่แม่ของเขาต้องการ ก่อนที่จะขอเลิกกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “ถ้าฉันยังอยู่กับคุณ มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นภรรยาและลูกสะใภ้ที่แย่ ฉันจะยอมให้เงินนี่ แล้วก็จบ ๆ กันไปซะ”

อูฮยอนยื่นข้อเสนอให้กับคิมโดอิล โดยที่เธอจะไม่หย่ากับเขาเพื่อเห็นแก่ลูก “ฉันไม่อยากให้ลูกต้องมาเสียใจกับเรื่องอะไรแบบนี้ แม้ว่าคุณจะเป็นสามีที่ดีไม่ได้ แต่ฉันก็เชื่อว่าคุณน่าจะเป็นพ่อที่ดีได้ ต่อจากนี้ไป ตอนอยู่ต่อหน้าลูกก็คิดแค่ว่าเราเป็นแค่นักแสดง คุณรับบทพ่อ ส่วนฉันก็รับบทแม่ ฉันตัดสินใจแล้ว และนี่จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะขอจากคุณ” ซึ่งคิมโดอิลก็ได้แต่ก้มหน้ายอมรับข้อเสนอโดยที่มิอาจปฏิเสธได้

วันต่อมา อูฮยอนก้าวเท้าเข้าออฟฟิศท่ามกลางความตกใจของเหล่าพนักงาน ที่ไม่คิดว่าเธอจะได้กลับมาเป็นพิธีกรอีกครั้ง อีกทั้ง ในวันนี้อูฮยอนยังแต่งตัวมาในลุคใหม่ในสไตล์ที่โฉบเฉี่ยว พร้อมด้วยสายตาที่มุ่งมั่น เธอจะกลับมาเป็นพิธีกรในรายการ “เซนซิเบิลแฟชั่น” รายการที่เธอเคยทำพังไปเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้

EP.4 สังคมหน้ากาก

อูฮยอนเหมือนได้เกิดใหม่ในวงการอีกครั้ง เธอได้เป็นพิธีกรในรายการแฟชั่นช่วงเวลา prime time แทนแบอ๊กซอน

การกลับมาของอูฮยอนครั้งนี้ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ เธอสามารถสร้างยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ สินค้าทุกตัว sold out เพียงไม่กี่นาทีที่ออกอากาศ อูฮยอนกลับมาเป็นดาวเด่นของวงการอีกครั้ง แต่ …

แม้ฉากหน้าของอูฮยอนดูจะประสบความสำเร็จ แต่ฉากหลังของเธอก็ยังคงเหมือนเดิม ความเย่อหยิ่ง ที่ไม่แม้แต่จะมองหน้าพนักงานที่เข้ามาทักทายเธอ อีกทั้งเรื่องที่ทำให้เธออดคิดอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ นั่นคือ สถานะของเธอกับฮยอนอุก ซึ่งเป็นสถานะที่อยู่บนเส้นทางที่ไม่แน่นอน

แบอ๊กซอนนัดเจอกับโมรันเพื่อถามถึงสาเหตุที่บริษัทฯ ปลดเธอออกจากรายการ โมรันให้เหตุผลเรื่องยอดขายสุทธิที่แบอ๊กซอนทำได้ต่ำกว่าเป้า เมื่อได้ฟังแบอ๊กซอนก็ยิ้มรับ และใช้คำพูดในแง่ดีออกไปว่า “ก็ดีเหมือนกัน ฉันคิดจะลดงานตัวเองลงอยู่พอดี จะได้มีเวลาให้ตัวเองและลูกมากขึ้น”

ในสายตาของแบอ๊กซอนนั้น โมรันเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวในชีวิต มันเป็นเช่นนั้นมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยวัยรุ่นจนถึงปัจจุบัน แบอ๊กซอนจึงไว้ใจโมรันมาก มากพอที่จะระบายความอึดอัดที่เธอมีต่อสามีออกมา

แบอ๊กซอนเล่าถึงความอีดอัดที่ต้องอดทนมาตลอดชีวิตการแต่งงานกว่ายี่สิบปี อดทนกับการที่ได้รู้ว่าสามีแอบไปมีเมียน้อย แต่ต้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น บางครั้งมันทำให้เธอคิดมากจนกลายเป็นภาพหลอนคิดมา โมรันก็ได้แต่รับฟังโดยไม่ออกความเห็นใด ๆ

ก่อนจากกัน โมรันเข้าสวมกอดแบอ๊กซอนพร้อมกับคำพูดให้กำลังใจ หากเป็นแต่เพียงเธอไม่รู้เลยว่า เพื่อนรุ่นพี่ที่กำลังสวมกอดเธออยู่ในขณะนี้ เป็นคนวางแผนให้เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้น !

โมรันเดินเกมต่อไป … เธอพยายามไซโคโน้มน้าวให้ภรรยาของฮยอนอุกเข้ามาก้าวก่ายการบริหารงานของสามี ซึ่งดูเหมือนว่าความไร้สมองของผู้หญิงที่โมรันเรียกว่า “คุณนาย” มันจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนได้ง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ

ระหว่างออกกองนอกสถานที่ โมรันหาเวลาคุยกับอูฮยอนเป็นการส่วนตัวบริเวณริมสระว่ายน้ำ …

“นับจากนี้ไปเป็นเวลาที่เธอต้องมาช่วยฉันบ้าง” โมรันเริ่มบทสนทนาด้วยสายตาเป็นมิตร
“อะไรเหรอคะ ?”
“ฉันกำลังคิดตั้งบริษัทลูกขึ้นมา เธอคงจะพอรู้อยู่แล้วว่าลำพังแค่ยอดขายสินค้าจากโฮมชอปปิงไม่พอที่จะทำให้เราอยู่รอดได้ ดังนั้น เธอต้องเป็นคนโน้มน้าวฮยอนอุก เพราะในสายตาของเขาแล้วเธอคือทุกสิ่งทุกอย่าง”
“ทำไมคุณต้องเข้ามายุ่งเรื่องการตั้งบริษัทลูกด้วยล่ะ ?”

โมรันตอบอูฮยอนยาวเหยียด “เธอคิดเหรอว่าท่านประธาน (ฮยอนอุก) เป็นคนบริหารบริษัทนี้จริง ๆ สิ่งที่เขามีมาตลอดคือ ความรักและความทรงจำ เขาเกิดมาในตระกูลที่มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้ ส่วนฉันทำหน้าที่เหมือนเป็นพ่อบ้านให้กับตระกูลนี้ ตามที่ฉันได้ให้สัญญาไว้กับประธานคนก่อน (พ่อฮยอนอุก) สัญญาที่จะทำให้ฮยอนอุกเป็นนักธุรกิจเต็มตัว แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้นเพราะเขาไม่ยอมรับฟังฉันเลย ที่น่าตลกก็คือ คนที่เขารับฟังก็คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ … เขาจะรับฟังเธอ และเธอก็ต้องฟังฉัน แล้วทุกอย่างมันก็จะดีสำหรับเราทั้งคู่ เธอจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ความสุข ความร่ำรวย และชื่อเสียง”

เมื่ออูฮยอนได้ฟังก็หัวเราะแหะ ๆ ออกมา มันเป็นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยกับคำพูดของโมรัน “คุณพูดได้น่าประทับใจมากเลยค่ะ แต่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณทำเพื่อบริษัทได้ถึงขนาดนี้ แล้วอยู่ดี ๆ ฉันก็เกิดเป็นคนที่คุณให้ความห่วงใยขึ้นมาซะอย่างนั้น … ทำไมคุณถึงดูปลอมได้ขนาดนั้นล่ะ !!?” ความปลอมความเจ้าเล่ห์ของโมรันโดนจับได้ซะแล้ว อูฮยอนเอ่ยออกไปว่าเธอต้องการข้อแลกเปลี่ยนกับแผนการครั้งนี้ของโมรัน

ตอนท้าย อูฮยอนกล่าวว่า ​”ฉันขอกลับไปคิดก่อนนะว่าฉันต้องการอะไร” ก่อนที่จะเดินจากไปด้วยท่าทางของผู้ชนะ ในขณะที่โมรันได้แต่คิดในใจว่า “เธอพลาดแล้วที่เผยไพ่ในมือให้คนอื่นรู้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกม”

EP.5 สิ่งที่อยู่ใต้รอยยิ้ม

ภาพการสูญเสียคนรักในอดีตเมื่อ 15 ปีก่อน ยังคงตามหลอกหลอนฮยอนอุกอยู่ไม่คลาย หญิงสาวคนนั้นที่มีใบหน้าเหมือนกับอูฮยอน หญิงสาวที่เลือกจบชีวิตตัวเองจากภาวะที่คนสมัยนี้เรียกว่า “ซึมเศร้า” … แต่ดูเหมือนมันจะไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ตราบใดที่อูฮยอนทดแทนส่วนที่ขาดหายไปของเขาได้ และตอนนี้มันก็เป็นเช่นนั้น

อูฮยอนพบกับโมรันเพื่อยืนข้อเสนอที่เธอต้องการ หนึ่ง ทำแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้ชื่อของเธอ สอง ต้องให้สามีของเธอนั่งตำแหน่งประธานบริหาร “ฉันยอมเป็นม้าใช้ให้คุณได้สิ่งที่ต้องการ ซึ่งฉันไม่รู้หรอกว่าคุณต้องการอะไร เมื่อเป็นอย่างนี้ ฉันก็ต้องเรียกราคาแพงหน่อย”

โมรันมองว่ามันเป็นข้อเสนอที่มากเกินไป เธอจึงพยายามต่อรองให้อูฮยอนทำงานให้สำเร็จเสียก่อน แต่อูฮยอนก็ยืนยันเสียงแข็งที่ต้องได้สิ่งที่ต้องการก่อนที่จะลงมือทำงานให้

ทีนี้เรื่องราวมันลึกลับซับซ้อนเข้าไปอีก เมื่อแบอ๊กซอนได้เผยด้านมืดที่อันตรายออกมา เริ่มจากการที่เธอเข้าไปหาอูฮยอนเพื่อแนะนำวิธีการต่อกรกับโมรัน และเผยจุดอ่อนของโมรันให้อูฮยอนได้รู้

เมื่อจู่ ๆ คนที่ไม่ได้สนิทกันมาทำดีด้วยทำให้อูฮยอนสงสัย เธอจึงถามออกไปตรง ๆ ว่า “ทำไมถึงดีกับฉันล่ะคะ ?” แบอ๊กซอนปั้นหน้ายิ้มให้อูฮยอน “ฉันเป็นคนประเภทที่เห็นความอยุติธรรมไม่ได้ ต่อให้เป็นพี่โมรัน ถ้าทำผิดก็คือผิด”

ในคืนนั้น ระหว่างไปเที่ยวบาร์โฮสต์ แบอ๊กซอนได้เผยความในใจอันน่าสะพรึงออกมาต่อหน้าชายขายบริการรุ่นลูก “บนโลกนี้มีคนสองคนที่ฉันอยากกระทืบให้จมดิน ชีวิตและความรู้สึกของฉันจะได้กลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน”

ทำให้เกิดความสงสัยว่าสองคนที่แบอ๊กซอนหมายถึงคือใคร ?

EP.6 แผนที่ล้มเหลว

แบอ๊กซอนเผยหลอนที่ซ่อนอยู่ภายในใจออกมา เมื่อสามีของเธอพยายามจะมีเซ็กส์ด้วย แต่เธอกลับสลัดภาพผู้หญิงที่เป็นชู้กับสามีไม่ได้ จนเธอต้องรีบวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำ

โมรันสั่งให้อันนาไปร่วมทีมเดียวกับอูฮยอน ซึ่งเป็นแผนที่โมรันวางเอาไว้ การได้มาร่วมงานกันอีกครั้ง ทำให้อูฮยอนที่ตอนนี้รู้ว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า จึงได้ความได้เปรียบนั้นเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของอันนาจนไม่เหลือชิ้นดี อันนาในตอนนี้จึงได้แต่ก้มหน้าหลั่งน้ำตา โดยที่ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย

ในคืนนั้น อูฮยอนไปพบโมรัน “อันดับแรก เปิดไลน์เครื่องสำอางให้ฉันก่อน จนกว่าจะถึงตอนนั้น ฉันจะยังไม่ทำอะไรที่คุณต้องการทั้งนั้น” อูฮยอนที่ตอนนี้แสดงท่าทีหยิ่งจองหองสุดขีด จนทำให้โมรันโกรธ แต่ดูเหมือนความโกรธนั้นยังคงถูกกดเอาไว้เพื่อให้แผนการที่วางเอาไว้ดำเนินต่อไป

ต่อมา ดูเหมือนว่าโมรันจะตัดสินใจที่จะจัดการเขี่ยอูฮยอนออกจากการเป็นพิธีกร โดยการดึงตัวพิธีกรเจ้าของฉายา “ราชินีขายหมด” มาทำรายการแทน โมรันสั่งให้พีดีรุ่นลูกจัดการเขี่ยอูฮยอนออกตามที่เธอสั่ง แต่ …

มันไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะแท้จริงแล้ว พีดีหนุ่มคู่ขาของโมรันแอบหลงรักอูฮยอนจนหมดทั้งหัวใจ ในคืนนั้นเองที่เป็นคืนที่อูฮยอนต้องโดนเขี่ยออกจากรายการ เธอกลับได้ทำรายการตามปกติ แถมในวันนั้นยังสามารถสร้างยอดขายได้มากเป็นประวัติการอีกด้วย

โมรันที่นั่งอยู่หน้าจอถึงกับเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ เธอใช้เท้าถีบไปที่โต๊ะซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อระบายความแค้น ก่อนที่จะคว้าเอาแก้วบรั่นดีปาใส่ผนังเพื่อระบายความโกรธ !

EP.7 ปีศาจที่ซ่อนอยู่

ที่แท้แล้ว พีดีหนุ่มคู่ขาของโมรันก็คือจุนบอม เด็กหนุ่มที่แอบหลงรักอูฮยอนอย่างสุดหัวใจ รักมากถึงขนาดที่ยอมเอาตำแหน่งหน้าที่การงานตัวเองเข้าแลก เขายอมขัดคำสั่งโมรันเพื่อช่วยอูฮยอนให้ได้ทำรายการในคืนนั้น รายการที่จุดกระแสให้อูฮยอนขึ้นแท่นเป็นพิธีกรโฮมชอปปิงอันดับหนึ่งของวงการอย่างเต็มตัว

วันต่อมา จุนบอมเข้าไปพบโมรันในห้องทำงาน เขาวางซองขาวไว้บนโต๊ะเพื่อเป็นการรับผิดชอบที่ฝ่าฝืนคำสั่ง แต่ผิดคาด โมรันกลับเลือกที่จะปล่อยผ่านและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “จริง ๆ แล้วฉันไม่ได้คาดหวังอะไรหรอก นายกับฉันมันคือความสัมพันธ์ที่คาดหวังอะไรไม่ได้อยู่แล้ว”

ไม่เท่านั้น โมรันยังให้จุนบอมทำหน้าที่รับผิดชอบไลน์เครื่องสำอางของอูฮยอนอีกด้วย … ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้ความสัมพันธ์ของอูฮยอนกับจุนบอมดูจะสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว แต่ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะไปไกลเกินกว่าความเป็นเพื่อนร่วมงาน มันไปเข้าตาของคิมโดอิล (สามีของอูฮยอน) ที่เข้ามารับตำแหน่งประธานบริษัทเครื่องสำอาง HYUNY (ฮยอนนี)

มันเป็นเรื่องตลกร้ายอย่างแท้จริง คิมโดอิลบริหารงานบริษัทไม่เป็นเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามกับจุนบอมที่เป็นคนคอยจัดการทุกอย่าง จนทำให้คิมโดอิลก็อดที่จะรู้สึกแย่กับตัวเองไม่ได้ ในเย็นวันนั้นเอง เมื่อความกดดันและความคับแค้นมันอัดอั้นเกินจะทนไหว เขาจึงได้ระเบิดอารมณ์ใส่อูฮยอน “ถึงผมจะเป็นคนไม่เอาไหน แต่เราก็ยังเป็นคู่แต่งงานกันอยู่นะ !”

“เลิกมโนไปเรื่อยได้แล้ว กลับบ้านไปซะ” อูฮยอนพยายามพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เพื่อลดอารมณ์สามี ก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่สนใจใยดี

คิมโดอิลได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ผู้ชายคนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองขี้แพ้ มาถึงวันนี้เขากลับถูกตอกย้ำไปที่จุดเดิม เมื่อเขากลับมาถึงบ้านก็พบกล่องพัสดุวางอยู่ และเมื่อเขาได้เปิดดู มันเป็นรูปภาพ รูปภาพที่มันทำให้เขานิ่งอึ้งไปกว่าเดิม !

ตัดภาพมาที่แบอ๊กซอน ค่ำนี้ เธอนัดโมรันมาไดนิ่งดินเนอร์ร่วมโต๊ะกับอินกุก สามีของเธอ ระหว่างนั้นเธอได้แกล้งเดินออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอก เพื่อให้โมรันกับอินกุกได้อยู่ด้วยกัน

ในคืนเดียวกันนั้นเอง แบอ๊กซอนได้หยิบเครื่องบันทึกเสียงออกมาเปิดฟัง มันเป็นเครื่องบันทึกเสียงที่เธอแอบเปิดเอาไว้บันทึกเสียงของโมรันกับอินกุก คลิปเสียงนั้นมันทำให้แบอ๊กซอนแทบเป็นบ้า …

อินกุกเริ่มบทสนทนา “รุ่นพี่ (โมรัน) ไม่ยอมรับสายผมเลย”
“อย่าทำให้มันมีความหมายอีกเลย ฉันมาเจอคุณ (อินกุก) เพราะอ๊กซอนอยากให้มา”
“รุ่นพี่นี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ”
“ฉันเปรียบเสมือนเป็นพี่สาวของอ๊กซอน ส่วนคุณก็เป็นสามีของอ๊กซอน”
“บางครั้งผมก็ยังนึกถึง …”
โมรันพูดแทรกขึ้นมา “ขอล่ะ อย่าพูดถึงเรื่องในอดีต”

แบอ๊กซอนเทบรั่นดีลงในแก้วก่อนที่จะกระดกเข้าปากไปจนหมดภายในคราวเดียว ณ จุดนี้ เธอไม่ต่างอะไรกับคนบ้า เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอรักมากที่สุดกับสามีของเธอ !!!

แบอ๊กซอนเดินเท้าเปล่ามาที่ออฟฟิศของโมรัน เธอเดินเข้าไปในห้องด้วยท่าทางที่โมรันไม่เคยเห็นมาก่อน จังหวะนั้นเอง แบอ๊กซอนทุ่มโมรันลงไปนอนกองอยู่กับพื้น ก่อนที่จะกดหอคอยของโมรันเอาไว้อย่างนั้น เพื่อหวังให้โมรันหมดอากาศหายใจ …

“ฉันต้องทนเห็นคุณ​ (โมรัน) ยั่วสามีฉัน ฉันต้องทนเรื่องบ้า ๆ นี้มาหลายสิบปี มันทำให้ฉันกลายเป็นบ้าไปแล้ว ฉันใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตเพื่อเอาคืน เพื่อฆ่าคุณ …​ คุณเป็นคนที่ทำให้ฉันได้รู้ว่า แท้จริงแล้วตัวฉันมีปีศาจซ่อนอยู่ ฉันเหนื่อยที่ต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริงแล้ว”

แต่ระหว่างอยู่กับความเป็นความตาย จู่ ๆ โมรันก็ยิ้มออกมา !!?

EP.8 คุกเข่ายอมจำนน

ที่แท้แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ห้องทำงานของโมรัน เป็นเพียงสิ่งที่แบอ๊กซอนจินตนาการขึ้นมาก็เท่านั้น เธออยากฆ่าโมรันให้ตายคามือไปอย่างนั้นจริง ๆ เป็นเพียงแต่มันยังไม่ถึงเวลา

โมรันส่งรูปอูฮยอนกับฮยอนอุกในวันที่ทั้งสองเข้าโรงแรมไปให้คิมโดอิล ความเสียใจที่ได้รู้ว่าภรรยาตัวเองมีชู้ มันทำให้เขาถึงกับสติแตกร้องไห้ไม่หยุดออกมาทันที เขาจึงวางแผนที่จะทำลายทุกอย่าง

คิมโดอิลเอาสารซาลิไซลิกใส่ลงไปในเครื่องสำอาง ก่อนที่จะส่งไปให้ยูทูบเบอร์สายความงามทดลองใช้เพื่อรีวิวสินค้า ผลปรากฏว่ายูทูบเบอร์สาวรายนั้นหน้าพังยับเยิน แบรนด์ HYUNY ต้องเจอมรสุมลูกใหญ่ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเปิดตัวเสียด้วยซ้ำ มันเป็นความหายนะอย่างแท้จริง

หลังจากสร้างความพังพินาศให้กับอูฮยอนแล้ว คิมโดอิลก็หนีออกจากบ้านไป ปิดการติดต่อสื่อสารใด ๆ จนหมดสิ้น

ณ จุดนี้ ทุกสิ่งอย่างที่อูฮยอนพยายามสร้างขึ้นได้พังไปต่อหน้าต่อตา ด้วยน้ำมือของโมรันที่อยู่เบื้องหลัง อูฮยอนร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ ซึ่งเป็นโอกาสให้แบอ๊กซอนได้ยื่นมือเข้ามาช่วยอีกครั้ง แบอ๊กซอนกอดอูฮยอนเอาไว้ในอ้อมแขนก่อนที่จะเอ่ยปากออกไปว่า “เธอไม่ได้ตัวคนเดียวนะ ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเอง แต่มันไม่ได้ฟรีนะ เพราะวันหนึ่งฉันจะขอสิ่งตอบแทนจากเธอ”

ในตอนท้าย ดูเหมือนอูฮยอนจะถึงทางตันอย่างแท้จริงแล้ว เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากไปคุกเข่าต่อหน้าโมรันเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ทว่าโมรันกลับไม่สนใจแม้แต่นิดเดียว “เธอมันเน่าจนฉันไม่สามารถหาประโยชน์ได้แล้ว คุกเข่าต่อไปก็ไร้ประโยชน์ ช่วยออกไปจากห้องฉัน และถ้าให้ดีก็ออกไปจากบริษัทของฉันด้วย”

EP.9 ความเจ็บปวด

อูฮยอนคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าโมรัน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ฮยอนอุกกำลังเดินมาที่ห้องทำงานโมรันด้วยอารมณ์โมโหขั้นสุด ไม่นานเกินอึดใจเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ฮยอนอุกปรี่เข้าไปหาโมรันพร้อมกับคำถามที่เขาต้องการคำตอบเกี่ยวกับแหวนของแฮซู (อดีตคนรักของฮยอนอุก) แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปากถามคำถามใด ๆ ร่างของโมรันก็อ่อนแรงล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้น !

โมรันถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ซึ่งแพทย์ประจำตัววินิจฉัยแล้วพบว่า เป็นเพียงแค่อาการเป็นลมอันเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอเท่านั้น

ว่าที่จริง ทุกสิ่งอย่างล้วนแล้วแต่เป็นแผนการที่แบอ๊กซอนวางเอาไว้ทั้งสิ้น แผนการที่ต้องการทำลายโมรันให้สิ้นซาก และมันรวมถึงสามีของเธอด้วย ภาพที่สามีของเธอกับโมรันมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง มันไม่อาจหายไปจากหัวของเธอได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว เป็นภาพที่ตามหลอกหลอนเธอมานานหลายสิบปี จนทำให้เธอกลายเป็นบ้า !

มาว่ากันเรื่องอนาคตของอูฮยอน ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่สามารถอยู่ที่ UNI Home Shopping ได้อีกต่อไป มันเป็นเรื่องของความรับผิดชอบกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เธอได้รับการติดต่อจากบริษัทกาวอน บริษัทคู่แข่งของ UNI โดยอูฮยอนได้รับข้อเสนอให้มาเป็นพิธีกร ในตอนนั้น อูฮยอนต้องการเป็นพิธีกรออกหน้าจอทีวีจึงทำให้เธอตอบตกลงในทันที

ทีนี้มาว่าด้วยเรื่องของโมรัน … ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา โมรันพยายามตามหาลูกชายที่ไปเรียนอยู่ที่อเมริกา เธอไล่ตามหาเด็กชายที่เข้าข่ายจะเป็นลูกของเธอ จากนั้นก็จะส่งเงินไปให้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียน แลกกับเส้นผมเพื่อที่เธอจะนำมาตรวจ DNA กระทั่งโมรันได้มาเจอกับเจมส์ ซึ่งเธอพบว่าเขาคือลูกชายของเธอ แต่ …

ทั้งหมดมันเป็นแผนการของแบอ๊กซอน เจมส์คือคนที่แบอ๊กซอนบงการอยู่เบื้องหลัง และวันนี้แบอ๊กซอนก็สั่งให้เจมส์มาปรากฏตัวต่อหน้าโมรัน !

โมรันได้พบเจมส์เป็นครั้งแรก เธอเผยรอยยิ้มแห่งความสุขออกมา รอยยิ้มที่แสดงออกถึงความสุขอย่างแท้จริง ความสุขที่ได้เจอหน้าลูกชาย จากนั้นโมรันก็พาเจมส์ไปอาศัยอยู่ที่คอนโดของเธอ

ที่คอนโดของโมรันมีห้องหนึ่งที่เตรียมเอาไว้สำหรับลูกชาย เธอเตรียมห้องนี้เอาไว้เป็นอย่างดี เพราะเธอมีความหวังมาตลอดว่าสักวันหนึ่งลูกชายของเธอจะมาอยู่ที่ห้องนี้ และวันนี้มันก็เป็นจริง ในขณะที่เจมส์ก็ส่งข่าวความเคลื่อนไหวของโมรันถึงแบอ๊กซอนตลอดเวลา จนเช้าวันหนึ่ง เจมส์ได้ยิงคำถามใส่โมรัน คำถามที่ทำเอาโมรันถึงกับอึ้งไปหลายวินาที …

“ผมอยากรู้มานานแล้วครับ ว่าพ่อของผมคือใคร ?”

EP.10 นรกที่ต้องเผชิญไปด้วยกัน

โมร้นบอกกับเจมส์ว่าพ่อของเขาเสียชีวิตไปนานแล้ว

แบอ๊กซอนเปิดคลิปที่เธอแอบบันทึกเอาไว้ให้อินกุก สามีของเธอฟัง มันเป็นคลิปที่เธอแอบอัดเสียงเอาไว้ตอนที่อินกุกกับโมรันนั่งอยู่ด้วยกันที่ร้านอาหาร เมื่ออินกุกได้ฟังถึงกับช็อก เพราะเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าภรรยาที่แสนดีของเขาจะกลายเป็นนางมารร้ายเพียงชั่วข้ามคืน

แบอ๊กซอนพรั่งพรูคำพูดออกมา มันเหมือนเป็นคำพูดที่เธอเก็บกดมานานหลายสิบปี “อายเหรอที่โดนความจริงตอกเข้าหน้า ฉันต้องทนทรมานทุกวันตั้งแต่ได้รู้ความจริงเรื่องของพวกคุณ ฉันต้องทรมานตั้งแต่ตื่นนอนในตอนเช้า และต้องทนอยู่อย่างนั้นเพียงคนเดียวปีแล้วปีเล่า แทนที่คุณจะโกรธ คุณควรจะภูมิใจในตัวฉันนะที่ฉันทนมาได้ยาวนานขนาดนี้ ฉันเคยคิดว่าเรื่องของพวกคุณอาจจะเป็นเพียงแค่เรื่องในอดีต แต่มันไม่ใช่เลย เพราะตลอดทุกวินาทีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้คุณยังรักกีโมรัน … ฉันจะทำให้ชีวิตเธอมาอยู่ในนรกอย่างที่ฉันเคยอยู่ ทรมานอย่างที่ฉันเคยเป็น” !!!

ภาพแฟลชแบ็กแสดงให้เห็นว่า ตลอดช่วงชีวิตการแต่งงาน ทุกครั้งที่อินกุกเมากลับมาบ้าน เขาจะละเมอออกมาเป็นชื่อโมรัน มันเป็นสิ่งที่แบอ๊กซอนต้องเผชิญตลอดช่วงชีวิตการแต่งงานที่ผ่านมา จนทำให้เธอกลายเป็นบ้า

ตัดภาพมาที่อูฮยอนที่ตอนนี้กำลังเดินออกจากบริษัท UNI Home Shopping เธอเดินออกไปด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ประมาณว่าฉันจะไปเติบโตและโด่งดังที่สถานที่แห่งใหม่ ชีวิตฉันไม่ได้จบอยู่ที่นี่หรอก เชอะ

ที่บริษัทกาวอน (บริษัทโฮมชอปปิงอันดับสอง คู่แข่งของ UNI) อูฮยอนได้รับการโปรโมตให้ขึ้นเป็นพิธีกรแนะนำสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเธอสามารถขายสินค้าได้หมดในการออกอากาศครั้งแรก

แต่ช่วงเวลาแห่งความยินดีมันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อโมรันดึงคนของกาวอนที่สนับสนุนอูฮยอน ให้มารับตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายแฟชั่นและความงามที่ UNI นั่นหมายความว่า อูฮยอนกลายเป็นพิธีกรหมาหัวเน่าอีกครั้ง รายการที่เธอเป็นพิธีกรโดนถอดออกทั้งหมด !

เมื่อโดนบีบให้ไม่มีทางไป อูฮยอนจึงคิดแก้แค้นเอาคืนโมรัน วิธีที่เธอเลือกคือการไปสารภาพความจริงกับฮยอนอุก เรื่องที่เธอเข้าหาเขาโดยใช้ประโยชน์จากการที่มีหน้าตาเหมือนแฮซู อดีตคนรักเก่าของเขา และผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็คือโมรัน โดยเป้าหมายของโมรันที่แท้จริงคือต้องการเข้า Take over บริษัทให้มาอยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ แต่ …

แต่แทนที่ฮยอนอุกจะโกรธ เขากลับอ่อนไหวไปกับน้ำตาของอูฮยอนที่เสแสร้งแกล้งบีบมันออกมา ฮยอนอุกเข้าไปสวมกอดอูฮยอนด้วยความรัก แต่ตรงกันข้าม สายตาของอูฮยอนในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่ซ่อนอยู่ … ถ้าเธอกุมหัวใจของฮยอนอุกได้ การโค่นโมรันก็เป็นเรื่องไม่ได้ยากเย็นเกินไปนัก

ระหว่างนั้น แบอ๊กซอนก็สั่งให้เจมส์ค้นหาข้าวของบางอย่างในห้องของโมรัน ค้นไปค้นมาเจมส์ก็พบว่า โมรันมีอาการภาวะไตวายเฉียบพลัน เขาจึงรีบแจ้งแบอ๊กซอนทันที

ในคืนนั้นเอง แบอ๊กซอนมาหาโมรันที่คอนโด มันไม่ใช่เรื่องปกติที่แบอ๊กซอนจะมาที่นี่ แต่โมรันก็ยิ้มแย้มด้วยความดีใจที่คนที่เธอรักเสมือนน้องสาวแท้ ๆ มาเยี่ยม ระหว่างที่โมรันกำลังทำชาเย็นให้นั้น แบอ๊กซอนก็ทำเรื่องที่ไม่คาดคิด เธอหยิบเอารูปภาพทะเลฮาวายที่โมรันชอบมาฉีกทิ้งเป็นเสี่ยง ๆ …

“เธอทำอะไรของเธอน่ะ !?” โมรันยังคงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ก็ไม่มีอะไรหรอก เพราะมันเป็นสิ่งที่พี่ชอบ ฉันก็เลยแค่อยากจะฉีกมันทิ้ง”
“ช่วงนี้เธอแปลก ๆ ไปนะ มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ?” โมรันยังคงควบคุมอารมณ์

จากนั้น แบอ๊กซอนก็เล่าเรื่องที่สามีของเธอนอกใจไปมีผู้หญิงอื่น “ทุกครั้งที่เขาเมากลับมา เขาจะกอดฉันแน่น ๆ แล้วพูดชื่อผู้หญิงคนหนึ่งออกมา กีโมรัน !!! … คิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ พี่ทำกับคนที่พี่รักเหมือนน้องสาวแท้ ๆ แบบนี้ได้ยังไง”

โมรันได้แต่ก้มหน้ารับฟังสิ่งที่แบอ๊กซอนพูดโดยไม่ได้โต้เถียงอะไร จนกระทั่งเมื่อถึงขีดสุด โมรันจึงตวาดเสียงดังออกมา “นี่เธอบ้าไปแล้วเหรอ เธอพูดแบบนั้นได้ยังไง เธอเข้าใจผิดไปหมดแล้ว”

EP.11 ความเข้าใจผิด

โมรันน้ำตาเอ่อล้นเมื่อเห็นแบอ๊กซอนแสดงความเกลียดชัง จากการที่เข้าใจว่าเธอไปมีความสัมพันธ์กับชเวอินกุก (สามีของอ๊กซอน) โมรันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคนที่รักเหมือนน้องสาวจะรู้สึกเกลียดชังเธอได้ขนาดนี้

โมรันเผยความในใจออกไป พร้อมกับความจริงที่แบอ๊กซอนไม่เคยรู้ “ฉันไม่ปฏิเสธว่าฉันเคยรู้สึกดีกับอินกุก แต่มันเป็นเรื่องก่อนที่เธอ (แบอ๊กซอน) จะคบกับอินกุก เธอไม่มีทางรู้หรอกว่าเธอมีความหมายสำหรับฉันมากขนาดไหน อินกุกเป็นคนดี ฉันเชื่อว่าผู้ชายแบบเขาจะทำให้เธอมีความสุข และเหนือสิ่งอื่นใดคือเธอต้องการอินกุก ฉันอยากให้เธอมีความสุขยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก ได้โปรดรับรู้ว่าฉันรักและทะนุถนอมเธอมากแค่ไหน”

โมรันพูดทั้งน้ำตา แต่แบอ๊กซอนก็ไม่รับฟังสิ่งที่โมรันพูดอยู่ดี แถมยังตอกกลับไปด้วยว่า “จะร้องไห้ทำไม ฉันยังไม่ได้เริ่มอะไรเลยนะ เก็บน้ำตาเอาไว้เถอะ เพราะต่อไปพี่จะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในขุมนรก” พูดจบ แบอ๊กซอนก็เดินออกจากคอนโดไป ในขณะที่โมรันทรุดลงไปนั่งอยู่กับพื้นด้วยความเสียใจ

รุ่งขึ้น โมรันนัดเจอกับชเวอินกุกที่ลานจอดรถแห่งหนึ่ง “นายรู้ไหมว่าอ๊กซอนเข้าใจผิดเรื่องนายกับฉัน ตอนนี้เธอเกลียดฉันเข้าไส้ นายต้องแก้ไขเรื่องเข้าใจผิดนี้ให้ได้”

โมรันต้องการให้เขากับเธอตัดขาดและเลิกติดต่อกันเด็ดขาด แต่ดูเหมือนว่าอินกุกจะแสดงท่าทีออกมาให้ได้เห็นอย่างชัดเจนว่า เขารักโมรันมาตลอด จนถึงปัจจุบันมันก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น “ผมไม่มีทางปล่อยมือรุ่นพี่ (โมรัน) ไปแน่นอน” แต่โมรันตอบกลับไปโดยไม่มองหน้าด้วยซ้ำ “นายไม่มีความหมายอะไรกับฉันเลย เพราะงั้นอย่าเข้าใจผิด”

ตัดภาพมาที่อูฮยอน ที่ใช้มารยาหญิงไปขอความช่วยเหลือจากฮยอนอุก ให้เธอได้กลับมาเป็นพิธีกรที่ UNI Home Shopping อีกครั้ง ฮยอนอุกวางแผนนำอูฮยอนกลับมาลับหลังโมรันจนได้ออกอากาศอีกครั้ง เมื่อโมรันรู้เช่นนั้น เธอจึงเร่งแผนการฮุบบริษัทให้เร็วขึ้น

โมรันนัดพบกับชินแอ (ภรรยาของฮยอนอุก) เพื่อให้เซ็นเอกสารสัญญาตกลงการโอนหุ้น ด้วยจำนวนหุ้นที่ชินแอถืออยู่ในมือนี้ จะทำให้โมรันมีจำนวนสัดส่วนผู้ถือหุ้นมากพอที่จะชี้นำทิศทางการบริหารของบริษัทได้ แต่ชินแอไม่ยอมเซ็น !

แน่นอนเป็นใครก็ไม่ยอมเซ็นหุ้นที่ถืออยู่ในมือไปให้ใครง่าย ๆ แต่ทว่าโมรันได้ยื่นข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธได้ให้กับชินแอ “ฉันรู้ว่าเธอฆ่าฮันแฮซู” !!!

ชินแอตกใจตาลุกโตเป็นไข่ห่าน แต่ก็ยังตอบโต้กลับไป “บ้าไปแล้วเหรอ ตำรวจปิดคดีไปว่ากระโดดตึกฆ่าตัวตาย เพราะนังนั่นเป็นโรคซึมเศร้า” แต่แท้จริงแล้วเหตุการณ์มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น วันนั้นชินแอไปหาแฮซูที่บ้านด้วยความหึงหวง ระหว่างที่ทั้งสองกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่นั้น แฮซูเกิดพลาดล้มหัวไปฟาดเข้ากับขอบโต๊ะ เลือดไหลนองกองบนพื้นสิ้นลมหายใจในทันที … โมรันเห็นชินแอเดินออกมาจากบ้านแฮซู และเมื่อเข้าไปภายในบ้านก็พบแฮซูนอนกลายเป็นศพอยู่บนพื้น ด้วยความตกใจโมรันจึงแจ้งให้แม่ชินแอ แล้วการจัดฉากให้เป็นการกระโดดตึกฆ่าตัวตายจึงเริ่มขึ้น

และหลักฐานเด็ดที่โมรันถืออยู่ในมือตอนนี้ก็คือ คลิปเสียงการพูดถึงเรื่องราวในวันนั้น คลิปเสียงที่พูดจากปากของแม่ชินแอว่า แฮซูตายด้วยมือของชินแอ !

ชินแอยอมเซ็นหนังสือสัญญาโอนหุ้นให้กับโมรันอย่างไม่มีทางเลือก แต่สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าก็เกิดขึ้นต่อจากนั้น ฮยอนอุกบังเอิญได้ยินเรื่องที่ชินแอเป็นคนฆ่าแฮซู !!!

ฮยอนอุกโกรธจนแทบสิ้นสติ เขาด่าทอภรรยาของตัวเองไม่หยุด ก่อนจะเดินออกไปอย่างหัวร้อน ระหว่างนั้นเขาก็โทร. หาอูฮยอนให้มาพบที่บาร์แห่งหนึ่ง เวลาผ่านไปไม่นานนัก ฮยอนอุกเมามายจนไม่ได้สติ ขณะที่ชินแอตามมาเห็นสามีของตัวเองอยู่กับอูฮยอนก็เกิดความหึงหวงบันดาลโทสะ เดินเข้าไปตบหน้าอูฮยอนหนึ่งฉาด แต่อูฮยอนไม่เหมือนแฮซูที่จะยอมโดนกระทำแต่ฝ่ายเดียว เธอวาดมือขึ้นก่อนจะทิ้งน้ำหนักมือฟาดเข้าไปที่หน้าของชินแออย่างสุดแรง ชินแอถึงกับลงไปนั่งกองอยู่กับพื้น !

EP.12 เดินหน้าแย่งสามีคนอื่น

อูฮยอนเห็นช่องสบโอกาสเข้าไปแทรกเป็นมือที่สามเพื่อปลอบโยนฮยอนอุก ที่กำลังใจสลายที่ได้รู้ความจริงว่าชินแอมีส่วนในการตายของแฮซู

แบอ๊กซอนเลิกสนับสนุนอูฮยอนเพราะไปยุ่งกับฮยอนอุก พูดง่าย ๆ คือ แบอ๊กซอนรับไม่ได้กับผู้หญิงที่เป็นมือที่สามทำให้ครอบครัวคนอื่นเขาแตกสลาย

ชินแอไปหาอูฮยอนที่ห้องแต่งตัวที่สถานี ก่อนที่ชินแอจะใช้คำพูดทิ่มแทงอูฮยอนว่า “คิดว่าตัวเองชนะแล้วเหรอ อยากจะนอนกับสามีฉันสักสิบครั้งร้อยครั้งก็เชิญ เพราะสุดท้ายแล้วเธอก็เป็นแค่ตัวแทนของผู้หญิงที่ตายไปแล้ว เลิกเสียเวลาแล้วอยู่ในที่ที่ตัวเองควรอยู่ ไม่อายลูกตัวเองบ้างเหรอ” การมาครั้งนี้ของชินแอเหมือนเป็นการประกาศให้คนทั้งบริษัทได้รู้ว่า อูฮยอนกำลังยุ่งกับสามีของเธอ

จากเหตุการณ์นั้น ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างอูฮยอนกับฮยอนอุกกลายเป็นเรื่องที่คนในบริษัทคุยกันสนุกปาก ถึงกับมีคนโพสต์ในเว็บบอร์ดของบริษัท “พิธีกรที่กลับมาเปิดตัวเครื่องสำอางตัวใหม่กำลังคบชู้กับประธานบริษัทยูนิโฮมชอปปิง หลังถูกแบนจากทุกรายการ แต่จู่ ๆ ก็ได้รับการช่วยเหลือจากประธานบริษัท ซึ่งตอนนี้เธอแยกทางกับสามีและกำลังอยู่ในขั้นตอนการหย่า”

จะอย่างไรก็ตาม อูฮยอนโนสนโนแคร์กับข่าวที่เกิดขึ้น เธอเดินเรื่องหย่ากับคิมโดอิลทันที จากนั้นอูฮยอนไปหาชินแอที่บ้านด้วยการแต่งตัวและท่าทางสุดเฟียส ก่อนจะพูดประโยคอันน่าตกใจออกมา “จากนี้ไปฉันจะเดินหน้าแย่งสามีคุณ ฉันเลยมาขอโทษคุณก่อน เพราะที่แน่ ๆ ฮยอนอุกรักฉันมากกว่าคุณแน่นอน” งานนี้จอมเหวี่ยงอย่างชินแอถึงกับอึ้งพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว

ตัดภาพมาที่แบอ๊กซอนนัดเจอกับโมรันที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง ตอนนี้เธอได้ตัดสินใจเผยความจริงเรื่องลูกชายของโมรัน จริง ๆ แล้วเจมส์ไม่ใช่ลูกชายของโมรัน แต่เป็นเด็กที่แบอ๊กซอนจ้างมาให้แสดงเป็นลูกชายปลอม ๆ …

“ฉันไม่เคยคิดเลยว่าที่พี่ออกตามหาลูกชายเพราะต้องการไต กีโมรันคนนี้ต่ำตมกว่าที่ฉันคิดเอาไว้มากจริง ๆ”
“มันไม่ใช่อย่างนั้น ทำไมเธอถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้” โมรันพยายามปฏิเสธว่าสิ่งที่แบอ๊กซอนคิดเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด
“อย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้เลยว่าเพราะอะไร เพราะฉันโดนหลอกลวงมาตลอดแบบนี้ไง”
“ขอทีเถอะ ตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงตอนนี้ฉันจริงใจกับเธอมาตลอด”
“อืม ฉันจะบอกความจริงอะไรให้นะ … ลูกชายที่พี่ทิ้งไป ฉันเป็นคนเอามาเลี้ยงเอง เด็กคนนั้นคือจองฮยอง ลูกชายของฉัน” !

EP.13 ความเข้าใจผิด

เมื่อโมรันได้รู้ความจริงว่าจองฮยอนเป็นลูกชายแท้ ๆ ของเธอ สิ่งแรกที่ทำคือไปพบกับชเวอินกุกเพื่อถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเขาไม่รู้เรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ในตอนนี้โมรันรู้สึกแย่ที่แบอ๊กซอนเข้าใจผิดไปกันใหญ่ “ฉันไม่รู้แล้วว่าตอนนี้อ๊กซอนคิดอะไรอยู่ และเรื่องมันจะไปจบที่ตรงไหน”

ระหว่างนั้น จองฮยอนก็เริ่มเรียนรู้ว่าตัวเองเป็นเพียงเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง เขาย้อนความคิดกลับไปในวัยเด็ก มันทำให้เขาจำสายตาของแบอ๊กซอนที่มองมาที่เขาได้ มันเป็นสายตาที่เย็นชาเป็นอย่างยิ่ง ความจริงนี้ทำให้เขาเจ็บปวดจนเกิดเป็นบาดแผลในใจจนต้องเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ เขาเล่าว่า “ในตอนนั้นผมเริ่มรู้แล้วว่าตัวเองต้องพยายามให้หนักขึ้น เพื่อที่ตัวผมจะกลายเป็นเด็กที่เธอ (แบอ๊กซอน) รัก และเมื่อผมพยายามหนักเข้าผมก็เริ่มได้เห็นรอยยิ้มของเธอที่มองมายังผม”

แบอ๊กซอนไปพบกับฮยอนอุกเพื่อบอกถึงสิ่งที่เธอต้องการ แลกกับการที่เขาจะยังได้เป็นผู้บริหาร UNI ต่อไป สิ่งที่เธอต้องการคือให้โมรันออกจากตำแหน่ง และตั้งคนของเธอขึ้นมาแทน

ฮยอนอุกไปหาโมรันเพื่อบอกว่าเธอจะต้องพักงานระหว่างโดนตรวจสอบ ในเวลานั้นเอง ที่โมรันร้องไห้ออกมาพร้อมกับเผยความจริงอันน่าตกใจ ที่แท้แล้ว เด็กคนนั้น (จองฮยอน) เป็นลูกที่เกิดจากการที่เธอโดนพ่อของฮยอนอุกทำทารุณทางเพศ สมัยที่เธอยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย !!!

ฮยอนอุกตกใจกับความจริงที่ถูกเก็บงำเอาไว้นานหลายสิบปี เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพ่อของเขาจะเลวทรามต่ำช้าได้ถึงเพียงนี้ เขาไม่รู้เลยว่าที่พ่อเอาโมรันมาเลี้ยงเหมือนกับลูกอีกคนหนึ่ง เป็นไปด้วยเหตุผลนี้

ในตอนนั้น โมรันที่เป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายก็ได้เอ่ยปากขอกับฮยอนอุก “ถ้าฉันตายไป ช่วยบอกลูกชายของฉันด้วยว่าฉันเป็นแม่ของเขา จะเมื่อไรก็ได้ จะนานแค่ไหนก็ได้ ฉันแค่อยากให้เขารู้ว่าฉันเป็นแม่ของเขา”

เมื่อรู้ความจริงทั้งหมด ฮยอนอุกก็ตัดสินใจในทันทีที่จะลาออกจากการเป็นประธาน UNI และจะขายหุ้นของตัวเองที่ถืออยู่ออกทั้งหมด โดยเขาตั้งใจจะเอาเงินที่ได้ไปบริจาคให้หมด เพราะเขารับไม่ได้กับความเลวทรามต่ำช้าที่พ่อของเขาได้ก่อขึ้น เขาจึงคิดว่ามันเป็นวิธีไถ่บาปที่เขาสามารถทำได้ อย่างน้อยก็เพื่อลดความรู้สึกผิดในใจออกไปได้บ้าง

ฮยอนอุกเอาเรื่องนี้ไปบอกกับชินแอ พร้อมกับบอกว่าเขาจะขออูฮยอนแต่งงาน ณ จุดนั้นเอง ขินแอก็ได้เอ่ยออกไปว่า “คุณคิดหรือว่าผู้หญิงคนนั้น (อูฮยอน) จะต้องการคุณเหรอถ้าคุณไม่เหลืออะไร ฉันเคยเห็นตัวตนที่แท้จริงของนังนั่นแล้ว เธอจะทิ้งคุณ”

ตัดภาพมาที่อูฮยอนที่ตอนนี้เริ่มแสดงความเห็นแก่ตัวและอีโก้ที่ซ่อนอยู่ออกมา ความเห็นแก่ตัวนี้มันทำลายคนรอบต้วเธอไปจนหมดสิ้น เพราะแม้แต่จุนบอมที่หลงรักเธอก็รับไม่ได้กับสิ่งที่เธอทำ เขารับไม่ได้กับการที่อูฮยอนเอาตัวเข้าแลกกับประธานฮยอนอุก หรือการทำงานที่ไม่เห็นหัวคนอื่น มองแต่ประโยชน์ของตัวเองมาเป็นอันดับแรก จุนบอมจึงขอถอนตัวออกจากการทีมของอูฮยอน รวมถึงคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

เมื่อแบอ๊กซอนได้คนของตัวเองขึ้นมารับตำแหน่งแทนโมรัน สิ่งแรกที่เธอทำก็คือปลดอูฮยอนออกจากการเป็นพิธีกรรายการทั้งหมด !!!

ในคืนนั้นเอง ฮยอนอุกนัดอูฮยอนมาดินเนอร์กันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนที่เขาจะพูดเรื่องที่เขาจะลาออกจากประธาน UNI และวาดฝันอนาคตที่จะได้อยู่กับเธอ ทันใดนั้นเองเขาก็เอาแหวนแต่งงานออกมา พร้อมกับขอเธอแต่งงาน แต่ …

อูฮยอนกลับมีปฏิกิริยาตรงกันข้าม เธอตกใจและไม่เข้าใจสิ่งที่ฮยอนอุกพูด เธอลุกขึ้นจนเก้าอี้ล้มลงไปบนพื้น ท่ามกลางความผิดหวังของฮยอนอุก !?

EP.14 ตอนจบ

หลังจากโดนอูฮยอนปฏิเสธที่จะแต่งงานด้วย ฮยอนอุกก็ดำเนินการแจ้งความจับชินแอ โดยอาศัยข้อมูลหลักฐานที่ได้จากโมรัน ทำให้ตำรวจรื้อคดีการตายของแฮซูขึ้นมาสอบสวนอีกครั้ง ชินแอต้องเข้าไปสู้คดีอยู่ในเรือนจำ

ระหว่างนั้นแบอ๊กซอนก็ปล่อยข่าวว่าชเวอินกุก ผู้เป็นสามีแอบคบชู้กับโมรัน ทำให้มีแรงกดดันจากความผิดหวังของประชาชน เนื่องจากชเวอินกุกเป็น ส.ส. น้ำดีที่ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย สุดท้ายแล้วเขาก็แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง แม้ว่าข่าวที่ออกมาจะไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว

โมรันไปหาแบอ๊กซอนเพื่อบอกความจริงเรื่องจองฮยอน ความจริงที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้จนทำให้แบอ๊กซอนเข้าใจผิดมาตลอด “เธอทำเรื่องแบบนี้ไปได้ยังไงโดยที่ไม่เคยตรวจสอบ ไม่เคยถามฉันเลยสักครั้ง เธอปล่อยให้ตัวเองเข้าใจผิดถึงขนาดนี้ได้ยังไง อย่างน้อยก็ควรตรวจ DNA ของจองฮยอนกับชเวอินกุกสิ” จากนั้นโมรันก็เผยความจริงออกมาว่าพ่อของจองฮยอนคือใคร ไม่ใช่ชเวอินกุกอย่างที่แบอ๊กซอนเข้าใจมาครึ่งค่อนชีวิต

ในวันนั้นเอง แบอ๊กซอนจึงไปตรวจ DNA ของจองฮยอนกับชเวอินกุก และได้พบว่าสิ่งที่โมรันพูดเป็นความจริง

ไม่นานนัก หลังจากต่อสู้กับโรคร้ายมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ช่วงเวลาสุดท้ายของเธอก็มาถึง โมรันจากไปอย่างสงบที่ห้องพักของเธออย่างโดดเดี่ยว

ต่อมา อูฮยอนก็มาหาแบอ๊กซอนเพื่อขอกลับเข้าทำงานเป็นพิธีกรที่ UNI อีกครั้ง แลกกับการที่จะเก็บเรื่องที่เธอรู้ว่าจองฮยอนเป็นลูกชายของโมรันเป็นความลับ ซึ่งเป็นความลับที่เธอรู้มาจากฮยอนอุก ซึ่งอูฮยอนก็ได้กลับไปทำงานเป็นพิธีกรที่ UNI ตามที่ตัวเองต้องการ แต่ระหว่างที่ทั้งสองกำลังคุยอยู่นั้น จองฮยอนได้ยินทุกอย่าง เขาเป็นลูกของโมรัน !

จองฮยอนได้รู้ความจริง เขาบอกกับแบอ๊กซอนทั้งน้ำตาที่กลั่นจากหัวใจที่แตกสลาย “ผมรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว แม่รับเลี้ยงผมมาเพื่อแก้แค้น งั้นแม่ก็ไม่ควรรักผมนะ หรือทำตัวเหมือนเป็นแม่ผมจริง ๆ”

หลังจากนั้น จองฮยอนก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง แต่ยังโชคดีที่เพื่อนของเขามาพบเสียก่อนจึงพาตัวส่งโรงพยาบาลได้ทัน จองฮยอนได้รับการล้างท้องและปลอดภัยในที่สุด แต่เมื่อได้สติ เขาก็หายตัวไปโดยที่แบอ๊กซอนไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

ในทุก ๆ วัน แบอ๊กซอนได้แต่เฝ้าคิดถึงจองฮยอน มันเป็นความรักอย่างที่ไม่อาจประเมินออกมาได้ บางครั้งเธอก็ไปที่หลุมฝังศพของโมรันเพื่อที่จะพูดระบายความในใจของเธอออกมา มันเป็นความเข้าใจผิดที่ไม่อาจให้อภัยได้อย่างแท้จริง “แต่อย่างน้อยฉันก็ยังมีความสุขนะ ที่รู้ว่าจองฮยอนยังอยู่ และใช้ชีวิตอยู่ที่ไหนซักแห่งอย่างมีความสุข”

ทีนี้ อูฮยอนเกิดได้รู้ว่าจองฮยอนฆ่าตัวตายจากเหตุที่เธอไปขู่แบอ๊กซอน ทำให้เธอรู้สึกแย่กับการกระทำของตัวเอง มันเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้อูฮยอนคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนจากคนที่ทำทุกอย่างเพื่อตัวเองโดยไม่เห็นหัวคนอื่น อูฮยอนตัดสินใจลาออกจากการเป็นพิธีกร และกลับมาใช้ชีวิตเลี้ยงดูลูกสาวตัวน้อยในฐานะแม่

ระหว่างนั้นเอง อูฮยอนก็ออกตามหาจองฮยอนไปด้วย เพื่อเป็นการไถ่โทษกับความรู้สึกผิดภายในใจของตัวเอง ในที่สุดความพยายามก็ประสบความสำเร็จ … อูฮยอนพาจองฮยอนกลับไปหาแบอ๊กซอนเพื่อปรับความเข้าใจ ณ จุดนี้ ทุกคนต่างแฮปปี้

บทสรุปคือ จองฮยอนได้ขึ้นเป็นประธานของ UNI ตามที่โมรันต้องการ (ที่โมรันวางแผนฮุบบริษัทไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อให้จองฮยอนนี่แหละ) ส่วนอูฮยอนก็ได้เป็น CEO แทนโมรันผู้ล่วงลับ

แลัวเรื่องราวก็จบลงโดยทุกคนมีความสุขตามที่โมรันปรารถนาเอาไว้ก่อนตาย …

จบบริบูรณ์

Source: tvN Korea