Skip to content
สรุปเนื้อเรื่องละคร ลายกินรี (2022) The Kinnaree Conspiracy

สรุปเนื้อเรื่องละคร ลายกินรี (2022) The Kinnaree Conspiracy

ลายกินรี สปอยล์ : คนแปลกหน้าสามคนโคจรมาพบกัน เพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังการตายของกปิตันฝาหรั่ง ก่อนที่จะคดีนี้จะกลายเป็นชนวนให้เกิดสงครามในแผ่นดินสยาม …

แนว : อาชญากรรม ลึกลับ ระทึกขวัญ
เรต : 16+ (มีความรุนแรงทางเพศ)
เรตติ้งเฉลี่ย : 2.0 %
คะแนนรีวิวสำหรับละคร : 5.5/10

EP.1 หมอหญิงอโยธยากับออกหลวงหน้าขมึงทึง

ณ กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา พ.ศ. 2230 ปีที่ 30 ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์

กลางดึกคืนหนึ่ง ขณะที่ หลวงอินทร์ (รับบทโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ) กำลังดื่มจนเมามายอยู่ที่โรงเหล้า ได้ถูกตามตัวโดยด่วน เนื่องจากตอนนี้เกิดเหตุความวุ่นวายขึ้นภายในคุกหลวง เมื่อมาถึง เขารีบสั่งให้ทหารยามตรวจนับยอดนักโทษ ปรากฏว่ามีนักโทษประหารคนหนึ่งแหกคุกหนีออกไปได้ มันคือ ไอ้จั่น (รับบทโดย ก๊อต จิรายุ)

หลวงอินทร์กับ แสน (รับบทโดย เค้ก นัทธวัชร์) ลูกน้องคนสนิท พร้อมด้วยทหารยามจำนวนหนึ่ง จึงรีบออกตามหาไอ้จั่นด้วยความร้อนใจ ส่วนไอ้จั่นก็ใช้ความมืดพรางตัวหนีไปได้ เมื่อมันมั่นใจว่าหนีพ้นแล้ว มันจึงตะโกนลั่นออกมาเหมือนระบายความคับแค้นใจ “กูจะฆ่ามึงไอ้ กปิตันช่อง !” (กปิตันฌอง/กัปตันฌอง/Capitaine Jean รับบทโดย เดวิด อัศวนนท์) !”

ไอ้จั่นกลับมาบ้าน แวบแรกที่ผู้เป็นแม่เห็นมันก็ถึงตกใจ คิดว่าภูตผีที่ไหนมาปรากฏตัวต่อหน้า ไม่คิดเลยว่าไอ้จั่นจะแหกคุกออกมา ทั้งสองน้ำตาไหลพรากแล้วก็เข้าสวมกอดกัน “ข้าหนีคุกมา แม่ ไอ้กปิตันช่องมันสมควรตาย แม่”

หมอหญิงแห่งอโยธยา

ในยุคนั้นสมัยนั้น ถ้าพูดถึงหมอหญิงทุกคนจะนึกถึงแต่หมอตำแย หามีหญิงใดไม่ที่จะมีความรู้ทางการแพทย์สามารถรักษาคนไข้ได้ ด้วยเหตุนี้ พุดซ้อน (รับบทโดย ญาญ่า อุรัสยา) จำตัองใช้ชื่อ หมอมี ผู้เป็นพี่ชายบังหน้าในการรักษาคนไข้

เช้าวันนั้น ย่านวัดแพนงเชิง … ผัวเมียคู่หนึ่งกำลังจับปลาไปขาย แต่สิ่งที่พวกเขาหาได้ในวันนี้ไม่ใช่ปลา แต่เป็นศพของชายฝาหรั่งคนหนึ่ง ท่อนบนแต่งเป็นหญิงแต่ท่อนล่างเปลือยล่อนจ้อน พุดซ้อนเดินผ่านมาพอดีจึงรีบเข้าไปดูศพนั้นด้วยความตื่นเต้น

ศพของชายฝาหรั่งคนหนึ่งคือศพกปิตันฌอง ระหว่างนั้นไทยมุงก็เริ่มจำนวนมากขึ้น แล้วจู่ ๆ หนึ่งในไทยมุงเกิดล้มหน้าขมำมากระแทกที่บริเวณท้องของศพอย่างแรง มันทำให้พุดซ้อนได้เห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติจนโพล่งขึ้นมาว่า “เหตุใดจึงไม่มีสิ่งใดออกมา (จากปาก)”

ในขณะที่ โรแบรต์ (รับบทโดย นิว ชัยพล) ชายฝาหรั่งอีกคนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่พูดเป็นภาษาฝรั่งเศสออกมาว่า ชายคนนี้น่าจะเมาและตกน้ำตาย จังหวะนั้นเองที่พุดซ้อนสร้างความตกใจให้ไทยมุง พุดซ้อนตอบโต้กับโรแบรต์เป็นภาษาฝรั่งเศส “ไม่ ชายผู้นี้ตายก่อนจมน้ำ … ถ้าจมน้ำตาย ตอนกดที่ปอดจะมีน้ำออกมาทางปากแลจมูก” เมื่อเห็นความสามารถในการตรวจพิสูจน์ศพ โรแบรต์จึงให้พุดซ้อนทำการพิสูจน์ศพโดยละเอียดทันที

พุดซ้อนยกมือขอขมาต่อศพ ก่อนจะสังเกตที่ใบหน้าของศพแล้วพูดขึ้นมาว่า “ตาเบิกโพลงราวกับตกใจสิ่งใดก่อนตาย” ทำเอาไทยมุงที่อยู่บริเวณนั้นร้องเสียงครางถอนหายใจออกมาด้วยความหวาดเสียว จากนั้น พุดซ้อนพยายามทดลองยกแขนและขยับอวัยวะต่าง ๆ ของศพ ก่อนจะพบว่ากล้ามเนื้อแข็งตัวทั้งหมด “แสดงว่าศพนี้น่าจักตายนานกว่าหกชั่วโมง” พุดซ้อนยังพบด้วยว่าศพไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ และเมื่อเปิดปากดูพุดซ้อนก็ถึงกับตกใจและโพล่งพูดขึ้นมาว่า “สารพิษ !”

แต่ยังไม่ทันที่จะได้พิสูจน์อะไรต่อ หลวงอินทร์ก็เดินทางมาถึงพอดีพร้อมกับตวาดลั่น “ใครอนุญาตให้ออเจ้าจับศพผู้ตาย หาใช่กิจของออเจ้าไม่” พุดซ้อนตกใจกับเสียงและใบหน้าอันขมึงทึงของชายรูปหล่อที่มีนามว่าหลวงอินทร์ แต่ก็พยายามตั้งสติและอธิบาย “แม้ข้าจะไม่ได้มีกิจในเรื่องนี้ แต่การตรวจดูศพของข้าหาได้ไร้ประโยชน์ไม่”

หลวงอินทร์หัวเราะออกมาทันที พร้อมด้วยแสดงใบหน้ายิ้มเยาะที่มุมปากบ่งบอกถึงการดูถูก “หมอตำแยเยี่ยงออเจ้าจักชำนาญเรื่องการตรวจศพได้เยี่ยงไร หือ” แต่เมื่อพุดซ้อนได้กล่าวว่าศพนี้ไม่ได้ตายจากการจมน้ำ สีหน้าของหลวงอินทร์ก็เปลี่ยนไปตึงเครียดทันที พร้อมกับตวาดลั่นเสียงหลงว่าไม่เชื่อสิ่งที่พุดซ้อนพูด

“แต่ข้าเชื่อ” โรแบรต์พูดขัดขึ้น ก่อนจะแนะนำตัวว่าเขาคือ ร้อยตรีโรแบรต์ เป็นผู้ช่วยของ ร้อยโทฟอร์แบง หรือ ออกพระศักดิ์สงคราม จากนั้นเขาก็ขอร้องพุดซ้อนให้ช่วยตรวจศพอีกครั้งโดยละเอียด หลังจากเขานำศพไปไว้ที่วัดนักบุญยอแซฟแล้ว พุดซ้อนหันไปเห็นสีหน้าอันขมึงทึงของหลวงอินทร์ก็ทำอะไรไม่ถูก พุดซ้อนจึงรีบเดินจากไปโดยไม่ได้ตกปากรับคำกับโรแบรต์แต่อย่างใด

ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ

วันเดียวกันนั้น หลวงอินทร์เดินทางไปหา ออกญายมราช (เทียบเท่า ผบ.ตร. ในปัจจุบัน รับบทโดย บิ๊ก ศรุต) เพื่อรายงานการเสียชีวิตของกปิตันฌอง ซึ่งออกญายมราชได้กำชับกับหลวงอินทร์ว่า “กปิตันฌองเป็นพ่อค้าหลวงที่มีสังกัดขึ้นตรงกับพระเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงฝรั่งเศส ถ้าตายเพราะคนสยามเป็นผู้ก่อเหตุ เรื่องอาจจะบานปลายกลายเป็นสงครามขึ้นมาได้”

ไอ้แสนเสนอความคิดของมันต่อหลวงอินทร์ มันคิดว่าไอ้จั่นเป็นผู้ต้องสงสัยหลัก เพราะกปิตันฌองเป็นคนจับไอ้จั่นเข้าคุก ด้วยเหตุที่มันฆ่าลูกเรือชาวสยามของกปิตัน หรือว่ามันจะแหกคุกเพื่อออกมาแก้แค้น

เมื่อได้ความเช่นนั้น หลวงอินทร์จึงรีบไปที่คุกหลวงทันที จากนั้นก็สั่งให้ทรมาน ปุตรา (รับบทโดย ปราบต์ ปราปต์ปฎล) ผู้ที่ช่วยไอ้จั่นแหกคุก เพื่อเค้นหาความจริงว่าตอนนี้ไอ้จั่นไปอยู่ที่ไหน แต่ไม่ว่าจะตอกเล็บหรือเฆี่ยนเท่าไรปุตราก็ไม่ปริปากเผยสิ่งที่รู้ กระทั่งไอ้แสนมาแจ้งข่าวความเคลื่อนไหวที่โรแบรต์ไปพบพุดซ้อนที่เรือน

หลวงอินทร์รีบตามมา จึงได้รู้ว่าโรแบรต์ขอให้พุดซ้อนไปตรวจศพกปิตันฌองโดยละเอียดอีกครั้ง แต่ระหว่างทางทั้งสองจะแวะแจ้งข่าวกับ มาดามคลาร่า (รับบทโดย เดียร์น่า ฟลีโป) ภรรยาของกัปตันฌอง

โรแบรต์แจ้งข่าวการเสียชีวิตของกปิตันฌอง ในวินาทีที่ได้รับรู้ มาดามคลาร่าถึงกับเป็นลมล้มพับไปในทันที …

ผ่านไปสักเพลาหนึ่ง พุดซ้อนนั่งคอยปลอบอยู่ข้าง ๆ เตียง มาดามคลาร่ายังคงส่งเสียงสะอื้นอยู่ตลอด โรแบรต์ถามเรื่องศพกปิตันฌองท่อนล่างเปลือยเปล่าแต่ท่อนบนแต่งหญิง โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการฆ่าล้างแค้นจากศัตรู แต่มาดามคลาร่าก็เสียงแข็งกลับไปว่า “สามีข้าเป็นคนดีเป็นที่รักของทุกคน ไม่เคยมีศัตรูที่ไหน”

EP.2 บางสิ่งที่เรียกว่าการเมืองระหว่างประเทศ

หลวงอินทร์ขอมาดามคลาร่าตรวจค้นบ้านเพื่อหาหลักฐาน มาดามคลาร่าออกอาการประหม่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็จำใจให้ค้นอย่างเสียมิได้

หลวงอินทร์กับโรแบรต์ค้นเจอหลักฐานหลายอย่างที่ชวนสงสัย โดยเฉพาะหลักฐานที่เป็นจดหมายหลายฉบับ ส่วนเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายสตรีที่ถูกเก็บเอาไว้ในกล่องภายในห้องทำงานของกปิตันฌองนั้น ทั้งสองไม่เข้าใจว่ามันมีความว่าอย่างไร ได้รับฟังจากปากของบ่าวในเรือนว่าเป็นสิ่งของของกปิตันซื้อให้มาดาม

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมาดามคลาร่าไม่ติดใจเอาความการตายของสามี การสืบสวนจึงต้องหยุดลง หลวงอินทร์จึงเสนอให้ปิดคดีนี้ให้เป็นคดีคนเมาจมน้ำตาย

แม้จะเสนอให้ปิดคดีเป็นการจมน้ำตาย แต่หลวงอินทร์ก็ยังคงตามสืบคดีนี้ในทางลับต่อไป เบื้องต้นได้ข้อมูลว่า กปิตันฌองกลับบ้านช่วงยามสอง ใกล้เคียงกับเวลาที่ไอ้จั่นแหกคุกออกมา ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้หลวงอินปักใจเชื่อว่าไอ้จั่นเป็นคนร้าย

หลวงอินทร์ไม่สามารถทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้ เพราะถ้าคนสยามไปมีส่วนเกี่ยวข้องแล้วล่ะก็ จากคดีฆาตกรรมจะกลายเป็นคดีการเมืองที่พวกฝาหรั่งใช้เป็นข้ออ้างในการทำสงครามยึดดินแดนได้

สืบจากศพ

โรแบรต์แอบมาหาพุดซ้อน ขอร้องให้ไปผ่าศพกปิตันฌองเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงในคืนนี้ แม้พุดซ้อนดูจะกังวลใจ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนและมันผิดธรรมเนียมปฏิบัติของชาวสยาม แต่ด้วยใจที่ต้องการหาความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย พุดซ้อนจึงตอบตกลง

กลางดึกคืนนั้น ที่วัดนักบุญยอแซฟ … พุดซ้อนทำการตรวจศพโดยละเอียด ขนาบข้างด้วยโรแบรต์ที่ยืนจดบันทึกคำพูดของแม่หญิงพุดซ้อน

ระหว่างที่พุดซ้อนกำลังตรวจสอบศพอยู่นั้น จู่ ๆ เสียงของหลวงอินทร์ก็ดังลั่นนำหน้าเข้ามา “พวกเจ้าทำสิ่งใดกัน …” ใบหน้าอันขมึงทึงของหลวงอินทร์พร้อมกับปากที่โวยวายออกมาไม่หยุด “… มาดามคลาร่าจะฝังศพสามีนางในวันพรุ่งนี้แล้ว ไยจึงเข้าไปวุ่นวายกับศพอีก”

โรแบรต์รอให้หลวงอินทร์หยุดตวาด ก่อนที่เขาจะเผยเหตุผลที่น่าเชื่อได้ว่ากปิตันฌองไม่ได้จมน้ำตาย “กปิตันไม่ได้จมน้ำตายอย่างเดียวหรอก หากแต่โดนของมีคมด้วย” โรแบรต์ชี้ให้ดูรอยแผลคล้ายถูกของมีคมแทงทะลุร่างบริเวณข้างลำตัว หลวงอินทร์โน้มตัวลงไปดูรอยแผลนั้นก็จนปัญญาที่จะต้านทาน

การตรวจศพยังคงดำเนินต่อไป จนถึงขั้นตอนการผ่าศพ ซึ่งโรแบรต์จะเป็นผู้ลงมือผ่าตามคำแนะนำของพุดซ้อน ระหว่างนั้นหลวงอินทร์ก็ได้แต่ดูอยู่ไม่ห่าง …

  • มีรอยมีดด้านข้างลำตัวหนึ่งแผล
  • พบรอยช้ำจากการถูกทำร้าย
  • เหงือกมีสีม่วงคล้ายโดนสารพิษ
  • ไม่มีเศษดิน ตะไคร่น้ำ และพืชน้ำใด ๆ ยืนยันได้ชัดเจนว่ากปิตันไม่ได้จมน้ำตาย (คนจมน้ำจะกลั้นหายใจจนหมดสติ จากนั้น จะดูดเอาน้ำ ดิน โคลน และพืชน้ำเข้าไปในปอด)
  • สาเหตุการตายน้าจะเกิดจากแผลที่ถูกแทงเข้าที่หัทยางค์ (หัวใจ)
  • ความกว้างของแผล ราวกับแปดเมล็ดข้าว รอยแผลสองด้านมีความเฉียบบางพอกัน แปลได้ว่า อาวุธน่าจะมีความคมทั้งสองด้าน

สิ่งสุดท้ายที่พุดซ้อนทำคือเก็บเอาอาหารในกระเพาะกลับไปตรวจ เพื่อดูว่าในน้ำและอาหารที่กปิตันกินก่อนตายมีพิษเจืออยู่หรือไม่ ระหว่างนั้น ออกญาวิชาเยนทร์ (หรือ คอนสแตนติน ฟอลคอน รับบทโดย โอลิเวอร์ พูพาร์ท) กำลังเดินทางมาเคารพศพกปิตันฌองพอดี ทำให้ทั้งหมดต้องรีบเร่งเย็บศพเป็นการด่วน

อย่างไรก็ตาม ออกญาวิชาเยนทร์ได้เห็นรอยเย็บแผลที่ศพ ทำให้โรแบรต์จำเป็นต้องเผยความจริงเรื่องสาเหตุการตายของกปิตันฌองว่าไม่ได้เกิดจากการจมน้ำ หากแต่เกิดจากการโดนมีดแทง ออกญาวิชาเยนทร์จึงมีคำสั่งให้ทำการสืบสวนต่อไป

มากกว่าคดีฆาตกรรม

รุ่งขึ้น ออกญาวิชาเยนทร์เรียกโรแบรต์เข้าพบเพื่อถามถึงสาเหตุที่แอบผ่าศพกปิตันฌองโดยไม่แจ้ง ก่อนที่จะออกคำสั่งโดยมีเหตุผลด้านการเมืองระหว่างประเทศแฝงอยู่เบื้องหลัง “เราต้องทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่พอให้เราได้เปรียบแผ่นดินสยาม ฆาตกรต้องเป็นชาวสยามเท่านั้น”

อีกด้านหนึ่ง หลวงอินทร์ก็รีบมาพบออกญายมราชถึงสถานการณ์ล่าสุด ออกญายมราชอ่านเกมของออกญาวิชาเยนทร์ออก จึงสั่งหลวงอินทร์ด้วยความกังวล “ชาวสยามต้องมิใช่จำเลยในเรื่องนี้ มิเช่นนั้นแผ่นดินอโยธยาอาจจะร้อนดั่งไฟเผา !”

EP.3 เค้าลางความวุ่นวายเริ่มก่อตัว

ออกญาวิชาเยนทร์วางแผนจะกลืนกินแผ่นดินสยาม โดยใช้การตายของกปิตันฌอง ที่มีชาวสยามเป็นฆาตกรเป็นข้ออ้าง อีกด้านหนึ่ง ออกญายมราชได้สั่งการหลวงอินทร์ให้ทำทุกทางเพื่อไม่ให้ชาวสยามตกเป็นฆาตกร หาไม่แล้วแผ่นดินสยามจะลุกเป็นไฟ

หมอหญิงพุดซ้อนเป็นหมอระดับเทพที่มากฝีมือและความรู้ทางการแพทย์ เป็นแต่เพียงว่าในด้านการเมืองระหว่างประเทศนั้น ออเจ้ามีความรู้ความเข้าใจไม่ต่างไปจากเด็กน้อยคนหนึ่ง … หลวงอินทร์มาที่เรือนของพุดซ้อน หลังจากต่อปากต่อคำกันไปสักหนึ่งยกใหญ่ หลวงอินทร์จึงแจ้งพุดซ้อนด้วยท่าทีแข็งกร้าวให้หยุดให้ความช่วยเหลือโรแบรต์ และไม่ต้องเปิดเผยผลการผ่าศพ

หลวงอินทร์อธิบายเท่าไรพุดซ้อนก็ยังดื้อดึงทำทีเป็นไม่เข้าใจว่า การโป้ปดมดเท็จบิดเบือนในคดีฆาตกรรมจะช่วยแผ่นดินสยามได้เยี่ยงไร … “กปิตันฌองไม่ใช่พ่อค้าสามัญ แต่เป็นพ่อค้าสังกัดบริษัทอินเดียตะวันออกที่ขึ้นกับข้าหลวงฝรั่งเศส กปิตันจึงเป็นคนของเหนือหัวฝรั่งเศส ถ้าคนของพระองค์มาตายที่นี่ด้วยน้ำมือของชาวสยามมันต้องไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างแน่นอน” หลวงอินทร์อธิบายไปมากมาย แต่เมื่อเห็นแม่หญิงพุดซ้อนไม่เข้าใจความ จึงให้เวลาคิดไตร่ตรองความสักหนึ่งวัน

การตัดสินใจที่อาจจะสายเกินไป ?

ว่าที่จริง พุดซ้อนไม่ใช่คนเขลาเบาปัญญาที่จะไม่เข้าใจ แต่ด้วยความที่ถูกสอนตั้งแต่เด็กแต่เล็กว่าให้ยึดถือความถูกต้อง และต้องเป็นปากเสียงให้กับคนตาย เพราะคนตายพูดไม่ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อกรองความทุกอย่างเป็นเวลาหนึ่งคืนแล้ว รุ่งขึ้นจึงได้ตัดสินใจบอกกับหลวงอินทร์ไปว่า “ข้ากรองดูแล้ว บ้านเมืองอาจวุ่นวายเพราะข้า ข้าจึงขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกต่อไป” แต่ …

แต่ดูเหมือนการตัดสินใจของพุดซ้อนจะไม่มีความหมายอีกต่อไป เมื่อออกญาวิชาเยนทร์เดินเกมรุกอย่างหนัก ไปแจ้งกับขุนหลวงองค์เหนือหัวเรื่องการตายของกปิตันฌองว่า เป็นการฆาตกรรมที่มีชาวสยามเป็นผู้ต้องสงสัย อีกทั้งยังมีคำสั่งแต่งตั้งให้พุดซ้อนเป็นผู้สืบสวนคดีนี้อีกด้วย … พุดซ้อน, โรแบรต์ และหลวงอินทร์ จึงต้องร่วมมือกันสืบสวนไขคดีนี้ตามคำสั่งขององค์เหนือหัว

หลวงอินทร์ตวาดใส่พุดซ้อนด้วยท่าทีหงุดหงิดว่า “เค้าลางความวุ่นวายเริ่มก่อตัวแล้ว”

เมื่อรู้ว่าตัวเองมีส่วนทำให้แผ่นดินเกิดความวุ่นวาย พุดซ้อนก็ถึงกับมีน้ำเสียงและท่าทีอ่อนลง ไม่นานนักโรแบรต์ก็มาสมทบเพื่อดำเนินเรื่องการสอบสวน แต่ดูเหมือนสีหน้าของฝาหรั่งโรแบรต์ในวันนี้จะยิ้มแย้มมีความสุขเมื่อที่ได้เจอกับพุดซ้อน ราวกับว่าเขาต้องการสืบสวนเข้าไปในหัวใจของแม่หมอหญิงพุดซ้อนแห่งอโยธยาผู้นี้ด้วย แต่ยิ้มหวานของโรแบรต์ก็อยู่ได้ไม่นาน หลวงอินทร์ก็จัดการเข้ามาขัดจังหวะ และพูดถึงหลักฐานสำคัญ “ผ้าสไบสีแดง” ที่เป็นเครื่องแต่งกายชิ้นเดียวบนตัวศพ

ผ้าสไบสีแดงผืนนี้สวยยิ่งนัก เนื้อก็ดีเยี่ยม ไอ้แสนไปสืบหาแหล่งที่มาของผ้าผืนนี้ที่ร้านขายผ้าได้ความว่า เป็นผ้าแพรจีนที่มีแต่เฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้นที่สามารถครอบครองผ้าผืนนี้ได้ !?

EP.4 สามสัมพันธ์

ในพิธีศพกปิตันฌอง … ไอ้แสนวิ่งหน้าตาตื่นมารายงานเรื่องไอ้จั่นต่อหลวงอินทร์ มาดามคลาร่าที่อยู่ไม่ห่าง ได้ยินชื่อไอ้จั่นก็แสดงสีหน้าแปลก ๆ เหมือนเคยรู้จักไอ้จั่นมาก่อน ทำให้โรแบรต์เกิดความสงสัยจึงถามมาดามคลาร่าเกี่ยวกับไอ้จั่น

มาดามคลาร่าเล่าว่า ไอ้จั่นเป็นคนรับจ้างพ่อของเธอขนไม้กฤษณา และหาของป่าอยู่จนเธอแต่งงานกับกปิตันฌอง มาดามคลาร่ายังบอกด้วยว่ากปิตันฌองเคยเล่าว่ามีปัญหากับกปิตันปอล (ชาวสยามออกเสียงเรียก กปิตันป่อง) … ทำให้ตอนนี้มีผู้ต้องสงสัยสองราย ไอ้จั่นกับกปิตันปอล

กลางดึกคืนนั้น … พี่มีกลับมาจากไปดื่มสุราได้เจอกับพุดซ้อนที่กำลังจะขึ้นเรือนนอน จึงเล่าเรื่องโรงอาบน้ำบุรุษให้พุดซ้อนฟัง “สหายของพี่เล่าให้ฟังว่า กปิตันช่องชอบแอบไปเที่ยวที่โรงอาบน้ำบุรุษ มีแต่พวกเล่นสวาทเท่านั้นแหละถึงจะไปที่นั่น” พุดซ้อนไม่เชื่อ เพราะกปิตันฌองมีเมียอยู่แล้ว จะเป็นพวกที่ไปเล่นสวาทกับบุรุษได้อย่างไร แต่พี่มีตั้งข้อสังเกตว่า ศพของกปิตันฌองห่มด้วยสไบของสตรี มันก็มีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อย

รุ่งขึ้น หลวงอินทร์ได้หลักฐานเพิ่มเติมจากคนหาปลาที่เป็นคนพบศพกปิตันฌอง เป็น “ผ้านุ่งลายอย่าง” ผ้านุ่งที่กปิตันฌองใส่ในวันที่เสียชีวิต หลวงอินทร์จึงให้ผ้าผืนนี้ไว้กับพุดซ้อนเพื่อไปซักทำความสะอาด และนำไปถามหาที่มาของผ้าจากญาติที่อยู่ในวังหลวง เพราะเป็นผ้าที่บุคคลชั้นสูงเท่านั้นถึงจะมีไว้ครอบครองได้

ต่อมา โรแบรต์ก็ได้สอบปากคำ หลวงโกชา พ่อของมาดามคลาร่า ถึงเรื่องราวของไอ้จั่น โดยในการสอบปากคำครั้งนี้มีหลวงอินทร์อยู่ด้วย …

เรื่องมันเริ่มจากวันนั้น วันที่มาดามคลาร่าไปเดินเที่ยวเล่นในป่ากับ อีอุ่น อีเอี้ยง สองบ่าวรับใช้คนสนิท บังเอิญว่าไอ้จั่นเดินผ่านมาและเห็นงูขดอยู่ในรูที่มาดามคลาร่ากำลังขุดอยู่จึงเข้าไปเตือน ต่อมาก็ช่วยมาดามคลาร่าไม่ให้ตกไปในหลุมดักสัตว์ ด้วยเหตุนี้เองมาดามคลาร่าจึงต้องการตอบแทนบุญคุณไอ้จั่นที่ช่วยชีวิต มาดามจึงไปบอกกับหลวงโกชาผู้พ่อว่าให้รับไอ้จั่นมาทำงานด้วย พร้อมทั้งให้อัฐไปสองถุงเป็นการตอบแทน และสั่งให้ไอ้จั่นเป็นบอดี้การ์ดคอยปกป้องมาดามคลาร่าไปด้วย

เรื่องราวก็ดำเนินไป ด้วยความที่คลาร่าเป็นหญิงจิตใจดี จึงให้ความเมตตากับไอ้จั่นเป็นพิเศษ แม้บางครั้งจะดูเกินสถานะความเป็นนายเป็นไพร่ไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีอะไรเสียหายแม้แต่น้อย กระทั่ง หลวงโกชาต้องการให้มาดามคลาร่าออกเรือนแต่งงานกับกปิตันฌอง แต่มาดามก็ไม่ตอบตกลง ได้แต่ผัดวันประกันพรุ่ง นับแต่นั้น ความเมตตาที่มาดามคลาร่าจึงถูกกปิตันฌองเอามาใช้เล่นงานไอ้จั่น

กปิตันฌองคิดแผนใส่ร้ายป้ายสีไอ้จั่นขึ้นมา โดยปั่นหัวกรอกหูหลวงโกชาว่าไอ้จั่นใช้เล่ห์หลอกลวงมาดามคลาร่าจนหลงเชื่อ สุดท้ายก็จะตีตนเสมอพามาดามคลาร่าหนีไปอยู่กับมัน ไอ้จั่นโดนจับมาโบยนับครั้งไม่ถ้วนกับความผิดที่มันไม่ได้ก่อ สุดท้ายเพื่อแลกกับชีวิตของไอ้จั่น มาดามคลาร่าจึงยอมตกลงแต่งงานกับกปิตันฌอง

จากนั้น ไอ้จั่นก็ไอ้อีอุ่นเป็นเมีย จนกระทั่งวันหนึ่ง ไอ้จั่นเกิดไปฆ่าคนงานคนหนึ่งของกปิตันฌอง โดยหาว่าคนงานคนนั้นมายุ่มย่ามกับอีอุ่นเมียของมัน แล้วไอ้จั่นก็ถูกจับติดคุกเพื่อรอการประหารชีวิต ก่อนมันจะหนีคุกหลวงออกมาได้ในคืนเดียวกับที่กปิตันฌองตาย

สำหรับหลวงโกชาแล้ว ฆาตกรที่ฆ่ากปิตันฌองมีเพียงคนเดียว นั่นก็คือไอ้จั่น “มันคือผู้ฆ่ากปิตันอย่างไม่ต้องสงสัย”

หลังการสอบปากคำเสร็จเรียบร้อย โรแบรต์บอกกับหลวงอินทร์ว่าเขายังไม่ปักใจเชื่อว่าไอ้จั่นเป็นฆาตกร ยังต้องการสอบปากคำกับมาดามคลาร่าอีกครั้ง เพราะทั้งสองพูดไม่ตรงกัน ต้องมีใครสักคนโกหกเป็นแน่ แต่จะเป็นใครล่ะ ?

เช้ารุ่งของอีกวัน โรแบรต์ได้มาพบกับหลวงอินทร์ที่เรือนของพุดซ้อน ก่อนทั้งสามจะไปคุยกัน … โรแบรต์กางแผนที่แผ่นดินสยามบนโต๊ะ คนที่ตกใจเมื่อได้เห็นคือหลวงอินทร์ เพราะสำหรับหลวงอินทร์แล้วแผนที่มันหมายถึงการวางแผนก่อความวุ่นวายเพื่อรุกราน ยิ่งเป็นแผนที่ที่ระบุถึงชัยภูมิสำหรับของอโยธยาด้วยแล้ว ยิ่งคิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลย

ตรงกันข้ามกับโรแบรต์โดยสิ้นเชิง ที่มองว่าแผนที่เป็นส่วนหนึ่งของการหาความรู้ เพราะไม่ใช่บันทึกแค่แผนที่เท่านั้น ยังรวมถึงการจดบันทึกเหตุการณ์หรือสิ่งที่ค้นพบใหม่ ๆ เพื่อคนรุ่นหลังจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมสืบต่อกันไป “ถ้าแผนที่นี้เป็นความลับของฝรั่งเศส และเป็นเครื่องมือที่ใช้ทำร้ายชาวสยาม ข้าคงมิโง่มาเปิดเผยให้ท่านได้รู้หรอก”

คนที่ดูจะเป็นกลางมากที่สุด ย่อมหนักใจที่สุด พุดซ้อนคิ้วขมวดเป็นเลขแปดเมื่อเห็นทั้งสองโต้เถียงกันเอาเป็นเอาตาย ก่อนแม่นางจะหาจังหวะถามโรแบรต์ว่าคิดการจะทำสิ่งใดกับแผนที่นี้ คำตามจากปากฝาหรั่งโรแบรต์คือ “ข้าจักใช้สิ่งนี้ในการสืบสวนเรื่องการตายของกปิตันฌอง …” โรแบรต์หันหน้าไปมองหลวงอินทร์​ “… แผนที่นี้จะมีประโยชน์อย่างมาก ถ้าผู้ที่มีความรู้อย่างท่านช่วยข้า เราต้องร่วมมือกัน ท่านออกหลวงอินทราชภักดี”

EP.5 ไอ้กปิตันสัตว์นรก

เจ้าจอมกินรี (รับบทโดย พิ้งกี้ สาวิกา) เดินทางออกนอกเขตพระราชฐานไปยังบ่อน จีนฮก (รับบทโดย ปั๋ง ประกาศิต) …

“คุณจอม” จีนฮกทักทาย

“ข้าบอกกี่ครั้งกี่หนว่าให้เรียกข้าว่า ‘นายแม่’” หญิงสาวหน้าตาสวยสง่าพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มและมีจังหวะ ราวกับว่าถูกฝึกมาเป็นอย่างดี

“เหตุใดนายแม่ถึงต้องมาด้วยตัวเอง หรือมาด้วยเรื่องของไอ้กปิตันช่อง” จีนฮกหัวเราะร่า

“ฝีมือเจ้าฤา จีนฮก ?” ผู้ที่ถูกเรียกว่านายแม่แสดงใบหน้ายิ้มแย้ม เหมือนดั่งการตายของกปิตันฌองเป็นส่งเบิกบานใจ

“สิ่งใดที่นายแม่ต้องการ สิ่งนั้นคืองานของข้า”

จากนั้น นายแม่หรือเจ้าจอมกินรีก็ตกรางวัลให้ด้วยเงินถุงใหญ่ พร้อมกำชับให้รางวัลกับผู้ลงมือมากหน่อย “ข้าถูกใจฝีมือของมันมาก” ทุกคำพูดใบหน้าของ “นายแม่” เต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ทว่า เบื้องหลังรอยยิ้มเหล่านั้นมันเหมือนมีความดำมืดอันน่ากลัวหลบซ่อนอยู่

ความลับอันดำมืดของกปิตันฌอง

หลวงอินทร์และโรแบรต์ไปสอบถามข้อมูลจากมาดามคลาร่าเพิ่มเติม เพราะไม่ปักใจเชื่อสิ่งที่หลวงโกชาได้ให้ปากคำปรักปรำไอ้จั่นว่าเป็นฆาตกร …

ที่หลวงโกชากล่าวหาว่าไอ้จั่นแอบชอบมาดามคลาร่านั้น ตัวมาดามยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะตอนที่กปิตันฌองขอมาดามคลาร่าแต่งงาน ไอ้จั่นยังยิ้มแย้มยินดีด้วย

จากนั้นมาดามคลาร่าก็เล่าเหตุการณ์ที่กปิตันฌองทะเลาะกับไอ้จั่น วันนั้น กปิตันดื่มเหล้าจนเมามายออกไปเดินตลาด เกิดไปต้องตาต้องใจเข้ากับรูปร่างของอีอุ่น เมียของไอ้จั่นเข้า กปิตันจึงเข้าไปลวนลาม แต่เมื่อฝ่ายหญิงไม่ยอมกปิตันก็ใช้กำลังทำร้าย กระทั่งไอ้จั่นเข้ามาสาวหมัดเข้าใส่เบ้าหน้ากปิตันจนลงไปนอนจมกองฝุ่นอยู่กับพื้น เหตุการณ์เริ่มบานปลายเมื่อลูกน้องกปิตันเข้ามาช่วยกันจับไอ้จั่นให้เป็นเป้านิ่ง มือกปิตันที่ถือไม้หน้าสามจึงกระหน่ำตีเข้าไปที่หัวของไอ้จั่น แต่ด้วยเลือดนักสู้แห่งอโยธยา ไอ้จั่นจึงจัดการทั้งกปิตันและเหล่าลูกน้องได้ไม่ยากเย็นนัก ในตอนท้ายไอ้จั่นคว้ามีดเตรียมจะแทงเพื่อจบชีวิตบัดซบของไอ้กปิตันฝาหรั่งผู้นี้ แต่มาดามตลาร่าเข้ามาห้ามและขอร้องไอ้จั่นเอาไว้

มาดามคลาร่ายังเล่าด้านมืดของกปิตันฝาหรั่งผู้นี้ว่าเป็นกปิตันสายหื่น นอกจากระรานอีอุ่นแล้ว กปิตันก็นิยมไปหาผู้หญิงที่โรงรับชำเราบุรุษ (ซ่อง) … แต่เนื่องจากเรื่องนี้ทำให้มาดามคลาร่ารู้สึกแย่จนร้องไห้ออกมาไม่หยุด โรแบรต์จึงหยุดการสอบปากคำไว้เพียงเท่านี้

ระหว่างเดินทางกลับ หลวงอินทร์จับพิรุธมาดามคลาร่าที่เล่าเรื่องอีอุ่นสองครั้งไม่ตรงกัน ครั้งก่อนเล่าว่าลูกน้องกปิตันฌองชอบอีอุ่น ผิดกับครั้งนี้ที่บอกว่ากปิตันฌองเป็นคนชอบอีอุ่น ส่วนโรแบรต์ก็วิเคราะห์ว่ามาดามคลาร่าต้องมีอะไรปิดบังอยู่อย่างแน่นอน หลวงอินทร์จึงเสนอให้ไปสอบปากคำทางฝั่งไอ้จั่นบ้าง ซึ่งก็คือยายจวงแม่ไอ้จั่น

กระบวนการอยุติธรรม

ระหว่างทางหลวงอินทร์กับโรแบรต์แวะชวนพุดซ้อนให้ไปด้วยกัน ทั้งสามจึงลงเรือไปหายายจวงพร้อมกัน ยายจวงดีใจที่มีผู้มารับฟังความจริงจึงไล่เรียงเล่าออกไปทุกอย่างที่รู้ …

คืนหนึ่ง มาดามคลาร่าเข้าหาไอ้จั่นที่ห้องเพื่อขอให้ไอ้จั่นหาหนี เพราะมาดามไม่ต้องการแต่งงานกับกปิตันฌอง แต่หลวงโกชาจับได้เสียก่อน อีอุ่นจึงโกหกไปว่าไอ้จั่นกำลังพามันหนี (เพื่อปกป้องมาดามคลาร่า) ทำให้หลวงโกชาโกรธที่ไอ้จั่นพาทาสในเรือนหนีโดยไม่มีอัฐมาไถ่ตัวจึงสั่งให้ลงโทษสถานหนัก มาดามคลาร่าจึงออกปากว่าจะเป็นคนออกเงินค่าไถ่ตัวอีอุ่นให้ หลวงโกชาจึงจำใจยอม แต่ก็สั่งให้โบยทั้งสองจนหลังลาย

นับแต่นั้น ไอ้จั่นก็รับอีอุ่นมาเป็นเมีย แต่กปิตันฌองก็ยังไม่เลิกตามมาราวีอีอุ่น จนเป็นเหตุให้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับไอ้จั่นครั้งแล้วครั้งเล่า ช่วงแรก ๆ ชาวบ้านก็ช่วยไอ้จั่น แต่ไป ๆ มา ๆ ด้วยกำลังเงินและอำนาจของกปิตันที่มีอยู่มากหลาย ทำให้สุดท้ายเหลือไอ้จั่นเพียงคนเดียวที่จำต้องสู้เพื่อศักดิ์ศรีเมียของมัน

กระทั่งวันหนึ่ง กปิตันที่มีอาการเมามายพร้อมด้วยลูกน้องบุกมาหาอีอุ่นถึงที่ กปิตันตบยายจวงฉาดใหญ่จนหน้าหันลงไปสลบนอนอยู่บนแคร่ ก่อนจะเข้าไปใช้กำลังข่มชืนอีอุ่นที่สู้จนสุดใจ แต่สุดกำลังหญิงก็มิอาจสู้ไอ้ยักษ์ฝาหรั่งดั้งขอได้ จังหวะนั้นเองที่ไอ้จั่นกลับมาพอดี ไอ้จั่นรีบวิ่งมาช่วยอีอุ่นเมียของมัน แต่ภาพที่มันเห็นเบื้องหน้าที่ป่ากล้วยนั้น ช่างเป็นภาพที่ทำร้ายจิตใจยิ่งนัก …

ไอ้กปิตันสัตว์นรกนั่น กำลังขืนใจอีอุ่นที่ไร้ทางสู้และกำลังจะหมดสติ ด้านบนมือของไอ้กปิตันชั่วกดไปคอของอีอุ่นจนแทบหายใจไม่ออก ส่วนด้านล่างมันก็กระทำชำเรา ในขณะที่ไอ้จั่นกำลังจะวิ่งไปช่วยแต่ก็ทำไม่ได้เพราะโดนลูกน้องกปิตันจับตัวเอาไว้ จึงได้แต่มองไอ้สัตว์นรกเลวระยำนั่นขืนใจเมียของมันต่อหน้าต่อตา “ไอ้ช่อง ไอ้สัตว์นรก” แม้แต่คำด่าก็ไม่อาจทำให้ไอ้กปิตันบ้ากามนั่นหมดอารมณ์ชำเราได้เลย แต่ดูเหมือนคำด่าจากปากผัวของหญิงที่มันกำลังขืนใจอยู่กลับทำให้มันมีอารมณ์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ … มันต้องเป็นสัตว์นรกชนิดไหนกันถึงได้มีอารมณ์กับสถานการณ์แบบนี้ได้

หลังจากเสร็จกิจ อีอุ่นนอนนิ่งอยู่ข้างต้นกล้วย ไอ้กปิตันสัตว์นรกเก็บอวัยวะของมันเข้าไปในเป้า ก่อนจะเดินมาเตะเสยคางไอ้จั่นไปหนึ่งดอก แล้วจู่ ๆ กปิตันก็หยิบมีดขึ้นมาแทงลูกน้องของตัวเอง หลังจากนั้นก็ใส่ความโยนความผิดให้ไอ้จั่นว่าเป็นคนฆ่าลูกน้องของมัน เพราะเห็นลูกน้องของไอ้กปิตันข่มขืนเมียของมัน !

ถ้าคดีความของไอ้จั่นมีเพียงความยุติธรรมหล่นร่วงลงมาแม้สักเล็กน้อย ไอ้จั่นก็คงไม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนอย่างเช่นที่เป็นอยู่ตอนนี้ ยายจวงเล่าเรื่องทั้งหมดด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ พุดซ้อน หลวงอินทร์ หรือแม้แต่ชาวฝาหรั่งอย่างโรแบรต์ เมื่อได้ฟังก็รู้สึกแบบเดียวกัน

ยายจวงพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น สีหน้าบอกถึงความเจ็บช้ำน้ำใจเป็นที่สุด ยิ่งเจ็บลึกเสียดเข้าไปส่วนลึกของหัวใจยิ่งกว่า เมื่อผู้เป็นแม่ต้องทนเห็นความอยุติธรรมนั้นตกใส่ลูก โดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย “หากมีใครรับฟัง ไอ้จั่นก็คงไม่ต้องโทษประหาร และถูกจับไปจองจำอยู่ในคุกหลวง”

EP.6 ผ้าผืนนั้น

ที่บ่อนจีนฮก … เจ้าจอมกินรีหรือนายแม่ออกอาการโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่ลูกน้องของจีนฮกทำงานไม่สำเร็จ นายแม่ต้องการให้มันไปขโมย “ผ้าผืนนั้น” ที่กปิตันฌองเก็บไว้จากบ้านมาดามคลาร่า แต่มันค้นทุกซอกทุกมุมแล้วก็หาผ้าผืนนั้นไม่เจอ จีนฮกจึงพูดขึ้นมาว่าแค่ผ้าผืนเดียวทำไมถึงสำคัญขนาดนั้น นายแม่ตวาดกลับไปทันที “สำคัญกว่าชีวิตมึงก็แล้วกัน ไอ้ฮก”

หลังจากสอบปากคำยายจวงเป็นที่เรียบร้อย ทั้งสามก็มาปรึกษาหาความกันต่อที่เรือนพุดซ้อน … หลวงอินทร์วิเคราะห์ว่ามาดามคลาร่ามีเจตนาเล่าความบิดเบือนเพื่อให้ชีวิตแต่งงานดูดีเกินจริง และต้องการปกป้องไอ้จั่น เพราะมาดามอาจจะคิดกับไอ้จั่นเกินไปกว่าบ่าวกับนาย

วันรุ่งขึ้นทั้งสามได้นัดหมายกันไปสอบปากคำกปิตันปอล หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่รีบเดินทางออกจากอโยธยาไปบางกอกวันเดียวกับที่กปิตันฌองเสียชีวิต แต่การสอบปากคำนั้นก็ไม่ได้อะไรมาก ต่อมา ไอ้แสนมารายงานกับหลวงอินทร์ว่า สถานที่ที่กปิตันทั้งสองชอบไปด้วยกันคือ “โรงอาบน้ำบุรุษ” ทั้งสามจึงตกลงกันว่าคืนนี้จะไปตามหาเบาะแสกันย่านนายก่าย ซึ่งเป็นย่านอโคจรของเมือง

คืนนั้น ที่โรงอาบน้ำบุรุษ หลวงอินทร์เข้าไปกับโรแบรต์ ส่วนพุดซ้อนรออยู่ด้านนอก … นอกจากที่ได้รู้ว่ากปิตันฌองเป็นพวกประเภทหญิงก็ได้ชายก็ดีแล้ว ข้อมูลสำคัญที่ได้ก็คือ มีอยู่วันหนึ่ง กปิตันฌองบุกไปบนเรือขนส่งสินค้าของกปิตันปอล โดยใช้ปืนข่มขู่เพื่อแย่งชิงของสิ่งหนึ่งที่อยู่ในกล่อง (น่าจะเป็นผ้าผืนนั้นของเจ้าจอมกินรี)

ระหว่างนั้น พุดซ้อนก็ได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งหนีเพื่อขอความช่วยเหลือ นางจึงยื่นมือเข้าไปช่วย ก่อนจะรับเลี้ยงให้ที่อยู่ที่กินเป็นบ่าวที่เรือนไปอีกคน แม้ว่าหญิงสาวคนนั้นจะเป็นเด็กแขกที่มาจากต่างบ้านต่างเมือง และพูดภาษาสยามไม่ได้ก็ตาม

EP.7 วิปริตพิศวาส

วันรุ่งขึ้น พุดซ้อน, หลวงอินทร์ และโรแบรต์เดินทางไปสอบปากคำกปิตันปอลเพิ่มเติม ตอนแรกกปิตันปอลก็ไม่อยากพูดอะไรมาก แต่เมื่อถูกซักไซ้ไม่เลิกกปิตันฝาหรั่งผู้นี้จึงตัดสินใจเล่าความจริง …

เรื่องมันเริ่มที่โรงอาบน้ำบุรุษ กปิตันฌองเกิดไปต้องตาต้องใจเด็กหนุ่มหน้าตาดีคู่ขาของกปิตันปอล กปิตันฌองจึงใช้เงินก้อนโตซื้อเด็กหนุ่มคนนั้นมาเป็นสมบัติส่วนตัว ไม่กี่วันหลังจากนั้น เด็กหนุ่มก็วิ่งหน้าตาตื่นด้วยความกลัวมาขอความช่วยเหลือกปิตันปอล เพราะทนรับความซาดิสต์ของกปิตันฌองไม่ไหว กปิตันปอลจึงออกตัวให้และตกลงจะคืนเงินค่าตัวเด็กหนุ่มให้เอง

แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งสามตกใจก็คือคำรับสารภาพของกปิตันปอลที่ว่า ตัวเขามีความสัมพันธ์สวาทกับกปิตันฌอง !!!

ทีนี้ ทั้งสามจึงไปถามความจริงเรื่องนี้กับมาดามคลาร่าอีกครั้ง แต่มาดามคลาร่าปฏิเสธไม่รู้เรื่องที่กปิตันฌองกับเด็กหนุ่มคนนั้นเล่นสวาทกัน และยังต่อว่าที่เอาเรื่องอัปยศเช่นนี้ใส่ความกับคนที่ตายไปแล้ว ส่วนอีเอี้ยงก็ให้ปากคำว่า เด็กหนุ่มคนนั้นแหละที่ฆ่ากปิตันฌอง เพราะโกรธแค้นที่ถูกกปิตันทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงและก็เพื่อชิงทรัพย์

อย่างไรก็ตาม หลวงอินทร์และโรแบรต์ไม่เชื่อสิ่งที่ทั้งนายบ่าวทั้งสองนี้ให้การเลย และเชื่อว่าอีเอี้ยงกับมาดามคลาร่ากำลังปกปิดอะไรบางอย่าง แล้วมันคืออะไร ?

EP.8 พาตัวให้หลุดจากโลกความจริง

แม่ของหลวงอินทร์ไปหาพุดซ้อนให้ฝังเข็มแก้อาการปวดเมื่อยครั่นเนื้อครั่นตัว และพูดคุยกับเพื่อนซี้เพื่อนเก่าเพื่อนแก่อย่างแม่ของพุดซ้อน ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันนาน ด้วยความสวยและความสามารถทำให้แม่หลวงอินทร์ถูกตาต้องใจพุดซ้อนอยากได้มาเป็นลูกสาว แต่ถึงปากบอกว่าอยากได้มาเป็นลูกสาว แต่ในใจก็อยากจับคู่พุดซ้อนให้กับหลวงอินทร์ ลูกชายของตนที่จมอยู่กับอดีตภรรยาผู้ตายจากไป

คืนนั้น หลวงอินทร์ดื่มสุราจนเมามายอยู่ที่เรือนอย่างที่ทำเป็นประจำทุกคืน สุราที่ดื่มเข้าไปเพื่อให้หลุดพ้นจากโลกความเป็นจริงอันเจ็บปวด ก้าวเข้าไปสู่โลกของจินตนาการ โลกที่ภรรยาของเขายังอยู่ โลกที่มีภรรยาของเขาอยู่เคียงข้าง นอนตัก พูดจากหวานซึ้งด้วยความรักให้แก่กัน หลวงอินทร์จมอยู่กับความเศร้านี้มานานแค่ไหนแล้ว ? การจากลาที่เจ็บปวดที่สุดก็คือความตายอย่างนั้นหรือ ? จังหวะที่หลวงอินทร์กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับความสุขในจินตนาการที่สร้างขึ้นมา จู่ ๆ เสียงโรแบรต์ก็ร้องเรียก พร้อมกับเคาะประตูเรือนเสียงดังลั่น

โรแบรต์เองก็เมามายไม่ต่างกัน เขาต้องการมาดื่มกับหลวงอินทร์ ดื่มเพื่อจะบอกอะไรบางอย่าง “ข้าอยากจะบอกท่านว่า ข้าชอบแม่หญิง [พุดซ้อน] นัก” หลวงอินทร์ได้ฟังเช่นนั้นก็หัวเราะชอบใจออกมาไม่หยุด และเมื่อฝาหรั่งโรแบรต์กลับไปแล้ว หลวงอินทร์ก็กลับมานอนคุดคู้จมปลักร้องไห้เสียใจอยู่อย่างนั้นจนหลับไป

อีใบ้

รุ่งขึ้น ชายฉกรรจ์ถือดาบหลายคนขึ้นมาที่เรือนหมอพุดซ้อน พวกมันบอกว่ามาจับตัว “อีใบ้” (หญิงสาวที่พุดซ้อนช่วยและพามาอยู่เป็นบ่าวในเรือน) ซึ่งเป็นนางโลม สมบัติของนายมันกลับไป พุดซ้อนเห็นเช่นนั้นจึงขอไถ่ตัวของ “อีใบ้” แต่เมื่อจ่ายเงินค่าไถ่ให้แล้ว พวกมันกลับเล่นแง่ขอเรียกเงินเพิ่ม ยังดีที่หลวงอินทร์กับโรแบรต์มาช่วยเอาไว้ได้ทัน

จากการสอบปากคำ ทำให้ได้เบาะแสชวนสงสัย เพราะผู้ที่พาตัวอีใบ้ไปขายให้ซ่องนางโลมคือบ่าวจากเรือนฝาหรั่งผู้หนึ่ง !?

ทั้งสามรีบรุดไปหามาดามคลาร่า แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร มาดามคลาร่าก็เป็นลมล้มพับไป เมื่อพุดซ้อนตรวจดูอาการก็พบว่า มาดามคลาร่าตั้งท้อง … ระหว่างเดินทางกลับ พุดซ้อนจึงได้เสนอสมมติฐานขึ้นมาว่า “เป็นไปได้หรือไม่ที่กปิตันฌองจะไม่ได้เป็นพวกนิยมเล่นสวาทอย่างที่ถูกกล่าวหา ไม่เช่นนั้นมาดามคลาร่าจะตั้งท้องได้เยี่ยงไร” พุดซ้อนกล่าวต่อว่า การแต่งกายเป็นหญิงของกปิตันฌองอาจเป็นเหตุจงใจของฆาตกรที่ทำให้การสืบสวนหลงทาง

เจ้าจอมสารภีกลับเข้ามาในวังหลวงและได้ทำการสืบสวนผ้าที่ได้จากพุดซ้อน จนได้รู้ว่าเป็นผ้าลายกินรี เป็นผ้าของเจ้าจอมกินรี พระสนมคนโปรด ระหว่างนั้น เจ้าจอมกินรีจึงวางแผนชิงผ้าผืนนั้นคืน ด้วยความที่เจ้าจอมสารภีรู้ทัน จึงเก็บผ้าผืนนั้นเอาไว้ในที่ปลอดภัย

EP.9 ผ้าผืนนั้นเป็นของใคร ?

หลวงอินทร์ โรแบรต์ และพุดซ้อน เดินหน้าสืบสวนต่อไป จนได้รู้ว่ากปิตันฌองเป็นพวกปล่อยเงินกู้ และได้เบาะแสว่า “ขุนไชย” (รับบทโดย โกสินทร์ ราชกรม) อาจเป็นลูกหนี้รายใหญ่ของกปิตันฌอง และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ทั้งสามยังทำอะไรไม่ได้มาก เพราะยังไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรที่สามารถเอาผิดขุนไชยได้

ระหว่างนั้น เจ้าจอมสารภีได้เขียนจดหมายถึงพุดซ้อน เล่าถึงเหตุการณ์ร้ายในวังหลวง ที่มีคนตายจากการเข้าไปยุ่งกับผ้าผืนนั้น ทำให้พุดซ้อนตีความได้ว่า “ผ้าผืนนั้นมีความสำคัญอย่างไร ถึงทำให้ผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องต้องเดือดร้อนหรือมีอันเป็นไปทุกคน และใครคือเจ้าของผ้าผืนนั้น ?” โรแบรต์กับหลวงอินทร์ก็คิดเรื่องนี้ไม่ตกเช่นกัน

ทีนี้ ระหว่างทางที่บ่าวของเจ้าจอมสารภีจะเอาจดหมายมาให้พุดซ้อน มีโจรเข้ามาดักปล้นเพื่อต้องการสิ่งของบางอย่าง ซึ่งโจรคนนั้นเป็นลูกน้องของจีนฮก แต่โชคดีที่ไอ้แสนเข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทัน

ในคืนนั้น ทั้งหมดจึงได้มาร่วมประชุมวางแผนสืบสวน ไอ้แสนกับหมอมีได้รับมอบหมายให้ไปเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของขุนไชยที่ซ่องนางโลม ส่วนโรแบรต์กับหลวงอินทร์จะปลอมตัวเฝ้าดูเหตุการณ์รอบนอก

หมอมีกับไอ้แสนตามขุนไชยไปที่บ่อนจีนฮก ตอนนั้นเองที่ไอ้แสนได้เห็นหน้าลูกน้องของจีนฮกก็จำได้ว่าเป้นโจรที่ดักชิงทรัพย์เมื่อกลางวัน ทำให้เกิดการต่อสู้กันอย่างดุเดือด … ด้านโรแบรต์กับหลวงอินทร์ก็บังเอิญเดินไปเจอไอ้จั่นที่มาทำงานยกน้ำอยู่แถวนั้น จึงเกิดการไล่ล่าตามจับขึ้น โรแบรต์ใช้มีดฟันเข้าที่แขนของไอ้จั่นได้หนึ่งแผล แต่จังหวะที่ทุกคนกำลังต่อสู้กันอย่างชุลมุน อีช้อย บ่าวของเจ้าจอมกินรีก็มาดึงตัวไอ้จั่นหนีออกมาจากที่นั่น แล้วบอกว่า “นายข้าต้องการเจอเอ็ง ไปเจอข้าที่ป่าดินสอ”

ไอ้จั่นรีบวิ่งหนีไป หนีไปหนีมาก็มาเผชิญหน้ากับหลวงอินทร์ที่ตรอกเล็ก ๆ ตรอกหนึ่ง ไอ้จั่นจ้องตาหลวงอินทร์อย่างไม่เกรงกลัว ถ้าจะมีใครจำกัดความคำว่าชายชาตรีแห่งอโยธยา ไอ้จั่นผู้นี้คือผู้ที่เป็นคำจำกัดความได้โดยสมบูรณ์

ไอ้จั่นได้แต่พูดว่าตัวมันไม่ผิด แต่หลวงอินทร์ไม่สนใจว่าไอ้จั่นจะถูกหรือจะผิดเลยสักนิด สิ่งที่หลวงอินทร์สนใจมันยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก “มึงรู้หรือไม่ว่ามึงกำลังนำความฉิบหายมาสู่บ้านเมือง … ทุกคนเชื่อกันหมดว่ามึงคือฆาตกร มีงจะฆ่าหรือไม่ก็ตาม แต่เพลานี้ไอ้พวกฝาหรั่งมันกำลังยัดข้อหาให้คนสยามฆ่าคนของพวกมัน เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอโยธยา …” หลวงอินทร์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและหนักแน่น “… จำใส่กะลาหัวมึงเอาไว้ มึงห้ามถูกจับเด็ดขาด”

ไอ้จั่นนิ่งอึ้งกับคำพูดของหลวงอินทร์ มันไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวมันเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องร้ายแรงเพียงนี้ ไอ้จั่นรีบวิ่งหนีไปเมื่อหลวงอินทร์เปิดทางให้ แต่ไม่รู้ยังไง หนีไปหนีมาไอ้จั่นดันปีนเข้าไปหลบในบ้านของกปิตันปอล

EP.10 เหตุแห่งความโกรธเคือง

โรแบรต์นำหลวงอินทร์ตามรอยเลือดของไอ้จั่นมาจนถึงเรือนของกปิตันปอล ทั้งสองได้ขอเข้าค้นด้านใน แต่ค้นยังไงก็ไม่พบไอ้จั่น นั่นเป็นเพราะกปิตันปอลได้ให้ความช่วยเหลือไอ้จั่นเอาไว้ ด้วยความเสน่หาในตัวของไอ้จั่นมาตั้งแต่ก่อนหน้า

หลังโรแบรต์และหลวงอินทร์กลับไป กปิตันปอลก็เริ่มแสดงความหื่นกับไอ้จั่น แต่ไม่ทันที่จะได้ล่วงเกินอะไรมากไปกว่าใช้ลิ้นเลียไปที่แขน ไอ้จั่นก็ซัดกปิตันปอลไปนอนกองอยู่กับพื้น “ไอ้ฝาหรั่งวิตถารอย่างมึงสมควรตายไปพร้อมกับไอ้กปิตันช่อง” แล้วไอ้จั่นมันก็ปีนหนีออกไปทางหน้าต่าง

ในขณะที่ เจ้าจอมสารภีได้คำตอบแล้วว่า “ผ้าลายกินรี” ผืนนั้น เป็นผ้าที่มิได้ผ่านพระบรมราชโองการ เป็นการจัดทำขึ้นอย่างพลการ และผู้ที่ทำเช่นนี้จะต้องโทษฐานกบฏ มีความผิดถึงขั้นโดนประหารชีวิต !

ด้านออกญาวิชาเยนทร์เรียกโรแบรต์เข้าพบ เพื่อขอให้เร่งปิดคดีนี้โดยสรุปว่าไอ้จั่นเป็นคนฆ่ากปิตันฌอง แต่โรแบรต์เป็นผู้ยึดถือความถูกต้อง เขาจึงเอาเรื่องนี้มาบอกหลวงอินทร์และพุดซ้อน

ระหว่างนั้น พุดซ้อนก็ได้รู้ความจริงถึงเหตุที่ทำให้หลวงอินทร์แสดงท่าทีโกรธเคืองนางตั้งแต่แรกเจอ ก็เป็นเพราะหมอโหมด พ่อของพุดซ้อนไม่สามารถรักษาอาการป่วยไข้คนรักของหลวงอินทร์ หรือแม้แต่รักษาชีวิตเอาไว้ได้ ด้วยเหตุที่การป่วยไข้นั้นเป็นโรคติดต่อร้ายแรง นับแต่นั้น หมอโหมดก็หายตัวไปและไม่มีใครพบเจอตัวอีกเลย

ความสูญเสียในครั้งนั้นทำให้หลวงอินทร์กลายเป็นปีศาจสุรา ที่ตกค่ำก็เอาแต่ดื่มเพื่อให้ตัวเองหลุดจากความเจ็บปวด ความคิดถึง และความโหยหาคนรักที่จากไป คนรักที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

ตัดภาพมาที่วังหลวง … เจ้าจอมกินรีแอบออกมาจากวังหลวงกลางดึก โดยมีอีช้อย บ่าวคนสนิทให้ความช่วยเหลือตบตาทหารเวรยาม ผู้ที่เจ้าจอมผู้สูงศักดิ์ต้องการไปพบคือ “ซินแซฮง” ชายหนุ่มผู้ที่เจ้าจอมกินรีหลงใหลยิ่งนัก

EP.11

รออัปเดต

Photos : ภาพหน้าจอจาก @Ch3Thailand