Skip to content
อธิบายตอนจบซีรีส์ JIRISAN (2021) เขาจีรี

อธิบายตอนจบซีรีส์ JIRISAN (2021) เขาจีรี

อธิบาย JIRISAN ตอนจบ : ทีมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าผู้มากประสบการณ์ต้องเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือนักเดินเขา พร้อมทั้งไขปริศนามรณะและปกป้องอุทยานแห่งชาติเขาจีรีไปพร้อมกัน …

เนื้อหามีการสปอยล์ซีรีส์ JIRISAN (2021)

จุดเริ่มต้น

เรื่องราวทั้งเรื่องจะมีฉากหลังเป็นอุทยานแห่งชาติเขาจีรี เป็นดินแดนที่มีเรื่องราวเล่าขานมากมาย โดยเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อปี 2018 …

คังฮยอนโจ (รับบทโดย จูจีฮุน) ได้เริ่มงานเป็นวันแรกในฐานะเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในหน่วยพิทักษ์ป่าแฮดง เขาเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถโดดเด่น โดยมีคู่หูเป็น ซออีคัง (รับบทโดย จอนจีฮยอน) เจ้าหน้าที่หญิงที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งที่สุด จากสกิลในการเอาชีวิตรอด และความชำนาญเส้นทางในผืนป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้

ทั้งสองร่วมมือกันเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่หลงเข้าไปในป่า ท่ามกลางสภาพอากาศอันเลยร้ายจากพายุไต้ฝุ่น แต่ระหว่างที่ทุกคนกำลังสิ้นหวัง ฮยอนโจก็เห็นนิมิตภาพบางอย่างขึ้นมา เป็นภาพตำแหน่งที่อยู่ของเด็กนักเรียนคนนั้น ในท้ายที่สุดเขากับอีคังก็ช่วยเด็กนักเรียนคนนั้นได้อย่างปลอดภัย

อีคังแปลกใจว่าฮยอนโจรู้ตำแหน่งของเด็กนักเรียนได้ยังไง เขาจึงบอกว่าสิ่งลี้ลับที่เขาลูกนี้บอกเขา ซึ่งสิ่งที่ฮยอนโจพูดออกมาก็ตรงกับความเชื่อของคนเกาหลีที่มีมาเนิ่นนาน มีการบูชาเขาจีรีมาตั้งแต่ยุคสามก๊ก แต่อีคังไม่เชื่อ

จากนั้น ฮยอนโจก็ได้เห็นภาพนิมิตอีกหลายครั้ง และก็สามารถช่วยเหลือผู้คนได้ทุกครั้ง รวมไปถึงการไขปริศนาในคดีต่าง ๆ ได้อีกด้วย จนกระทั่งฮยอนโจปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่า เหยื่อทุกคนมีความเกี่ยวข้องกับอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 1995 ทำให้เขาเชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุทกภัยในครั้งนั้น ซึ่งพ่อแม่ของอีคังก็ฆ่าตัวตายในเหตุการณ์นั้น และเป็นแผลในใจของเธอมาต่อเนื่องยาวนานกว่า 25 ปี แต่จนถึงตอนนี้ อีคังก็ยังคงไม่เชื่อว่าพ่อแม่ของเธอฆ่าตัวตายเพื่อหนีหนี้ไปในตอนนั้น

ฆาตกรรมหมู่

เรื่องราวดำเนินไป กระทั่งวันหนึ่งสัญญาณเตือนสถานการณ์น้ำที่เข้าขั้นวิกฤติเหมือนในปี 1995 ได้ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้มีคำสั่งให้อพยพทุกคนออกมาทันที และเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ รถโดยสารประจำทางที่มีผู้โดยสารเกือบเต็มคัน โดยมีคุณยายของอีคังอยู่ในนั้นด้วย ได้ประสบอุบัติเหตุตกลงไปในแม่น้ำขณะรถกำลังข้ามสะพาน ทุกคนเสียชีวิต !

แต่ฮยอนโจพบเบาะแสบางอย่างที่บ่งบอกว่า อุบัติเหตุครั้งนี้อาจไม่ใช่อุบัติเหตุ หากทว่ามันเป็นการฆาตกรรมหมู่ !!!

ฮยอนโจตัดสินลาออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เขาตั้งใจที่จะสืบหาตัวคนร้ายให้ได้ สืบไปสืบมาจนไปพบความผิดปกติบางอย่างของ “หมู่บ้านหุบเขาสะพานดำ” … ย้อนกลับไปเมื่อปี 1991 มีโครงการสร้างรถกระเช้าเกิดขึ้นที่หมู่บ้าน แต่ชาวบ้านไม่เห็นด้วย นับแต่นั้นก็เกิดเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น มีคนแอบเอาซากสัตว์ใส่ลงไปในบ่อน้ำ จากนั้นก็มีชาวบ้านเสียชีวิตไปหลายคน รวมไปถึงการฆ่าตัวตาย สุดท้ายโครงการกระเช้าถูกพับไป ต่อมาทางอุทยานก็มีโครงการให้ชาวบ้านอพยพออกจากพื้นที่ นับแต่นั้นหมู่บ้านแห่งนี้ก็กลายเป็นหมู่บ้านร้าง

ฮยอนโจดูรายชื่อของชาวบ้านที่เข้าโครงการอพยพก็พบว่า ผู้เสียชีวิตอยู่ในรายชื่อโครงการอพยพทั้งสิ้น !!?

กับดักกลางหิมะ

เรื่องราวดำเนินมาจนถึงปี 2019 … วันหนึ่ง มีคนจงใจวางกับดักให้อีคังเกิดอุบัติเหตุจนล่วงลงจากขอบหน้าผาหิมะจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ฮยอนโจช่วยปฐมพยาบาลให้อีคังเบื้องต้น ก่อนที่จะเดินเท้าไปหาสัญญาณโทรศัพท์เพื่อติดต่อให้คนมาช่วย ตอนนั้นเองฮยอนโจก็โดนทำร้ายจากด้านหลัง จนนอนหมดสติอยู่กลางหิมะ …

เหตุการณ์นี้ทำให้ฮยอนโจนอนเป็นผักอยู่ที่โรงพยาบาลนับแต่นั้น ส่วนอีคังก็ต้องกลายเป็นคนขาพิการ

กลับมาหาคำตอบและวิญญาณฮยอนโจ

ตัดภาพมาปี 2020 … อีคังกลายเป็นคนขาพิการ แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะหาคำตอบอะไรบางอย่าง เธอจึงนั่งวีลแชร์กลับเข้ามาขอทำงานที่หน่วยพิทักษ์ป่าแฮดงอีกครั้ง

หลังจากมาทำงานได้สักพัก อีคังก็ให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ารุ่นน้องเข้าไปติดกล้องวงจรปิดให้ตามที่ต่าง ๆ แต่สิ่งที่รุ่นน้องคนนั้นเห็นคือ วิญญาณฮยอนโจ !!!

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง อีคังก็ได้รับโทรศัพท์จากทางโรงพยาบาล ที่โทร. มาแจ้งว่า อาการฮยอนโจทรุดลงอย่างหนัก “คนไข้มีความดันเลือดสูงอย่างกะทันหัน และมีเลือดออกภายใน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเป็นแบบนี้ แต่ทุกครั้งแพทย์ก็ตรวจหาสาเหตุไม่พบ”

ซึ่งต่อมาก็พบศพรุ่นน้องคนนั้นเสียชีวิต ใครกันนะที่เป็นฆาตกร ? ระหว่างที่เรื่องราวกำลังเข้าสู่โหมดปริศนาไร้คำตอบ จู่ ๆ อีคังก็ได้รับจดหมายจากชายเก็บสมุนไพรว่า ที่ระบุว่าวิญญาณฮยอนโจเป็นคนมอบให้เขา เนื้อหาในจดหมายนั้นเขียนว่า “คนที่ทิ้งสัญลักษณ์เอาไว้ครั้งนี้ไม่ใช่ผม” (หมายถึงสัญลักษณ์ที่ทิ้งเอาไว้ให้ตามหาร่างของรุ่นน้องที่อีคังใช้ให้เข้าไปติดกล้องวงจรปิด)

อีคังตกใจเป็นอย่างมากเมื่อได้รู้ข้อความที่วิญญาณฮยอนโจฝากมาถึง !

อีคังตอบคำถามเพื่อน ๆ ที่หน่วยพิทักษ์ป่าฯ ที่สงสัยว่าเธอกลับมาที่นี่ทำไม เธอจึงตอบไปแบบตรง ๆ ว่า ”ฉันกลับมาเพื่อหาว่าคนร้ายตัวจริงคือใคร” และเธอก็เชื่อว่าฮยอนโจรู้ว่าคนร้ายตัวจริงคือใคร

โฉมหน้าฆาตกรตัวจริง

อีคังขอให้เพื่อนร่วมงานพาเธอขึ้นไปที่หมู่บ้านหุบเขาสะพานดำ ณ ที่นั้นเอง เธอได้เจอกับวิญญาณฮยอนโจ ผีที่เฝ้ารอที่จะได้เจอเธอมานานแสนนาน และวันนี้มันก็เป็นจริง … วิญญาณฮยอนโจบอกกับอีคังว่า คนร้ายตัวจริงคือ “อุงซุน” ตำรวจที่ยิ้มแย้มแจ่มใสและอ่อนโยนต่อทุกคนที่ร่วมมือกับ “คิมซอล” ซึ่งเป็นคนสองคนที่อีคังไม่อยากเชื่อ

ด้วยความที่ยังไม่เชื่อ จึงต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ อีดังกลับไปดูเอกสารและรายงานคดีต่าง ๆ จนสุดท้ายก็พบว่า “อุงซุนร่วมมือกับคิมซอล” เป็นผู้ต้องสงสัยที่ร่วมลงมือกันก่อเหตุจริง ๆ ตามที่วิญญาณฮยอนโจได้บอกกับเธอ

ความจริงเมื่อปี 1991

ความจริงที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1991 ก็คือ … ในตอนนั้น พ่อของคิมซอลเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เซ็นอนุญาตให้สร้างกระเช้าลอยฟ้า เพราะไม่ต้องการย้ายออกไปจากบ้านเกิด นับแต่นั้นก็เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้นกับครอบครัวคิมซอลมาตลอด แม่คิมซอลถูกฆ่า ผึ้งที่พ่อของเขาเลี้ยงเอาไว้ก็โดนวางยาตายหมด สุดท้ายพ่อคิมซอลก็กลายเป็นบ้าและตัดสินใจฆ่าตัวตายในที่สุด

คิมซอลขึ้นไปบนเขา ครั้งนี้เขาเผชิญหน้ากับวิญญาณฮยอนโจที่ยิงคำถามใส่เขาว่าทำไมถึงฆ่าคนพวกนั้น ? คำตอบจากปากคิมซอลก็คือ “จริง ๆ แล้วผมไม่ได้ตั้งใจฆ่าคนพวกนั้นหรอก ผมกะจะฆ่าตัวตาย แต่ก็มีบางสิ่งเหนี่ยวรั้งผมเอาไว้” … คิมซอลจะฆ่าตัวตายหนีชีวิตบัดซบนี้ไปซะ แต่สิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจก็คือ ไม่มีใครจำได้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร ไม่มีใครจำได้เลยว่าเขาต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรมาบ้าง พ่อเขาฆ่าตัวตาย แม่เขาถูกฆ่า ไม่มีใครจำสิ่งเหล่านี้ได้เลย ตอนนั้นเขาจึงเปลี่ยนใจจากฆ่าตัวตายเป็นฆ่าคนพวกนั้นให้หมด เพราะคิมซอลเชื่อว่า “ภูเขาลูกนี้อยู่ข้างเขา”

เมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ววิญญาณฮยอนโจจึงกล่าวว่า “แท้จริงแล้วภูเขาไม่ได้อยู่ข้างคุณ แต่ต้องการลงโทษคุณต่างหาก และสุดท้ายคุณก็จะโดนลงโทษ”

เวลาเดียวกันนั้น อีคังได้หลักฐานที่เอาผิดคนร้ายตัวจริงซึ่งก็คือโทรศัพท์ของเซอุค ในโทรศัพท์เครื่องนั้นมีข้อความที่เซอุคใช้ติดต่อกับคิมซอล ซึ่งเป็นหลักฐานที่ใช้เอาผิดคิมซอลได้ แต่คิมซอลเอาก็ไม่ได้ให้จับได้ง่าย เขาจับตัวอีคังเอาไว้เป็นตัวประกัน และหนีการจับกุมของตำรวจไปได้

ระหว่างที่คิมซอลกำลังขับรถหนี จังหวะนั้นอีคังตัดสินใจเปิดประตูแล้วกระโดดหนีออกมา แล้วทันใดนั้นเองสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น … ดินถล่มลงมาทับร่างของคิมซอลตายไปต่อหน้าต่อตาอีคัง !

ภูเขาไม่ได้อยู่ข้างเขาจริง ๆ

ภูเขาก็เป็นแค่ภูเขา

อีคังมีตำแหน่งเป็นคนสัมภาษณ์งานที่สำนักงานอุทยานแห่งชาติ เธอกล่าวกับผู้สมัครคนหนึ่งว่า “คุณกลัวภูเขามั้ย จริง ๆ ฉันก็กลัวภูเขาอยู่เหมือนกัน แต่ว่าภูเขาก็เป็นแค่ภูเขา แต่ละคนมีภูเขาของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป บางคนขึ้นไปเพื่อใช้ชีวิต บางคนขึ้นไปเพื่อต้องการตาย แต่มันไม่สำคัญหรอก เพราะหน้าที่ของพวกเราคือปกป้องความปลอดภัยของพวกเขา”

ที่สำคัญคือ อีคังกลับมาเดินได้เป็นปกติ ส่วนฮยอนโจก็ฟื้นขึ้นมาจากความตายได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แล้วเรื่องราวก็จบลงไปแบบนี้อย่างมีความสุข

ดูซีรีส์เรื่องนี้ที่ Netflix : คลิกที่นี่​