Skip to content
สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Trolley (2022)

สรุปเนื้อเรื่องซีรีส์ Trolley (2022)

ซีรีส์ Trolley สปอยล์ : โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ผู้คนหันมาจับจ้องชีวิตส่วนตัวของภรรยาสมาชิกสภาระดับสูง และบีบให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความลับในครอบครัว รวมถึงอดีตที่ไม่อยากรื้อฟื้น …

EP.1 จุดเริ่มต้น

ที่สถานีตำรวจ เวลาเที่ยงคืนครึ่งในคืนที่ฝนตกหนัก … คิมฮเยจู (รับบทโดย คิมฮเยจู) มาแจ้งความด้วยท่าทางตื่นตระหนกว่า ลูกสาววัย 14 ปีของเธอหายตัวไป มือถือก็ปิด เจ้าหน้าที่หญิงแจ้งกับคุณแม่ว่าไม่ต้องเป็นกังวล จากสถิติเด็กสาววัยนี้ส่วนใหญ่จะหนีออกจากบ้านมากกว่าการถูกลักพาตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงถามถึงสาเหตุที่คิดว่าทำให้ลูกสาวหนีออกจากบ้าน ณ จุดนี้เอง ฮเยจูจึงได้นึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวัน เหตุการณ์ที่เธอกับลูกสาวทะเลาะกัน …

ย้อนกลับไป 13 ชั่วโมงที่แล้ว

ฮเยจูเปิดร้านซ่อมหนังสือ เมื่อลูกค้าชวนคุยเกี่ยวกับลูก ๆ เธอจึงบอกว่า ลูกชายคนโตอายุ 22 ปี และลูกสาววัย 14 ปี ลูกค้าจึงชมเป็นการใหญ่ว่ามีลูกโตขนาดนั้นแต่ยังดูเด็กมาก เธอจึงยิ้มแห้ง ๆ เพื่อตัดบท โดยไม่ได้บอกว่าจริง ๆ ลูกชายคนโตเป็นลูกเลี้ยง

ฮเยจูเป็นคนไม่ค่อยชอบเข้าสังคม แต่ด้วยความที่โดนเพื่อนสนิทรุ่นพี่คะยั้นคะยอ เธอจึงยอมไปทานข้าวกับแก๊งคุณแม่โรงเรียนลูกสาว แต่ก็อีกนั่นแหละ เมื่อถูกถามว่าสามีทำงานอะไร เธอก็ตอบเลี่ยง ๆ ไปว่าทำงานธรรมดาทั่วไป ทั้งที่จริง ๆ แล้วสามีของเธอเป็นถึง ส.ส.สองสมัย

ลูกสาววัยมัธยมต้นของฮเยจูเรียนเก่งมาก พวกแม่ ๆ จึงชวนให้ลูกสาวของเธอไปเป็นผู้เขียนวิทยานิพนธ์ร่วมที่มหาวิทยาลัยโซชร่วมกับเพื่อน ๆ แต่ฮเยจูปฏิเสธ

ตลอดทั้งวันจนถึงเย็น ฮเยจูใช้ชีวิตโลว์โปรไฟล์มาก ๆ การแต่งตัวก็แต่งแบบธรรมดาเชย ๆ ร้านอาหารที่เลือกกินก็เป็นร้านบ้าน ๆ การเลือกซื้อของก็ซื้อจากร้านค้าเล็ก ๆ

สามีของฮเยจูถูกจัดหมวดหมู่อยู่ในประเภทนักการเมืองจอมแฉ วันนี้ ส.ส.นัมจุงโด (รับบทโดย พัคฮีซุง) เปิดแถลงข่าวแฉการเก็งกำไรที่ดินผิดกฎหมายของ ส.ส. และข้าราชการระดับสูง เขาต้องการทำให้การเก็งกำไรที่ดินผิดกฎหมายนี้ให้หมดไป เพราะเขาต้องการทำให้ประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ใสสะอาด ในการแถลงข่าว ส.ส.นัมจุงโดยังระบุชื่อ ญาติส.ส. 5 สมัยคนหนึ่งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าว

ส.ส.นัมจุงโดพยายามเดินอยู่บนอุดมคติบนเส้นทางการเมือง ทำทุกอย่างที่นักการเมืองที่ดีควรจะทำ ไม่เคยใช้อภิสิทธิ์ของการเป็นนักการเมืองเลยแม้แต่นิดเดียว จะมีคำครหาบ้างก็ตรงที่ภรรยาของเขาไม่เคยโผล่หัวออกมาช่วยหาเสียงเหมือนนักการเมืองคนอื่น ๆ บางคนถึงขั้นมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม แต่บางคนก็ว่ามันเป็นข้อตกลงที่เขาทำกับภรรยา (ฮเยจู) ตั้งแต่ก่อนลงเล่นการเมือง “เธอจะไม่ยุ่งเรื่องการเมืองของสามีเด็ดขาด”

เย็นวันนั้น ลูกสาวของฮเยจูกลับมาถึงบ้านก็ตรงปรี่เข้ามาหาแม่ พร้อมกับคำพูดที่แสดงความไม่พอใจ ไม่พอใจที่แม่ไม่ให้ไปมหาวิทยาลัยโซลกับเพื่อน ๆ เพื่อจะได้เอาผลงานไปเขียนลงเรซูเม่ แถมยังจี้ใจดำแม่ว่าแม่ไม่รู้อะไรหรอกเพราะแม่ไม่เคยเรียนมหาวิทยาลัย ฮเยจูใจเย็นพยายามอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ให้ไป แต่ก็นั่นแหละ เด็กวัยรุ่นเมื่อถูกห้ามไม่ให้เป็นเหมือนเพื่อน ๆ ไม่ว่าเหตุผลอะไรมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่ฟังขึ้นทั้งนั้น

“ทำไมหนูต้องอดใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นเพราะพ่อด้วยล่ะ …” ลูกสาววัยสิบสี่หันหลังให้แม่ พร้อมกับเดินกระทืบเท้าเข้าห้องและล็อกประตูอยู่ในนั้น “… ช่างเถอะ หนูไม่ไปแล้ว ไม่ไปก็จบใช่มั้ย”

ตามหาตัวคนหาย

คืนนั้น ฮเยจูเข้าไปหาลูกสาวในห้อง เธอตกใจที่ลูกสาวหายไป จากนั้นก็รีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือการออกตามหาในสถานที่ที่คาดว่าเด็กสาวจะไป คืนนั้นทั้งคืนฮเยจูกับสามีเดินตามหาทุกที่ที่คิดว่าจะเจอลูกสาว แต่ก็คว้าน้ำเหลว

รุ่งขึ้น ฮเยจูขอให้สามีใช้อภิสิทธิ์ความเป็น ส.ส. ทำให้เจ้าหน้าที่ระดมกำลังออกตามหาลูกสาว ตอนแรกนัมจุงโดทำท่าปฏิเสธ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมทำตามความต้องการของภรรยา เขาได้รับการติดต่อจากผู้กำกับฯ จากนั้นการระดมกำลังออกตามหาตัวลูกสาวมัธยมต้นที่หนีออกจากบ้านก็เริ่มต้นขึ้น

การตามหายังคงดำเนินไปจนถึงค่ำของวันนั้น แต่แทนที่จะพบลูกสาวกลับมีโทรศัพท์แจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าพบศพนัมจีฮุน ลูกชายคนโตของ ส.ส.นัมจุงโด บริเวณริมแม่น้ำฮัน เวลา 20.55 น. เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเจอเมทแอมเฟตามีนปริมาณ 1 กรัมในกระเป๋าเสื้อ

นอกจากนั้น ตำรวจยังมีพยานที่ระบุว่า เห็นผู้ตายดื่มอยู่คนเดียวที่สถานบันเทิงย่านกังนัมก่อนที่เขาจะเสียชีวิตไม่กี่ชั่วโมง และมีภาพกล้องวงจรปิดยืนยัน อีกทั้งไม่พบร่องรอยบาดแผลจากการทำร้ายร่างกาย ทำให้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่าเป็นการพลัดตกน้ำเองเนื่องจากอาการเมา หรือไม่ก็เพราะฤทธิ์จากยาเสพติด

เจ้าหน้าที่สอบปากคำฮเยจูเพิ่มเติม หลังพบว่าผู้ตายเคยมีประวัติเมาแล้วกร่างเข้าทำร้ายร่างกายผู้ที่เดินไปมา และเพิ่งออกจากคุกเมื่อ 15 วันก่อน ฮเยจูให้ข้อมูลกับตำรวจว่าเธอเป็นคนไปรับและเช่าห้องให้เขาอยู่คนเดียว

ระหว่างนั้น ลูกสาวคนเล็กก็กลับบ้านมาเอง เธอสารภาพว่าเธอหนีออกจากบ้านเพื่อให้พ่อแม่สนใจเธอบ้างเท่านั้น ฮเยจูโผเข้ากอดลูกสาวพร้อมกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความดีใจ

2 สัปดาห์ต่อมา … มีหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งมามากดกระดิ่งที่บ้าน ฮเยจูเปิดประตูแล้วกล่าวทักทายตามปกติ หญิงสาวคนนั้นพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ฉันท้องลูกของลูกชายคุณค่ะ”

EP.2 อุบัติเหตุ

การตายของลูกชายที่มีสารเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมไปถึงการใช้อภิสิทธิ์กับตำรวจในการระดมกำลังออกหาตัวลูกสาวที่หนีออกจากบ้าน กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ ส.ส.นัมจุงโดถูกกดดันให้รับผิดชอบด้วยการลาออก สถานการณ์ของเขาในตอนนี้ไม่ดีนัก ในขณะที่การเลือกตั้งทั่วไปใกล้จะมาถึง

ซูบิน (รับบทโดย จองซูบิน) เอาที่ตรวจครรภ์และผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาล แต่เธออ้างว่าโทรศัพท์หายเมื่อวานจึงไม่มีรูปตอนที่อยู่กับจีฮุนมาแสดง ฮเยจูได้แต่นั่งนิ่งรับฟัง แต่ก็ถึงกับอึ้งอีกครั้งเมื่อเด็กสาวขออยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วย เพราะเธอไม่มีพ่อแม่หรือใครให้พึ่งพิง

นัมจุงโดกลับมาถึงบ้านด้วยอาการเมามาย ฮเยจูเล่าเรื่องซูบินให้เขาฟัง ตอนแรกเขาปฏิเสธที่จะให้เด็กสาวคนนั้นอยู่ที่นี่ แต่ฮเยจูพยายามโน้มน้าวให้เขาเห็นด้วย “เธอเหมือนฉันตอนที่มาโซลใหม่ ๆ ตัวคนเดียว ไม่มีเงิน ไม่มีพ่อแม่ และตอนที่ฉันท้องอายุก็พอ ๆ กับเธอ ต่างกันตรงที่ตอนนั้นฉันมีคุณ”

รุ่งขึ้น นักข่าวตามมาเกาะติดขอสัมภาษณ์ถึงหน้าบ้าน ส.ส.นัมจุงโดกรณีที่ลูกชายมีความเกี่ยวพันกับสารเสพติด และเขาใช้อภิสิทธิ์ใช้ให้ตำรวจระดมกำลังออกตามหาลูกสาวที่หนีออกจากบ้าน แต่เขาเลี่ยงที่จะตอบคำถาม

จากนั้น ยายคนหนึ่งที่เพิ่งจะสูญเสียหลานสาวจากการตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง หลังถูกแฟนหนุ่มนักศึกษาแพทย์ถ่ายคลิปลามก แล้วขู่ว่าจะนำไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต ก็ออกมาโวยวายนักข่าวที่ให้ข่าวโจมตี ส.ส.นัมจุงโด เพราะยายชื่นชม ส.ส.นัมจุงโดมาก

เมื่อ ส.ส.นัมจุงโดเห็นคลิปนั้นที่แชร์กันในอินเทอร์เน็ตเขาจึงคิดแผนการบางอย่าง แผนการที่จะเบี่ยงเบนกระแสดราม่าของประชาชนออกไปจากตัวเขา หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่ากลบข่าว

ส.ส.นัมจุงโดออกรายการทีวี ยอมรับเรื่องที่ลูกชายมีสารเสพติดไว้ในครอบครอง และเรื่องการใช้อภิสิทธิ์ในการให้ตำรวจระดมกำลังออกตามหาลูกสาว เขากล่าวขอโทษด้วยสายตาสำนึกผิด โดยอ้างว่าที่ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะสติแตกที่ลูกสาวหายไปนานกว่า 12 ชั่วโมง

จากนั้น นัมจุงโดก็ขอให้ประชาชนสนใจคดีความรุนแรงทางเพศในอินเทอร์เน็ต โดยเกาะกระแสหลานสาวที่ตกเป็นเหยื่อของยายคนนั้น เขาให้สัญญากับประชาชนว่าจะแก้กฎหมายให้มีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น เขาทิ้งท้ายโดยการโจมตีนักศึกษาแพทย์ที่ปล่อยคลิป และกล่าวว่าจะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

ได้ผล รถทัวร์ย้ายที่ลงจากนัมจุงโดไปลงที่นักศึกษาแพทย์คนนั้นแทน และตำรวจยังเริ่งดำเนินคดีและออกหมายจับ ไม่นานนัก นักศึกษาแพทย์คนนั้นก็ตัดสินใจกระโดดตึกฆ่าตัวตาย บนโต๊ะของเขาได้เขียนโน้ตทิ้งเอาไว้ว่า …

“ฆาตกรนัมจุงโด”

EP.3 คำครหา

ฮเยจูให้ความเอ็นดูกับซูบิน ดูแลเหมือนเป็นคนในครอบครัว หาข้าวให้กิน พามาที่ทำงานจะได้ไม่รู้สึกเศร้าที่ต้องอยู่คนเดียว

การกระโดดตึกจบชีวิตตัวเองของหนุ่มนักศึกษาแพทย์ จากการที่ถูก ส.ส.นัมจุงโดชี้เป้าในรายการถ่ายทอดสด ทำให้เขาโดนกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรเลือดเย็น ที่ฆ่าเด็กหนุ่มอนาคตไกล แต่ความเห็นในโซเชียลส่วนใหญ่กลับมองว่าเด็กหนุ่มนั่นสมควรตาย และกล่าวชื่นชม ส.ส.นัมจุงโดว่าเป็นนักการเมืองน้ำดีที่หาได้ยาก อีกทั้งยังเป็นผู้ผดุงความยุติธรรม

แต่คนที่รู้ดีที่สุดคือตัว ส.ส.นัมจุงโด เพราะเจตนาเบื้องหลังของเขาคือ ต้องการให้คดีของเด็กหนุ่มนักศึกษาแพทย์มากลบข่าวฉาวของเขา เพื่อหวังคะแนนนิยมทางการเมือง เนื่องจากอีกไม่นานก็จะถึงการเลือกตั้งทั่วไป แม้เขาจะไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายถึงขนาดที่เด็กหนุ่มนั่นจะคิดสั้น … แต่ก็นั่นแหละ ในทางการเมืองไม่สำคัญหรอกว่าความจริงคืออะไร ขอให้คนจำนวนมากเชื่อก็พอ !

ส.ส.นัมจุงโดรู้สึกแย่กับการตายของเด็กหนุ่มคนนั้น เขาขอให้ผู้ช่วยยกเลิกตารางงานที่เหลือทั้งหมด และไปหาฮเยจู คำแรกที่เขาเอ่ยกับภรรยาก็คือ “ผมทรมานเหลือเกิน มีคนตายเพราะผม …” น้ำตาของ ส.ส.ไหลออกมาไม่หยุด แต่คนเดียวที่เขาจะร้องไห้แสดงความอ่อนแอให้เห็นได้คือภรรยา “… ผมทำให้พ่อแม่ต้องสูญเสียลูกไป”

EP.4 การมาเยือน

จางอูแจ (รับบทโดย คิมมูยอล) ผู้ช่วย ส.ส.นัมจุงโดเจอซูบินโดยบังเอิญ เขาจึงเรียกเธอขึ้นมาคุยกันบนรถ เขาพูดจารุนแรงใส่เธอ โดยกล่าวหาว่าเธอเป็นผู้หญิงขายตัว และลูกที่อยู่ในท้องอาจไม่ใช่ลูกของจีฮุน จากนั้น เขาก็ขู่ให้เธออยู่เงียบ ๆ “ถ้าจะอยู่บ้านนั้นก็อยู่ไปเงียบ ๆ เหมือนคนตาย หรือถ้าให้ดีก็ตายไปจริง ๆ เลยก็ได้”

ซูบินโดนดูถูกจนน้ำตาคลอเบ้า เธอรีบเปิดประตูรถและออกมาทันที มันเป็นคำพูดที่รุนแรงชนิดที่เธอไม่คิดว่าจะได้ยินมันออกจากปากผู้ช่วย ส.ส. แม้แต่สาววัยรุ่นกร้านโลกอย่างเธอก็ไม่อาจทานทนคำดูถูกนั่นได้

ทีนี้ ระหว่างที่คณะทำงานของ Rep. Nam Joong Do ลงพื้นที่สืบสวนเรื่องเก็งกำไรที่ดินผิดกฎหมายของน้องเมียนักการเมืองคนหนึ่ง ที่ใช้ข้อมูลของทางการเข้าซื้อที่ดินในราคาถูก ก่อนจะเกิดโครงการของรัฐ ทำให้ที่ดินราคาพุ่งขึ้นมากถึง 3 เท่า และน้องเมียของนักการเมืองคนนั้นก็ดูเหมือนจะมีอดีตบางอย่าง อดีตที่เกี่ยวกับลูกชายของเธอที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

ฮเยจูเห็นข่าวการสืบสวนเรื่องเก็งกำไรที่ดินผิดกฎหมายของสามี เธอได้ยินชื่อผู้กระทำความผิดเป็นคนที่เหมือนเธอคุ้นเคย เธอจึงไปค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เมื่อเห็นชื่อ เธอก็ถึงกับอึ้งไปในทันที !?

EP.5 การเผชิญหน้า

ขณะที่ จินซึงฮี (รับบทโดย รยูฮยอนคยอง) กำลังติดตามข่าวที่แม่ของเธอกำลังถูกกล่าวหาว่าเก็งกำไรที่ดินโดยมิชอบ เธอได้เห็นฮเยจูออกข่าวในทีวี เธอจำฮเยจูได้ทันที วันต่อมา จินซึงฮีรีบนั่งรถประจำทางข้ามจังหวัดมาที่โซล มาเคาะประตูบ้านฮเยจู

ฮเยจูช็อก ! เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่ไม่คาดหวังว่าจะได้เจอ เพื่อนรักที่เธอหนีมาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่มัธยมปลาย และคำแรกที่เธอได้ยินจากปากของจินซึงฮีก็คือคำว่า “นังฆาตกร !”

อย่างไรก็ตาม ซูบินเดินออกมาพอดี ฮเยจูจึงพูดขอร้องจินซึงฮีให้นัดเจอกันวันหลัง

วันนั้นทั้งวัน ฮเยจูมีอาการวิตกกังวลร้อนรุ่มใจเป็นอย่างมาก ซูบินได้แต่เฝ้ามองและสังเกตด้วยความแปลกใจ … อดีตของฮเยจูมันคืออะไรกันนะ ถึงทำให้เธอตัวสั่น ปากสั่น และน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ทั้ง ๆ ที่เรื่องมันผ่านมานานกว่ายี่สิบปี

รุ่งขึ้น จินซึงฮีโทร. นัดฮเยจูให้กลับมาบ้านที่ยองซาน ฮเยจูตอบตกลงไปอย่างไม่มีทางเลือก

ฮเยจูขึ้นมาบนรถแล้วเปิดจีพีเอสนำทางไปยองซาน ระหว่างนั้น เธอก็ย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนที่เธอยังเป็นนักเรียนมัธยมปลายอยู่ที่ยองซาน ในตอนนั้น ฮเยจูกับจินซึงฮีเป็นทั้งเพื่อนร่วมห้องและเพื่อนรัก จินซึงโฮซึ่งเป็นพี่ชายของจินซึงฮีมาตามจีบฮเยจู ดักรอบ้าง ไปหาที่บ้านบ้าง จนถึงคืนนั้น ฮเยจูพูดปฏิเสธเขาไปอย่างไร้เยื่อใย ด้วยความโมโหเขาจึงทำร้ายเธอ

ฮเยจูได้รับบาดเจ็บที่เข่าและตามเนื้อตามเนื้อ เธอไปฟ้องแม่ของจินซึงโฮเพื่อให้เขาขอโทษ แม่ของเขาเข้ามาไกล่เกลี่ยและขอร้องอย่าเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความ ตอนแรกฮเยจูก็รับปาก แต่ระหว่างเดินกลับบ้าน จินซึงโฮมาพูดกับเธอว่า จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้ชอบเธอสักหน่อย และดูถูกว่าที่เธอเอาเรื่องนี้มาฟ้องแม่ของเขาเพราะอยากได้เงิน

สิ่งที่ฮเยจูต้องการคือคำขอโทษและการยอมรับผิด แต่สิ่งที่ได้รับกลับตรงกันข้าม เธอจึงเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความ ซึ่งส่งผลให้จินซึงโฮเลือกจบชีวิตตัวเองด้วยการแขวนคอ … และนั่นคือจุดเปลี่ยนของทุกสิ่ง

จินซึงฮีตบหน้าฮเยจูที่โรงเรียน พร้อมกับกล่าวหาว่า “นังฆาตกร !” อย่างไรก็ตาม การตายของจินซึงโฮทำให้ฮเยจูรู้สึกผิดอย่างมาก เธอจึงเลือกที่จะหนีออกมาและทิ้งอดีตทั้งหมดไว้ที่นั่น

ฮเยจูมาถึงที่นัดหมายเอาไว้กับจินซึงฮี แต่คนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เจอก็อยู่ที่นั่นดัวย ส.ส.นัมจุงโด สามีของเธอ !?

EP.6 ความเจ็บปวด

จินซึงฮี, สามี, ส.ส.นัมจุงโด และฮเยจู เข้าร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน … ระหว่างนั้น ส.ส.นัมจุงโดก็แปลกใจที่ได้รู้ว่า ทั้งจินซึงฮีและสามีเป็นอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนของฮเยจู มันเป็นสงครามประสาทที่จินซึงฮีเล่นกับฮเยจู สงครามประสาทที่ทำเอาฮเยจูร้อนรุ่นใจจนแทบบ้า แต่ก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ไม่ให้สามีรู้

หลังทานอาหารเสร็จ จินซึงฮีชวนฮเยจูไปคุยกันเป็นส่วนตัวในห้องน้ำ “ครอบครัวฉันพังไม่เหลือชิ้นดีก็เพราะเธอ แต่เธอกลับใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มันไม่ยุติธรรมเลยนะ ว่ามั้ย” จากนั้น จินซึงฮีก็บอกให้ฮเยจูมาที่บ้านของเธออีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เพื่อมาขอโทษแม่ของเธอ เรื่องที่ฮเยจูไปแจ้งความเท็จใส่ร้ายว่า ถูกจินซึงโฮล่วงละเมิดทางเพศจนเขาฆ่าตัวตาย

ฮเยจูพูดไม่ออก ได้แต่เงียบงันอยู่อย่างนั้น เพราะเธอรู้ดีว่าจินซึงฮีเข้าใจผิด !

ภาพแฟลชแบ็กย้อนกลับไปเมื่อกว่ายี่สิบปีก่อน … ก่อนจินซึงโฮจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง เขาได้บอกกับจินซึงฮีว่าถูกฮเยจูใส่ร้าย หลังงานศพแม่ของจินซึงฮีก็บอกกับเธออีกว่า ฮเยจูใส่ร้ายจินซึงโฮเพราะต้องการเเงินไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย เมื่อสองคนในครอบครัวพูดตรงกัน จึงทำให้จินซึงฮีเชื่ออย่างนั้นมาตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา

รุ่งขึ้น ส.ส.นัมจุงโดสั่งให้ผู้ช่วยฯ จางอูแอไปสืบอดีตของฮเยจู เพราะเขาสงสัยว่าต้องมีความลับบางอย่างที่ภรรยาของเขาต้องการปกปิด เพราะเมื่อคืนเขาเห็นความผิดปกติหลายอย่าง โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของฮเยจูกับจินซึงฮี ที่บอกว่าเป็นเพื่อนรักกันแต่ดูไม่สนิทกันแม้แต่นิดเดียว แถมยังดูไม่ชอบหน้ากันด้วยซ้ำ … ส.ส.นัมจุงโดบอกเหตุผลที่ต้องการรู้อดีตของภรรยา ก็เพราะต้องการปกป้อง แต่ไม่บอกว่าแท้จริงแล้วเขาต้องการปกป้องฮเยจู หรืออนาคตทางการเมืองของตัวเอง !?

ผู้ช่วยฯ จางอูแจใช้รูปแต่งงานปลอมที่ตัดต่อหน้าเขากับฮเยจูเป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาว ไปอ้างกับซิสเตอร์ที่ดูแลสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้ายองซาน เพื่อถามข้อมูลในอดีตของฮเยจู

ฮเยจูไปที่บ้านจินซึงฮีตามนัด แต่ระหว่างนั้น เสียงกดกริ่งที่บ้านก็ดังขึ้นรัว ๆ เมื่อทั้งสองลุกขึ้นไปมองที่จออินเตอร์คอมก็ถึงกับตกใจ เพราะคนที่กดกริ่งคือ ส.ส.นัมจุงโดที่อยู่ในอาการโกรธ “จินซึงฮีเปิดประตูเดี๋ยวนี้ !”

EP.7 คำสัญญา

ผู้ช่วยฯ จางอูแอโทร. แจ้งเรื่องที่ไปสืบมาได้จากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่ฮเยจูอาศัยอยู่เมื่อตอนเป็นเด็ก … ส.ส.นัมจุงโดได้รู้ความจริงในอดีตของฮเยจูก็เกิดสติแตกขึ้นมา เขารีบขับรถมุ่งหน้าไปที่บ้านจินซึงฮีทันที เขากดกริ่งไปหยุดอย่างกับคนบ้า เมื่อเห็นว่าคนในบ้านไปตอบกลับ เขาจึงขับรถพุ่งเข้าชนท้ายรถเก๋งสีขาวของฮเยจูที่จอดอยู่

ส.ส.ที่ผู้คนชื่นชม นักการเมืองน้ำดีที่ประชาชนต่างสรรเสริญ สามีที่ดูใจเย็นควบคุมอารมณ์ได้ดี ณ นาทีนี้ นัมจุงโดไม่ต่างไปจากคนบ้าที่ขาดสติ เขาขึ้นไปบนรถอีกครั้ง และตั้งท่าจะขับรถพุ่งเข้าชนประตูรั้วบ้านเพื่อเข้าไปด้านในให้ได้ แต่ก่อนที่รถจะพุ่งเข้าชน ประตูก็ถูกเปิดขึ้นมาซะก่อน

ส.ส.นัมจุงโดดึงแขนฮเยจูให้กลับบ้าน แต่เธอปฏิเสธ เธอบอกว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง จากนั้น ฮเยจูก็บอกกับจินซึงฮีว่า เธอถูกลวนลามจริง ๆ และการเลือกจบชีวิตของจินซึงโฮ เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย จากนั้น ทั้งสองก็เถียงกันไปมา จนฮเยจูตบหน้าจินซึงฮีไปหนึ่งฉาด แล้ว ส.ส.นัมจุงโดก็ขู่จินซึงฮีด้วยหน้าตาขมึงทึงว่า “คุณจะทำอะไรก็เป็นสิทธิ์ของคุณ แต่ถ้าทำตัวหยาบคายใส่อย่างวันนี้อีก ผมเอาเรื่องแน่”

ระหว่างทางกลับ นัมจุงโดบอกให้ฮเยจูลืมเรื่องในอดีต และทิ้งทุกอย่างเอาไว้ที่ยองซาน

จากนั้น ส.ส.นัมจุงโดก็สั่งให้ผู้ช่วยฯ จางอูแจไปขู่สามีของจินซึงฮี ไม่ให้แฉเรื่องเมื่อยี่สิบปีก่อน … เขาต้องการปกป้องภรรยา หรือจริง ๆ แล้วเขากำลังทำเพื่อปกป้องอนาคตทางการเมืองของตัวเอง !? เพราะนักการเมืองภาพลักษณ์ดีหลายคนต่างต้องมาตกม้าตายเพราะคนในครอบครัวทำเรื่องฉาวโฉ่ เขาไม่ต้องการเป็นหนึ่งในนั้น

EP.8 สิ่งที่ดีที่สุด

ณ คาเฟ่แห่งหนึ่ง … คียอง (รับบทโดย คีแทยอง) นัดเจอกับฮเยจู เขาอยากให้เธอขอโทษจินซึงฮีกับแม่ เพื่อที่เรื่องจะได้จบ ๆ ไป … คียองบอกกับฮเยจูว่าเขาเชื่อว่าเธอพูดความจริง แต่ยังไงเขาก็อยากให้เธอขอโทษ เพราะอย่างน้อยก็ช่วยบรรเทาความรู้สึกของครอบครัวที่สูญเสียลูกชายไปได้บ้าง

คำพูดจากปากคียองเป็นคำพูดที่ออกมาจากความบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง เขาขอร้องฮเยจูจากใจจริง

ระหว่างนั้น ย่าของหญิงสาวที่ถูกปล่อยคลิปล่วงละเมิดพยายามฆ่าตัวตาย ส.ส.นัมจุงโดผู้ทรงเกียรติจึงใช้แผนเดิม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูดี โดยใช้ครอบครัวของหนุ่มนักศึกษาแพทย์เป็นที่รองรับอารมณ์ของชาวเน็ต

วันนั้นเขาไปออกทีวีรายการสดช่องเดิม เขาได้เขาเรื่องที่ย่าของเด็กหญิงที่เป็นเหยื่อไปพูด เพื่อสร้างกระแสความเกลียดชังให้พุ่งเป้าไปที่ครอบครัวของนักศึกษาแพทย์ และมันก็เป็นอย่างที่เขาต้องการ

ส.ส.นัมจุงโดพูดกับผู้ช่วยของเขา “ในโลกอินเทอร์เน็ต แค่โยนเหยื่อไปชิ้นหนึ่ง ชาวเน็ตก็จะพากันรุมทิ้งไม่หยุด”

แต่คนที่เห็นการสร้างภาพสร้างดราม่าของท่าน ส.ส.ผู้ทรงเกียรติแล้วไม่เห็นด้วยก็คือฮเยจู เธอไม่ต้องการให้สามีของเธอใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เธอไม่ต้องการให้เขาเอาความเสียใจของพ่อแม่ที่สูญเสียลูกชายมาเป็นเครื่องมือ พ่อแม่ที่ไม่ได้มีความผิดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว “ฉันไม่อยากให้คุณใช้สื่อสร้างเรื่องบานปลายไปมากกว่านี้”

แต่ก็นั่นแหละ ส.ส.นัมจุงโดปฏิเสธ เขาต้องการจะเสนอร่างกฎหมาย ‘ให้มีการดำเนินคดีต่อไปแม้ผู้กระทำผิดทางเพศจะเสียชีวิตไปแล้ว’ เขาบอกกับภรรยาว่า อนาคตยิ่งจะต้องมีการด่าทอกันมากกว่านี้อีก เพราะการด่าทอจะทำให้เกิดแรงกดดันจนนำไปสู่การแก้ไขร่างกฎหมายฉบับนี้ กฎหมายที่นักกฎหมายเคยลงความเห็นไม่ให้ผ่านเพราะว่าปัญหาทางด้านข้อกฎหมาย

“ผมพยายามปกป้องไม่ให้ใครต้องทนทุกข์จากการฆ่าตัวตายของผู้กระทำผิดอยู่นะ …” แล้ว ส.ส.นัมจุงโดก็พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปฮเยจู ถ้ามีกฎหมายนี้ตั้งแต่แรก เธอก็คงไม่ต้องทนทุกข์มาตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา “… มันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้หรอก ผมต้องยอมเสียสละสิ่งที่เล็กกว่า”

รุ่งขึ้น ฮเยจูเข้าไปหาของบางอย่างในห้องทำงานของ ส.ส.นัมจุงโด เธอไปเจอโทรศัพท์ของนัมจีฮุนที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชัก เธอจำได้ในคืนนั้นสามีของเธอบอกว่าตำรวจไม่พบโทรศัพท์ของนัมจีฮุน เมื่อปลดล็อกโทรศัพท์และเห็นข้อความที่อยู่ในนั้น ฮเยจูถึงกับตกใจจนโทรศัพท์ตกหลุดมือ !

EP.9 ความจริงใจ

ฮเยจูพบข้อความในโทรศัพท์ของจีฮุน ที่ถูกซ่อนอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของสามี ทำให้ได้รู้ว่าการตายของจีฮุนไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่เข้าใจมาตลอด หากแต่เป็นการฆ่าตัวตาย

ฮเยจูพยายามรวบรวมสติ และเดินไปหาซูบินที่ห้อง แต่ก็พบว่าซูบินได้เก็บข้าวของออกไปจากบ้านแล้วโดยไม่บอกใคร สิ่งที่ฮเยจูต้องการรู้ก็คือ จีฮุนพูดอะไรกับซูบินก่อนที่เขาจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง เพราะบันทึกการโทร. ซูบินเป็นคนสุดท้ายที่คุยกับจีฮุน …​ ฮเยจูคิดว่าซูบินคงไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว (ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ)

ซูบินไปหาแม่แท้ ๆ ของเธอที่ร้านขายของ หลังจากที่แม่ทิ้งเธอไป และไม่ได้เจอกันมานานกว่าสิบปี เธอบอกกับแม่ว่าเธอท้อง แต่แม่ดูจะไม่สนใจเลยสักนิด … จังหวะนั้นก็มีเด็กนักเรียนหญิงชั้นมัธยมต้นเดินเข้ามา เด็กหญิงคนนี้เป็นลูกสาวคนใหม่ของแม่ชื่อ “ยุนซอ” (ชื่อเดียวกับลูกสาวฮเยจู) … น้ำเสียงของแม่ที่พูดกับลูกใหม่ชั่งแตกต่างจากน้ำเสียงที่พูดกับเธอ ซูบินได้แต่คิดน้อยใจ

หลังจากนั้น ซูบินก็ไปหาแม่อีกครั้ง แต่แม่ก็ยังมีท่าทีเย็นชากับเธอเหมือนเดิม และเมื่อซูบินถามถึงลูกสาวคนใหม่ แม่ก็อารมณ์เสียขึ้นมาทันที “แกรู้จักได้ยังไง ถ้าแต่ไปตีสนิทกับยุนซอล่ะก็ ฉันเอาแกตายแน่”

เมื่อได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากแม่น้ำตาก็เอ่อล้นเบ้าทันที “หนูไม่ได้ขออะไรแม่ ขอให้มีความสุขกับลูกใหม่ก็แล้วกัน” จะต้องเจ็บปวดขนาดไหน หัวใจบาดลึกสักแค่ไหนที่แม่ผู้ให้กำเนิดของตัวเอง แสดงท่าทางเหมือนคนที่ไม่รู้จักกัน น้ำตาของซูบินไหลออกมาไม่หยุด เธอโยนโทรศัพท์เอาไว้ให้แม่แล้วรีบหันหลังเดินออกมาทั้งน้ำตา

มนุษย์สายพันธุ์นักการเมือง

ต่อมา ส.ส.นัมจุงโดก็สารภาพกับภรรยาที่เขาปิดบังเรื่องโทรศัพท์ของจีฮุน เพราะเขาไม่ต้องการให้เธอเสียใจจากการรู้ความจริง

ระหว่างนั้น ส.ส.ฝ่ายตรงข้ามสืบรู้มาว่า หญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อนักศึกษาแพทย์เป็นหญิงบริการ เมื่อมีข่าวนี้ออกไป ความคิดเห็นในโลกอินเทอร์เน็ตก็มองกฎหมายที่ ส.ส.นัมจุงโดกำลังผลักดันเป็นเรื่องไร้สาระทันที

เมื่อเป็นเช่นนั้น นัมจุงโดจึงงัดเอาคลิปที่เขาเคยเดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ของนักศึกษาแพทย์ เป็นคลิปที่เขายืนเฉย ๆ ปล่อยให้พ่อของนักศึกษาแพทย์ต่อยไม่ยั้ง และให้อูแจแอบถ่ายคลิปเอาไว้เพื่อเก็บเอาไว้ใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง … มันเป็นคลิปที่ถูกจัดฉากขึ้นเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง !!

หลังจากคลิปดังกล่าวถูกปล่อยออกไป ความคิดเห็นของชาวเน็ตก็เริ่มเปลี่ยนแปลง หันกลับมาสนับสนุนนัมจุงโดอีกครั้ง นี่แหละคือการเมือง ประชาชนที่ถูกอ้างว่าเป็นเจ้าของอำนาจ แต่แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงเครื่องมือที่นักการเมืองนำเอาไปใช้อ้าง เพื่อความชอบธรรมในการใช้อำนาจ ไม่เว้นแม้แต่ นัมจุงโด ที่ใครต่อใครต่างยกให้เขาเป็นนักการเมืองน้ำดีที่แทบหาไม่ได้ แต่มันก็เป็นเพียงฉากหน้าที่ถูกสร้างภาพเอาไว้เท่านั้น … นี่สินะที่เขาเรียกว่า “มนุษย์สายพันธุ์นักการเมือง” ที่ไม่ว่าประเทศไหน ๆ ก็เหมือนกันหมด

EP.10 ความกังวล

ชายหนุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นเพื่อนของจีฮุนโทร. หาฮเยจูเพื่อนัดเจอที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง … ชายหนุ่มอ้างว่าเดินทางไปเรียนเมืองนอก เมื่อกลับมาเกาหลีก็ได้ข่าวการเสียชีวิตของจีฮุน จากนั้น เขาก็เล่าว่าซูบินเป็นเด็กสาวที่อยู่ในแก๊งเด็กเหลือขอ และมีนิสัยขี้ขโมย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชายหนุ่มต้องการรู้จากการนัดครั้งนี้คือ เด็กในท้องซูบินเป็นลูกจีฮุนจริงหรือไม่ ? ซึ่งเขาได้รับการยืนยันจากปากของฮเยจูว่าจริง

ผู้ช่วยอูแจเตือน ส.ส.นัมจุงโดเรื่องซูบินที่อาจกลับมาเรียกร้องเงินค่าปิดปากที่ท้องกับจีฮุน และอูแจยังเตือนด้วยว่า สิ่งที่น่าเป็นกังวลคือเรื่องยาไอซ์ที่อยู่ในการครอบครองของจีฮุน ซึ่งการที่เขาเสียชีวิตทำให้ตำรวจยุติการสืบสวน ทำให้ปริศนายังไม่ได้รับการคลี่คลายว่า “ทำไมจีฮุนถึงครอบครองยา ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาไม่ได้เสพ” และอาจจะมีเรื่องอื่น ๆ อีกที่ยังไม่รู้ เรื่องที่ทำให้เส้นทางการเมืองของ ส.ส.นัมจุงโดมีรอยด่างพร้อย

คียองเห็นซึงฮีหมกมุ่นอยู่กับเรื่องการตายของซึงโฮ และต้องการทำลาย ส.ส.นัมจุงโด และฮเยจู เขาจึงออกปากชวนภรรยาให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่ออสเตรเลีย แล้วทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง แต่ซึงฮีปฏิเสธทันที เธออ้างว่าเธอจะไม่ทิ้งแม่ให้อยู่เพียงลำพัง

ในคืนนั้น คียองจึงได้ตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง เขาโทร. ไปหา ส.ส.นัมจุงโดเพื่อให้หลักฐานการเก็งกำไรที่ดินโดยมิชอบของแม่ยาย ส.ส.นัมจุงโดถึงกับตาลุกวาวที่ได้ยินเช่นนั้น … หลักฐานที่ตามสืบเสาะหาอย่างยากลำบากแต่กลับคว้าน้ำเหลวมาตลอด มาตอนนี้กลับได้มาง่าย ๆ อย่างไม่น่าเชื่อ

นัมจุงโดจึงใช้หลักฐานที่ได้มาไปต่อรองกับ ส.ส.ฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างวางมือต่อกันก่อนจะถึงการเลือกตั้งทั่วไป

เมื่อกลับมาถึงบ้าน นัมจุงโดตัดสินใจขอให้ฮเยจูเปิดเผยเรื่องในอดีตสมัยมัธยมให้สาธารณชนได้รับรู้ เพื่อใช้เรื่องที่เธอเคยโดนลวนลามสมัยเรียนมัธยมเป็นตัวโน้มน้าวเสียงของประชาชน ให้เห็นด้วยกับร่างกฎหมายที่เขากำลังผลักดัน

ฮเยจูคิดตัดสินใจอยู่ค่อนคืน จึงบอกกับสามีว่า เธอยอมให้เปิดเผยเรื่องที่เธอโดนลวนลาม แต่เธอจะไม่ออกสื่อแสดงตัว เธอขอให้สามีสัญญาว่าจะไม่ให้เธอต้องออกสื่อ ซึ่งเขาก็ตกลง

รุ่งขึ้น ฮเยจูกำลังออกจากบ้านไปทำงานตามปกติ แต่เมื่อเปิดประตูบ้านออกไปก็ต้องพบกับกองทัพนักข่าวที่รออยู่พร้อมกับคำถามที่ยิงเข้าใส่รัว ๆ “จริงหรือเปล่าคะ ที่มีข่าวว่าคุณเคยทำให้คนตายเมื่อ 20 ปีก่อน !?”

แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปพุ่งเข้าตาฮเยจู สลับกับแฟลชแบ็กที่เกิดขึ้นเมื่อยี่สิบก่อนวิ่งเข้ามาในหัว

EP.11 ฝันร้าย

นัมจุงโดบอกกับฮเยจูว่าเขาตัดสินใจจะเปิดเผยเรื่องในอดีตของเธอกับนักข่าว โดยให้เหตุผลว่าถ้าเรื่องนี้ถูก ส.ส.ฝ่ายตรงข้ามเปิดเผย จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี แต่สำหรับฮเยจูแล้วมันไม่ง่ายอย่างนั้น … การที่ใครคนหนึ่งปิดบังเรื่องหนึ่งเอาไว้ แล้วยังเจ็บปวดกับเรื่องนั้นแม้จะผ่านมานานกว่ายี่สิบปี มันย่อมไม่ใช่เรื่องที่จะเปิดเผยให้ใครรู้ได้ง่าย ๆ

นัมจุงโดรู้ดีว่าสิ่งที่เขาตัดสินใจส่งผลกับความรู้สึกของภรรยา แต่เขาก็ยังเลือกที่จะทำ เพราะมันจะทำให้เขายังคงเป็นนักการเมืองภาพลักษณ์ดีในสายตาประชาชนต่อไป และนั่นจะทำให้เขาชนะการเลือกตั้งพี่กำลังจะมาถึง !

ต่อมา ฮเยจูนัดเจอกับคียอง ขณะที่กล่าวขอบคุณเรื่องที่เขาเอาหลักฐานการเก็งกำไรที่ดินโดยมิชอบของแม่ซึงฮีให้กับสามีของเธอ จังหวะนั้น แม่ของซึงฮีก็มาเจอและได้ยินเรื่องที่ทั้งสองคุยกัน ทำให้รู้ว่าเธอโดนคียอง ผู้เป็นลูกเขยหักหลัง แม่ซึงฮีโวยวายออกมาดังลั่น “ฉันไม่มีทางปล่อยแกสองคนลอยนวลเด็ดขาด”

แม่ของซึงฮีขับรถออกไปด้วยความโกรธ จนไปเกิดอุบัติเหตุหลังจากออกไปได้ไม่ไกลนัก อย่างไรก็ตาม เธออาการปลอดภัยหลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ได้สติก็ตาม

ทีนี้ การที่แม่ซึงฮีรู้ว่าคียองหักหลัง และรู้ด้วยว่าฮเยจูเป็นภรรยาของนัมจุงโด ทำให้นัมจุงโดต้องขอร้องแกมบังคับให้ฮเยจูเอาเรื่องที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศในอดีตไปออกทีวี ฮเยจูไม่ยอม เธอปฏิเสธเสียงแข็ง

แล้วจู่ ๆ ระหว่างที่ทั้งสองกำลังทะเลาะกัน ลูกสาวของฮเยจูก็เข้ามา และกล่อมแม่ให้ไปออกทีวีเล่าเรื่องในอดีตด้วยความกล้าหาญ เพื่อช่วยพ่อให้เสนอร่างกฎหมายผ่านสภา … ฮเยจูเริ่มใจอ่อน

วันต่อมา ฮเยจูได้รับโทรศัพท์จากนัมจุงโด แจ้งข่าวที่ทำให้เธอถึงกับช็อก “จีฮุนล่วงละเมิดทางเพศ ผมจะจัดแถลงข่าวเร็ว ๆ นี้”

จากนั้น ภาพในอดีตก็แสดงให้เห็นว่า ซูบินไปแจ้งความที่สถานีตำรวจว่าเธอถูกล่วงละเมิดทางเพศ !?

EP.12 ความเป็นจริง

นัมจุงโดโทร. บอกฮเยจูว่าเขาจะจัดแถลงข่าวในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า แล้วก็รีบวางสายไป … ฮเยจูพยายามโทร. กลับไปแต่นัมจุงโดไม่รับสาย เธอจึงรีบไปที่สำนักงานของเขาทันที แต่ดูเหมือนว่ามันจะสายไปเสียแล้ว

ส.ส.นัมจุงโดกล่าวบนเวทีต่อหน้านักข่าวและประชาชนทั่วประเทศ โดยยอมรับว่าลูกชายของเขาเป็นอาชญากรที่กระทำการล่วงละเมิดทางเพศแฟนสาวที่คบกันในตอนนั้น จากนั้น ท่าน ส.ส.ผู้ทรงเกียรติก็ประกาศจะยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย ให้มีการดำเนินการสืบสวนคดีต่อไป แม้ผู้กระทำผิดทางเพศจะฆ่าตัวตายหรือเสียชีวิต

เมื่อนัมจุงโดกลับมาเจอฮเยจูที่สำนักงาน ก็พบว่าภรรยาน้ำตานองหน้า เขาจึงพูดแก้ตัวออกไปว่า “เมื่อเช้า ซูบินมาขู่ผมที่นี่ จะแฉเรื่องที่เธอโดนจีฮุนข่มขืนจนตั้งท้อง”

ฮเยจูงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเธอเคยถามซูบินตั้งแต่วันแรกที่เธอขอเข้ามาอยู่ที่บ้าน แต่ซูบินก็ตอบว่าเธอสมยอม ไม่มีการล่วงละเมิดแต่อย่างใด !? ยิ่งเมื่อฮเยจูได้รู้ว่า ซูบินมาแบล็กเมลนัมจุงโดเพราะต้องการเงิน 50 ล้านวอน (ประมาณ 1.3 ล้านบาท) เพื่อนำเงินไปหาที่อยู่ให้กับตัวเอง มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกแย่มากขึ้นไปกว่าเดิม

ในสายตาของนัมจุงโด สิ่งที่เขาทำทั้งหมดเป็นสิ่งที่เขาเรียกอย่างสวยหรูว่า “การตอบโต้เชิงรุก” มันเป็นการกำจัดจุดอ่อนทางการเมือง และทำให้จุดอ่อนนั้นกลายเป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แต่ …

แต่ฮเยจูดูออก เธอดูออกว่าสิ่งนัมจุงโดทำไป เป็นการใช้ประโยชน์จากการตายของลูกชาย เพื่อผลักดันร่างกฎหมาย … ใช้เรื่องระยำของลูกชายเพื่อประโยชน์ทางการเมือง … บางทีการเมืองคงจะไม่เหมาะสำหรับคนอย่างฮเยจู การเมืองที่เล่นบนความเชื่อของคน การเมืองที่เล่นกับความคิดของคน

“ฉันเสียใจ ตอนนี้คุณดูแปลกไปมาก” ฮเยจูพูดทั้งน้ำตานองหน้ากับนัมจุงโด

ความจริงที่ทับซ้อนอยู่บนความเชื่อใจ

ต่อมา ฮเยจูบังเอิญเจอซูบิน เธอเลยเข้าไปถามหาความจริง ซูบินก็บอกเช่นเดิมเหมือนอย่างที่เคยบอกว่า เธอไม่ได้ถูกจีฮุนล่วงละเมิดทางเพศ และก็ไม่เคยไปขู่นัมจุงโดด้วย “ฉันไม่ได้ขู่เขา ฉันไม่ได้ต่ำขนาดนั้น”

และก่อนที่ซูบินจะเดินจากไป เธอได้บอกความจริงอันน่าตกตะลึง ความจริงที่พังทลายความเชื่อใจในหัวของฮเยจูไปจนหมดสิ้น “คืนที่จีฮุนตาย คนที่เขาเจอเป็นคนสุดท้ายก็คือคุณลุง (นัมจุงโด)”

ที่บ้านคืนนั้น …​ ฮเยจูได้ถามนัมจุงโดถึงสิ่งที่เธอได้ยินมาจากปากซูบินว่าเป็นจริงหรือไม่ แต่เขาก็ยืนยันว่า ซูบินโกหก

วันต่อมา นัมจุงโดกำลังคุยกับอูแจ ที่กำลังเป็นห่วงว่าฮเยจูจะรู้ความจริง เรื่องที่นัมจุงโดวางแผนทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แต่ท่าน ส.ส.ผู้ทรงเกียรติตอบกลับผู้ช่วยคนสนิทว่า “ภรรยาของฉันไม่มีทางสงสัยในตัวฉันหรอก”

จากนั้น นัมจุงโดก็สั่งอูแจให้เตรียมรับมือกับการแฉของซึงฮี และเขาได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่น่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก “ยังไงก็ไม่มีทางพิสูจน์ความจริงอยู่ดี แต่ฝ่ายที่ได้ใจประชาชนคือผู้ที่กำหนดความจริง”

ล่วงละเมิดทิพย์

แล้วภาพแฟลชแบ็กก็เผยให้เห็นความจริง … ย้อนกลับไป นักการเมืองฝ่ายตรงข้ามใช้คลิปเสียงที่สูตินรีแพทย์บอกว่า ซูบินมาขอทำแท้งด้วยเหตุที่อ้างว่าถูกจีฮุนล่วงละเมิดทางเพศ ทำข้อตกลงกับนัมจุงโดให้หยุดขุดคุ้ยการเก็งกำไรที่ดินโดยมิชอบ

ต่อมา นัมจุงโดได้นัดเจอกับซูบินเพื่อถามความจริง ซูบินก็ตอบว่า เธอไม่ได้ถูกจีฮุนล่วงละเมิดทางเพศ แต่ที่เธอต้องบอกแบบนั้นกับหมอก็เพราะเธอต้องการใช้เป็นเหตุผลในการขอทำแท้ง และลูกที่อยู่ในท้องก็ไม่ใช่ลูกของจีฮุน แต่เป็นลูกของแฟนเก่า แล้วนัมจุงโดก็ให้เงินก้อนหนึ่งกับซูบินเพื่อนำไปเช่าบ้าน

นั่นหมายความว่า เรื่องที่จีฮุนล่วงละเมิดทางเพศซูบิน เป็นเรื่องที่นัมจุงโดแต่งขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองล้วน ๆ ไม่มีความจริงเจือปนเลยแม้แต่นิดเดียว !!!

EP.13

รออัปเตด

ดูซีรีส์เรื่องนี้ได้ที่ Netflix : คลิกที่นี่
Photos : ภาพหน้าจอจาก SBS Korea